“หืม? ”
อิชิกิตั้งโลงศพเป็แนวตั้งก่อนที่ร่ายมนต์อะไรบางอย่าง
“ ด้วยพลังของเทพแห่งความตาย ข้าขอวิงวอน ในฐานะ ผู้ทำพันธสัญญาแห่งความตาย โปรดมอบพลังที่สามารถนำพาความตายให้ทุกสรรพสิ่ง วิชาต้องห้าม ลมหายใจสุดท้าย!! ”
หลังจากอิชิกิ ร่ายมนต์เสร็จ ฝาโลงก็ค่อยๆเปิดออกเล็กน้อย มีกลิ่นอายของความตายลอยพุ่งออกมา แต่สิ่งที่ออกมานั้นกลับเป็สายลมสีดำรูปร่างไม่แน่นอน
“ โห้ๆ ดูท่าจะแย่แล้วสิ ขืนอยู่ต่อ มีหวังศพไม่สวยแน่ๆ ”
อีกด้าน หลังจากที่แจ็กสามารถฆ่านายะ ได้แล้ว นั้น กำลังเดินไปสบทบกับเทเฟล แต่พอเดินไปสักพัก แจ็กก็หยุดเดินแล้วยืนนิ่ง แล้วค่อยๆหลับตาลง ทันใดนั้น ก็มีะุพุ่งมาจากทางด้านหลังของแจ็กด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่ด้วยประสาทััของแจ็ก เขาได้เอียงหัวตัวเองไปทางซ้ายเล็กน้อย อาจเป็เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่า เขาไม่มีทางที่จะหลบะุนั้นพ้นอย่างแน่นอน ะุก็ได้ลอยเฉียดหน้าแจ็กไปเพียงไม่กี่มิล แต่ที่หน้าใยิ่งกว่า ตรงบริเวณใต้ขอบตาของแจ็กเกิดาแจากการเฉียดของะุ เืค่อยๆไหลลงอย่างช้าๆ
“ ยังไม่ตายอีกเหรอ ”
ทันใดนั้น นายะก็ปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าแจ็ก นายะค่อยๆคลายสกิลซ่อนตัวออก
“ ฉันไม่ตายง่ายๆด้วยเื่แค่นี้หรอกนะ ”
ในระหว่างนั้น แจ็กยืนมองนายะ อยู่นั้น จู่ๆก็รู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งความตาย ที่อยู่อีกฝั่ง
“ นี้มันพลังอะไรกัน ”
นายะที่ยืนมองอยู่ก็ทำเป็แสร้งยิ้ม
“ ดูเหมือนจะใช้เวทย์นั้นแล้วสินะ เวทย์ที่สามารถสังหารคนทั้งประเทศได้ในชั่วพริบตา จนถูกขึ้นชื่อในบัญชีมนต์ดำ เวทย์ต้องห้าม ลมหายใจสุดท้าย ”
หลังจากที่นายะพูดจบ สีหน้าที่ตื่นตะหนกของแจ็กก็ค่อยๆจางหายไป กลับกลายเป็ว่า เขารู้สึกตื่นเต้นที่ััได้ถึงพลังอันแข็งแกร่ง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกแกนี้ มีแต่พวกพลังแปลกๆจริง ”
ตอนนั้นเองก็มีคลื่นโทรจิตมาจากเทเฟล
“ แจ็ก พวกเราถอยไปตั้งหลักกันก่อน ไม่งั้น พวกเราไม่รอดแน่ ”
“ หา!!! จะให้หนีงั้นเหรอ ไม่เอาหรอก ฉันยังสู้ต่อไหว “
“ เื่นั้นช่างมันก่อน ตอนนี้ชีวิตสำคัญกว่า ถ้าเกิดตายขึ้นมา นายไม่มีโอกาสได้ปะมือกับหัวหน้าอีกเลย ”
“ งั้นก็ตามใจ ”
หลังจากคุยกับเทเฟลผ่านโทรจิตเสร็จ ประตูมิติก็โผล่ขึ้นมาตรงหลังแจ็ก
“ ฝากไว้ก่อน ครั้งหน้า ฉันฆ่าแกแน่ ”
จากก็ะโเข้าประตูมิติ ก่อนที่จะหายไป นายะก็ทำท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้น เธอก็ค่อยๆเดินไปหา อิชิกิ ที่อยู่อีกฝั่ง
ทางด้านอิชิกิ ดูเหมือนว่า อิชิกิจะเริ่มใช้สายลมแห่งความตายโจมตีแบบโหมกระหน้ำ แต่ดูเหมือนว่า จะถูกเวทย์มิติของเทเฟลดูดชับการโจมตีทุกครั้ง แต่ก็ไม่โต้ตอบแต่อย่างไร เป็เพราะว่า เทเฟล ใช้เวทย์มิติโจมตีไม่ได้นั้นเอง ต่อมา อิชิกิ ก็ใช้สายลมแห่งความตายโจมตีรอบทิศ จนทำให้เทเฟลจนตรอก และไม่สามารถหลบหนีได้ เทเฟลจึงใช้วิธีสุดท้ายคือการหนี โดยการเคลื่อนย้ายตัวเอง เสี้ยววินาทีนั้นเอง เทเฟลก็ใช้เวทย์มิติเคลื่อนย้าย ก่อนที่สายลมแห่งความตายจะจู่โจมเข้า หลังจากการโจมตีของอิชิกิ ดูเหมือนว่า เทเฟลจะไม่อยู่ที่นี้แล้ว และหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย
“ชิ หนีไปได้งั้นเหรอ”
จากนั้น อิชิกิ ก็ ได้ค่อยๆคลายเวทย์อย่างช้าๆเพื่อไม่ให้เสียการควบคุม สายลมแห่งความตายค่อยๆทยอยเข้าไปในโลงศพทีละน้อย เหมือนกำลังถูกดูดกลืนจากด้านใน แล้วฝาโลงก็ได้ปิดลง หลังจากที่ฝาโลงปิด อิชิกิก็แบกโลงขึ้นสพายหลังตัวเองทันที
เวลาผ่านไปไม่นาน นายะก็เจอตัวอิชิกิที่กำลังยืนเหมออยู่เงียบ
“ มาช้าไม่พอ แถมพลาดท่าให้ศัตรูอีก ”
อิชิกิเริ่มตำหนินายะ
“ แล้วใครที่ไหนเล่นเปิดไพ่ตายจนทำให้ศัตรูหนีกันไปหมด ”
อิชิกิก็นิ่งเงียบไร้การตอบโต้
“ เฮ้อ...เอาละได้เวลาไปรายงายนายท่านกันแล้ว รีบไปที่เรือเถอะ ”
ปัจจุบัน ณ บ้านพักบนเชิงเขา
เลโอที่าเ็จากการต่อสู้นั้น ดูเหมือนเขาจะมีอาการเบลอนิดๆ จากนั้นก็เดินไปหารินที่กำลัง ตากผ้าอยู่นอกบ้าน
“ ริน ริน ฉันมีเื่จะถามเธอหน่อย ”
รินที่กำลังตากผ้าอยู่นั้นได้หันมามองเลโอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ ถามอะไรเหรอจ้ะ ”
“ คือว่า....เอ่อ...คือ ผมสลบไปนานขนาดไหนกันครับ ”
“ ก็ราวๆ 3 วันละนะ ”
“ หา!!! 3 วัน ”
เมื่อเลโอรูัว่า ตัวเองหลับยาวไปถึง 3 วัน ก็ใเป็อย่างมาก
“ ใช่แล้วละ ตอนที่ฉันพบซายะจังกับเซล่า กำลังใช้เวทย์ที่ทำให้เธอลอย ตอนนั้น เลโอ อาการสาหัสมากถึงขั้นปางตายเลยละ ฉันก็เลยให้มาพักที่บ้านฉันก่อน อาการเธอก็ค่อยทรุดลงเรื่อยๆ ซายะจังไม่รู้ว่าจะทำยังไง เธอก็เลย เข้าไปในป่าคนเดียวเพื่อหาสมุนไพรมาทำยารักษา ส่วนเซล่าก็ใช้เวทย์รักษาพอเยื้อชีวิตได้ ทำแบบนี้ตลอดทั้งวันแทบไม่ได้พักเลย ที่เธอรอดมาได้ ก็เพราะยาที่ซายะจังปรุงมาให้เธอโดยเฉพาะเลย ”
หลังจากฟังเื่ราวทั้งหมดจากริน เลโอรู้สึกคอตกทันทีแล้วเก็บความรู้สึกตัวเองอย่างเงียบๆ
“ แล้วก็ เธอ เป็แฟนซายะจัง ใช่ไหม เห็นซายะจังดูแลเอาใจใส่เธอทั้งวันทั้งคืนเลย ”
หลังรินพูดจบ เลโอที่มีท่าทีเงียบๆก็หน้าแดงและรู้สึกเขินขึ้นมา
“ ไม่...ใช่...ชักหน่อยนะ พวกเราเป็แค่เพื่อนกัน จริงๆ ”
“ ใช่แน่เหรอ.........ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะ ”
รินพูดหยอกล้อเลโอด้วยท่าทางที่มีความสุขของเธอ
“ เธอนี้มัน.....”
ดูเหมือนเลโอจะโกรธรินไม่ลง และนั่งมองใบหน้าที่มีความสุขของริน
“ นี่ ริน ซายะ กับ เซล่า ละ พวกเธอไปไหนกัน ”
“ เห็นบอกว่า จะเข้าไปชื้อของในเมืองกันน่ะ ”
“ งั้นเหรอ ”
เลโอนั่งคิดครู่หนึ่งเหมือนตัวเองจะลืมอะไรไป
“ มีอะไรงั้นเหรอ ”
รินถามด้วยความสงสัย
“ ป่าวๆไม่มีอะไรหรอก ”
“ หรือว่า......จะเป็ห่วงซายะจัง งั้นเหรอ ”
เลโอก็ร้อนตัวขึ้นทันที
“ ไม่ได้เป็ห่วงชักหน่อย ก็ แค่ อยากจะถาม อะไรนิดหน่อย แค่นั้นเอง ”
“ งั้นเหรอ ” รินแสดงรอยยิ้มเ้าเหล์ออกมา
“ เดี๋ยวชักพัก ทั้ง 2 คนก็คงกลับมาแล้วแหละ วางใจเถอะ ”
“ งั้นเหรอ แบบนี้ก็คงไม่เป็ไรแล้วละ...ว่าแต่ที่นี้มันที่ไหนเหรอ ”
“ แป้ววว ”
รินที่ฟังอยู่ก็รู้สึกใขึ้นมาแทบขำไม่ออก
“ นี้ฉันยังไม่ได้บอกเลโอเหรอ ”
เลโอพยักหน้าตอบ
“ อืม... ”
รินก็รู้สึกหัวเสียอยู่บางนิดหน่อย
“ ที่นี้คือ เมืองอลันสกา เมืองชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของราชอาณาจักรยังไงละ ”