หานซั่วลืมตา พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงไม้ในโรงเก็บของ ชุ่มโชกไปด้วยน้ำที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ตรงหน้าเขา แจ็คถือถังไม้ในมือและกำลังปีนขึ้นไปบนเก้าอี้อย่างเอาเป็เอาตาย เพื่อราดน้ำเย็นเฉียบลงบนตัวหานซั่วอีกครั้ง
บั้นท้ายของหานซั่วซึ่งเคยรู้สึกผ่อนคลายเมื่อวันก่อน เวลานี้กลับเย็นจนชาไร้ความรู้สึก เขาะโลั่นเมื่อเห็นแจ็คกำลังจะเทน้ำเหนือตัวเขา
“แจ็ค! ทำอะไรของเ้าน่ะ?!”
แจ็คอ้วนตัวน้อยกำลังปีนขึ้นบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บนกองขยะ ขาของเขาโงนเงนไปมาด้วยความใเมื่อได้ยินเสียงะโของหานซั่ว ถังน้ำหลุดมือหล่นลงบนศีรษะของหานซั่วเต็ม ๆ ก่อนจะกระเด้งออกมาและหล่นลงบนอกของหานซั่ว
“โอ๊ย... ให้ตายสิแจ็ค จะฆ่ากันรึไง?” หานซั่วตัวสั่นสะท้านเมื่อโดนราดด้วยน้ำเย็นเฉียบเป็ครั้งที่สอง ไม่เพียงเท่านั้น ถังที่มีน้ำอยู่เต็มหล่นใส่ศีรษะก็เจ็บเกินบรรยาย จึงสบถสาบานดังลั่น
“ขอโทษจริง ๆ ไบรอัน ข้านึกว่าแค่ถังเดียวจะปลุกเ้าไม่ได้ เก้าอี้ของเ้าก็โยกเยกเต็มที แล้วข้าก็ใเสียงะโของเ้าอีก ก็เลยทำน้ำหกใส่เ้าอีกรอบ!”
แจ็คอ้วนตัวน้อยขอโทษขอโพย และเริ่มเช็ดคอให้หานซั่วด้วยผ้าขี้ริ้วที่หยิบได้จากพื้น
ใครจะรู้ว่าหานซั่วส่งเสียงร้องได้เหมือนหมูถูกเชือดถึงเพียงนี้
หานซั่วรีบเบี่ยงตัวหนีและเอ่ยขึ้น “โอ๊ย แจ็ค ผ้าขี้ริ้วในมือเ้ามีแต่ผงกระดูกจากการทดลองของศาสตร์แห่งความตาย อย่างกับมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มข้าตลอดเวลา นี่ตั้งใจจะเอาให้ถึงตายจริง ๆ รึไง?”
“อ้าว... ขอโทษนะ ไบรอัน ข้าไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ!” แจ็คขวัญหนีดีฝ่อและโยนผ้าขี้ริ้วทิ้งไป พลางนึกโล่งใจที่ไม่มีผงกระดูกอยู่บนด้านที่เขาจับ
“ฮัดชิ้ว... ฮัดชิ้ว… อา ลืมไปเลย แจ็ค ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? ข้าโดนคำสาปกรีดิญญาของลิซ่าเล่นงาน เพราะเ้าโง่บาคนั่นใช้ข้ารับเคราะห์แทนไม่ใช่หรือ?"
คอของเขามีรอยแดงเป็ทาง หานซั่วยังจามไม่หยุดขณะพยายามถอดเสื้อผ้าที่เปียกโชกออก รีบควานหาผ้าเช็ดตัวสีดำที่ไบรอันเคยใช้เช็ดตัวให้แห้ง
“ไบรอัน เ้ามีแผลเป็เต็มตัวเลย!”
ได้ยินแจ็คพูด หานซั่วจึงได้เพ่งมองร่างกายของตัวเองชัด ๆ เป็ครั้งแรก เท่าที่สายตาของเขาสามารถมองเห็น ไม่มีสักตารางนิ้วบนตัวเขาที่ปราศจากรอยแผลเป็ เขาทอดถอนใจใหญ่ อีกครั้งที่เขารู้สึกเวทนาในชะตากรรมของไบรอัน
“แผลเป็คือความทรงจำและตราเกียรติยศของลูกผู้ชาย เ้าจะไปรู้อะไร รีบบอกข้าดีกว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่ข้าหมดสติไป?”
“ตอนเ้าล้มลงไปเพราะคำสาปกรีดิญญา ก็ถึงเวลาเข้าเรียนพอดี ลิซ่าพูดแค่ไม่กี่คำแล้วก็วิ่งหนีเข้าห้องเรียนไป ข้าก็เลยะโเรียกลุงซารุมาช่วยกันแบกเ้ากลับมาที่นี่”
“ที่แท้ลุงซารุก็... เออ จริงสิ ว่าแต่ลิซ่าพูดว่าอะไรหรือ?”
หานซั่วผงกศีรษะพลางเช็ดตัวให้แห้ง ลุงซารุเป็คนรับใช้ที่อายุมากที่สุดของสาขาศาสตร์แห่งความตาย เขาอายุราวห้าสิบปี และค่อนข้างใจดีกับแจ็คและหานซั่ว ตอนที่ทั้งคู่เข้ามาทำงานในวิทยาลัย ซารุก็เป็คนรับใช้ที่นี่มานับสิบปีแล้ว
“ลิซ่าบอกว่าเ้าโชคร้ายเอง เพราะถ้าคำสาปกรีดิญญาพุ่งใส่บาค เขาก็จะทรมานอยู่แค่สามวันเพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นักเวทฝึกหัด แต่เ้าซึ่งไม่ใช่ทั้งนักเรียน และไม่มีพลังจิตแม้แต่นิดเดียว เ้าน่าจะต้องทนทรมานไปเป็เดือน และเป็เพราะเ้าไปรบกวนการนอนของเธอเมื่อคืน แถมยังทำให้เธอเจ็บเท้าเพราะเ้าเอาก้อนหินใส่ไว้ในกางเกง เธอก็เลยไม่ยอมถอนคำสาปให้”
“ให้ตายสิ กล้าดีอย่างไรทำกับข้าแบบนี้ สักวันต้องเอาคืนให้ได้เลย!”
หานซั่วมีสีหน้าขุ่นขึ้งเมื่อได้ยินแจ็คเล่า ท่าทีและความคิดของเขาทำให้แจ็คตกตะลึง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลิซ่าทำแบบนี้กับเขา และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นเขาคิดแก้แค้นเธอเลย
เมื่อหานซั่วคลายความโกรธลงแล้ว เขาก็พูดขึ้นว่า “บาคมีพลังจิตเพราะเขาเป็นักเวทฝึกหัด และต้องทรมานอยู่แค่สามวัน ส่วนข้าต้องทรมานอยู่เป็เดือนงั้นหรือ หึหึ ข้าเองก็มีคุณสมบัติใช่ย่อยแฮะ ถ้าข้าเรียนเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายบ้าง บางทีแค่สามวัน ข้าก็อาจจะหายดีเหมือนกัน”
“ไบรอัน เ้าเป็ทาสรับใช้ จะเรียนเวทมนตร์ได้อย่างไรกัน?”
“แล้วพวกนักเรียน เรียนเวทมนตร์กันอย่างไรบ้างล่ะ?”
“อย่างแรกเลย ต้องฝึกสมาธิเพื่อรับรู้และััถึงธาตุมนตราต่าง ๆ เมื่อบ่มเพาะพลังจิตได้แล้ว ก็ต้องศึกษาความรู้ทั้งหมดในตำราเวทมนตร์และฝึกการร่ายเวท ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ค่อยปรึกษาพวกอาจารย์...”
หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง แจ็คก็ตอบตามความจริง
“นี่ไง ข้าฝึกสมาธิได้ พอข้าฝึกพลังจิตได้เมื่อไร ค่อยไปศึกษาวิธีร่ายเวทในตำราก็ได้สิ”
“แต่เ้าไม่มีตำราเวทมนตร์ไม่ใช่หรือ?”
ถึงจุดนี้ หานซั่วเอนตัวไปหาแจ็ค อ้าแขนโอบรอบตัวแจ็คอย่างเป็มิตร ยิ้มอย่างมีชัยและเอ่ยขึ้น “แต่ข้าก็มีเ้าอยู่นี่ไง เ้าเป็คนทำความสะอาดห้องสมุดไม่ใช่หรือ?”
แจ็คตกตะลึงและรีบผละออกจากหานซั่วทันที พูดด้วยเสียงตระหนกใ “ไบรอัน เ้าจะให้ข้าขโมยตำรามาให้เ้างั้นหรือ?”
“หยาบคายชะมัด! แบบนั้นเรียกว่าขโมยได้อย่างไร? ข้าแค่ขอให้เ้ายืมตำราบางเล่มมาให้เท่านั้นเอง พอข้าอ่านเสร็จ เ้าก็ค่อยเอาไปคืน ไม่มีใครอ่านตำราพื้นฐานพวกนั้นอยู่แล้ว ใครจะรู้เล่า? แจ็ค วันนี้ข้าตกอยู่ในสภาพนี้เพราะพยายามช่วยเ้านะ คราวนี้เ้าจะช่วยข้าบ้างไม่ได้เลยหรือ?”
หานซั่วพูดกับแจ็คอ้วนตัวน้อยอย่างจริงจัง
แจ็คลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมตกลงว่าจะ ‘ยืม’ ตำราเวทมนตร์มาให้หานซั่ว หลังจากเขาส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยๆ
กลางดึกคืนนั้นเอง แจ็คแอบย่องเข้ามาหา พร้อมส่ง ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ และ ‘พจนานุกรมศัพท์เวทมนตร์’ ให้หานซั่ว ย้ำให้เขาทะนุถนอมตำราสุดชีวิต ก่อนจะแอบหนีกลับออกไปอย่างลับๆ ล่อๆ
ในฐานะทาส ไบรอันไม่มีสิทธิ์รู้หนังสือ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็ทาสซึ่งมีหน้าที่ต้องทำแทบทุกอย่าง ตลอดหกปีที่ผ่านมา เขาจึงพอจำคำต่าง ๆ ได้บ้าง ความรู้ทุกอย่างถูกส่งผ่านมายังหานซั่ว ทำให้เขาสามารถอ่านตำราได้ทั้งสองเล่ม
หานซั่วปิดประตูโรงเก็บของหลังจากแจ็คออกไป พลิกหน้ากระดาษสีเหลืองแผ่นแรกของ ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ และเริ่มต้นอ่านด้วยความสนใจใคร่รู้
เวทมนตร์ คือวิธีสื่อสารกับธาตุมนตราในโลกนี้ผ่านการใช้พลังจิต การใช้เวทมนตร์มีด้วยกันทั้งสิ้นสี่วิธี คือ การร่ายเวท การใช้ม้วนคาถาหรือวัตถุเวทมนตร์ การใช้มือร่ายเวทซึ่งเรียกว่าหัตถ์มนตรา และการวาดวงเวทบนพื้น
ครั้งหนึ่ง ศาสตร์แห่งความตายเป็เวทมนตร์ที่เคยเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ตามการจัดอันดับความนิยมแล้ว เวทมนตร์ธาตุมืดทุกสาขาล้วนเป็รองศาสตร์แห่งความตาย แต่น่าเสียดาย หลังสิ้นสุดยุคสมัยอันเฟื่องฟู ศาสตร์แห่งความตายกลับเป็ได้เพียงสาขาย่อยของเวทมนตร์ธาตุมืดเท่านั้น
พื้นฐานของเวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตาย คือการควบคุมภูตผี ิญญา และโครงกระดูก เมื่อศาสตร์นี้เริ่มก้าวหน้าขึ้น และเหล่าบรรพชนได้ทำการทดลองอย่างต่อเนื่อง คาถามากมายจึงถูกพัฒนาขึ้นจนค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็รูปธรรม และกลายเป็เวทมนตร์ธาตุมืดในที่สุด
พลังจิตคือรากฐานสำคัญของเวทมนตร์ทุกแขนง วิธีเดียวในการบ่มเพาะพลังจิตคือการััถึงธาตุมนตราผ่านการฝึกสมาธิ ซึ่งคนธรรมดาสามัญไม่สามารถทำได้ ต้องเป็ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติของนักเวทเท่านั้น
ดังนั้น สิ่งที่หานซั่วทำเป็อย่างแรกเมื่อศึกษา ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ คือการฝึกสมาธิเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังจิต อย่างไรก็ตาม เมื่อการฝึกผ่านไปถึงเจ็ดวัน สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่า ไร้วี่แววการััได้ถึงพลังจิต
เจ็ดวันที่ผ่านมา หานซั่วสามารถฝึกฌานได้เพียง่เวลากลางคืน เพราะเขาต้องเป็ไบรอันจอมขยันและซุ่มซ่ามในตอนกลางวัน ในฐานะเด็กรับใช้รายวันผู้มีหน้าที่ทำความสะอาด กำจัดแมลงรบกวน และทิ้งขยะ มิเช่นนั้นแล้ว จะไม่มีที่ให้เขาอยู่ในวิทยาลัยแห่งนี้
และเพราะผลของคำสาปกรีดิญญา สมองของหานซั่วจะบีบเกร็งอย่างเ็ปบ้างในทุกวัน สองครั้งแรกถึงกับปวดจนหมดสติไป แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มปรับตัวและพยายามประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้
ชื่อเสียงของหานซั่วผู้กึ่งบ้ากึ่งปัญญาอ่อนสะพัดไปทั่ว แม้จะดูเหมือนคนงุ่มง่ามสติไม่ดี แต่เขาก็สามารถทำหน้าที่แต่ละวันของตนเองจนเสร็จ วิทยาลัยบาบิโลนจึงยังไม่ไล่เขาออกเพราะยังเห็นว่ายังทำงานได้เช่นเดิม
ขณะที่นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายต่างรับรู้เกี่ยวกับความบ้า ๆ บอ ๆ ของหานซั่ว พวกเขายังคิดตรงกันว่าเป็เพราะทำงานมาถึงหกปี จนกลายเป็พฤติกรรมตามความเคยชิน เหมือนความทรงจำของกล้ามเนื้อ แม้จะเสียสติไป แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานของเขาได้ จึงเป็สาเหตุที่เขายังคงทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จในทุกวัน
ยกเว้นเพียงเื่เดียว ่นี้หานซั่วมักมีอาการ ‘ปวดศีรษะเฉียบพลัน’ เมื่อใดก็ตามที่นักเรียนจับเขาไปทำการทดลอง เขาจะเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ และบางครั้งถึงขั้นอาละวาดพังห้องทดลอง แต่พวกนักเรียนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรู้ว่ากรีดิญญาของลิซ่าน่าจะกระทบกับสมองของเขาด้วย
แม้กระทั่งตอนนี้ ยังไม่มีใครล่วงรู้ว่าลิซ่าเล่นงานบาคด้วยเหตุผลกลใด บาคซึ่งยังหดหู่ไม่หาย ก็มักหาเื่เฆี่ยนตีหานซั่วอย่างไร้เหตุผล บาคเป็นักเวทฝึกหัดและแข็งแรงกว่ามาก หานซั่วจึงมักลงเอยในสภาพน่าสังเวช แม้จะแกล้งบ้าและโต้ตอบบ้างก็ตาม
หานซั่วได้แต่กลับมาะเิอารมณ์และสาปแช่งดังลั่นเมื่อกลับมาถึงโรงเก็บของในตอนกลางคืน “บาค เ้าคนสารเลว รอก่อนเถอะ ข้าจะเล่นงานเ้าจนพ่อแม่จำหน้าเ้าไม่ได้เลยคอยดู!”
วันนี้ เขาถูกบาคเล่นงานอีกแล้ว ทั้งยังอัญเชิญโครงกระดูกตัวเล็ก ๆ มาเป็กำลังเสริมอีกตนหนึ่ง หานซั่วซึ่งสู้แรงสองต่อหนึ่งไม่ไหว ก็เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวทั่วร่าง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป หานซั่วรู้สึกว่าตนเองแข็งแรงขึ้นทุกวัน ประกอบกับอาหารการกิน เมื่อใดก็ตามที่ยังหิวหลังจากได้กินปันส่วนของตัวเอง เขาจะขออาหารจากแจ็คเพิ่มอีก
แม้การถูกบาคเล่นงานจะเ็ปเกินบรรยาย แต่เมื่อกลับมายังโรงเก็บของ หานซั่วจะใช้โอกาสนี้ฝึกฝนตามหลักของอาณาจักรพลังรูปธรรม ส่งผลให้อาการเ็ปทั้งหมดมลายหายไปใน่เวลากลางคืน และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นในเช้าวันรุ่งขึ้น และครั้งต่อไปที่โดนบาคเล่นงาน เขาจะััถึงความเ็ปที่น้อยลงเรื่อยๆ
หลังจากถูกทุบตี หานซั่วจะรีบกลับมาที่โรงเก็บของทันทีเพื่อเริ่มต้นฝึก และ่นี้เอง แก่นมนตราซึ่งเคยมีอยู่น้อยนิดในร่างกาย กลับเติบโตขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว
ดูเหมือนว่าร่างกายของหานซั่วจะเริ่มเยียวยาตัวเองอย่างช้า ๆ ทุกครั้งหลังจากที่วัฏจักรการถูกทารุณและการฝึกตนวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาเรื่อย ๆ แก่นมนตราเองก็ค่อย ๆ เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมที่มีขนาดเพียงนิ้วหัวแม่มือ
ความเปลี่ยนแปลงทั้งสองอย่างนี้ทำให้หานซั่วทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวในคราเดียวกัน เขาตื่นเต้นที่แก่นมนตรากล้าแข็งขึ้น ร่างกายและจิติญญาของเขาก็พัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน แต่เขาก็หวาดกลัว เพราะยิ่งแก่นมนตราแข็งแกร่งขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ได้ยาก จนอาจพลาดทำอะไรที่เขาต้องนึกเสียใจภายหลัง
เขาหยิบ ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ ออกมาจากใต้เตียงไม้เล็ก ๆ ของตนเอง หลังจากพลิกอ่านได้ครู่หนึ่ง ก็เริ่มฝึกฌานอย่างที่ทำเป็ประจำ โคจรแก่นมนตราไปทั่วร่างอย่างไร้ทิศทาง ตำแหน่งที่ร่างกายเ็ปบรรเทาลงอย่างมากเมื่อแก่นมนตราโคจรผ่าน
เสี้ยวหนึ่งของแก่นมนตราค่อย ๆ โคจรผ่านจากคอขึ้นไปยังสมองขณะที่หานซั่วฝึกฌานอยู่ และครั้งนี้เอง ความเ็ปที่คุ้นเคยกำลังจะปะทุขึ้น เขารู้ทันทีว่าคำสาปกรีดิญญาของลิซ่ากำลังจะแผลงฤทธิ์อีกครั้ง
ทันใดนั้นเอง ขณะที่สมองของหานซั่วเริ่มเ็ป แก่นมนตราก็ไหลบ่าไปยังศูนย์กลางของสมอง นี่เป็ครั้งแรกที่แก่นมนตราเคลื่อนไปยังสมองขณะคำสาปกรีดิญญากำลังแผลงฤทธิ์ หานซั่วรู้สึกราวกับว่ามีะุปืนใหญ่เจาะทะลุสมองของตนเอง
และเขาก็หมดสติไปอีกครั้งเพราะอาการปวดอย่างรุนแรง
***************************