ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วหลังจากที่ธัญวลัยเอ่ยปากสารภาพออกมาว่าชอบน้ำหนึ่งฝ่ายโดยสารภาพรักนิ่งเงียบไปเสียเฉยๆซะจนนึกว่าหลับและไม่ได้ยินทั้งๆที่ยังคงตื่นอยู่เต็มตา
“แบบพี่น้องใช่ปะ?”
“ไม่ใช่อะ”อีกฝายตอบด้วยความมั่นใจได้ในทันทีทันใด
ทั้งคู่เงียบไปเพราะต่างคนต่างไม่มีอะไรจะพูดธัญเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในตอนนี้ตัวเองควรจะพูดอะไรออกมาจึงจะเหมาะสม
บางทีเขาอาจจะไม่ควรบอกชอบพี่หนึ่งด้วยซ้ำ
แม้จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่คุยกับเกลวแต่เขาก็มั่นใจแล้วว่าตัวเองคงจะชอบพี่หนึ่งในเชิงของคนรักจริงๆทุกอย่างเป็ไปอย่างที่เกลวว่าไม่ว่าจะอะไรเขาก็ยกให้พี่หนึ่งเป็อันดับหนึ่งอยู่เสมอมาั้แ่เด็กถึงตอนแรกจะคิดว่าคงเป็เพราะสนิทและรู้จักกันมาั้แ่เด็กแต่พอลองได้สังเกตหัวใจตัวเองดูอีกทีแล้วก็ค่อยๆเข้าใจว่ามันคือความรัก
ธัญเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดกับน้ำหนึ่งมากกว่าพี่น้องไปั้แ่เมื่อไหร่แต่ถ้าถามว่าให้จูบกับน้ำหนึ่งได้ไหมก็คงตอบว่าทำได้แน่นอน
เสียงขยับตัวจากคนข้างๆทำให้ต้องหันไปมองเล็กน้อยน้ำหนึ่งขยับตัวตะแคงข้างหันหลังให้เขาอยู่อีกนัยนึงก็คิดว่าหรือจงใจจะแกล้งทำเมินเป็ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ?
เขาจึงลุกขึ้นนั่งแล้วใช้มือคร่อมตัวอีกฝ่ายเอาไว้โน้มหน้าลงไปเพื่อให้มองเห็นใบหน้าของคนที่แกล้บหลับตาอยู่อย่างชัดๆ
แสงไฟสลัวจากข้างนอกหน้าต่างเป็ประโยชน์อยู่ไม่น้อยสำหรับตอนนี้แค่มองหน้าของน้ำหนึ่งก็รู้แล้วว่ายังตื่นอยู่
“พี่หนึ่ง”ลมหายใจของธัญใกล้กับพวงแก้มของหนึ่งมากขึ้นจนััได้ใบหน้าของหนึ่งก็เริ่มเห่อร้อนขึ้นมาโชคดีที่ความมืดคอยปิดบังไว้ให้
“ยังตื่นอยู่ใช่ไหมครับ?”เสียงกระซิบนุ่มทุ้มที่มาจากธัญทำเอาหนึ่งทนไม่ไหวสุดท้ายต้องดีดตัวเด้งลุกขึ้นแล้วหันมามองธัญวลัยด้วยสีหน้าบ่งบอกอาการไม่ถูก
สายตาของทั้งคู่ที่เริ่มชินกับความมืดแล้วก็ช่วยให้มองเห็นหน้ากันประกอบกับแสงไฟจากด้านนอก
สีหน้าของน้ำหนึ่งตอนนี้ยุ่งเหยิงไม่เบา
พอธัญเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกแตกต่างไม่เบาั้แ่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นน้ำหนึ่งแสดงสีหน้าหงุดหงิดปนเขินอายแบบนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ถ้าหากน้ำหนึ่งรู้สึกเขินขึ้นมาบ้างล่ะก็แสดงว่าเขาคงจะมีโอกาสอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
“พี่ขอโทษนะ..”น้ำหนึ่งกล่าวออกมาเบาๆ
ถึงแม้ว่าคำพูดของธัญจะทำให้หัวใจเต้นแรงอยู่ไม่น้อยแต่ว่าอีกใจนึงมันกลับรู้สึกผิดมากกว่าถ้าหากปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป
อีกอย่างรู้จักกันมาั้แ่เด็กถ้าเื่เลยเถิดถึงขั้นคบกันขึ้นมาคุณน้าทั้งสองคนคงจะผิดหวังแน่ๆเื่ที่จะทำให้ธัญได้รับสิ่งดีๆในทุกด้านก็คงจะทำไม่ได้ตามที่หวังแม้ปากจะปฏิเสธออกไปอย่างชัดเจนแต่ในใจกลับรู้สึกหวิวแปลกๆ
ธัญมองแน่นิ่งอยู่สักพักก่อนจะทิ้งตัวลงกลับไปนอนเหมือนเดิมแล้วไม่พูดอะไรอีกทั้งคืน
มันทำให้คืนนั้นน้ำหนึ่งนอนไม่หลับไปตลอดทั้งคืน
พอตื่นเช้ามาก็ไม่เจอธัญนอนอยู่ข้างๆเสียแล้วพอไปหาที่ห้องเหมือนอย่างเคยก็พบคนรับใช้บอกว่าธัญออกไปเรียนั้แ่เช้าแล้ว
แบบนี้เรียกว่าจงใจหลบหน้ากันชัดๆแต่เขาก็เข้าใจว่าคงทำใจได้ไม่ง่ายแต่ก็เป็เขาเองเนี่ยแหละที่มานั่งกังวลอะไรแปลกๆ
วันทั้งวันนั้นน้ำหนึ่งโฟกัสกับงานไม่ได้เลยจนโดนคนรอบข้างทักไปตั้งหลายรอบปกติเขาเป็คนที่ทำงานได้แบบไร้ซึ่งความผิดพลาดอาการเหม่อลอยวันนี้ทำให้พนักงานหลายคนสงสัยเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
น้ำหนึ่งไม่มีสมาธิแม้กระทั่งการหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“เป็อะไรรึเปล่าครับคุณหนึ่ง?”เขาส่ายหน้าเบาๆเป็การตอบกลับว่าไม่เป็ไรพร้อมกับยิ้มให้
วันทั้งวันนั้นผ่านไปอย่างยากลำบากเพราะมีบางอย่างตะขิดตะขวงใจของน้ำหนึ่งอยู่สุดท้ายเขาก็กลับบ้านก่อนเวลาเพราะถูกไล่ให้กลับไปพักที่บ้านด้วยความเป็ห่วงจากพนักงานคนอื่น
หนึ่งมองไปรอบๆบ้านที่ยามกลางวันเงียบสงบเพราะไม่มีใครอยู่ที่บ้านที่จริงแล้วเขาต้องไปรับธัญกลับมาจากมหาลัยแต่ดูเวลาแล้วยังไม่ถึงเวลาเรียนเสร็จของธัญ
ดังนั้นตอนนี้คงสบายใจได้เปราะนึงว่าจะไม่มีใครมารบกวนตอนกำลังพักผ่อนแน่ๆ
“อ้าวพี่หนึ่ง”น้ำหนึ่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากทางด้านหลังเมื่อหันกลับไปก็พบกับธัญที่ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาเขาอดแสดงสีหน้าแปลกใจออกมาไม่ได้ก่อนจะเอ่ยปากถาม
“ธัญ ? ทำไมวันนี้กลับมาไว..ไม่เรียนเหรอ ?”
“อาจารย์ยกคลาสอะก็เลยกลับมาบ้านก่อน..แต่พี่เลิกงานแล้วเหรอ ?”
