เมื่ออวี๋จิ่นลี่เพิ่งมาถึงบ้านตระกูลเจียงก็รู้สึกใคร่รู้กับทุกอย่างรอบข้างไปเสียหมด โดยเฉพาะกับบรรยากาศภายในที่แห่งนี้ที่ทำให้เขาชื่นชอบเหลือเกิน
ลุงเจียงผู้เป็พ่อบ้านเดินนำทางอยู่ข้างหน้า ส่วนอวี๋จิ่นลี่ก็มองสำรวจไปทั่วทิศอยู่ข้างหลัง โดยมากแล้วหมอกที่แผ่ออกมาทั่วทิศล้วนเป็สีขาว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็ตระกูลที่ไม่เคยก่อกรรมมาก่อน
ส่วนสิ่งที่ชวนให้อวี๋จิ่นลี่ตกตะลึงที่สุดก็คือ ภายในหมอกสีขาวพวกนี้กลับแซมไปด้วยสีทองระยิบระยับอยู่อีกชั้นหนึ่ง พอมองลงมาจากยานบินเมื่อสักครู่ก็เห็นได้อย่างถนัดตา
ใช่ว่าที่ผ่านมาอวี๋จิ่นลี่จะไม่เคยเห็นบ้านเรือนที่มีแสงสีทองเลย แต่เพิ่งเคยเห็นแสงสีทองที่เข้มข้นขนาดนี้อย่างในตอนนี้เป็ครั้งแรก
นี่จึงแสดงว่าั้แ่สมัยบรรพบุรุษ คนในตระกูลนี้ก็เป็ผู้สร้างคุณูปการมาโดยตลอด ดังนั้นบ้านอันเป็มรดกตกทอดถึงได้รับการปกปักรักษาจากแสงสีทองแห่งบารมี
อวี๋จิ่นลี่กระดี๊กระด๊าสุดๆ ไปเลยละ การที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่มีแสงสีทองแห่งบารมีคอยปกปักรักษา นับเป็ประโยชน์ต่อเขาอย่างมหาศาล
ขณะเดียวกันเขาก็สงสัยมากๆ เช่นกัน อยากรู้นักว่าคนแบบใดอาศัยอยู่ในที่แบบนี้กันแน่
ที่ผ่านมาเมื่อเขาพบเจอคนจากบ้านที่มีแสงสีทองปกปักรักษา โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็บรรดาราชนิกุลไม่ก็ทหารผู้ปกป้องบ้านเมือง แต่ที่นี่ดูเหมือนจะสงบสุขเหมือนกับยุคปัจจุบันในดาวโลกเลยนะ
“นายท่าน คุณนาย ผมรับคุณนายน้อยกลับมาแล้วครับ” ลุงเจียงยืนด้วยความเคารพอยู่ด้านข้าง พลางเอ่ยรายงานต่อเจียงเจิ้นเทากับเฉียวมู่หลาน
อวี๋จิ่นลี่มองสำรวจทั้งสองที่อยู่ข้างหน้าด้วยความใคร่รู้ หนึ่งในนั้นอัดแน่นไปด้วยหมอกสีแดงอ่อนทั้งยังปะปนด้วยแสงสีทอง ส่วนอีกคนหนึ่งกลับมีโชคชะตาประหลาดคลุมกายอยู่บ้าง
รอบกายของชายคนนั้นวนเวียนรอบด้วยแสงสีทองเช่นกัน อีกทั้งยังมีมากกว่าสตรีผู้สะสวยที่อยู่ด้านข้างเสียอีก แต่สิ่งที่มากกว่ากลับเป็หมอกสีดำ
ตอนนี้แสงสีทองกับหมอกสีดำที่อยู่บนร่างของชายวัยกลางคนก็เริ่มห้ำหั่นกันต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน หากไม่มีแสงสีทองชั้นนี้คุ้มครอง เกรงว่าคนคนนี้คงจะฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว
ทว่าเมื่อว่ากันตามหลัก สำหรับครอบครัวที่ได้รับการปกปักรักษาจากแสงสีทองแห่งบารมีแบบนี้ ผู้ที่ได้รับการปกปักรักษาจะเกิดเื่ไม่คาดฝันได้น้อยมาก โดยทั่วไปแล้วมีแต่จะอายุยืนยาวและอยู่ดีมีสุข นอกเสียจากจะมีคนร้ายฝีมือฉกาจทำร้ายเขาเข้า
“คุณลุงครับ ทีหลังคุณลุงพยายามอยู่ที่นี่ให้มากที่สุดนะครับ” อวี๋จิ่นลี่แนะนำด้วยความหวังดี
เนื่องจากในอนาคตเขาอาจจะพักอยู่ในบ้านตระกูลเจียงไปอีกระยะหนึ่ง ทั้งยังได้รับความคุ้มครองของตระกูลเจียง เหตุผลที่เขาปฏิบัติเช่นนี้กับตระกูลเจียง เพราะได้รับความเมตตาจากตระกูลนี้ เขาเลยต้องมอบน้ำใจกลับไป
เมื่อสักครู่ได้ยินลุงเจียงเรียกเขาว่านายท่าน ถ้าเป็แบบนั้นคนคนนี้ก็ต้องเป็เ้าตระกูลเจียงแน่ๆ ในเมื่อสามารถช่วยเหลือเ้าตระกูลเจียงได้ ต่อให้เป็คำแนะนำเรียบง่ายแค่ประโยคเดียว ก็นับเป็การตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ในสายตาของเขาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์ยังเคยสอนไว้ว่าต้องหมั่นสร้างความดี เพราะเป็ประโยชน์ต่อการบำเพ็ญอย่างมาก โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนดี
“ทำไมล่ะ” เจียงเจิ้นเทาแปลกใจกับคำพูดของอวี๋จิ่นลี่จึงยิ้มถาม
ขณะที่อวี๋จิ่นลี่กำลังมองสำรวจพวกเขา สองสามีภรรยาเจียงเจิ้นเทาก็มองสังเกตเขาเช่นกัน
หนุ่มน้อยที่อยู่ข้างหน้าตัวเล็กๆ ผอมๆ ดูท่ายังไม่ใช่หนุ่มเต็มวัย สีหน้าค่อนข้างซีดเซียวเพราะการไม่ได้บำรุงร่างกายอย่างดีและไม่ได้อิ่มท้องมาเป็เวลานาน มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ได้มีชีวิตที่อยู่ดีมีสุขภายในบ้านตระกูลอวี๋ ทำให้เฉียวมู่หลานพลันเวทนาอยู่บ้าง
คงเป็เพราะว่าเวลานี้ลูกชายคนเดียวของตนกำลังล้มหมอนนอนเสื่อ จึงทำให้เธอมีจิตใจที่เปราะบางกว่าเดิม พอได้เห็นหนุ่มน้อยหน้าเหลืองตัวซูบผอม ความรักของแม่ก็เอ่อล้นออกมาทันที
“พิษที่อยู่ในร่างของคุณลุงรุนแรงมากครับ พออยู่นี่ อาการคุณลุงจะดีขึ้นครับ” อวี๋จิ่นลี่เอ่ยพลางมองเจียงเจิ้นเทา