ตอนที่ 12
“ท่านพ่อ เราต้องเดินไปหรือเ้าคะ”จิวจิวทำหน้างง เมื่อบิดาพาเธอกับพี่รอง ออกเดินทางั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดีด้วยซ้ำเดินมาได้สักพัก ร่างเล็กๆก้าวตามบิดาอย่างแข็งขัน ทำไมชีวิตตอนนี้ช่างลำบากเสียจริงนึกถึงโลกที่จากมา ไหนจะรถยนต์ รถไฟฟ้า เครื่องบิน โอ้ย ช่างสะดวกสบายเหลือเกินเฮ้อ
“เดินไม่นานหรอกลูกแค่ 1ชั่วยามเอง เ้าเดินไหวหรือไม่ ถ้าไม่ไหวพ่อจะแบกเ้าเอง”หานตงมองเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นถามเห็นคิ้วน้อยๆของบุตรสาวขมวดยุ่งเป็ปม ก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ไหวเ้าค่ะ”ใบหน้าน้อยๆพยักขึ้นลงจริงจังโธ่เธอไม่ใช่เด็กน้อยนะ อายุจริงใกล้จะสามสิบอยู่แล้ว จะยอมให้แบกได้อย่างไร คนอื่นไม่รู้แต่เธอรู้ย่อมเกิดละอายแก่ใจตัวเองอยู่แล้ว
หนึ่งชั่วกว่าผ่านไป สามพ่อลูกก็ผ่านประตูเมืองเข้ามาเห็นความยิ่งใหญ่และบ้านเมืองแบบย้อนยุค จิวจิว ที่ตอนนี้ได้บิดาแบกอยู่ที่หลัง หันซ้ายหันขวาด้วยความตื่นเต้นไม่คาดคิดว่าตัวเองจะได้มาเดินในเมืองเก่าแก่สมัยโบราณ ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมด ไม่ว่าจะโรงเตี้ยมร้านค้าต่างๆที่มีคนใส่เสื้อผ้ายุคจีนโบราณเดินเข้าเดินออก มีเกวียนขนพืชผล และรถลากของผู้คนที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของ แลดูคึกคักยิ่งนัก
“ท่านพ่อ ปล่อยข้าลงเ้าค่ะ ข้าจะเดินเอง”จิวจิวที่สองมือโอบรอบคอบิดาไว้ตลอดทางเริ่มดิ้นอยู่บนแผ่นหลังกว้างของบิดา ใบหน้าน้อยๆนั้นแดงระรื่อดด้วยความกระดากยืนยันเสียงแข็งมาตลอดว่าตัวเองเดินได้ แต่ผ่านมาไม่เท่าไหร่ขาน้อยๆของเธอกลับไม่เป็ใจคอยแต่จะหยุดพักอยู่ตลอด สุดท้าย ก็ต้องยอมระงับความกระดากอาย ปีนขึ้นหลังผู้เป็บิดามาตลอดทางโดยมีหยางหลงคอยแซวให้เธอได้อาย จนต้องซบหน้ากับแผ่นหลังบิดา ด้วยใบหน้างอง้ำ
“คนเยอะ ระวังหลงนะลูก จับมือพ่อไว้เราต้องรีบไปทำธุระก่อน แล้วเดี๋ยวพ่อจะพาพวกเ้ามาซื้อของ”หานตงย่อตัวปล่อยลูกสาวตัวน้อยของเขาลงพร้อมกับกำชับสองพี่น้องอย่างเข้มงวด
“ข้าจะจับมือน้องไว้เอง จิวเออร์ เ้าอย่าซนเล่า”หยางหลงคว้ามือน้องสาวมาจับไว้ก่อนอีกมือจะจับที่มือใหญ่ของผู้เป็บิดา เพื่อไม่ให้พลัดหลง จิวจิวหันหน้าหนีอย่างเอือมระอาที่อีกฝ่าย ทำเหมือนตนไม่รู้ความเป็เด็กน้อยไปได้แต่เธอก็ลืมไปจริงๆ ว่าเธอก็คือเด็กน้อย อายุแค่ไม่กี่ขวบจริงๆ
“เราจะไปที่ไหนก่อนท่านพ่อ”จิวจิวถามบิดาก่อนมองไปรอบๆอย่างสนใจ