“อืม..รู้สึกไม่สบายนิดหน่อยเลยกลับมาพักก่อน”
“เหรองั้นพี่ไปนอนพักเถอะ”อีกฝ่ายเดินเลี่ยงออกไป ดูไม่ได้สนใจอะไรเขามากนักน้ำหนึ่งแอบรู้สึกแย่อยู่เล็กน้อยที่ธัญได้แสดงอาการโอเวอร์เหมือนอย่างที่คิดไว้ว่าน่าจะทำแต่ก็สลัดความคิดออกไปจากหัวแล้วเดินตรงไปที่ห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อนไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
ซึ่งในมือของธัญมีถ้วยข้าวต้มอยู่หนึ่งมองก่อนจะเอ่ยปากบอกเชิงปฏิเสธ
“พี่ไม่ได้ป่วยนะ”
“ก็เห็นบอกว่ารู้สึกไม่สบาย?”ธัญวางถ้วยข้าวต้มในมือลงบนโต๊ะที่อยู่แถวนั้นก่อนขยับเข้าไปใกล้ๆน้ำหนึ่งก่อนเอามือแตะที่หน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิร่างกายแล้วพบว่าไม่ได้ป่วยอย่างที่พูดจริงๆ
“แค่..มีเื่ให้คิดนิดหน่อยน่ะ”น้ำหนึ่งหลบสายตาแอบนึกดีใจที่อีกฝ่ายไม่ได้หักดิบเ็าใส่ซะทีเดียวแถมยังเป็ห่วงตนอยู่
“เื่เมื่อคืนเหรอ”
“เปล่า...”
ทั้งคู่เงียบกันอีกสักพักก่อนที่ธัญจะกลายเนฝ่ายทำลายความเงียบ
“มันแปลกมั้ย ?”
“ก็ไม่รู้สิ..ไม่แปลกหรอกมั้ง ?”
“พอกลับไปคิดดูก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่..ผมมองพี่เป็พี่ชายคนนึงมาตลอด”
“เพราะงั้นผมจะลองมองพี่เป็แค่ผู้ชายคนนึงได้ไหมครับ?”หนึ่งไม่รู้ตัวเองจะต้องตอบบบไหนจึงเลือกที่จะไม่ตอบละฟังอีกฝ่ายพูดไ เรื่อย ธัญดูจะจริงจังอยู่ไม่น้อย
“แต่...”
“ให้โอกาสผมนะขอเวลาผมอีกซักนิด แล้วถ้าสุดท้ายพี่จะไม่คิดอะไรกับผมก็ไม่เป็ไร”
“ก็ได้”
หนึ่งอยากตีปากตัวเองเป็พันทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกไปแบบนั้นเสียหน่อยแต่ใจเ้ากรรมมันดันควบคุมปากได้ดีกว่าจนเผลอหลุดปากออกไปว่าจะให้โอกาส
นี่มันแปลกสุดๆสถานการณ์ตอนนี้แปลกที่สุดเท่าที่เคยเจอมาคนที่คิดว่าเป็น้องชายมาตลอดเกือบสิบปีมาบอกรัก แถมยังขอโอกาสที่เหนือไปกว่านั้นคือดันพูดออกไปแล้วว่าจะให้โอกาส
แต่จะกลับคำตอนนี้ก็คงสายเกินไปเสียแล้วน้ำหนี่งก้ดริมฝีปากของตัวเองอย่างใช้ความคิดว่าจะปฏิเสธทีหลังยังไงในขณะที่ธัญมองหน้าหนึ่งอย่างมีความหวังดวงตาคมโตขึ้นเล็กน้อยแถมยังเป็ประกายอยู่เล็กๆแสดงถึงความจะตั้งใจจริงของธัญวลัย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายจริงจังขนาดนั้นน้ำหนึ่งก็ไม่กล้ากลับคำตัวเองได้แต่คิดว่าถ้าหากไม่สนใจไปซะซักวันธัญคงจะเลิกชอบเขาไปเอง
แม้ว่าสถานการณ์สำหรับเขาตอนนี้ก็น่าอึดอัดอยู่ไม่น้อยแต่ถ้าให้ถามใจตัวเองลึกๆเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรที่จะให้โอกาสธัญ
