เมื่อรู้ว่าจะได้ไปทำงานที่สำนักงานกฎหมายเยี่ยชิงเหมยก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มงานพอถึงวันสุดสัปดาห์คุณแม่ของเธอก็พาเธอไปที่ร้านตัดเสื้อเพื่อตัดเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ไปทำงานสักสองสามชุดตามปกติแล้วคุณแม่ของเธอมักจะหาซื้อผ้ามาตัดเย็บเสื้อผ้าให้เธอด้วยตนเองแต่พอเป็เสื้อผ้าที่เป็ทางการสักหน่อยก็มักจะใช้บริการร้านตัดเสื้อในตัวเมือง
“เด็กสาวสมัยนี้ช่างโตเร็วเสียจริงพึ่งเห็นวิ่งไปวิ่งมาติดตามเธอเข้าออกร้านขนมเป็ว่าเล่นแต่ตอนนี้กลับมาตัดเสื้อผ้าเพื่อเตรียมสำหรับทำงานเสียแล้ว”คุณป้าจางซึ่งเป็ช่างและเ้าของร้านตัดเสื้อที่คุณแม่ของเธอใช้บริการเป็ประจำเอ่ยทักทายพลางจ้องมองเยี่ยชิงเหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“ลูกสาวของเธอยิ่งโตก็ยิ่งสวยไม่รู้ว่าบ้านไหนจะโชคดีได้ลูกสาวของเธอไปเป็ลูกสะใภ้กันนะ”คุณป้าจางพูดพลางวัดตัวให้เยี่ยชิงเหมยอย่างคล่องแคล่ว
“เอาแบบที่เรียบร้อยสักหน่อยนะชุดกระโปรงแบบนี้ก็ดูทันสมัยดีนะแถมยังเรียบร้อยดีด้วย”ฟางซูจิ้งไม่ตอบคำถามของเ้าของร้านแถมยังชี้ไปที่รูปของชุดกระโปรงที่อยู่บนนิตยสารด้วยความสนอกสนใจคุณป้าจางก็รีบหันแนะนำอย่างยินดีเลยทีเดียว
“แบบใหม่ล่าสุดเลยจ้าเธอดูคอเสื้อแบบนี้สิ แค่หาผ้าพันคอสวยๆมาผูกเสียหน่อยก็จะดูสวยแปลกตาไปอีกแบบแล้วยิ่งถ้าหาผ้ามาคาดที่ผมอีกหน่อยก็จะยิ่งดูสวยเก๋แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน”คุณป้าจางรีบพลิกหน้านิตยสารแล้วเปิดรูปแบบเสื้อผ้าที่กำลังเป็ที่นิยมให้ฟางซูจิ้งดูเยี่ยชิงเหมยเพียงแค่ยิ้มอย่างอ่อนใจด้วยชาติก่อนเธอเคยได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งแฟชั่นมาแล้วจึงไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกตาแต่อย่างใดเธอจึงหันไปให้ความสนใจผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนหน้าร้านตัดเสื้อแทน
แต่แล้วสายตาของเธอก็พลันไปสะดุดกับชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินเกาะแขนกันเดินเที่ยวอยู่ด้านนอกของร้านบังเอิญที่คนคู่นั้นหันมาเห็นเธอเข้าพอดีฝ่ายหญิงยังคงมองผ่านเธอไปด้วยความที่ไม่รู้จักกันแต่ฝ่ายชายกลับชะงักนิ่งอยู่กับที่แล้วก็ก้มลงไปพูดอะไรบางอย่างกับผู้หญิงคนนั้นพอเธอเดินจากไปแล้วเขาจึงได้เดินเข้ามาหาเธอในร้าน