“พ่อว่าจะไปขายสมุนไพร ที่หอหลู่ฟง เพราะถือเป็ร้านใหญ่ มีคนเอาสมุนไพรไปขายอยู่มากน่าจะให้ราคาที่เป็ธรรม”หานตงคิดว่า ร้านใหญ่ๆน่าจะให้ราคาดี และไม่น่าจะกดราคาดังนั้นเขาจึงพาบุตรชายและบุตรสาวมุ่งหน้าไปยังร้านขายสมุนไพรแห่งนี้
“ทุกท่าน ต่อแถว ใครมาก่อนท่านหมอจะตรวจโรคให้ก่อนดังนั้นอย่าแทรกแถวกันนะ”เสียงเสี่ยวเออร์ร้องบอกชาวบ้านที่มาหาหมอ วันนี้เป็วันที่ทางหอหลู่ฟงเปิดตรวจโรคให้ชาวบ้านฟรีเป็ประจำทุกเดือน ซึ่งจะมีชาวบ้านที่ยากจนเดินทางเข้ามารับงานตรวจเป็จำนวนมากเช่นนี้ทุกครั้ง เสี่ยวเออร์จึงได้เข้มงวด
“พี่ชาย ท่านพาลูกๆมาตรวจโรครึ ไปต่อแถวตรงนั้นได้เลย”เสี่ยวเออร์ที่ดูแล้วน่าจะอายุยังน้อยหันมาเห็นสามพ่อลูกที่สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆแทบหาสีไม่เจอ ไหนจะรอยปะชุนหลายจุด แต่ดูสะอาดตานั้น จึงชี้บอกทางให้
“น้องชาย ข้าไม่ได้มาตรวจโรค แต่มาพบหลงจู้ของร้าน”หานตงโค้งทักทายเสี่ยวเออร์ ก่อนจะบอกความ้า เสี่ยวเออร์คนนั้นหันกลับมามองอีกครั้ง แววตาสับสนเล็กน้อย
“พี่ชาย ท่านมีธุระอะไรกับหลงจู้ของเรา หลงจู้ค่อนข้างยุ่งยากในวันนี้”เสี่ยวเออร์ไม่ได้เข้าไปรายงานทันทีเพราะหากเป็เื่เล็กน้อย เขาจะถูกตำหนิ และไม่เข้าใจว่าชายยากไร้คนนี้้าพบหลงจู้ใหญ่ของร้านไปทำไม
“ตอบน้องชายตรงๆ ข้ามีสมุมไพรหายากมาขาย”หานตงตอบไปตรงๆเขารู้ว่าการขอพบหลงจู้นั้นไม่ใช่เื่ง่าย ถ้าไม่ใช่เื่ใหญ่จริงๆไม่มีทางได้พบอีกฝ่ายเขาจึงต้องเติมท้ายคำว่าหายากในสมุนไพรของเขา เพราะถ้าเป็สมุนไพรธรรมาดา แน่นอนว่ามีคนรับซื้ออยู่หน้าร้านอยู่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้น พี่ชายรอสักครู่”เสี่ยวเออร์บอกก่อนจะหันหลังก้าวเข้าไปในร้าน
“ท่านพ่อ ทำไมคนมาหาหมอมากเช่นนี้”จิวจิวถามอย่างสนใจเมื่อเห็นผู้คนต่อแถวกันยาวออกไปนอกร้าน
“ที่นี่ รับตรวจ และรักษาโรคฟรี เดือนละครั้งทำให้คนที่ไม่มีเงินไปหาหมอ พากันพาครอบครัวมาตรวจรักษาอย่างไรเล่า”หานตงอธิบายให้ลูกสาวและลูกชายฟัง
“ดีจริงๆ นะขอรับท่านพ่อ”หยางหลงรู้สึกว่าการทำอย่างนี้ช่างดีสำหรับคนที่ไม่มีเงินจริงๆพวกเขามีเงินแล้วยังไม่เอาเปรียบคนยากจน แถมยังใจดีคอยช่วยเหลืออีกด้วย เขาคิดว่าหอหลู่ฟงนี่ช่างยอดเยี่ยมนัก
“เ้าใช่ไหมที่้าพบหลงจู้”ชายสูงวัย ท่าทางเป็มิตรเดินยิ้มออกมา หาสามพ่อลูกที่ยืนมองกลุ่มคนที่ทยอยเข้ามาตรวจโรคอยู่
“ท่านหลงจู้ เป็ข้าเองขอรับ”หานตงทักทายหลงจู้พร้อมกับโค้งตัวทำความเคารพเด็กทั้งสองได้แต่ยืนมองตาใส อยู่ด้านหลังบิดา
