7
แปลงผักข้างบ้าน
ั้แ่วันนั้นนางก็แทบไม่ได้พบหน้าสามีอีกเลย ในเวลานอนเขามักจะเข้ามาใน่ดึกสงัดและออกไปใน่รุ่งสางเสมอ มีเพียง
รอยยับย่นบนเตียงเย็นชืดที่บ่งบอกถึงการมีตัวตนของอีกฝ่ายเท่านั้น
เหลยเหลยที่วันๆ ไม่ค่อยมีอะไรทำมากนักจึงเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย นางมองเห็นที่ดินด้านข้างเรือนเล็กถูกปล่อยทิ้งให้ว่างเปล่า
ไร้ประโยชน์ จึงชักชวนสองสาวใช้ลงมือถอนวัชพืช เตรียมทำแปลงผักเล็กๆ ทั้งแก้เหงา ทั้งได้ปลูกผักนำมาเป็วัตถุดิบในการปรุงอาหารอีกด้วย
“คุณหนู ท่านจะทำอันใดหรือเ้าคะ” อิงอิงเอ่ยถามสองมือเต็มไปด้วยเศษดิน เศษหญ้า ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแลดู
ขะมุกขะมอมยิ่งนัก
“ข้าอยากทำแปลงปลูกผักสักหน่อย” เหลยเหลยตอบคำถามของสาวใช้ทั้งที่ยังไม่ละมือจากงานตรงหน้า ได้ขยับร่างกายออกแรงแบบนี้ค่อยรู้สึกกระชุ่มกระชวยหน่อย
“หา แปลงปลูกผักหรือเ้าคะ” อิงอิงร้องลั่น คุณหนูของพวกนางช่างแปลกจริงเชียว งานเย็บปักถักร้อยนางก็พอทำได้ เล่นดนตรีหรือก็ไพเราะ แต่กลับเลือกลงมือขุดดินถางหญ้าปลูกผัก
“ใช่ เ้าใอะไร ข้าอยู่ว่างจนเบื่อหน่ายเต็มทน ก็แค่หาอะไรทำก็เท่านั้น เร่งมือเข้าเถิด” เหลยเหลยบอก
หลังจากพยายามถางหญ้าและวัชพืชอยู่ครึ่งค่อนวันในที่สุดก็สำเร็จทีนี้ก็เหลือเพียงไปตลาดเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์พืชเท่านั้น เหลยเหลยปัดเศษดินออกจากมือ สมัยที่ยังอยู่กับเถ้าแก่เนี้ยนางก็ทำสวนผักข้างบ้านเช่นกัน เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวถ้าผักพวกนั้นมีจำนวนมากจนกินไม่หมดก็มักจะให้คนงานเอาไปขายที่ตลาดอยู่เสมอ แต่มาอยู่ที่นี่คงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ ท่านพี่คงไม่พอใจหากใครพูดว่าฮูหยินของท่านเ้าเมืองเอาผักมาเร่ขาย นางจึงคิดจะทำแปลงผักขนาดเล็กเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้กินในบ้านเท่านั้น
“เหลยเหลย เ้าทำอะไรน่ะ” หลี่ฉิงซูพร้อมด้วยสาวใช้คนสนิทมายังเรือนเล็ก วันนี้เหลยเหลยยุ่งกับงานใหม่ของตนจนไม่ได้ไหนทั้งที่ปกติเกือบทุกบ่ายจะคอยไปอยู่เป็เพื่อนจิบชากับนางเสมอ
“ท่านแม่ ลูกกำลังเตรียมดินทำแปลงปลูกผักเ้าค่ะ” หลี่ฉิงซูทำหน้าตาประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง คุณหนูบอบบางอย่างนางน่ะหรือขุดดินถอนหญ้า
“เ้าจะปลูกอะไรละ”
“ข้าว่าจะปลูกหัวไชเท้ากับผักกาดเ้าค่ะ” เหลยเหลยเงยหน้าตอบเสียงสดใส ใบหน้าเนียนแดงเรื่อเพราะความร้อนและแสงแดด
“ฟังดูไม่เลว หัวไชเท้าถ้ากินไม่ทันยังเอามาดองทำเป็กับข้าวได้อีกนี่ลูกข้าคงงานยุ่งจนเ้าเหงามากสินะ” นางเอ่ยถามลูกสะใภ้อย่างเห็นใจ
“ไม่หรอกเ้าค่ะท่านแม่ ลูกอยากยืดเส้นยืดสายออกแรงสักหน่อย ปลูกผักนอกจากจะได้ออกแรงแล้วพอผักโตยังเก็บเกี่ยวมาทำอาหารได้ด้วยนะเ้าคะ” รู้จักคิดยิ่งนัก หลี่ฮูหยินนึกชมลูกสะใภ้ในใจ บุตรชายแต่งได้ดีจริง
“งั้นข้าช่วยเ้าด้วยดีหรือไม่” ฉิงซูนึกสนุกจึงขันอาสา แต่โฉมสะครวญที่ละมือจากงานล้างมือเรียบร้อยแล้วปราดเข้ามาห้ามทันที
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านแม่ เสร็จแล้วเ้าค่ะ ลูกว่าเราไปจิบชาชมสวนกันดีหรือไม่เ้าคะ ที่เหลือตรงนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของอิงอิงกับเสี่ยวฮวาเถิด”
“ตอนนี้แดดร้อนมากแล้ว ลูกเกรงว่าท่านแม่จะไม่สบายนะ”เหลยเหลยโน้มน้าวเมื่อเห็นสายตาลังเลของนาง
“แม่ตามใจเ้า แต่เ้าต้องดีดฉินให้แม่ฟังนะไม่ได้ฟังมาหลายวันแล้ว”
“ได้เ้าค่ะท่านแม่”
เย็นวันเดียวกันเหลยเหลยรอสามีกลับมาทานอาหารด้วยกันจนมืดค่ำก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหลี่จื้อจึงตัดสินใจไม่รออีกต่อไปแต่ยังทานไม่ทันเสร็จหลี่จื้อก็กลับมา เขาไม่พูดไม่จาใบหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธเคืองสิ่งใด สายตาคมประดุจเหยี่ยวมองภรรยาอย่างเฉยเมยแต่นางชินเสียแล้วั้แ่พบกันสามีของนางไม่เคยยิ้มแย้มให้นางสักครั้ง
“ท่านพี่ ทานอะไรมาหรือยัง หิวหรือไม่” นางลุกขึ้นรินน้ำชาให้สามีทั้งยังสั่งให้เสี่ยวฮวาเตรียมตะเกียบกับถ้วยข้าวมาให้
“เ้ามีอะไรจะคุยกับข้าหรือ” หลี่จื้อสังเกตเห็นอาการกระตือรือร้นเอาอกเอาใจอย่างผิดปกติของนาง
“ท่านพี่ ข้าอยู่บ้านรู้สึกเหงาไม่น้อยอีกทั้งพบว่าข้างเรือนของเรามีพื้นที่รกร้างไร้ประโยชน์ ข้าจึงอยากเปลี่ยนมันเป็แปลงเพาะปลูกพืชผักง่ายๆ ได้หรือไม่ ข้าวางแผนจะปลูกหัวไชเท้ากับผักกาดก่อนเ้าค่ะ ต่อไปค่อยปลูกผลไม้หรือพืชผักอื่น” ถึงจะลงมือเตรียมการเกือบเสร็จแล้วแต่เหลยเหลยคิดว่าควรบอกกล่าวแก่เ้าของบ้านเสียก่อนดีกว่าให้เขามาเห็นด้วยตนเองภายหลัง
“เ้าอยากทำอะไรก็ย่อมได้ นี่เป็เรือนของเ้าเช่นกัน” นางไม่แน่ใจว่าสามีประชดประชันนางหรือไม่ วันนี้นางรู้สึกว่าเขาดูขุ่นเคืองนางพิกลทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันเป็ครั้งแรกของวัน
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าขอออกไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักนะเ้าคะ” หลี่จื้อรับคำในลำคอทำให้ใบหน้าหวานอมยิ้มจนตาหยีอย่างยินดี ั้แ่ออกเรือนมานี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นนางยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ซ่งอันหนิงออกเรือนมากับเกาหย่งอี้เพียงไม่นานกลับพบว่าสามีปิดบังเื่ที่เขามีอนุอยู่ในเรือนหลายคน อีกทั้งยังมีท่าทีที่เปลี่ยนไป
ไม่รักและเอาอกเอาใจนางดังเช่นแต่ก่อน
“ท่านพี่ เหตุใดวันนี้ท่านกลับดึกนัก” ซ่งอันหนิงเอ่ยถามสามีด้วยความเป็ห่วงทันทีที่เห็นเขาเปิดประตูห้องนอนเข้ามาในยามไฮ่(เวลา 21.00-23.00น.)พร้อมด้วยอาการมึนเมา
“ข้าจะไปไหนมาไหนต้องบอกเ้าด้วยหรือ ข้าอยากกลับกี่โมงก็เื่ของข้า” เกาหย่งอี้พูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เขาเพิ่งกลับมาจากหาความสำราญที่หอนางโลมแห่งหนึ่งทั้งตัวมีแต่กลิ่นสุราคละคลุ้ง
“ขะ...ข้าก็แค่เป็ห่วงท่านก็เท่านั้น”
“เ้ากลายเป็คนเื่มากแบบนี้ั้แ่เมื่อใดกัน” ดูเอาเถิดความเป็ห่วงเป็ใยของนางกลับกลายเป็ความเื่มากเสียแล้ว เกาหย่งอี้ตวัดสายตามองภรรยาตาขวาง
“ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่ข้าจะได้ให้สาวใช้เตรียมน้ำให้ท่าน” อันหนิงตัดสินใจที่จะเลิกซักไซ้
“พูดมากน่ารำคาญ”
“ข้าพูดกับท่านพี่ดีๆ ใยท่านจึงขึ้นเสียงกับข้า” อันหนิงหมดความอดทนอีกต่อไปจึงเสียงดังใส่สามี
“เ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้างั้นหรือ” บุรุษหนุ่มเงื้อมือขึ้นสูงั์ตาวาววับด้วยแรงโมโห สายตาของคู่สามีภรรยาฟาดฟันอย่างไม่ยอมกันอยู่่ครู่แล้วเกาหย่งอี้ก็เป็ฝ่ายสะบัดแขนเสื้อจากไป
=====================================
สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน
่นี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกทุกวันเลย ดาวเหนือโดนฝนเกือบทุกวันเลย
ดูแลตัวเองกันให้ดีนะคะ
ฝนตกทุกคืนแบบนี้งานเขียนไม่ค่อยคืบเท่าไหร่เพราะอากาศน่านอน 55555