ตอนที่6 ทักษะต่อสู้หย่งเหิง
“ฉันต้องสู้!ฉันต้องทำให้ได้! เสิ่นลี่อิง!เธออย่ายอมแพ้แค่การวิ่งเท่านี้สิ.....นึกเข้าไว้ว่าเธอตายยังไง? เ็ปแค่ไหน? สู้เข้าไป!เธอต้องทำได้!”
เสิ่นลี่อิงเค้นเสียงพูดพึมพำให้กำลังใจตนเองเธอฮึดสู้เพื่อหวังให้ตนมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ทันใดนั้นมีเสียงเชียร์ให้กำลังใจจากเพื่อนนักเรียนหลายคนโดยเฉพาะเสียงของกงเจียหลิงที่ะโให้กำลังใจเพื่อนอย่างห่วงใยว่า
“สู้ ๆอิงเอ๋อร์! เธอต้องทำได้!”
“สู้ ๆ เพื่อนนักเรียน!”
เสียงเชียร์จากนักเรียนชายหญิงหลายคนที่ยืนเรียงรายรอบสนามฟุตบาลและลู่วิ่งดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
เสิ่นลี่อิงกวาดสายตามองแวบหนึ่งอย่างมีกำลังใจเธอไม่นึกว่าเพื่อนนักเรียนจะมาให้กำลังใจมากมายขนาดนี้ช่วยให้เธอเกิดแรงฮึดจนสามารถวิ่งต่อไปได้
ในที่สุดเสิ่นลี่อิงสามารถวิ่งครบยี่สิบรอบสนามตามเงื่อนไขการลงโทษเธอแทบจะเป็ลมหมดสติโดยมองเห็นน้องชายวิ่งเข้ามากอดพร้อมน้ำตาผ่านสายตาที่พร่ามัวลงทุกขณะ
เสิ่นลี่หยางวิ่งเข้ามากอดพี่สาวพร้อมเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดว่า“เจี่ยเจีย.....ผมขอโทษ.....ผมขอโทษ”
เสิ่นลี่อิงหมดสติไปโดยไม่ได้รับรู้คำกล่าวขอโทษจากน้องชายสักนิดเธอถูกน้องชายและเพื่อนอีกหลายคนนำตัวส่งห้องปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นสามชั่วโมงเธอฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความโล่งอกจากครูเจียงและครูหลิน
ก่อนฟื้นตัวเธอได้ยินเสียงขอโทษของน้องชายที่กล่าวขอโทษครูหลินอยู่ข้างกายทว่าเธอยังไม่สามารถลืมตาขึ้นมาสำรวจรอบตัวได้
เวลานี้เธอกำลังยืนอย่างมึนงงท่ามกลางโถงถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ผนังถ้ำรอบตัวเต็มไปด้วยภาพวาดโบราณแสดงท่วงท่ากระบวนการต่อสู้เธอตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเพราะรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือรางวัลที่ชายชราบอกกล่าวไว้อย่างแน่นอน
“ขอบคุณค่ะฉันกำลัง้าให้ตัวเองแข็งแกร่งอยู่พอดี”
เสิ่นลี่อิงรีบกวาดสายตาสำรวจพร้อมจดจำท่วงท่าต่อสู้ทั้งหลายไว้ในความทรงจำเธอทดลองเลียนแบบท่าทางเ่าั้อย่างกระตือรือร้น จนมั่นใจว่าตนสามารถจดจำทุกท่วงท่าทั้งสี่สิบเก้าท่าได้แล้ว