“อืม งั้นตามข้ามา”หลงจู๊เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินกลับเข้าไปด้านในโดยมีสามพ่อลูกเดินตามหลังไป
“ไหน สิ่งใดกันที่เ้ากล่าวว่าเป็สมุนไพรหายาก้าให้ข้ามาดู”หลังหลงจู๊เชิญทั้งหมดนั่งลงเรียบร้อยแล้วจริงเอ่ยถาม ด้วยความสนใจ
“มันคือสิ่งนี้ขอรับ”หานตงเปิดกล่องเก่าๆที่นำมาออกพร้อมกับหยิบสิ่งที่อยู่ด้านในออกมาชิ้นหนึ่ง
“นี่มัน ! เห็ดหลินจือ อายุอย่างต่ำ50 ปี ไปรีบไปตามท่านหมอเข้ามา”หลงจู๊ร้องเสียงหลงด้วยความใ ที่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้ารีบสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปเชิญท่านหมอเข้ามาร่วมประเมินทันที
“โอ้ นี่เห็ดหลืนจือจริงๆเสียด้วย อายุมันเกินกว่า 5O ปีแน่นอน แถมยังสมบูรณ์เต็มร้อยอีก”ผู้าุโคนหนึ่งพุ่งเข้าประตูมา ตาจ้องมองไปยังสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะตาเป็ประกาย เอื้อมมือไปจับขึ้นมาดูใกล้อย่างพิจารณา
“เ้ารึ พ่อหนุ่มที่้าขายมัน เห็ดหลินจือดำสมบูรณ์แบบแถมยังดอกใหญ่ขนาดนี้ เ้า้าขายเท่าไหร่”ท่านหมอหันมาถามตรงๆ หลังจากวางเห็ดลงแล้ว
“ท่านหมอเรียกข้าว่าหานตงก็ได้ขอรับ คือ...ข้าไม่รู้ราคามันหรอกท่านผู้าุโ”หานตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“อืม ข้าให้เ้า 500 ตำลึงเป็อย่างไรเล่า ราคานี้ถือว่าสูงมากแล้ว หอหลู่ฟงของเราไม่เคยเอาเปรียบผู้ใด รับซื้อสมุนไพรในราคายุติธรรมอยู่แล้ว เ้ามีกี่ดอกล่ะ”ท่านหมอลูบเคราขาวๆของเขาตามองสามพ่อลูกอย่างพิจารณา
“ผู้าุโ ข้ายังมีอีก สี่ดอกขอรับ”หานตงใั้แ่ได้ยินคำว่า500 ตำลึงแล้ว มือใหญ่ส่งกล่องที่อยู่ในมือให้ผู้าุโดูของที่เหลือ
จิวจิวใ ใบหน้าน้อยๆยิ้มกว้างอย่างยินดีบ้านเธอจะรวยแล้ว โอ้ยอยากจะกรี๊ด ให้สะใจสักรอบ แต่เกรงผู้คนจะแตกตื่นเธอได้แต่เก็บความยินดีไว้ภายใน แต่ก่อนเธอไม่เคยรู้สึกยินดีกับทรัพย์สินที่มีหาเงินได้มากแค่ไหนก็ไม่เคยดีใจเท่ากับครั้งนี้เลยสักนิด
“เ้าเรียกข้าว่าหมอหลิวเถอะ ยังมีอีกสี่ดอกอย่างนั้นรึ ดี ดี ” ท่านหมอาุโตบเข่าเสียงดัง ด้วยความยินดี มองเห็นสิ่งที่หานตงส่งให้ด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับหยิบเห็ดออกมาดู
“โอ้ สี่ดอกใหญ่เท่ากัน สมบูรณ์แบบมาก ข้าให้เ้าห้าร้อยตำลึงเท่ากัน เ้าพอใจหรือไม่”หมอหลิวพยักหน้าอย่างพอใจกับสินค้า
“ข้ายินดีขอรับท่านหมอหลิว”หานตงกำมือที่อยู่ใต้โต๊ะแน่นเพื่อระงับอาการสั่นของร่างกาย โดยมีเด็กๆที่นั่งมองบิดาอยู่ข้างๆคอยสังเกตท่าที
“ดี หลงจู๊ไปจัดการนำตั๋วเงินมาให้หานตง”ท่าหมอหลิวพยักหน้าอย่างพึงพอใจมือยกขึ้นลูบเคราเป็ระยะ
“เ้า้าเป็ก้อนเงินหรือตั๋วแลกเงินล่ะ”หลงจู้ก้าวเข้ามาตามคำเรียก เมื่อการเจรจาการค้านี้จบลง นับว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายจัดการจัดเก็บสินค้าแล้วไม่ลืมเอ่ยถามชายหนุ่ม ที่นั่งหลังตรงท่าทางยังไม่หายตื่นเต้น
“ข้าขอเป็ตั๋วแลกเงิน ใบล่ะ 2,000 ตำลึง และใบล่ะ 100 ตำลึง อีก 4 ใบ ที่เหลือขอรับเป็เหรียญอีแปะเ้าค่ะ”จู่ๆเสียงเด็กน้อยก็เอ่ยแทรกขึ้นมาส่วนผู้เป็บิดา ยังนั่งทำหน้างงๆอยู่
“หือ เ้าเด็กน้อย ช่างพูดเสียจริง เ้าตัดสินใจแทนบิดาของเ้าได้หรือ”ชายชราหันมามองเด็กน้อยอย่างสนใจน้ำเสียงสดใสชัดเจน ขัดจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูผอมแห้งนั้น เรียกความสนใจจากท่านหมอหลิว
“ขออภัยขอรับท่านหมอ”หานตงรีบค้อมตัวลงเมื่อเห็นบุตรสาวเสียมารยาท
“ไม่เป็ไร เด็กน้อยนี้ช่างน่าสนใจ ใจกล้าไม่กลัวผู้ใดไหนเ้าเด็กน้อย บอกมาสิทำไมเ้า้าเงินแบบนั้น”ท่านหมอกล่าวถามเด็กน้อยอย่างเมตตาเด็กแค่นี้ รู้จักจัดสรรเงินทอง อย่างคล่องแคล่ว ช่างน่าสนใจ
“ท่านหมอ บ้านเรายากจน ใช้เรียนอีแปะก็พอส่วนตั๋วเงิน ข้าจะให้ท่านพอนำไปร้านรับฝากเงินเ้าค่ะ เงินเยอะน่ากลัวเ้าค่ะ”จิวจิวแสร้งทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตอบคำถาม ตบท้ายยังไม่ลืมใส่ความคิดแบบเด็กไปด้วย
“ดีๆ หานตง เ้าเลี้ยงลูกมาได้ดียิ่งเด็กเท่านี้มีความคิดอ่านได้ขนาดนี้ ไม่เสียแรงเปล่าแล้ว”ท่านหมอหลิวพยักหน้าอย่างพอใจ
“ตกลงจัดไปตามที่นังหนูนี้้า”ท่านหมอหันไปส่งหลงจู๊ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบก้าวออกไปจัดการทันที
“ว่าแต่พวกเ้าไปเจอมันได้ยังไง แถมเจอทีตั้งห้าดอกอีกข่างมีโชคจริงๆ”ผู้าุโเอ่ยสนทนาต่อ เพื่อรอหลงจู๊นำเงินมามอบให้ครอบครัวนี้
“เื่นี้ เป็เพราะน้องสาวขอรับ บังเอิญว่านางล้มลงตรงที่เ้าเห็ดนั่นอยู่พอดีขอรับ”หยางหลงที่นั่งเงียบก็เอ่ยาเล่าถึงเหตุกราณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังอีกครั้งเื่นี้คนอื่นพูดไม่เห็นภาพ แต่เขาพูดที่ไหร่ ภาพมันชัดเจนขึ้นทันที สร้างความอับอายให้กับจิวจิวอีกครั้งคิดถึงภาพตัวเองที่ล้มคว่ำดินเต็มหน้าไปหมด ครั้งนั้น จิวจิวก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ให้กับตัวเองดี
‘พี่รองท่านไม่พูด คงไม่มีใครว่าท่านเป็ใบ้หรอกนะเ้าคะ’