“ชิงเหมย”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอยากจะอธิบายแต่เยี่ยชิงเหมยกลับหันไปมองทางคุณแม่ของเธอแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ชุดนั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกันค่ะคุณแม่ตัดแค่สามชุดก่อนถ้าหากไม่พอพวกเราค่อยมาตัดใหม่”เมื่อเยี่ยชิงเหมยพูดเช่นนี้แม่ของเธอก็พยักหน้าแล้วหันไปพูดคุยกับคุณป้าจางด้วยสีหน้าอันราบเรียบส่วนเยี่ยชิงเหมยก็หันไปเผชิญหน้ากับเผิงเยี่ยนแล้วจึงได้พยักหน้าทักทายเขาด้วยสีหน้าเ็า
“สวัสดีค่ะ”เมื่อเธอเอ่ยทักเขาไปเช่นนี้เผิงเยี่ยนก็ได้แต่มองเธอด้วยสายตาที่ออดอ้อนมากกว่าปกติ
“พวกเรามีเื่ที่จะต้องคุยกันไม่รู้ว่าเธอสะดวกไหม” คำพูดของเขาทำให้เยี่ยชิงเหมยทอดถอนใจออกมา
“คุณแม่ค่ะหนูกับคุณเผิงมีเื่ที่จะต้องพูดคุยกันนิดหน่อยไม่ทราบว่าคุณแม่ไปรอหนูอยู่ที่ร้านทำผมของคุณน้าก่อนได้ไหมคะ”เมื่อลูกสาวถามเช่นนี้มีหรือที่ฟางซูจิ้งจะปฏิเสธ
“ลูกไปเถอะเดี๋ยวแม่ตกลงเื่ตัดเสื้อกับคุณป้าจางเสร็จแล้วแม่จะไปรอหนูที่ร้านทำผมของคุณน้าของลูกก็แล้วกัน”เมื่อฟางซูจิ้งเปิดทางให้เช่นนี้เยี่ยชิงเหมยจึงได้พยักหน้าให้เผิงเยี่ยนแล้วเดินนำเขาออกจากร้านไปเผิงเยี่ยนรีบค้อมศีรษะให้ฟางซูจิ้งแล้วจึงได้รีบติดตามเธอออกไปในทันที
“พ่อหนุ่มคนนี้คงจะไม่ใช่ว่าที่ลูกเขยของเธอหรอกนะทั้งหน้าตาทั้งบุคลิกนับว่าโดดเด่นมากทีเดียว”คุณป้าจางเอ่ยถามฟางซูจิ้งในทันทีเมื่อสองหนุ่มสาวเดินออกจากร้านของเธอไปแล้ว
“ไม่ใช่หรอก เขาเป็พี่ชายของเพื่อนสนิทของลูกสาวของฉันน่ะ”เมื่อฟางซูจิ้งปฏิเสธเช่นนี้คุณป้าจางก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
“ดูจากสายตาของพ่อหนุ่มคนนั้นแล้วเขาคงจะไม่ได้คิดกับลูกสาวของเธอแค่เพื่อนของน้องสาวเป็แน่แต่น่าเสียดายที่ลูกสาวของเธอดูเหมือนว่าจะไม่สนใจเขา”คำพูดของคุณป้าจางทำให้ฟางซูจิ้งก็ได้แต่ยิ้มออกมา
“ความคิดของเด็กสาวพวกเราจะสามารถคาดเดาอะไรได้เล่าเด็กสมัยนี้เอาไปเปรียบเทียบกับรุ่นพวกเราไม่ได้หรอกได้ออกนอกบ้านมาพบผู้คนหลากหลายตัวเลือกย่อมจะมีมากอยู่แล้ว”คำพูดของฟางซูจิ้งทำให้คุณป้าจางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในทันที
“เป็อย่างที่เธอว่านั่นแหละยิ่งถ้าหน้าตาดีแบบลูกสาวของเธอด้วยแล้วยิ่งน่าจะมีตัวเลือกอีกมากมาย”เมื่อคุณป้าจางพูดเช่นนี้ฟางซูจิ้งก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมา
“ฉันก็ได้แต่หวังว่าลูกสาวของฉันจะเลือกถูกคนนะ”คำพูดของฟางซูจิ้งทำให้คุณป้าจางหัวเราะออกมาในทันที
“เื่นี้มันต้องขึ้นอยู่กับวาสนาด้วยเื่นี้เธอเองก็น่าจะรู้ดีที่สุด”เมื่อคุณป้าจางพูดเช่นนี้ฟางซูจิ้งก็หัวเราะออกมาเช่นกันเมื่อคิดได้ว่าคนที่ไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างเธอและสามียังมาลงเอยกันได้และใช้ชีวิตร่วมกันมาจนถึงตอนนี้แล้วเธอจะมานั่งกังวลเกี่ยวกับเื่คู่ครองของลูกสาวอีกทำไมถึงอย่างไรทุกคนก็ล้วนมีวาสนาของตนเองอยู่แล้ว
ในขณะที่ฟางซูจิ้งกำลังเดินออกจากร้านตัดเสื้อเพื่อไปที่ร้านทำผมของฟางซูชิงผู้เป็น้องสาวเยี่ยชิงเหมยก็กำลังพยายามจะตัดวาสนาระหว่างตนเองกับเผิงเยี่ยนผู้เป็อดีตสามีในชาติที่แล้วด้วยสีหน้าอันเ็าเธอจำได้ดีว่าเด็กสาวที่เกาะแขนของเขาเมื่อครู่นี้คือหลี่จิ่งหรานในชาติก่อนแม้ว่าเธอจะเคยเห็นหลี่จิ่งหรานในระยะไกลแต่ใบหน้านี้เธอไม่เคยจะลืมเลือนได้เลยแม้ว่าในชาตินี้หลี่จิ่งหรานจะยังคงเป็แค่เพียงเด็กสาวคนหนึ่งก็ตามที
“คุณมีเื่อะไรที่อยากจะพูดกับฉันก็เชิญพูดมาได้เลยค่ะ”คำพูดของเยี่ยชิงเหมยทำให้เผิงเยี่ยนขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจแต่เมื่อคิดว่าเขาเป็ฝ่ายผิดต่อเธอก่อนเขาจึงได้รีบแก้ตัวในทันที
“เยว่เล่อบอกกับผมว่าคุณเข้าใจผมผิดเื่ของจิ่งหราน”คำพูดของเขาทำให้ใบหน้าของเธอพลันเ็ามากยิ่งขึ้นเขาจึงได้รีบอธิบายต่อด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอึดอัดใจ
“จิ่งหรานเป็แค่น้องสาวที่อยู่บ้านติดกันเพียงแค่นั้นผมกับเธอสนิทสนมกันมาั้แ่เด็กพอเริ่มจะโตขึ้นมาหน่อยก็ยังคงสนิทกันจึงมักจะถูกคนอื่นล้อว่าเป็แฟนกัน ผมและเธอก็เลยลองคบกันดูแต่พอผมได้พบกับคุณผมก็ไปบอกเลิกกับเธอในทันที เพราะตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมคิดกับเธอได้แค่เพียงน้องสาวเพียงเท่านั้นซึ่งไม่เหมือนกับความรู้สึกที่ผมมอบให้คุณเลยสักนิด”คำพูดของเขาประโยคนี้ถ้าเธอยังคงเป็สาวน้อยคนเดิมอยู่ก็อาจจะเชื่อแล้วแต่เธอเคยได้เผชิญหน้ากับความสัมพันธ์อันหลบๆ ซ่อนๆของพวกเขาในชาติก่อนมาแล้วยามนี้สิ่งที่เยี่ยชิงเหมยกำลังคิดอยู่ในใจก็คือ
‘คิดกับหล่อนได้แค่เพียงน้องสาว!คุณเป็คนช่างที่มีจิตใจวิปริตจริงๆที่ในท้ายที่สุดแล้วคุณก็เป็ชู้กับคนที่คุณมองเห็นว่าเป็ได้แค่น้องสาว’แน่นอนว่านี่เป็แค่เพียงความคิดในใจของเยี่ยชิงเหมยเพียงเท่านั้นเพราะตอนนี้เื่ที่เขานอกใจเธอยังไม่เกิดอีกทั้งเธอก็ไม่คิดจะแต่งงานกับเขาอีกแล้วด้วยดังนั้นเขาและหลี่จิ่งหรานคนนั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อกันในรูปแบบไหนก็ไม่เกี่ยวกับเธออีกแล้ว
“คุณจะคิดอย่างไรกับเด็กสาวคนนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันสำหรับฉันแล้วคุณเป็ได้แค่เพียงพี่ชายของเผิงเยว่เล่อเพียงเท่านั้นดังนั้นหลังจากวันนี้ไปคุณก็ไม่จำเป็ต้องมาอธิบายอะไรกับฉันอีก”เมื่อเยี่ยชิงเหมยพูดเช่นนี้เผิงเยี่ยนก็พลันส่ายหน้าในทันที
“คุณคิดกับผมแค่เพียงพี่ชายของเยว่เล่อจริงๆหรือ” คำถามของเขาทำให้เยี่ยชิงเหมยรีบพยักหน้าในทันที
“ใช่แล้วค่ะฉันไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับคุณดังนั้นวันหน้าพวกเราก็ไม่ได้มีความจำเป็ที่จะต้องพบเจอกันอีก”คำพูดของเยี่ยชิงเหมยทั้งเด็ดขาดและเ็าทำให้เผิงเยี่ยนถึงกับตั้งตัวไม่ถูกในทันที
ก่อนหน้านี้เขารับรู้ถึงความชอบพอที่เธอและเขามีต่อกันได้เขายังพาเธอไปเที่ยวและไปดูหนังด้วยกันมาตั้งหลายครั้งแต่ตอนนี้เด็กสาวตรงหน้ากลับพูดกับเขาเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกใจหายและยากจะทนรับได้จริงแต่เมื่อคิดว่าเยี่ยชิงเหมยอาจจะกำลังหึงหวงเขาเื่ที่วันนี้เขาเดินควงแขนมากับหลี่จิ่งหรานบนใบหน้าของเขาก็พลันมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาในทันทีแต่ด้วยรู้ดีว่าหากเขาเซ้าซี้ในตอนนี้อาจจะทำให้เธอยิ่งตัดรอนเขา เขาจึงได้ค่อยๆพูดกับเธออย่างใจเย็น
“เอาเป็ว่าผมอยากจะให้คุณรับรู้ไว้ว่าผมและจิ่งหรานไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเกินกว่าพี่ชายและน้องสาวส่วนความรู้สึกของคุณที่มีต่อผมนั้นผมอยากให้คุณกลับไปลองคิดทบทวนให้ดี ว่าจริงๆแล้วคุณคิดอย่างไรกับผมกันแน่ แต่ผมอยากจะให้คุณรู้ว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณนั้นลึกซึ้งกว่าที่คุณจะได้รับจากคนอื่นอย่างแน่นอน”เมื่อเขาเอ่ยจบก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้มในทันทีทิ้งให้เยี่ยชิงเหมยมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสีหน้าหงุดหงิดใจ
‘ทั้งหลงตัวเองทั้งเห็นแก่ตัวมากขนาดนี้เมื่อก่อนฉันเคยมองว่าเขาเป็คนดีได้อย่างไรกัน’เยี่ยชิงเหมยได้แต่คิดในใจด้วยความไม่พอใจและคิดว่าคราวหน้าเธอคงจะต้องใช้คำพูดที่รุนแรงมากกว่านี้เพื่อทำให้เธอสามารถตัดเขาออกไปจากชีวิตของเธอได้อย่างถาวร