ไกลกว่าสายรุ้ง

    บทที่ 2

    เบอร์ทิส เดลอน กำลังทำสีหน้ากะบึงกะบอน คิ้วบาง ๆ ขมวดเข้าหากัน“นี่...เธอแน่ใจกับไอ้กางเกงทรงกระบอกนี่จริงๆ น่ะหรือ” เธอเอ่ยถามขึ้น“แน่ใจสิ” แอดเดรียนกล่าวตอบ “เธอใส่แล้วสวยออก” ขณะเดียวกันก็พูดกับตัวเองอยู่ในใจว่า...กับตะโพกอย่างนี้ จะใส่อะไรให้มันสวยได้เล่า อย่างไรก็ตาม ในเมื่อลูกค้าเพิ่งจะจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้าสำหรับการไปท่องเที่ยวทางทะเลตั้ง 4,000 เหรียญ เจ้าของร้านซึ่งเป็นนักออกแบบด้วยย่อมจะต้องกล่าวคำชมเป็นธรรมดา แม้ว่าจะต้องกัดฟันชมก็ตามทีแต่จะเป็นด้วยกรณีใดก็ตาม มันก็ไม่ใช่ความผิดของเบอร์ทิสหรอกที่อารมณ์ของเธอจะไม่แจ่มใสเอาเสียเลยในวันนี้นิน่า เดลอน ส่งยิ้มอย่างปลอบโยนให้ลูกสะใภ้“เบอร์ตี้ ไม่ว่าหนูจะใส่อะไรก็สวยทั้งนั้นละน่า” เมื่อได้รับคำรับรองอีกครั้ง เบอร์ตี้ก็หายตัวเข้าไปทางเบื้องหลังฉากที่ใช้ลองเสื้อสตรีทั้งสาม ได้ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง สำหรับการที่เบอร์ตี้จะมาลองเสื้อเพื่อที่จะใช้ใส่ในขณะท่องเที่ยวในเมติเตอร์เรเนียน ทั้งนิน่าและแอดเดรียนต่างเหน็ดเหนื่อยไปตามกัน บัดนี้เมื่อการลองเสื้อได้สำเร็จเสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งสามคนก็มานั่งพักอยู่ตรงโซฟาตรงมุมห้องลองเสื้อขนาดใหญ่ พร้อมด้วยกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้านิน่าหยิบบุหรี่ก้นกรองสีทองออกมาจุดสูบ เอนร่างพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคู่สีน้ำตาลฉลาดเฉลียวจับอยู่ที่ใบหน้าของแอดเดรียนเอาละ... คงจะถึงเวลาแล้วละสิ... แอดเดรียนคิดอยู่ในใจ“ฉันได้ยินมาว่าคริสตี้จะแต่งงานกับฟิลลิป ทัลบอท” นิน่าเอ่ยขึ้น “สงสัยว่าเธอคงรู้ข่าวมานานแล้วสินะ”แอดเดรียนวางถ้วยกาแฟกับจานรองลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มสดใสฉาบอยู่บนใบหน้า“คริสตี้เขาบอกให้ฉันรู้สักอาทิตย์หนึ่งได้แล้วละค่ะ มันเป็นข่าวที่น่าชื่นชมจริง ๆ เลยนะคะ”“คริสตี้...ใครกันน่ะ” เบอร์ทิสยื่นหน้าออกมาจากฉากเปลี่ยนนเสื้อผ้า“ก็คริสตี้ โจฮันเซ่น ไงเล่า” มารดาสามีถอนหายใจ “เขาเป็นนางแบบ เป็นเด็กอยู่ในความดูแลของแอดเดรียนเขา” เมื่อเบอร์ทิสหดศีรษะเข้าไปในฉากแล้ว นิน่าก็ระบายควันสีเทาออกมา หันหน้าไปหาแอดเดรียนอีกครั้ง “เธอเป็นคนค้นพบเขาไม่ใช่หรือคะ ที่รัก”“ค่ะ เมื่อ 2 ปีมาแล้ว”สองปีผ่านไป ที่แอดเดรียนได้ใช้ความพยายามทุกประการที่จะให้ฟิลลิปได้มองเห็นเธอในรูปโฉมใหม่ ถ้าปราศจากการช่วยเหลือของเธอแล้ว ป่านนี้คริสตี้จะเป็นอย่างไร ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่จะเป็นอะไรอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ได้เลย“ฉันไม่ยักคิดว่าฟิลลิปจะแต่งงานใหม่อีกครั้ง” นิน่าพูดยิ้ม ๆ “เซรีน่าเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก...น่ารักจริง ๆ ” ดวงตาของเธอหรี่ลง “เอ...