ตอนที่ 21: แหล่งลี้ภัย
แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณใหม่พาดผ่านบานหน้าต่างกระจกที่ปิดกลอนสนิทแน่นหนา ทาบรัศมีสีทองสลัวรางละมุนลงบนผ้าปูเตียงและฟูกนอนหนานุ่มของห้องนอนใหญ่ชั้นสองในบ้านสวนปู่ช้วน กลิ่นอายความอุ่นอบอวลและรสรักหวานชื่นจากค่ำคืนร่วมรักประสานมานาสามเส้ายังคงเจือจางลอยละล่องอยู่ในบรรยากาศชวนให้อบอุ่นใจ ผิวกายของกิ๊ฟที่เป็นสีแทนอ่อนเนียนละเอียดฟิตกระชับและผิวขาวจัดผุดผ่องปานน้ำนมปุยฝ้ายของหมอแพรที่นอนขนาบข้างเกยพิงอิงแอบแผงอกแกร่งของชานนท์สะท้อนอุณหภูมิอบอุ่นของรุ่งสาง
ชานนท์ขยับเปลือกตาขึ้นลืมตามองเพดานห้องนอน ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกช้าๆ สัมผัสได้ถึงกระแสมานาธรรมชาติสีฟ้าที่ไหลเวียนหมุนรอบหัวใจและไหลพุ่งไปทั่วเส้นเลือดในกายอย่างสมบูรณ์แบบสูงสุด ตัวเขาแข็งแกร่งและแกร่งกล้ากว่าเดิมอย่างชัดเจนอันเป็นผลลัพธ์จากการปลดล็อกค่าพันธะสัญญา 180% ที่ช่วยเพิ่มระดับความแข็งแกร่งกายภาพถาวรขึ้นอีก 20% นนท์ยกมือแกร่งขึ้นกวาดโอบไหล่บางของกิ๊ฟและขยับตัวประคองหัวของหมอแพรนอนหนุนหมอนอย่างแผ่วเบาละเมียดละไมเพื่อไม่ให้หญิงสาวทั้งสองที่กำลังนอนหลับใหลอย่างเหนื่อยล้าจากศึกรักหนักหน่วงต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคัน
ทว่าความเงียบสงบสุขก็คงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ทันใดนั้น วิทยุสื่อสารคลื่นสั้นรุ่นเก่าของปู่ช้วนที่วางอยู่บนตู้ไม้หัวเตียงพลันกะพริบแสงไฟสีแดงสลัวรางสลับส่งเสียงสั่นเครือดังคล้ายกระแสไฟฟ้าขัดข้อง:
*วิ้ง... แกร่ก... ซ่า...*
เสียงดังหวีดหวิวแผ่วเบาสัญญาณแทรกคืบคลานเข้าหูของนนท์ ชายหนุ่มหรี่ตาลงคมกริบ ขยับตัวลุกขึ้นก้าวเท้าลอยลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบโดยไร้สุ้มเสียงด้วยทักษะร่างกายที่ผสานมานา นนท์ยื่นฝ่ามือไปหยิบวิทยุคลื่นสั้นขึ้นมากดรับสายคลื่นวิทยุทันที ปลายสายส่งเสียงกระโชกโฮกฮากปนแหบพร่าและรีบร้อนโหยหาความช่วยเหลือของหญิงสาวสั่นสะท้าน:
"ซ่า... ฮัลโหล... มีใครอยู่ในบ้านสวนปู่ช้วนไหมคะ? ได้โปรดตอบกลับที... ฉันสุดา... หรือเรียกฉันว่าน้าดาก็ได้... ฉันพากลุ่มผู้อพยพ คนป่วย และเด็กเล็กหนีเตลิดออกมาจากค่ายผู้ลี้ภัยหลังเขาที่พังพินาศหมดแล้ว... ซ่า... พวกเราต้องการยารักษากับเสบียงอย่างเร่งด่วนที่สุด..."