ธัญคว้าเอามือเรียวบางมาจับประคองไว้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างหวงแหนริมฝึปากประดับประดาไปด้วยรอยเปื้อนยิ้มด้วยความดีใจที่ตัวเองได้มีโอกาสอีกครั้งพอน้ำหนึ่งได้เห็นแบบนั้นลึกๆในใจก็รู้สึกโล่งขึ้นมาที่ทำให้อีกคนอารมณ์ดีขึ้นมาได้
แม้จะแปลกใจก็ตามที่ตนเองไม่ได้รู้สึกต่อต้านอะไรกับการที่จะเป็มากกว่าพี่น้องกับธัญ
“งั้นวันนี้พี่พักเถอะผมจะดูแลพี่เอง”
น้ำหนึ่งอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูอีกคนจนต้องยกมือขึ้นไปลูบเบาๆที่หัวทุยของอีกคนเหมือนอย่างที่มักจะทำเป็ประจำ
แต่จู่ๆวันนี้ธัญก็เข้ามากอดเสียแน่นจนจากลูบหัวต้องเปลี่ยนไปเป็ทุบหลังเพื่อให้ปล่อยออกจากอ้อมกอดแทน
“ธัญ..”น้ำหนึ่งเอามือเขกที่หัวของธัญวลัยเบาๆก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วยอมกอดตอบกลับในที่สุด
พอมาคิดๆดูแล้วธัญเองก็คงจะชอบเขาอยู่ไม่น้อยถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะว่าธัญชอบตัวเองมากแค่ไหนแต่นั้นมันในกรณีที่เป็พี่น้องกัน
พอต้องมาคิดว่าอ้อมกอดนี้มันมีอะไรมากกว่าคำว่าพี่น้องก็ชวนให้รู้สึกเขินแปลกๆ
“ผมจะทำให้พี่ชอบผมให้ได้”เขากล่าวคำมั่นสัญญาอย่างจริงใจขณะที่ยังไม่ยอมปล่อยให้น้ำหนึ่งหลุดจากอ้อมกอด
หนึ่งได้ยินประโยคนั้นแบบชัดเต็มสองรูหูใบหน้าที่นิ่งเฉยก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็ใบหน้าแดงฝาดจางๆ เขาพยายามอย่างมากที่จะปกปิดความเขินอายของตนเองไว้คงเป็เพราะธัญไม่เคยแสดงออกในเชิงแบบนี้มาตลอดเขาก็เลยไม่ชิน
และไม่คิดว่าจะชินด้วย
ค่อนข้างน่าอายอยู่ไม่น้อยที่มารู้สึกใจเต้นง่ายๆกับธัญแต่มันก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกเขินไปแล้ว
หนึ่งค่อยๆดันตัวของธัญให้ปล่อยออกจากอ้อมกอดแล้วเบนหน้าหนีอีกฝ่ายก่อนจะพูดพึมพำออกมาเบาๆ
“พี่จะพักแล้ว”เขากล่าวด้วยเสียงที่แปลกไปจากเดิมเล็กน้อยอาจจะเป็เพราะรู้สึกเห่อร้อนที่ใบหน้าจนทำให้ออกเสียงเพี้ยนก็เป็ได้
“งั้นพักผ่อนเยอะๆนะครับพี่หนึ่งถ้าอยากได้อะไรบอกผมนะ ผมจะหามาให้”อีกฝ่ายไม่ว่าเปล่าแต่ยังทำสีหน้าจริงจังอีกด้วยราวกับว่าถ้าหากน้ำหนึ่งจะเอาจักรวาลก็จะซื้อมาให้ยังไงยังงั้นธัญยิ้มออกมาแล้วยอมปล่อยมือออกจากหนึ่งเพื่อให้คนเป็พี่ได้พักผ่อน
“เฮ้อ..”
แม้หนึ่งจะทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงนอนนุ่มแล้วร่างกายรู้สึกผ่อนคลายแต่หัวใจกลับยังคงเต้นระรัวไม่หายก็คงต้องบอกตรงๆเลยว่าคำพูดแต่ละคำของธัญวลัยส่งผลต่อหัวใจของเขาโดยตรง
และยังมีผลมากด้วยอีกต่างหากถึงจะไม่อยากยอมรับในตอนนี้แต่ก็พูดได้เลยว่าหัวใจของเขาเริ่มหวั่นไหวไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง