ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 25 ปล่อยตัว

     บทที่ 25 ปล่อยตัว

          แสงไฟในห้องสอบสวนส่องลงบนใบหน้าของเย่จื่อเฉินความจ้าของแสงไฟทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย

         ปึง!

         ตำรวจหญิงเดินเข้ามาจากนอกห้องสืบสวนแล้วโยนสมุดบันทึกลงบนโต๊ะอย่างแรง

          "สารภาพมา"

         เย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้นตามเสียง เขาไม่เข้าใจเลยที่ตำรวจสาวคนนี้ไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่องอะไรก็จับเขามาที่นี่ทันที

         กวาดตามองใบหน้ารูปไข่ของตำรวจสาวเล็กน้อยจะว่าไปแล้วตำรวจคนนี้ก็หน้าตาสะสวยทีเดียว

         ใบหน้าเรียวได้รูป ผมยาวดำขลับมัดรวบไว้เป็นหางม้าถึงหน้าตาจะติดเย็นชาก็ไม่ได้มีผลต่อความสวยของเธอเลย

          "คุณตำรวจ ผมไม่มีอะไรจะสารภาพ"

          "ได้ ปากแข็ง" ตำรวจสาวยกยิ้มมุมปากแล้วเปิดสมุดบันทึก หยิบปากกาออกมาและเริ่มตั้งคำถามตามสูตรที่กำหนดตายตัวเอาไว้

          "ชื่อนามสกุล"

          "เวลาที่ตำรวจถามชื่อนามสกุลของอีกฝ่ายควรจะต้องแจ้งประวัติของตัวเองก่อนหรือเปล่าครับ?" เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วยิ้ม ตำรวจสาวตบโต๊ะดังปัง ทำเอาเขาตกใจไปทันที

          "เชื่อไหมว่าฉันยัดนายเข้าห้องขังในฐานะที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการได้"

          "จะหงุดหงิดขนาดนี้ทำไมเล่า" เย่จื่อเฉินเบ้ปาก "อย่างน้อยก็บอกแซ่ผมหน่อยสิ"

          "หลิน"

          "อ้อ คุณตำรวจหลิน ผมชื่อเย่จื่อเฉิน"

          "อายุ"

          "ยี่สิบ"

          "เพศ"

          "......" เย่จื่อเฉินชะงักไปนิดเขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงมุกฮาในอดีตที่คนชอบเล่นไม่เคยเบื่อ

         "จะให้ผมถอดให้คุณดูไหม?"

         "ถอดแล้วนายก็ดูเองเถอะ"

         ตำรวจหลินไม่รับมุกเลยด้วยซ้ำคิดว่าอีกฝ่ายจะบันดาลโทสะเหมือนอย่างในนิยายเสียอีกแต่ไม่คิดเลยว่าจะตอกกลับมาแบบนี้

          "ชาย"

          "ทำไมถึงทำร้ายคนอื่น?"

         "คุณตำรวจหลิน นี่คุณใส่ร้ายกันเกินไปหน่อยแล้วนะเมื่อกี้ตาลุงนั่นก็เพิ่งพูดเองว่าเขาล้มลงไปเองทำไมคุณถึงมาใส่ความว่าผมทำร้ายเขาล่ะ?" เย่จื่อเฉินเปิดปากพูดด้วยใบหน้าระอาใจ

          "เหอะ อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับฉัน ที่เหยื่อพูดแบบนี้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะโดนข่มขู่นายอย่ามามัวอ้อมค้อมอยู่เลย รับสารภาพมาเถอะ" ดวงตาคู่นั้นของตำรวจหลินจ้องเย่จื่อเฉินเขม็งราวกับว่าจะมองให้ทะลุถึงใจของเขา

          "ผมไม่ได้ทำ" ไม่ว่ายังไงเย่จื่อเฉินก็ยังปากแข็งจนถึงที่สุดถ้ารับสารภาพไปอย่างน้อยเขาก็จะต้องอยู่ในสถานกักกันเป็นเวลาครึ่งเดือน

          "นายคิดว่านายจะเสแสร้งไปได้นานแค่ไหน ทางเราได้ส่งเหยื่อไปโรงพยาบาลแล้วและได้รับการคุ้มครองจากทางตำรวจ อีกไม่นานเหยื่อก็สามารถเอาผิดนายได้แล้ว"

          "ถึงยังไงผมก็ไม่ได้ทำ" เย่จื่อเฉินแสร้งทำเป็นพาลตาชำเลืองมองหน้าอกของตำรวจหลิน "36ซีใหญ่มากเลยนะ"

          "นาย..."

         ตำรวจหลินตบโต๊ะแล้วก็ลุกขึ้นเย่จื่อเฉินก็เบิกตาโตแล้วถอยร่นไปข้างหลัง

          "ทำไม ตำรวจจะทำร้ายประชาชนเหรอ?"

         "เหอะ ทำร้ายนายมากสุดก็แค่ทำร้ายคนห่วยแตก!"

          กำหมัดจนเสียงกระดูกดังลั่น ตำรวจหลินก้าวเข้าไปใกล้เย่จื่อเฉินทีละก้าวด้วยใบหน้าเย็นชาและเยือกเย็น

          "ช่วยด้วย ตำรวจทำร้ายร่างกายประชาชน"

         ...

          "ซูซู ขอโทษนะ อาเสี่ยมาช่วยเป็นโล่กำบังให้ฉันแล้วโดนจับมาที่โรงพักแล้ว"

         เซี่ยเขอเข่อยู่ปากใส่โทรศัพท์ด้วยท่าทางน่าสงสารคนที่อยู่อีกด้านของสายถึงกับอึ้งไป ก่อนจะรีบพูด

          "แล้วเขาเป็นยังไงบ้าง?"

         "ไม่รู้เลย แต่ฉันว่าตำรวจคนนั้นโหดมาก ไม่รู้ว่าอาเสี่ยอยู่ข้างในแล้วจะโดนอะไรบ้าง"

          "โอเค ฉันเข้าใจแล้ว"

         ติ๊ด

         โทรศัพท์โดนตัดสายไปทันทีเซี่ยเขอเข่อยืนอยู่นอกสถานีตำรวจแล้วมองเข้าไปข้างในหลังจากที่ลังเลอยู่นานก็กดหาเบอร์โทรหนึ่งในโทรศัพท์

         "คุณตำรวจหลิน อย่าลืมสถานะตัวเองสิ ต่อให้ผมเป็นผู้ร้ายคุณก็ไม่สามารถหยาบคายกับผมได้นะไม่อย่างนั้นผมจะติดต่อทนายความของผมแล้วส่งหนังสือร้องเรียนมายังสถานีตำรวจของคุณ"

         เย่จื่อเฉินกลืนน้ำลายแล้วพูดกึ่งเตือนกึ่งข่มขู่มีแต่สวรรค์ที่รู้ว่าผู้หญิงบ้าคนนี้จะทำอะไรเขา

         ตอนนี้มือของเขาโดนใส่กุญแจมืออยู่ด้วยต่อให้โดนต่อยเขาก็ทำได้แค่นั่งนิ่งให้ต่อยเท่านั้นแหละ

          "อย่าห่วงเลย ทางเรามีหลายวิธีที่จะทำให้นายเจ็บปวดโดยหน้าตาไม่มีร่องรอยบาดแผลสักนิดเดียว" ตำรวจหลินเหมือนปีศาจร้ายก้าวเท้าเข้าไปใกล้เย่จื่อเฉินทีละก้าว

         ทันทีที่อีกฝ่ายยกมือขึ้น เย่จื่อเฉินก็ยอมทันที

          "ผมยอมสารภาพแล้ว!"

         "หึ สารภาพตั้งแต่ทีแรกก็สิ้นเรื่อง" ตำรวจหลินยิ้มได้ใจเดินกลับไปที่โต๊ะ "พูดมา!"

          ตึง

         ตำรวจหลินเพิ่งจะหยิบปากกาขึ้นมา ประตูห้องสอบสวนก็โดนคนผลักเข้ามา

          "ผู้กองหลิน มีโทรศัพท์ครับ"

          "ฉันสอบปากคำคนร้ายอยู่"

         "สารวัตรโทรมาครับ"

         ตำรวจหลินโยนปากกาไปด้านข้างอย่างหัวเสีย แล้วพูด "เดี๋ยวฉันจะกลับมาจัดการนาย"

          "ค่ะสารวัตร"

          "เสี่ยวหลิน ทางเราจับกุมคุณผู้ชายแซ่เย่มาใช่ไหม"

         ตำรวจหลินพอได้ยินก็เปลี่ยนสีหน้า แล้วตอบ

         "ใช่ค่ะ"

         น้ำเสียงของคนในสายนิ่งไปอย่างเห็นได้ชัดหลังจากนั้นก็ใช้น้ำเสียงร้อนรนพูด "รีบปล่อยคุณผู้ชายคนนั้น"

          "แต่ว่าเขาตั้งใจ..."

          "ไม่มีอะไรที่ตั้งใจทั้งนั้น เสี่ยวหลิน นี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบนอีกอย่างเมื่อกี้ทางการทหารก็ยังขอให้เราปล่อยตัวคุณชายเย่คนนั้นไป เข้าใจไหม!"

          ตำรวจหลินถือสายโทรศัพท์เงียบอยู่นาน แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา

          "เข้าใจแล้วค่ะ"

          โทรศัพท์โดนตัดสายไป แล้วตำรวจหลินก็มองนายตำรวจที่อยู่ข้างกาย

          "เหยื่อให้การว่ายังไงบ้าง"

          "เหยื่อยืนยันว่าตัวเองล้มไปเองครับ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย"

         กึก

         "ปล่อยตัว!"

          เดินวางท่ากร่างออกมาจากห้องสอบสวนก่อนจะไปเย่จื่อเฉินก็ยังวิ่งไปหาตำรวจหลินอีกครั้ง

          "คนสวยครับ ผมไปแล้วนะ อย่าคิดถึงผมล่ะ"

          "อย่าให้ฉันจับนายได้อีกนะ"

          "ฮ่าฮ่า จะหงุดหงิดขนาดนี้ทำไม ถ้าผู้หญิงหงุดหงิดง่ายประจำเดือนจะไม่มานะ"

          แล้วก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ตำรวจหลิน ตำรวจหลินโกรธจนกัดฟันกรอด

         เมื่อมองตามร่างที่อวดดีของเย่จื่อเฉินตำรวจหลินก็ทนไม่ได้จนต้องกำหมัดแน่น

          "รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเย่จื่อเฉินมาแล้วเอาไปให้ที่ห้องทำงานของฉัน"

         เมื่อเดินออกมาจากสถานีตำรวจความรู้สึกของเย่จื่อเฉินก็อธิบายได้ด้วยสองคำนี้

         สบายใจ!

         "อาเสี่ย"

         เซี่ยเขอเข่อที่เฝ้าอยู่หน้าทางเข้าสถานีตำรวจตลอดก็พุ่งตัวมาจากทางด้านข้างเข้าสู่อ้อมกอดของเย่จื่อเฉินเย่จื่อเฉินรับเธอเอาไว้ตามสัญชาตญาณแต่กลับเห็นว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดร้องไห้น้ำตาไหลพรากเป็นสายฝนแล้ว

          "เมื่อกี้ฉันตกใจหมดเลย..."

          "เรื่องใหญ่ที่ไหนกันเล่า จิตใจอ่อนแอขนาดนี้ ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเธอเล่นจนเป็นมาสเตอร์ได้ยังไง"

          "ฉันนะ...อาศัยว่า...ใช้เวทมนตร์!"

          พอพูดถึงเรื่องตีป้อม เซี่ยเขอเข่อก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าดื้อรั้นทันทีแต่เธอก็ยังร้องไห้และพูดต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด

          "โอเคโอเค ใช้เวทมนตร์ ทักษะตีป้อมของเขอเข่อแข็งแกร่งที่สุดแล้วล่ะ"

         "แน่นอน"

         เซี่ยเขอเข่อย่นจมูกแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้นเธอมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเย่จื่อเฉินอย่างอึ้งๆ แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น

         จุ๊บ

         ริมฝีปากนุ่มประทับลงบนแก้มของเย่จื่อเฉิน พอหันกลับมาด้วยความตกใจกลับเห็นเซี่ยเขอเข่อเช็ดน้ำตาด้วยรอยยิ้มตาหยีอยู่

          "นี่เป็นจูบแรกของฉันเลยนะ เราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วหลังจากนี้ห้ามใช้เรื่องนี้มาทวงบุญคุณจากฉันล่ะ"

         ติ๊ง!

         หัวใจเย่จื่อเฉินเต้นรัวขึ้นมา

          นึกถึงจูบของสาวน้อยเมื่อครู่นั้นคงไม่ใช่ว่าเซี่ยเขอเข่อก็โดนดึงเข้ามาหาเขาด้วยเหมือนกันหรอกนะ

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน