บทที่ 199 ลบล้างหลักการทั้งหมด.
แจ๊คกวาดสายตามองไปยังพื้นที่รอบ ๆ ตัวที่มีแต่ความเงียบสงบจนน่ากลัว ทันใดนั้นแจ๊คหัวเราะขึ้นก่อนจะพลิกฝ่ามือดึงออกอะไรบางอย่างที่กำลังซ่อนตัวให้ออกมา
ปัง
กระดูกสีขาวของยักษ์ 3 ตาเกิดกระเด็นปลิวหายไป แต่สิ่งที่ลอยมาหาแจ๊คคือลูกแก้วสีขาวบริสุทธิ์ลูกแก้วนั้นพยายามจะหลบหนีจากเนื้อมือของแจ๊ค
ทว่าไม่เป็นผลไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สามารถสลัดพลังที่แจ๊คปล่อยออกไปได้ ลูกแก้วสีขาวแตกตื่นก่อนจะพูดว่า
“เส้นทางปีศาจ แกเป็นใครกันแน่”
ลูกแก้วสีขาวพูดขึ้นมาเพราะว่าลูกแก้วสีขาวคือดวงวิญญาณของยักษ์ 3 ตาที่กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในกระดูกของตนเอง
“แกไม่สามารถฆ่าฉันได้...........”
แจ๊คหัวเราะเยาะเย้ยยักษ์ 3 ตาเพราะว่าสิ่งที่เขาต้องการคือความรู้และความทรงจำทั้งหมดของยักษ์ 3 ตาวิธีการที่เปลี่ยนพลังกายเป็นธาตุต่าง ๆ
“ฉันเป็นใครไม่ต้องสนใจหรอกเพราะว่าฉันไม่ต้องการบอกชื่อสำหรับคนที่กำลังจะตาย”
แจ๊คพูดขึ้นพร้อมอ้าปากกลืนกินดวงวิญญาณของยักษ์ 3 ตาเข้าไปทันที
“ไม่................แกไม่สามารถฆ่าฉันได้ ถ้าฉันตายแกจะเป็นศัตรูตลอดกาลของเผ่ายักษ์.....”
ปัง
ดวงวิญญาณยักษ์3 ตาไหลลงคอและตกไปสู่หัวใจทันที พอมาถึงหัวใจหัวใจของแจ๊คได้แผดเผาดวงวิญญาณยักษ์ 3 ตาจนกรีดร้องอย่างทรมาน
แจ๊คแปลกใจเป็นอย่างมากที่หัวใจสามารถแผดเผาจิตใจหรือความนึกคิดของดวงวิญญาณได้แล้ว
ผ่านไปสักพักหนึ่งดวงวิญญาณยักษ์ 3 ตาหลงเหลือเอาไว้แค่ลูกแก้วสีขาวธรรมดาที่มีความทรงจำจำนวนมากไหลเวียนอยู่ด้านใน
ไม่รอช้าแจ๊คดูดซับความรู้ทั้งหมดของยักษ์ 3 ตาทันทีหลังจากที่ดูดซับความรู้ทั้งหมดของยักษ์ 3 ตาสีหน้าของแจ๊คเปลี่ยนแปลงไปตกใจ ตื่นเต้น คาดหวังและอื่นมากมาย
เพราะว่าความทรงจำของยักษ์ 3 ตาทำให้เขาได้รับรู้เกี่ยวกับดวงดาวเคอเซอร์ว่าทำไมยักษ์ 3 ตาถึงไม่ได้ออกไปช่วยกันต่อสู้กับปีศาจที่บุกรุกเข้ามา
ทำไมศาสนาแห่งแสงถึงมีความแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งและสงครามในอดีตที่ผ่านมาว่าเจอกับอะไร
แจ๊คลืมตาขึ้นดวงตาสีม่วงของเขาส่องประกายอย่างลึกซึ้งก่อนที่แจ๊คจะกระอักเลือดออกมา ออร่าภายในร่างกายของเขาลดลงจนกลายเป็นปกติ
สีหน้าของแจ๊คขาวซีดแต่เขายังหัวเราะได้เพราะว่าสิ่งที่ออกมาพร้อมกับเลือดคือผลึกสีดำผสมขาวอันแปลกประหลาด
และด้านบนผลึกนั้นมีเส้นสีม่วงและแดงกำลังพันธนาการผนึกสีดำผสมขาวอยู่ ผนึกนี้คือความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติที่แจ๊คได้รับมาจากการท่องมิติอันแสนจะอันตราย
ส่วนเส้นสีม่วงคือเลือดปีศาจภายในร่างกายของเขาและเส้นสีแดงคือเซลล์ของแจ๊ค แจ๊คต้องใช้ถึง 5 เซลล์ในการบีบอัดและผนึกความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติให้กลายเป็นรูปร่างของสิ่งของ
ก่อนจะใช้ชีวิตของเซลล์ทั้ง 5 ในการผนึกมันเพื่อไม่ให้อาละวาดภายในร่างกายของแจ๊ค
วิชาในคราวนี้ที่แจ๊คตั้งชื่อว่า 1 เซลล์ 1 ชีวิตเพราะว่าวิชานี้ตามชื่อที่เรียกคือ 1 เซลล์ของแจ๊คจะมีค่าเป็นชีวิตของเขา
ตอนสุดท้ายที่ต่อสู้กับยักษ์ 3 ตานั้นแจ๊คสร้างเซลล์ชีวิตได้แค่ 15 เซลล์เท่านั้นก่อนจะระเบิดพลังเซลล์ 10 เซลล์ภายในร่างกายทำให้แจ๊คมีพลังเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าด้วยกัน
ต่อให้ยักษ์ 3 ตาแข็งแกร่งขนาดใหญ่ดูดพลังเลือดเผ่ายักษ์มากมายขนาดนั้นก็เพิ่มพลังได้แค่ 3-4 เท่าเท่านั้น
เพราะเรื่องนี้ทำให้ยักษ์ 3 ตาพ่ายแพ้ลงอย่างง่ายดาย แต่มันก็มีข้อเสียคือเซลล์ที่แจ๊คระเบิดพลังจะอยู่ได้แค่ 5 นาทีเท่านั้นก่อนจะตายลง
แต่เซลล์ที่ตายลงในร่างกายของแจ๊คจะสร้างเซลล์ชีวิตขึ้นมาใหม่ได้เรื่อย ๆ เนื่องจากการยอมตายครั้งหนึ่งของแจ๊ค
เพราะว่าหนังสือเกี่ยวกับเซลล์ที่เขาได้อ่านบอกว่าเซลล์จะตายและเกิดใหม่ทุกวินาที การจะเสริมสร้างพลังให้กับเซลล์เป็นเรื่องที่โง่เขลามาก
แต่ถ้าลองย้อนคิดกลับด้านจะทำยังไงให้เซลล์ที่เกิดใหม่แข็งแกร่งได้เท่ากับเซลล์ที่ตายลงไป
ความคิดแบบนี้ทำให้แจ๊คนึกจะทดลองอะไรบางอย่างที่เสี่ยงอันตรายมาก ๆ คือการยอมตายเพื่อแลกกับเซลล์ที่แข็งแกร่งตลอดกาล
ในตอนแรกแจ๊คคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงให้เซลล์ภายในร่างกายแข็งแกร่งเท่ากับเซลล์ที่ตายลงไป แจ๊คใช้เวลาคิดอยู่หลายสิบปีมากในประตูสีเขียว
แต่เขาก็คิดไม่ออกพบเจอกับทางต้นเหมือนกับเทพที่ฝึกฝนร่างกายสมัยก่อน จนเกือบจะทำให้แจ๊คท้อแท้ใจและเริ่มกลับไปคิดว่าจะสุ่มวิชาฝึกฝนร่างกายของเผ่ายักษ์มาหนึ่งเล่มแล้วฝึกฝน
ระหว่างที่กำลังอ่านหนังสือเวท ร่างกายของแจ๊คเผลอไปแตะหนังสือต้องสาปเข้า ในตอนนี้หัวของแจ๊คท้อแท้และสิ้นหวังจนไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำของตนเอง
เมื่อถูกหนังสือต้องสาปเข้าพลังภายในหนังสือกำลังจะออกมากำจัดแจ๊ค แต่ร่างกายของเขาได้ขยับหลบหลีกไปเองโดยที่จิตสำนึกของแจ๊คยังไม่ทันได้ตั้งตัว
เวลานั้นทำให้แจ๊คตกใจเป็นอย่างมากก่อนจะมานั่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ เมื่อคิดทบทวนถึงเหตุการณ์นั้นทำให้ดวงตาของแจ๊คส่องประกายขึ้น
คำตอบของแจ๊คที่ได้คือร่างกายก็ต้องการมีชีวิตรอดไม่ว่าจิตใจจะสั่งการหรือไม่ เหมือนกับคนที่บอกว่าฉันไม่กลัวตายแต่ร่างกายกลัวตาย
ดวงวิญญาณและร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกันหรือไม่ใช่เรื่องจริง เช่นเวลาร่างกายตายดวงวิญญาณยังไม่ได้ตายลงไปด้วยหรือกลายเป็นผี
รอเวลาลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ ถ้าดวงวิญญาณตายคือการถูกทำลายให้หายไปจากวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด
เหมือนกับว่าคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้ฝึกฝนร่างกายอะไร อยู่มาวันหนึ่งมีคนบ้าที่ไหนไม่รู้ชี้ปืนมาทางตนพร้อมกลับกำลังฆ่าด้วยความที่ไม่ได้ฝึกฝนอะไรมา
ทำให้จิตใจหวาดกลัวและสิ้นหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนไม่สามารถขยับร่างกายไปไหนได้ คิดแค่ว่าฉันกำลังจะตายหรือนี้
ปรากฏว่าอยู่ ๆ ร่างกายได้ขยับโดยการหลบกระสุนไปเองหรือหาที่หลบซ่อน วิ่งหนีไปโดยที่จิตใจกำลังหวาดผวา หวาดกลัวและแตกตื่นจนไม่ได้สติ
เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็รอดจากความตายมาได้แล้ว แม้ว่าจะไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่
หรืออีกตัวอย่างหนึ่งทหารผู้ผ่านสงครามมามากมาย ไม่เคยกลัวตายแม้แต่ครั้งเดียวได้ทำภารกิจไปบุกรุกฐานของศัตรูและปรากฏว่าถูกจับได้
ทหารคนนั้นถูกซ้อมร่างกายอย่างหนักเพื่อให้ทหารคนนั้นบอกว่าใครเป็นคนสั่งการมา ทหารคนนั้นปากแข็งมากไม่ยอมบอกและพูดกับศัตรูว่าให้ฆ่าฉันไปเลย
แม้ว่าจะถูกทรมานนานาชนิดแต่ทหารคนนั้นยังไม่ตายเพราะอะไรนะหรือเพราะร่างกายไม่อยากตายยังไงละจึงรักษาบาดแผลที่ได้รับมาทั้งหมด
ถึงแม้จิตใจของทหารคนนั้นจะสิ้นหวังจนกลายเป็นบ้าแต่ร่างกายยังไม่อยากตายพยายามจะรักษาบาดแผลต่าง ๆ ทั้งหมด
เหมือนกับการเป็นหวัดถ้าร่างกายอยากจะตาย คนนั้นคงตายโดยไม่รู้ตัวเพราะร่างกายไม่สร้างภูมิคุ้มกันมาแม้แต่อากาศก็ยังสามารถฆ่าคนนั้นได้
ร่างกายของตนเราไม่อยากจะตายหรืออยากจะมีชีวิตรอด บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบของสัญชาตญาณ
(T.ใครไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง)
เพราะคิดแบบนี้แจ๊คจึงคิดแผนการขึ้นมาหลายอย่างมาก เช่นว่าจะทำยังไงให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ตายแต่ยังไม่ตาย จะทำยังไงให้เซลล์เหลือ 1 เซลล์เท่านั้นก่อนที่เซลล์ที่หลงเหลือจะตื่นตระหนกว่าถ้าไม่ทำอะไรมันก็จะตาย
มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้แผนสร้าง 1 เซลล์ 1 ชีวิตมีโอกาสรอด 20 เปอร์เซ็นต์คือพลังภายในดินแดนการฝึกฝนแห่งนี้มีพลังในการกระตุ้นร่างกาย
แต่แจ๊คก็ยังไม่จะเสี่ยงด้วยเพราะว่าโอกาสตายคือ 80 เปอร์เซ็นต์จนกระทั่งเห็นเลือดเผ่ายักษ์และการระเบิดของยักษ์ 3 ตาทำให้แจ๊คตัดสินใจเดิมพันความคิดนี้ทันที
ผลปรากฏว่าหลังจากที่การบีบอัดเซลล์จนถึงขีดกำจัดของร่างกาย ทำให้สมอง หัวใจ อวัยวะภายในถูกกักกินด้วยเซลล์จนหมด
และเซลล์ที่เหลือหลงอยู่ได้ต่อสู้กับจนตัวสุดท้ายมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเลือด หัวใจ สมอง กระดูก กล้ามเนื้อหรืออวัยวะภายในขนาดเล็กมากถูกอัดแน่นอยู่ในเซลล์เดียวกัน
สิ่งเดียวที่เซลล์ไม่มีคือความคิดและดวงวิญญาณ จนสุดท้ายเซลล์ได้ตกหนักถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ๆ
จนสุดท้ายเซลล์ก็ได้ทำตามที่แจ๊ควางแผนเอาไวคือการดูดซับพลังกระตุ้นร่างกายภายในประตูสีแดงทั้งหมดเพื่อแบ่งเซลล์ตัวที่รอดให้สร้างร่างกายใหม่ที่ความแข็งแกร่งยังเท่าเดิม
วิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตแข็งแกร่งเกินที่แจ๊คคาดเอาไว้มากเพราะมันไม่ใช้แค่ทำให้เซลล์ภายในร่างกายแข็งแกร่ง มันทำให้ทุกส่วนภายในร่างกายของแจ๊คแข็งแกร่งขึ้นมา
และสิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือเซลล์ 1 ชีวิตสามารถตายแทนแจ๊คได้ถ้าเขากระตุ้นเซลล์ถูกเวลา
เหมือนกับที่บีบอัดความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติให้กลายเป็นผลึกถ้าแจ๊คไม่ได้คิดค้นวิชานี้ ชีวิตเขาอาจจะตายไปแล้ว 5 รอบ
อีกอย่างหนึ่งแจ๊คสัมผัสได้วิชานี้ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของวิชา มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้นหรืออาจจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเริ่มต้น
พอแจ๊คกระตุ้นวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งตามเซลล์ที่ถูกกระตุ้นเป็นเท่าตัว อย่างเช่น 1 เซลล์ก็เพิ่มพลัง 1 เท่า
ตอนที่ยักษ์ 3 ตาสัมผัสได้ว่าแจ๊คมีสิบคน แต่สิ่งที่เห็นมีแค่คนเดียวเท่านั้น ลองคิดดูแทบจะไม่มีวิชาไหนเพิ่มพลังได้ขนาดนี้และผลที่ตามมาคือเซลล์ตายเท่านั้น
เซลล์สามารถเกิดใหม่ได้ทุกวินาที ถ้าเวลาผ่านไปแจ๊คแข็งแกร่งขึ้นและสามารถปลุกเซลล์ของตนให้มากมาย 15 เซลล์จะเป็นยังไง
แค่คิดอย่างนั้นร่างกายของแจ๊คสั่นกลัวเพราะแม้แต่เขายังรู้สึกกลัวตัวเองเหมือนกัน
“สุดท้ายผลลัพธ์ก็ออกมาดีเกินที่คาดหวังเอาไว้ เกินมากด้วย ฉันเป็นคนลบล้างหลักการทั้งหมดที่คิดว่าเซลล์ไม่สามารถเสริมความแข็งแกร่งได้ ฮ่า ๆ”
แจ๊คหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเพราะมันเหมือนกับเขาเป็นคนเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ แต่แจ๊คจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาดนอกจากคนที่ไว้วางใจ
แจ๊คหันไปมองบ่อเลือดยักษ์ที่ตอนนี้กำลังส่องประกายออร่าออกมาชวนให้ทุกคนลิ้มลอง
ผู้พิทักษ์ลับ ๆ ของเผ่ายักษ์ได้ตายลงทำให้บ่อเลือดยักษ์ไม่มีใครควบคุม สีหน้าของแจ๊คบิดเบี้ยวจนน่ากลัวก่อนจะถอนหายใจ
“จงอย่าโลภมากเดียวจะได้ตาย”
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................