เสียงแหบพร่าของสาวใหญ่ปนเสียงหอบหายใจรวดร้าวจากการวิ่งหนีป่าดงยางอย่างทุลักทุเลดังแทรกผ่านลำโพงวิทยุเก่า นนท์ขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มแตะปุ่มส่งสัญญาณเสียงระบบสแกนประสาทสัมผัสเทพแมงดาทันที หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนโปร่งแสงสีฟ้าน้ำเงินลอยตัวฉายวับตรงหน้า สแกนรหัสพันธุกรรมตามคลื่นวิญญาณที่ถูกส่งผ่านมาตามรังสีความถี่วิทยุอย่างฉับพลัน
*[ติ้ง! ตรวจพบแหล่งกำเนิดรหัสพันธุกรรมคลื่นเสียงเป้าหมายสัมพันธ์คู่พันธะสัญญา]*
*[ข้อมูลเป้าหมาย: สุดา (น้าดา) / อายุ: 35 ปี / สถานะร่างกาย: อ่อนล้าสะสม, บาดแผลถลอกที่ข้อเท้าขวา]*
*[ยีนสายเลือดพิเศษ: สายเลือดพรานป่าลึกลับ (Mystic Hunter Bloodline - อัตราความเข้ากันได้ของระบบ 98%)]*
*[ระบบแจ้งเตือน: หากโฮสต์ทำการเชื่อมสัญญาร่วมรักสัญญาสมรสกับเป้าหมายสำเร็จ จะปลุกพลังเวทมนตร์สายเลือดของเธอ และมอบค่าสเตตัสความเร็วบวกสกิลพรางตัวเคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียง 'ก้าวไร้รอย' และ 'ประสาทสัมผัสพรานป่า' แก่โฮสต์ถาวร พร้อมขยายหลอดมานาสะสมระบบเพิ่มขึ้นเป็น 200%]*
ดวงตานนท์ส่องประกายวาวโรจน์คมกริบ น้าดาคือเป้าหมายคนที่สามที่ระบบคัดเลือกมาอย่างยอดเยี่ยม และการเข้ากันได้สูงถึง 98% แสดงว่าเธอคือคีย์แมนคนสำคัญในการฟื้นฟูระบบมานาขั้นสูงของป้อมปราการค่าย แต่ทว่าข้อมูลจากเสียงสั่นเครือของน้าดาไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น เธอรีบกระซิบรายงานสถานการณ์วิกฤตต่อทันทีปนเสียงใบกล้วยป่าสั่นไหว:
"ฟังนะ... ตอนนี้พวกเราหลบซ่อนตัวอยู่ในป่ากล้วยป่าดงดิบที่เป็นเขตรอยต่อป่าลึกหลังค่ายสวนปู่ช้วนของพวกคุณ... แต่สถานการณ์ย่ำแย่มาก! พวกสมุนติดอาวุธปืนยาวไรเฟิลล่าสัตว์และปืนลูกซองเกือบสิบคนของผู้ใหญ่อรรถมันกำลังแกะรอยล่าพวกเราตามมาติดๆ และเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่จับกุมพวกเรากลับไปทำส่วย... แต่มันรู้ข่าวเรื่องผักวิเศษกลายพันธุ์ของพวกคุณแล้ว! พวกมันวางแผนจะอ้อมเขาด้านหลังมาถล่มและปล้นสวนเกษตรของพวกคุณในเช้านี้เลย! ระวังตัวด้วย!"
เสียงสัญญาณวิทยุขาดหายไปกลายเป็นเสียงซ่า นนท์รับรู้ได้ทันทีว่าวิกฤตการณ์ใหม่กำลังประชิดหน้าประตูหลังค่ายสวนปู่ช้วน ชายหนุ่มหันหน้ากลับมาส่งกระแสความคิดผ่านสายใยจิตสัมผัส (Telepathy) เพื่อกระตุ้นสมองและปลุกสองสาวที่อยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว
กิ๊ฟและหมอแพรค่อยๆ ขยับตัวตื่นลืมตาขึ้นมา ใบหน้าของสองสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อฉ่าอมชมพูทันทีเมื่อเงยสบตานนท์ นึกถึงภาพความกระสันเสียวซ่านของการร่วมรักสามเส้าเมื่อคืนที่ผ่านมาจนร่างกายยังอุ่นระอุ ทว่าสีหน้าเคร่งเครียดเฉียบขาดของนนท์ทำให้สองสาวรีบสงบจิตใจและตั้งใจรับฟังข้อความอย่างเป็นงานเป็นการ
"กิ๊ฟ แพร... น้าดา พรานสาวใหญ่ที่ติดต่อเราทางวิทยุพากลุ่มผู้อพยพและเด็กหนีมาหลบที่ป่ากล้วยหลังค่ายเรา แต่ตอนนี้สมุนติดอาวุธของผู้ใหญ่อรรถเกือบสิบคนพกปืนยาวไรเฟิลกำลังล้อมแกะรอยตามล่าพวกเธอ และเตรียมอ้อมบุกค่ายเราจากป่าหลังสวนครับ" นนท์อธิบายสรุปสั้นกระชับแต่ได้ความตึงเครียดอย่างชัดเจน
หมอแพรตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกตกใจและเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์: "เด็กๆ กับคนป่วยด้วยเหรอคะนนท์? พวกนั้นไม่มีทางรอดแน่ถ้าโดนพวกผู้ใหญ่อรรถจับได้ แพรจะรีบไปเตรียมอุปกรณ์พยาบาลฉุกเฉินและยารักษารอท่าไว้ที่สถานอนามัยในค่ายเรานะคะ!"
นนท์พยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง: "ดีมากครับแพร แพรคอยดูแลผู้อพยพสามคนแรก และคุ้มครองสถานการณ์ในค่ายชั้นในไว้ด้วยเกราะคุ้มกันหลัก... ส่วนกิ๊ฟ ตอนนี้ระบบเราชาร์จมานาเมื่อคืนแตะร้อยแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้บาเรียเกราะเทวะระดับสองของเราขยายอาณาเขตรัศมีกว้างขึ้นเป็นแปดเมตรและแข็งแกร่งขึ้นมาก ฉันจะกางบาเรียคุ้มกันนี้และเปิดสกิลพรางตัวแสงหักเห พากิ๊ฟลอบเร้นฝ่าดงซอมบี้ป่าลึกเข้าไปชิงตัวช่วยเหลือน้าดากลางป่ากล้วยด่วน!"
กิ๊ฟพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว แววตาสาวห้าวฉายประกายแกร่งกล้า กระโดดลงจากเตียงคว้ากางเกงกีฬาสีเข้มและบราสปอร์ตขึ้นสวมใส่อย่างรวดเร็ว กระชับท่อนเหล็กกลมหนาคู่ใจเตรียมพร้อมรบเคียงไหล่เพื่อนสนิท: "พร้อมเสมอไอ้นนท์! เมื่อคืนนี้ได้พลังมานาเติมเต็มร่างกายขัดเกลามาเต็มเปี่ยม อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมัดทลายปูนของกูรอบนี้จะต่อยพวกสมุนผู้ใหญ่อรรถจนหน้าอกยุบได้ขนาดไหน!"
...
สายลมยามเช้าพัดหอบเอาความชื้นและละอองฝนเย็นระเยือกโชยมาทาบผิว นนท์และกิ๊ฟเคลื่อนกายออกจากประตูรั้วค่ายด้านหลังอย่างเงียบเชียบดุจเงาปีศาจ ชายหนุ่มเปิดระบบกระตุ้นการทำงานของ 'เกราะเทวะแบ่งปันระดับสอง' ครอบคลุมรัศมีแปดเมตรรอบตัวของเขากับกิ๊ฟ ทัศนียภาพรอบกายของทั้งคู่พลันสั่นระริกก่อนจะบิดเบือนเกิดการหักเหแสงสะท้อนของเลนส์ธรรมชาติ พรางเงาร่างของทั้งสองให้กลืนหายไปกับ เงามืดทึมเทาของหมู่ไม้ป่าธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ทั้งสองเคลื่อนที่ก้าวลัดเลาะไปตามทางแนวป่ารกทึบหลังค่ายบ้านสวนปู่ช้วนอย่างระมัดระวังและแม่นยำ ฝีเท้าของกิ๊ฟเบาและรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการชำระล้างกล้ามเนื้อด้วยมานาค่ำคืนร่วมรัก นนท์ใช้ 'เนตรวิเคราะห์ระดับยีน' ส่องสแกนนำทางผ่านเงามืดป่าทึบ ตรวจพบฝูงซอมบี้ป่ากลายพันธุ์ 3 ตัวที่สภาพร่างกายเปื่อยยุ่ยตามโคนต้นไม้ใหญ่ กำลังเดินโซเซหันหาทิศทางอย่างโง่เขลา
นนท์และกิ๊ฟเดินเลี่ยงผ่านซอมบี้พวกนั้นไปในระยะประชิดได้อย่างง่ายดาย บาเรียสะกดกลิ่นอายและหักเหแสงทำหน้าที่ปิดกั้นประสาทสัมผัสซอมบี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบจนพวกมันไม่รู้สึกตัวแม้แต่นิดเดียว เดินทื่อมองผ่านร่างของทั้งคู่ไปอย่างไร้ผล
เมื่อเคลื่อนตัวลึกเข้าสู่เขตดงป่ากล้วยป่าธรรมชาติ บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็นรกชื้นและอับชื้นไปด้วยกอต้นกล้วยป่าสีเขียวเข้มขนาดใหญ่ขึ้นเรียงรายหนาแน่น ดินเปียกโคลนแดงแฉะลื่นเฉอะแฉะ นนท์ตรวจจับสัญญาณชีพผ่านการสั่นพ้องประสาทมานาของระบบจนพิกัดระบุชัดเจนที่หลืบหน้าผาโขดหินแกรนิตสูงชันหลังแนวป่ากล้วย
เบื้องล่างโขดหินชื้นแฉะ น้าดา (สุดา) พรานป่าสาวใหญ่วัยสามสิบห้าปีกำลังกบดานต่ำอย่างมิดชิดเพื่อปกป้องเด็กๆ และคนแก่ผู้ลี้ภัยอีกประมาณ 5 คนที่ตัวสั่นเทิ้มหวาดกลัวอยู่ด้านหลัง น้าดาสวมเสื้อกั๊กเกราะหนังสัตว์ป่าเก่ารัดกุมเปียกชื้นโคลนดิน ผิวสีน้ำผึ้งเข้มสวยเนียนสะท้อนละอองฝนสะดุดตา ทรวดทรงอกอวบอิ่มนูนเต่งตึงรับกับสะโพกหนาผายกลมกว้างดั่งแม่เสือสาวแห่งผืนป่า แววตาคมดุระแวดระวังภัยกร้าวสะกดใจ ในมือเธอถือคันธนูและกระชับคันหน้าไม้พร้อมลูกดอกแหลมสีเงินเล็งสาดส่ายกวาดหาเป้าหมายศัตรูอย่างไม่คิดชีวิต
ทันใดนั้น น้าดาตรวจพบความผิดปกติของสายลมและใบกล้วยป่าสั่นไหวเบื้องหน้า เธอพลันหันขวับยกหน้าไม้ชี้เล็งพิกัดตรงมาที่จุดที่นนท์และกิ๊ฟยืนอยู่อย่างแม่นยำรวดเร็ว แววตาของสาวใหญ่กร้าวเย็นยะเยียบเกร็งกล้ามแขนเตรียมปล่อยสลักศร: "ใครน่ะ!? ปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวฉันจะเป่าหัวให้ทะลุ!"
นนท์ยกมือแกร่งสองข้างขึ้นส่งสัญญาณประนีประนอม ชายหนุ่มส่งคำสั่งจิตผ่านระบบสั่งปิดการทำงานพรางแสงของบาเรียเทวะรอบตัวลงวับทันควัน
*วิ้ง!!!*
เงาร่างโปร่งแสงหักเหบิดเบี้ยววับหาย พลันปรากฏร่างแกร่งสมส่วนหน้าตาคมเข้มของชานนท์และกิ๊ฟที่ยืนตระหง่านอยู่ห่างจากปลายกระบอกหน้าไม้ของเธอเพียงไม่กี่ก้าว น้าดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดจนอ้าปากค้างเล็กน้อย แววตาคมดุของสาวใหญ่ฉายประกายแวววาบอัศจรรย์ใจกับเวทมนตร์พรางตัวแปลกประหลาดเหลือเชื่อที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตวันสิ้นโลกนี้
"ใจเย็นๆ ครับน้าดา... ผมชานนท์ เจ้าของค่ายบ้านสวนปู่ช้วนที่คุยกับน้าทางวิทยุเมื่อครู่ และนี่กิ๊ฟคู่หูของผมครับ... พวกเรามารับน้าและชาวบ้านหลบภัยเข้าค่ายเราอย่างปลอดภัยครับ" นนท์พูดเสียงต่ำอุ่นนุ่มเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือผ่อนคลายสถานการณ์
น้าดาหรี่ตาลงมองสำรวจนนท์ช้าๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า นัยน์ตาพรานสาวใหญ่ไหวระริกจ้องกล้ามเนื้ออกและพละกำลังมานาที่แผ่ออกมาของนนท์ ยิ่งเมื่อระบบวิเคราะห์ในตัวนนท์กระตุ้นสายสัมพันธ์ หัวใจของน้าดาพลันสั่นระรัวระเบิดความหวามไหวแปลกประหลาดขึ้นในอกจนเธอหน้าแดงวาบฉับพลันด้วยเสน่หาดึงดูดของระบบเทพแมงดา น้าดาพยักหน้ารับอย่างอ่อนโยนลดหน้าไม้ลงทันที: "เชื่อใจได้จริงๆ... เวทมนตร์ของพวกนายอัศจรรย์ชะมัดเลยพ่อหนุ่ม... ฉันสุดาจ้ะ ขอบใจมากที่กล้าเสี่ยงชีวิตเข้ามารับพวกเรา"
*เปรี้ยง!!! ปัง! ปัง!*
ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะได้พูดคุยทำความเข้าใจเพิ่ม เสียงกระสุนปืนยาวปืนไรเฟิลล่าสัตว์แผดเสียงระเบิดดังลั่นสะท้อนหุบเขากลางดงป่ากล้วย ใบกล้วยป่าขาดวิ่นเศษต้นกล้วยกระจุยฉีกขาดกระจายว่อน เสียงเหยียบกิ่งไม้แห้งหักดังกร๊อบแก๊บรุกคืบเข้ามาจากทางแนวป่าด้านซ้ายอย่างกระชั้นชิดพร้อมเสียงตะโกนหัวเราะข่มขู่หยาบคายเยาะหยันของกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธสมุนผู้ใหญ่อรรถเกือบสิบคน:
"ฮ่าๆๆ! ไอ้พวกโง่เอ้ย! อย่าคิดว่าจะหนีพ้นปืนไรเฟิลผู้ใหญ่อรรถไปได้เลย! พวกมึงแอบกบดานอยู่ในซอกหินใช่ไหม ส่งตัวอีสุดาพรานป่าสาวใหญ่ผิวสีน้ำผึ้งนั่นมาดีๆ และพวกมึงทุกคนจะได้รับการยกเว้นไม่โดนยิงกบาลกระจุยส่งส่วย! แหล่งผักกลายพันธุ์ของพวกมึงหลังเขาก็กำลังจะกลายเป็นของเราแล้วเว้ย!"
เงาร่างทะมึนของสมุนติดอาวุธปืนยาวสามคนแรกโผล่ทะลุรอดแนวต้นกล้วยป่ามาทางซอกโขดหินที่นนท์ซ่อนตัวอยู่อย่างกวดตามล่าเหยื่อ นนท์หันสบตากับกิ๊ฟแล้วส่งกระแสความคิดผ่านจิตสัมผัสแชร์ในหัว ก่อนจะหันไปกระซิบสั่งการน้าดาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเบาที่สุด:
"กิ๊ฟ น้าดา... พากลุ่มชาวบ้านวิ่งถอยลัดเลาะเข้าไปในแนวเส้นทางสวนป่ายางพาราขวาบดบังสายตาด่วนที่สุด! ที่ตรงนั้นฉันและกิ๊ฟติดตั้ง 'ดงลานกับดักไม้ไผ่เคลือบพิษยางไม้กลายพันธุ์' ไว้รอรับรองพวกมันแล้ว ล่อพวกมันตามเข้าไปในเขตสังหารกับดักกันเลยครับ! เมื่อเห็นสัญญาณแสงไฟฉายกระพริบจากผม ให้ทุกคนวิ่งตัดหลบหลังขอนไม้ดักสลักล็อกทันที!"
น้าดาและกิ๊ฟพยักหน้ารับคำสั่งอย่างเฉียบขาด น้าดาส่งสัญญาณกวักมือสั่งขบวนผู้อพยพเด็กคนแก่ให้ขยับขาพากันก้มตัวตระเตรียมวิ่งก้าวผ่านเนินดิน นนท์กระชับดึงไฟฉายยุทธวิธีของระบบขึ้นมารอท่าจังหวะสุดท้าย แววตาชายหนุ่มเย็นเฉียบดุจราชาพิทักษ์ไพรเตรียมต้อนศัตรูเข้าสู่ลานมรณะหลุมพรางขวากไม้ไผ่พิษเลือดสาดในชั่วพริบตาถัดไป!