บทที่ 8 ประจำตำแหน่งแม่บ้านครั้งแรก
ฉินเสี่ยวซู่ทำเอาไป๋อวี้ตกอกใเมื่อเห็นเด็กชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามา
เธอคิดว่าเขาเป็รูปปั้นลิงที่ทำมาจากดินเหนียวเสียอีก เด็กชายคนนี้สูงพอ ๆ กับเธอเลยทีเดียว เขาปืนขึ้นไปที่โต๊ะอาหาร เริ่มขโมยกินอาหารบนโต๊ะทันที
ฉินเสี่ยวกั่วรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากและเอาแต่ร้อง “ว้าววว!”
ไป๋อวี้ถือมีดขึ้นแล้วรีบทำท่าไล่ “ลิงจากไหนเนี่ย!”
ฉินเสี่ยวซู่คว้าซี่โครงชิ้นใหญ่ด้วยมือเปล่า มันร้อนจนลวกมือ พอยัดเข้าปากก็ลวกปาก เมื่อเห็นไป๋อวี้เข้ามาด้วยท่าทางโกรธขึง มือก็ร้อนลวก ปากก็ไหม้ แต่เขาไม่มีเวลาคิดแล้ว จึงรีบหันหลังวิ่งหนีออกไป
โชคดีที่ฉินเสี่ยวกั่วกอดขาของไป๋อวี้ไว้พูดด้วยรอยยิ้ม “แม่คะ นั่นพี่ใหญ่ค่ะ ไม่ใช่ลิง!”
ไป๋อวี้ตกตะลึง “ฮะ?”
ฉินเสี่ยวซู่สถบไปตลอดทางจนกระทั่งพ้นประตูครัว จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดุลูกชายของฉินต้าซาน
ไป๋อวี้รู้สึกขนลุกเล็กน้อย
เดิมทีเธอวางแผนที่จะคุยกับครอบครัวนี้ให้ชัดเจน อย่างน้อยก็ต้องสร้างพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดี... คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะต้อนรับลูกชายคนโตของฉนต้าซานั้แ่เจอครั้งแรกด้วยมีดเล่มใหญ่นี้
เธอบ่นพึมพำ “อย่าโทษฉันเลย เขาสกปรกเกินไป” เมื่อเธอพูดแบบนี้ ฉินต้าซานก็ยืดคอชะโงกหน้าเข้ามาทางประตู
ไป๋อวี้ “...”
ฉินต้าซานจากไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ไป๋อวี้ได้แต่ตบปากตัวเองเบา ๆ
ฉินเสี่ยวกั่วเอียงคอถามด้วยความสงสัย “แม่คะ แม่กำลังทำอะไรอยู่?”
“ตีตัวเองที่พูดเื่ไร้สาระอยู่น่ะ”
ฉินเสี่ยวกั่วสงสัยยิ่งกว่าเดิม “แม่ไม่ได้พูดเื่ไร้สาระค่ะ พี่ใหญ่สกปรกจริง ๆ”
ไป๋อวี้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
คำพูดก็พูดออกไปแล้ว และตอนนี้เธอก็ด้านชาไปหมดแล้ว... เจออีกสักนิดสักหน่อยก็ไม่เจ็บไม่คันแล้ว
หลังจากนั้นไม่นานป้าฮวาพร้อมลูกสะใภ้อย่างจ้าวอิ้งหงก็มาถึง
พวกเธอรู้ว่าคืนนี้ทุกคนจะมากินดื่มที่นี่ และกลัวว่าไป๋อวี้จะจัดการกับอาหารจำนวนมากไม่ได้
แต่ทันทีที่เหยียบเข้าไปในลานบ้านก็ได้กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยคละคลุ้ง ครั้นเดินไปที่ครัวก็พบว่าจานอาหารถูกวางไว้บนโต๊ะละลานตา
จ้าวอิ้งหงหัวเราะและพูดว่า “เธอทำอาหารเยอะแยะราวกับส่งท้ายปีเก่าเลยนะ!”
ฉินเสี่ยวกั่วพุ่งเข้าไปกอดขาของป้าฮวา “ย่าฮวา!”
ป้าฮวาเดินตรงไปที่โต๊ะและเปิดฝาชีออกก็เห็นชามอาหารที่ทำจากเครื่องปั่นดินเผา ก่อนจะเผยสีหน้าสงสัยออกมา
“เธอเรียนทำอาหารมาจากไหนน่ะ?”
ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่เคยทำอาหารมาก่อน
ไป๋อวี้จึงตอบอย่างไม่ยี่หระ “ฉันพยายามฝึกด้วยตัวเองเวลาไม่มีอะไรทำน่ะ”
เธอพูดเพียงเท่านี้ แต่หลังจากพูดจบก็รู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อยพลางลอบสังเกตใบหน้าของป้าฮวาอย่างระมัดระวัง
จ้าวอิ้งหงกล่าวเคล้ารอยยิ้ม “คุณแม่ ตอนนี้แม่ก็สบายใจได้แล้วนะคะ”
ป้าฮวาเม้มริมฝีปาก เผยโฉมหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจริงใจ
ไป๋อวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดิมทีป้าฮวากลัวว่าเธอจะจัดการเื่อาหารการกินวันนี้ไม่ได้ ทั้งสองเลยนำของมาด้วยไม่น้อย
ไป๋อวี้ก็สังเกตเห็นว่ามีของแห้งมากมาย พลางถามอย่างใคร่สงสัย
“พี่สะใภ้เอาของพวกนี้มาจากไหนเหรอ”
จ้าวอิ้งหงพูดด้วยรอยยิ้ม “มันมีอยู่ทั่วูเาเลย”
ไป๋อวี้ “!!!”
แล้วทำไมบ้านของฉินต้าซานถึงไม่มีล่ะ!
“ก็สองพ่อลูกตระกูลฉินน่ะ ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินเนื้อ ไม่มีเนื้อก็เอาชีวิตรอดด้วยการกินรำข้าว” จ้าวอิ้งหงกล่าวว่า “ถ้าเธอชอบ ต้าซานขึ้นูเาเมื่อไหร่ก็ให้เขาหากลับมาสิ”
ป้าฮวายังอยากทดสอบความสามารถของเธอ จึงมอบของแห้งถุงใหญ่ให้ไป๋อวี้ อยากรู้จริง ๆ ว่าเธอจะทำอาหารรสเลิศอะไรออกมา
ในหม้อยังมีน้ำมันหมูเหลืออยู่ ไป๋อวี้จึงหยิบกระทะออกมาทำผัดเห็ดรวม
ป้าฮวาพึงพอใจไม่น้อย ใบหน้าฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่คิดปิดบัง อีกทั้งยังช่วยเธอทำความสะอาดครัว
ระหว่างนั้นก็สอนไป๋อวี้ไปด้วย “เธอน่ะต้องซื่อสัตย์ ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ มีพวกเราอยู่ ไม่มีใครสามารถรังแกเธอได้” คำพูดเหล่านี้ทำให้ไป๋อวี้ถึงกับเหงื่อตก
เธอคิดว่าหากพูดถึงการจากไปของเธอในตอนนี้คงจะเป็เื่ยาก
……
ในค่ำคืนนั้นจ้าวโหย่วเต๋อมาพร้อมกับกลุ่มล่าสัตว์กลุ่มใหญ่
คนจำนวนมากกว่า 20 คนมาส่งเสียงเอ็ดตะโร พวกเขาทั้งหมดน่าจะเป็คนที่ติดตามจ้าวโหย่วเต๋อไปที่ก่างจื่อหลิ่งวันนี้
ไป๋อวี้เหงื่อแตกพลั่ก ไม่กล้าตำหนิฉินต้าซานที่โกหกเื่ปกปิดข้อมูลอันเป็เท็จ
เดิมทีเธอเก็บกับข้าวเอาไว้ส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าเก็บมันไว้อีกแล้วและนำออกมาทั้งหมด ดูเหมือนว่าบ่อยครั้งจะมีการต้อนรับแขกด้วยกับข้าวที่จานชามขนาดใหญ่มากมายแบบนี้
โชคดีที่ป้าฮวาและจ้าวอิ้งหงคอยอยู่ช่วยเธอ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะยุ่งหัวหมุนไม่ได้พักสักที
ทันทีที่กลุ่มชายฉกรรจ์มาถึง สิ่งแรกที่พวกเขาทำก็คือมองหาเสี่ยวกั่วตัวน้อย
เสี่ยวกั่วเองก็มีความสุข เมื่อได้นอนในอ้อมแขนนี้ ได้นั่งบนตักนั้น ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
ทำเอาเหล่าชายฉกรรจ์บางคนฉีกยิ้มกว้างไปถึงหู
“ถึงเวลากินข้าวแล้ว อวี้เอ๋อร์ เธอไปเอาเหล้าในบ้านมาหน่อย”
ป้าฮวาสั่งให้ลูกสะใภ้ช่วยตนเองยกอาหาร ปากก็เอ่ยสั่งไป๋อวี้ไปด้วย
วันนี้ตอนที่ไป๋อวี้คุยกับป้าฮวา เธออยากบอกอีกฝ่ายใจจะขาดว่าตนเองเปลี่ยนชื่อแล้ว เปรียบเสมือนได้ว่าตัดขาดจากชีวิตก่อนหน้านี้อย่างเด็ดขาด และต่อจากนี้ทุกคนจะเรียกเธอว่า ‘ไป๋อวี้’ ได้อย่างเต็มปาก
ป้าฮวาเองก็ประทับใจในตัวไป๋อวี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้เปลี่ยนสรรพนามเรียกเธอเป็ ‘อวี้เอ๋อร์’ แล้ว
ไป๋อวี้รีบวางจานกับข้าวในมือลง ตอบตกลงอย่างไม่รีรอ “ได้จ้ะ”
กลุ่มสตรีที่เธอเจอเมื่อกลางวันก็อยู่ที่นี่ และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็มีป้าหลิวด้วย
ถึงแม้ป้าหลิวจะล้างตัวสะอาดแล้ว แต่ป้าฮวาก็ยังไม่ชอบเธอ…
เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเสิร์ฟอาหาร ป้าฮวาจึงรีบพูดว่า “วางทิ้งไว้เถอะ เดี๋ยวพวกเราทำเอง”
ป้าหลิวเม้มปากและก้าวถอยหลังออกไป
“ทั้งอายุน้อย ทั้งไม่มีระเบียบวินัย ย่างเนื้อทำไมมากมายขนาดนี้ แถมยังจะใส่น้ำมันเยอะอีก ดูแวบแรกก็รู้ว่าต่อไปเขาจะใช้ชีวิตยังไง” ป้าหลิวเอ่ยกระแหนะกระแหน
เธอ้าแสดงให้เห็นว่าหญิงสาวคนนี้เทียบไม่ได้กับหวังสี่หลานสาวของตนเอง คนที่อยู่ในห้องนี้ล้วนเป็แขก ได้ยินเธอพูดแบบนี้ก็ต้องอายบ้างแหละ แต่ก็ถูกป้าฮวาตอกหน้าไปหนึ่งฉาด
“กิน ๆ เข้าไปแล้วก็หุบปากซะ ถ้าไม่อยากกินก็ไสหัวกลับไป!” คนแบบนี้มันสันดอนขุดง่าย สันดานขุดยากจริง ๆ
ไป๋อวี้เหงื่อแตกพลั่กเพราะมัวแต่ตามหาเหล้าท่ามกลางคนพลุกพล่าน รอบกายเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมจนไม่ได้สังเกตว่าใครกำลังพูดอะไรอยู่
“ฉินต้าซาน!” เธอรีบะโออกไป “เหล้าอยู่ที่ไหน!”
ทุกคนหันไปมองเสียงนั้นด้วยความประหลาดใจ
ไป๋อวี้ก้ม ๆ เงย ๆ ค้นในห้องครัวอยู่นานก็ะโเสียงดังสนั่น “ฉินต้าซาน!”
ทุกคนหันกลับไปมองที่ฉินต้าซานเป็สายตาเดียว
ยกเว้นเหล่าจ้าว ไม่มีใครกล้าะโใส่เขาแบบนั้น...
วินาทีต่อมา ฉินต้าซานก็เดินไปหยิบเหล้าขวดใหญ่ออกมาจากหลังเตา
ป้าฮวาตกอกใ “ฉันบอกเธอไปกี่ครั้งแล้วว่า…”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ไป๋อวี้ดีดเธอออกจากวงสนทนา
“นายจะเอาเหล้าไปวางไว้หลังเตาไม่ได้! ถ้ามันะเิจะทำยังไง!” ไป๋อวี้ะเิโทสะ
ฉินต้าซานขมวดคิ้วและเหลือบมองเธออย่างไม่แยแส
ไป๋อวี้รู้สึกใอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันหลังกลับแล้วไปยกอาหารอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เธอก็เกือบจะทำจานซี่โครงหมูหลุดมือแล้ว
ทำไมเธอไม่ควบคุมตัวเองเลยนะ? เธอเคยชินกับการเป็เ้านายทั้งชีวิต เพราะงั้นครั้งนี้ต้องควบคุมตัวเองให้ได้
ฉินต้าซานไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เขาวางขวดเหล้าลงบนโต๊ะและประกาศว่างานเลี้ยงพร้อมแล้ว
ไป๋อวี้มั่นใจแล้วว่าครอบครัวฉินต้องเลี้ยงแขกบ่อยเป็แน่
โต๊ะในครัวยาวเหยียดจนดูน่ากลัว พร้อมด้วยเก้าอี้และจานชามมากมาย
เมื่อตระหนักได้ว่าเขาเป็ถึงหัวหน้ากลุ่มล่าสัตว์ ที่บ้านจะครึกครื้นเสียงดังแบบนี้ก็ไม่ใช่เื่แปลก
นอกจากนี้ที่นี่ไม่มีการแบ่งโต๊ะแยกชายหญิง ไป๋อวี้ถูกป้าฮวาบังคับให้นั่งลง ส่วนฉินเสี่ยวกั่วถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนของป้าฮวา
ก่อนที่เขาจะเริ่มดื่ม จ้าวโหย่วเต๋อกล่าวว่า “แม่กั่วเอ๋อร์ สถานการณ์ในครอบครัวของเธอตอนนี้ พวกเขาได้รับเงินสินสอดสองร้อยหยวนจากตระกูลจางแล้ว ทั้งยังไม่ยอมคืน และบอกว่าจะไปก่อปัญหาที่อำเภออีกด้วย”