พลันร่างกายถูกดูดหายลับไปจากโถงถ้ำอย่างไม่ทันตั้งตัวจากนั้นเธอกระพริบเปลือกตาแล้วลืมตาขึ้นมองรอบตัวด้วยความแปลกใจเธอพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องปฐมพยาบาลของโรงเรียนนั่นเอง
“ฟื้นเสียทีนักเรียนเสิ่น”ครูหลินซูฉีเป็ครูสาวสวยสอนวิชาดนตรี
ครูหลินเอ่ยทักทายเสิ่นลี่อิงด้วยน้ำเสียงแสดงความโล่งอกถึงแม้เธอจะโมโหให้กับเสิ่นลี่หยางที่กล้าเขียนรูปไม่เหมาะสมล้อเลียนตนเองทว่าเธอไม่ได้โยงใยความผิดไปยังนักเรียนหญิงที่เป็พี่สาวของเสิ่นลี่หยางแต่อย่างใด
ครูเจียงตันกล่าวทักทายเสิ่นลี่อิงด้วยความโล่งอกแกมประหลาดใจว่า
“รู้สึกตัวเสียที.....เป็ยังไงบ้าง?เธอสามารถวิ่งได้ยี่สิบรอบ นับว่าเก่งมากทีเดียว แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกมันอันตรายที่ฝืนออกกำลังคราวเดียวหนักอย่างนี้”
เสิ่นลี่อิงตบหลังมือน้องชายเบาๆ ขณะที่เขากุมมืออีกข้างของตนอยู่ เธอตอบกลับครูเจียงอย่างเข้าใจว่า
“หนูเข้าใจแล้วค่ะต่อไปหนูจะไม่ทำแบบนี้อีก หนูขอโทษแทนน้องอีกทีนะคะ”
“ครูยกโทษให้เห็นแก่พี่สาวเสิ่นลี่หยางที่รับโทษแทนต่อไปนักเรียนเสิ่นอย่าวาดภาพไม่เหมาะสมแบบนั้นอีก.....เข้าใจไหม?ทักษะวาดภาพของเธอดีทีเดียว ควรให้ใช้เหมาะสมถูกต้อง ไม่ควรวาดภาพลามกอีก”
ครูหลินได้รับสัญญาณจากแฟนหนุ่มให้เป็คนตอบคำร้องขอของเสิ่นลี่อิงเองเธอบอกกล่าวนักเรียนสองคนอย่างใจเย็นพร้อมทั้งเอ่ยชื่นชมทักษะวาดภาพของเสิ่นลี่หยางอย่างจริงใจ
“ผมเข้าใจครับผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”เสิ่นลี่หยางพยักหน้ารับพร้อมกล่าวยืนยันกับครูสองคนหนักแน่น
เสิ่นลี่อิงรับรู้แล้วว่าตนพลาดโอกาสเรียนรู้ในภาคบ่ายที่มีวิชาเรียนถึงสามวิชาไม่ว่าจะเป็วิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาซึ่งเธอคิดที่จะกลับบ้านไปอ่านทบทวนเพื่อรับการเรียนรู้ในวันถัดไปแทน
จากนั้นสองพี่น้องกลับบ้านพร้อมกันเมื่อพ่อขับรถกระบะมาจอดรอรับที่หน้าโรงเรียนโดยเสิ่นลี่หยางไม่ได้เอ่ยถึงเื่การรับโทษของพี่สาวแทนตนเองเพราะสองพี่น้องพูดคุยตกลงกันไว้ก่อนหน้าแล้ว
..........
หลังกินอาหารเย็นกับครอบครัวเสร็จเรียบร้อยเสิ่นลี่อิงรีบทำการบ้านที่ครูมอบงานให้ ก่อนอ่านหนังสือทบทวนวิชาเรียนของภาคบ่ายอย่างใจจดจ่อเธอเข้านอนเกือบถึงเวลายี่สิบสามนาฬิกา
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาสี่นาฬิกาเธอต้องตื่นขึ้นมากะทันหันเหมือนกับถูกบางสิ่งปลุกให้ตื่นพร้อมกับมีภาพกระบวนท่าต่อสู้จากในโถงถ้ำคอยรบกวนจิตใจเธออยู่เป็ระยะ
“ตื่นก็ตื่น.....สงสัยกระบวนท่าเ่าั้คง้าให้ฉันฝึกฝนมั้ง ก็ดี.....ฉันจะได้แข็งแกร่งและสามารถดูแลครอบครัวได้”
เสิ่นลี่อิงเปลี่ยนชุดนอนเป็ชุดกีฬาแล้วค่อย ๆ เดินย่องลงไปชั้นล่างเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังจนปลุกคนอื่นลุกขึ้นมาก่อนเวลาเธอพบว่าบรรยากาศเวลารุ่งสางเย็นสบายและสมองปลอดโปร่งเป็อย่างมาก
จากนั้นเธอวิ่งไปตามเส้นทางรถวิ่งภายในสวนหนึ่งรอบซึ่งมีระยะทางประมาณสองกิโลเมตร ในขณะที่ครอบครัวมีพื้นที่สวนทั้งหมดยี่สิบเอเคอร์เพื่อเป็การอบอุ่นร่างกาย ก่อนที่จะหามุมสงบด้านหนึ่งของสวนส้มที่อยู่ติดูเาและมีสระน้ำขนาดใหญ่
เมื่อพร้อมแล้วจึงเริ่มต้นฝึกฝนกระบวนท่าต่อสู้ที่พบเห็นในโถงถ้ำโดยที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ากระบวนท่าเ่าั้มีชื่อเรียกขานว่าอย่างไร
ในความเป็จริงแล้วกระบวนท่าที่เสิ่นลี่อิงกำลังฝึกฝนอยู่นั้นมีชื่อเรียกว่า “ทักษะต่อสู้หย่งเหิง”เป็ทักษะต่อสู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าทรงพลังมากที่สุดทักษะหนึ่งซึ่งเป็ที่ยอมรับไปทั่ว์เมื่อครั้งเกิดศึการะหว่างสามภพ
เสิ่นลี่อิงฝึกฝนกระบวนท่าหย่งเหิงได้สักพักเธอเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อทั่วร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็อย่างมาก โดยกล้ามเนื้อเริ่มกระชับและแข็งแกร่งขึ้นจนรู้สึกได้พร้อมกับรู้สึกเหงื่อออกมากยิ่งกว่าการวิ่งหลายรอบในเมื่อวานนี้ จนทำให้ชุดกีฬาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไหลอาบไปทั่ว
แววตาเธอเปล่งประกายสดใสคล้ายพบหนทางสว่างสำหรับตนเองพลางกวาดสายตามองรอบตัวที่เริ่มมีแสงอาทิตย์แรกยามเช้าส่องแสงออกมา
“ไม่เลวเลย.....ขนาดฉันฝึกฝนแค่วันแรกยังรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้น หากได้ฝึกฝนทุกวันจะเป็ยังไง?”
เด็กสาวกำหมัดสองข้างแน่นพร้อมชูขึ้นเหนือหัวอย่างมีความสุขที่ตนเองจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม
จากนั้นเปล่งเสียงะโดังก้องเพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บไว้มาเนิ่นนานว่า
“ฉันกลับมาแล้ว! ฉันจะแข็งแกร่งให้มากขึ้น! แล้วจะกลับไปตอบแทนทุกคน ที่ทำชั่วไว้.....รอฉันก่อนนะ!”
เมื่อะโระบายอารมณ์เสร็จเรียบร้อยเธอรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อไปทำหน้าที่ปรุงอาหารสำหรับครอบครัวก่อนที่จะอาบน้ำ
แต่งตัวไปโรงเรียนด้วยความกระปรี้กระเปร่า
..........
เมื่อกินอาหารเช้ากับครอบครัวเสร็จเรียบร้อยเสิ่นลี่คุนทำหน้าที่ขับรถไปส่งลูกสองคนไปโรงเรียนเช่นเคย
ระหว่างเสิ่นลี่อิงและเสิ่นลี่หยางเดินเข้าโรงเรียนพร้อมกันน้องชายอดรนทนไม่ไหวจึงสอบถามพี่สาวด้วยความสงสัยว่า
“เจี่ยเจีย.....เมื่อวานวิ่งไปตั้งเยอะขนาดนั้นไม่เ็ปกล้ามเนื้อเลยหรือ?”
เสิ่นลี่อิงยิ้มน้อยๆ ก่อนสบตาน้องชายที่สูงมากกว่าเธอถึงสิบเิเโดยเวลานี้เธอสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเในขณะที่น้องชายสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเิเแล้ว
เธอเข้าใจความสงสัยของน้องชายเป็อย่างดีหากเธอไม่ได้ฝึกฝนทักษะต่อสู้ประหลาดนั่น เธออาจล้มหมอนนอนเสื่อก็เป็ไปได้จึงกล่าวตอบตามจริงอย่างผ่อนคลายว่า
“เมื่อวานพี่แอบกินยาคลายกล้ามเนื้อของพ่อไปแล้วพอตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกาย และยังได้ฝึกฝนทักษะต่อสู้อีกด้วยพี่เลยรู้สึกว่าอาการปวดกล้ามเนื้อที่เคยมี มันหายไปทันทีถ้าเสี่ยวหยางอยากแข็งแรงละก็ ตื่นแต่เช้านะ สักสี่นาฬิกาไหวไหม? ถ้าไหว.....พี่จะพาไปออกกำลังกายด้วย”
เธออยากให้น้องชายแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแลพ่อกับแม่ได้อีกทั้งไม่อยากให้น้องต้องถูกอันธพาลรังแกเอาได้ จึงอยากถ่ายทอดทักษะต่อสู้ที่ได้เรียนรู้มาให้น้องชายได้มีความแข็งแกร่งเหมือนตัวเอง
เสิ่นลี่หยางขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่แน่ใจทว่าเขาเห็นผลลัพธ์เป็ที่ประจักษ์ตาในตัวพี่สาวแล้วจึงคิดว่าตัวเองควรทำตัวให้เข้มแข็งเพื่อปกป้องพี่สาวแทนที่จะหลบอยู่ด้านหลังแล้วให้พี่สาวออกหน้าช่วยเหลือจึงพยักหน้าตอบตกลงอย่างตัดสินใจได้แล้วว่า
“ตกลง!.....ผมจะเล่นเกมน้อยลง แล้วจะรีบนอนแต่หัวค่ำพี่อย่าลืมปลุกผมพรุ่งนี้เช้าด้วยละ”
“ได้.....ดีมากเสี่ยวหยางพวกเราจะได้ช่วยกันดูแลพ่อแม่” เสิ่นลี่อิงรับคำน้องชายอย่างยินดี
เธอคิดว่าน้องชายเชื่อฟังตนเองมากกว่าที่คิดในขณะที่ชาติก่อนเธอไม่ค่อยได้สนใจน้องชายด้วยซ้ำไปเพราะมัวแต่วิ่งตามไอดอลชายทั้งหลายทว่าชาตินี้เธอจะไม่ทำตัวงี่เง่าแบบนั้นอีกแล้ว
..........
เสิ่นลี่อิงเข้าห้องเรียนที่ห้าแล้วทักทายกับเพื่อนในห้องสักพักก่อนที่จะส่งการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาจีน และภาษาอังกฤษให้หัวหน้าห้องเพื่อนำส่งครูรับผิดชอบวิชานั้นต่อไป
ส่วนเธอรีบเปิดหนังสือเรียนวิชาภาคเช้าอ่านทบทวนอีกครั้งหลังจากที่เมื่อวานเธออ่านไปบ้างแล้วโชคดีที่วิชาเรียนในภาคเช้าเป็วิชาเรียนของภาคบ่ายเมื่อวานที่ครูยังไม่ได้มอบการบ้านให้นักเรียนทำ