ถ้าจะว่ากันตามความจริงแล้ว ฉันยังเคยคิดเลยนะว่าเธออาจจะสนใจในตัวฟิลลิปบ้าง”“จริง ๆ น่ะหรือคะ” แอดเดรียนเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน มันเป็นสำเนียงที่บอกถึงการปฏิเสธโดยแท้ การที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่เคยมีใครระแวงสงสัยเลยว่า นับแต่วันที่เซรีน่าเสียชีวิตลง เธอได้รอคอยโอกาสอยู่ แสดงบทบาทของความเป็นเพื่อนสนิทของฟิลลิปบ้าง และในบางครั้งบางคราวก็เป็นคู่เชยของเขาด้วย เพียงแต่ว่า เธอพยายามที่จะไม่ทำให้เขามีความรู้สึกว่า ตัวเองกำลังถูกผูกมัด หรือกำลังถูกล่อให้เข้ามาติดกับอยู่เท่านั้น“พูดถึงฟิลลิป” แอดเดรียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วอยู่อย่างสงสัย “คือเมื่อวันก่อนฉันไปทานอาหารกลางวันกับคลอเดีย บอร์ดแมน ที่คาเฟ่ โรดิโอ รู้สึกว่าเขาสวยขึ้นมากทีเดียวนะคะ ดูเหมือนเขาจะไปทำเฟซ ลิฟท์ มาใช่ไหมคะ”ปรากฏว่าเธอสามารถจะเปลี่ยนความสนใจของนิน่าได้สำเร็จ“โอ๊ย...เรื่องนั้นน่ะ ฉันไม่แปลกใจหรอก เพราะถึงยังไงมันก็ถึงเวลาที่สมควรจะทำได้แล้ว” เธอขมวดคิ้วกับภาพสะท้อนของตัวเองที่ปรากฏอยู่ในกระจกเงา และแล้วก็ใช้หลังมือข้างหนึ่งเชยคางของตัวเองขึ้น พร้อมกับหันเสี้ยวหน้าด้านข้างให้แอดเดรียนดู “จริง ๆ แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังคิดจะไปทำอยู่เหมือนกัน หรือเธอมีความเห็นว่ายังไงคะที่รัก”“โอ...ยังอีกหลายปีอยู่หรอกค่ะ” แอดเดรียนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พยายามบังคับสายตามิให้มองดูรอยแผลเป็นสีขาวที่ปรากฏอยู่ตรงใต้หูทางด้านขวาของนิน่า ซึ่งรอยแผลเป็นนี้จะสามารถเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวกับใบหน้าของผู้นี้ให้ทุกคนรู้ได้และนิน่าก็อมยิ้มอย่างมีเลศนัย เหลือบสายตามองหน้าแอดเดรียนแวบหนึ่ง“วันนี้ รู้สึกว่าเธอเหนื่อยมากนะคะ ที่รัก” เธอพูดพร้อมกับเอนหลังพิงพนัก “ใครกันหนอ ที่ตัดสินว่าผู้หญิงอเมริกันจะต้องเป็นสาวสองพันปี” คำถามที่มาพร้อมกับเสียงถอนหายใจนั่นเหมือนไม่ต้องการที่จะฟังคำตอบบิช ... แอดเดรียนคิดอยู่ในใจ ... แต่ที่จริง นิน่าก็พูดถูก ความเยาว์วัยเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันหา มันไม่เป็นการเพียงพอหรอกที่จะมีเพียงเรือนร่างที่เพรียวระหง มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว ได้รับการอบรมมาอย่างดี มีความทันสมัยและไม่ว่าจะมีฐานะร่ำรวยขนาดไหนแอดเดรียนบอกกับตัวเองว่า จงลืมฟิลลิป ทัลบอทได้แล้ว ... ขณะเดียวกันเธอก็ส่งยิ้มโดยอัตโนมัติไปให้นิน่า ... เพราะบัดนี้ ฟิลลิปเป็นของคริสตี้ไปแล้ว

    อีก 2-3 ชั่วโมงต่อมา ในชุดกิโมโนสีแดงสด แอดเดรียนเดินเท้าเปล่าอยู่ภายในห้องนอนอันหรูหรา ตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง ด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้าหน้ากระจก โน้มหน้าเข้าไปหากระจกเงารูปไข่ พิจารณาใบหน้าและช่วงลำคออยู่อย่างพินิจผิวพรรณสีน้ำตาลอ่อนยังคงเกลี้ยงเกลาเหมือนเช่นที่เคยเป็น เปลือกตาที่อยู่เหนือดวงตาคู่สีเขียวขาบยังไม่ตก ไม่มีรอยย่นบนหน้าผากหรือเหนือริมฝีปากบน เรือนผมสีดำหยิกสลวยซึ่งดัดไว้เป็นลอนตามสมัยนิยมยังไม่มีสีเทาขึ้นแซมแม้แต่น้อย จะมีก็แต่รอยบาง ๆ ที่เกิดขึ้นระกว่างจมูกกับช่วงปากเท่านั้น ซึ่งผู้ที่พบเห็นจะต้องทายอายุของเธอว่าอ่อนกว่าอายุจริงคือ 40 ปีลงเหลือเพียงแค่ 35 ปีเท่านั้นเธอสร้างรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้น และแล้วก็ต้องสบถออกมาเบา ๆ เมื่อผิวหนังใต้ดวงตายับย่นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกหมั่นไส้นิน่า เดลอน กับสายตาที่บอกแววรู้ทันอยู่ตลอดเวลานั้นเสียเหลือเกิน เธออาจจะต้องฉีดยาบำรุงบ้าง แต่เห็นจะไม่พึ่งฟิลลิปแน่ เพราะเธอไม่อยากจะให้เขามองเห็นเธอในฐานะของผู้ป่วยคนหนึ่งเธอกลับนั่งตัวตรง มองหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ถามตัวเองว่า ทำไมเธอจึงมองไม่เห็นเอาเสียเลยว่า การหมั้นหมายในครั้งนี้จะต้องเกิดขึ้น เธอมิได้ระแวงสงสัยแม้แต่น้อยว่าฟิลลิปจะมีความสนใจในตัวคริสตี้ แน่นอน...มันจะต้องมีหนทางที่จะสกัดกั้นมิให้การแต่งงานในครั้งนี้เกิดขึ้นได้แอดเดรียนเบือนสายตาเสียจากภาพแห่งความสิ้นหวังที่ปรากฏอยู่ในกระจกเงาบานนั้น ลงมือจัดขวดน้ำหอมของเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งเสียใหม่ ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามเรื่อง มันเป็นวิธีการที่จะช่วยเปิดช่องทางให้กับความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นในสมองของเธอเองแต่นับวันที่เธอจำความได้ เธอก็เริ่มเป็นนักสะสมสิ่งต่าง ๆ เสียแล้ว แอดเดรียนสะสมของทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหอย ก้อนหินสวย ๆ ขวดนานาชนิด ตุ๊กตากระดาษ และ ฯลฯเธอเคยใช้เวลานับเป็นชั่วโมง ๆ เล่นตุ๊กตากระดาษเหล่านั้นเพื่อเป็นการแก้เหงาในวัยเด็ก ขณะที่บิดาผู้เป็นทนายความผู้มีชื่อเสียง ออกไปช่วยชีวิตของลูกความให้ปลอดพ้นจากการถูกประหารชีวิต ด้วยการส่งตัวเข้าห้องแก๊สพิษ หรือไม่ก็นั่งเก้าอี้ไฟฟ้าในที่สุด ด้วยความเบื่อหน่ายกับเสื้อผ้าที่ติดมากับตัวตุ๊กตา เธอจึงออกแบบและวาดสีสันกระดาษขึ้นมาเอง จากนั้นก็ตัดออกมาเป็นรูปทรงอย่างระมัดระวัง มีส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวเสื้อ เพื่อที่จะพับเข้ากับช่วงไหล่ของตุ๊กตาได้ ต่อมาเธอก็เปลี่ยนไปเล่นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ซึ่งเธอเอาผ้าชีฟอง และผ้าไหม ประกอบลูกไม้มาตัดเย็บตามแบบที่ออกเอง และสวมใส่กับตุ๊กตาเหล่านั้น ซึ่งก็น่าดีใจอย่างมากที่เธอยังมีงานอดิเรกในวัยเด็กให้ทำเมื่อพอใจกับขวดน้ำหอมที่จัดตั้งไว้ในตำแหน่งใหม่แล้ว แอดเดรียนก็นั่งนิ่ง ๆ รอคอยความคิดที่จะผ่านเข้ามาในสมองอยู่ และหลังจากนั้นไม่นาน ความคิดหนึ่งก็ผ่านเข้ามาจริง ๆ และดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องที่ง่ายมากเสียด้วยเธอจะต้องจัดการให้คริสตี้ได้พบปะกับการ์เรทท์ เซ้นท์จอห์น มันช่างเป็นความคิดที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรเช่นนั้น...แอดเดรียนพินิจภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ แววในดวงตาของเธอเปล่งประกายชื่นชมอย่างมาก เธอพอใจกับความคิดที่เกิดขึ้นในสมองของตัวเองครั้งนี้อย่างที่สุด“โดโรธี” แอดเดรียนเรียกต้นห้องสาวเสียงใสใบหน้ายังฉาบอยู่ด้วยรอยยิ้ม “ค่ำวันนี้ ช่วยเตือนฉันให้โทรศัพท์ไปหาคริสตี้ โจฮันเซ่น ด้วยนะจ๊ะ”