อาทิตย์เเรกของการเรียนอาเฟยวุ่นสุดๆ กว่าจะได้กลับบ้านก็เย็นทุกวัน "ที่เเท้การเป็บัณฑิต ก็ยุ่งวุ่นวายเเบบนี้นี่เอง"
จริงๆไม่มีใครยุ่งขนาดนี้เลย เเต่พี่แกเล่นสมัครไปห้าชมรม เเล้วก็คาดว่าอาทิตย์นี้จะทยอยลองเข้าชมรมที่สมัครดู
ชมรมเเรกที่จะไปก็คือชมรมมวยไทย ห้องชมรมเป็ห้องซ้อมทั่วไป ส่วนใหญ่เหมือนคนสมัครมาออกกำลังกายกันมากกว่า เเถมถ้าไม่ติดอะไรคนในชมรมนี้จะเข้าชมรมกันเเทบทุกวัน เมื่อมีน้องใหม่เข้ามาพี่ๆก็จะผัดเวียนกันมาสอนท่ามาตรฐานเริ่มต้นให้น้องๆ
"ตุ๊บ ตุ้บ ตุ้บ ตุ่บ" เสียงหมัดชกกับเป้าซ้อมดังทั่วห้องชมรม อาเฟยลองออกเเรงชกไปไม่เเรงมากนัก ใครจะคิดร่างใหม่ของเด็กรัก เหมือนกับตัวเองไม่มีผิด ตัวจิ๋วเเต่เเรงยังคงเยอะเหมือนเดิม
"น้องคนนี้หน่วยก้านดีมากเลย ดูคล่องเเคล่วดี ท่าทางก็ดูเเข็งเเรง อยู่ชมรมนี้ไปสักพักพวกพี่รับรอง หุ่นน้องต้องได้อย่างพวกพี่เเน่นอน ถึงจะเพิ่มความสูงไม่ได้เเต่อย่างน้อยทำให้ตัวหนาขึ้น มีกล้ามเนื้ออีกหน่อยน่าจะดีกว่าตอนนี้เยอะเลย พวกพี่รับรอง" อาเฟยได้เเต่คิดนี่พี่เขาไม่ได้ด่าว่าเราเตี้ยใช่ไหม?
"ขอบคุณครับพี่ๆ เห็นอย่างนี้ผมกินเยอะมากกินเท่าไหร่ตัวก็ไม่ใหญ่ขึ้นสักที"
"อย่างที่น้องเห็นรุ่นพี่คนอื่นๆมากันเเทบทุกวัน ส่วนใหญ่มาออกกำลังกายกันทั้งนั้น อย่าไปสนใจชื่อชมรมมากนักล่ะ ถึงจะไม่มีสาวๆให้ดูเหมือนชมรมอื่น เเต่มีกล้ามเป็มัดๆให้ดูทุกวันนะ" พอรุ่นพี่พูดถึงประโยคนี้ พี่คนอื่นๆก็หยุดสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ เเล้วยืนเบ่งกล้ามให้ดูไม่หยุด จนคนพูดต้องปลามถึงจะกลับไปออกกำลังกายกันต่อ
วันถัดมารักก็ไปเข้าชมรมการเเสดง คนที่สมัครมาชมรมนี้ส่วนใหญ่จะเป็เด็กคณะนิเทศน์ รักอาจจะเป็เด็กคณะบริหารปีหนึ่งคนเดียวเลยก็ได้
"คุณน้องสุดหล่อมาเเล้ว อร๊ายยย~ พระเอกจ้า บทพระเอกเอาไปเลยพี่ยกให้"
"สวัสดีครับพี่ๆ"
"น้องปีหนึ่งใช่ไหมครับ?" รุ่นพี่อีกคนทักรัก
"ใช่ครับพี่"
"อ่าวเรา ่นี้เขานัดน้องปีหนึ่งซ้อมบูม ซ้อมร้องเพลงกันหนิ ทำไมเรามาอยู่นี่ได้ โดดคณะมาใช่ไหมเนี่ย"
"ซ้อมบูม?ซ้อมร้องเพลง?"
"ใช่ นี่เราไม่รู้หรอที่พวกพี่ๆเขานัดกัน เราอยู่คณะอะไรนะ?"
"บริหารครับ"
"เห้ยๆๆ ไอบูม คณะบริหารเขาไม่ซ้อมบูมกันหรอวะ "
“ซ้อมดิวะ กูเพิ่งออกมาจากคณะเมื่อตะกี้นี้เอง”
"เนี่ยยมึงมาดูน้องมึงเลย ไม่รู้เื่บูมอะไรเลย"
บูมเป็รุ่นพี่ปีสี่คณะบริหาร ที่อยู่ชมรมนี้กับเเฟนตัวเองที่อยู่นิเทศน์ ถึงจะไม่เคยเเสดงละครเลย เเต่ก็มาทำหน้าที่ดูเเลคนในชมรม เเล้วก็เป็หัวหน้าชมรมด้วย
"อ่าวน้อง นี่ไปอยู่ไหนมาเมื่อวานพวกพี่ๆก็นัดกันชัดเจนเเล้วนะครับ"
"เมื่อวาน?? อ่อ เมื่อวานผมอยู่ชมรมมวยไทยครับ"
"โอ้โห ควบสองชมรมเลยหรอ?"
"เดี๋ยวน่ะสุดหล่อ ตอนนั้นเราก็เข้าชมรมจิตอาสาด้วยไม่ใช่หรอ?"
"ใช่ครับ"
"งั้นก็สมัครไปสามชมรมเลยล่ะสิ"
"ป่าวครับ"
"อ่าว ยังไง"
"ผมสมัครไปห้าชมรมครับ มีชมรมคัดตัวอักษรจีน กับชมรมดนตรีอีกสองชมรมครับ"
"โอโห คนเเรกในมหาลัยรึป่าวที่สมัครขนาดนี้ คนปกติี้เีเข้าชมรมจะตาย"
"เเต่ถึงจะเข้าชมรมยังไง เราก็ต้องไปซ้อมบูมนะ พวกพี่เขาให้ซ้อมกันเเปปเดียวก็ปล่อยเเล้ว ไม่ได้อยู่กันจนมืดดึกดื่น เนี่ยไปพร้อมพี่ไหมเดี๋ยวพาเข้า ครั้งนี้พี่จะถือว่าเราไม่รู้ละกัน"
"ครับ ผมขอโทษครับ ไปพร้อมพี่ดีกว่าผมไม่รู้ด้วยว่าเขาซ้อมกันที่ไหน" เเล้วทั้งสองก็เดินไปคุยไปทำความรู้จักกันระหว่างทาง
พี่บูม ที่เป็เฮดว้ากปีสี่ที่น้องๆในคณะเห็นหน้าก็กลัวตัวสั่นเเล้ว ภาพพี่บูมเดินเข้ามาลานบูมกับรัก รุ่นพี่ที่เห็นพี่บูมก็นึกว่าพี่บูมจะมาว้ากน้องอีกเลยเกร็งๆกันไปหมด
"ไม่มีอะไรๆ เอาน้องมาส่งเฉยๆ ฝากน้องกูด้วยนี่ไอรัก เด็กชมรมกูเอง"
"ได้ครับพี่ เชิญคุณน้องรัก ไปนั่งซ้อมกับเพื่อนๆได้เลยครับ เดี๋ยวพี่จะทำป้ายชื่อให้"
"น้องชื่อรักหรอครับ รออะกอ รักอย่างนี้ใช่ไหม?"
"ใช่ครับ"
งั้นเขียนว่าอะไรดีล่ะ เเล้วเพื่อนอีกคนก็กระซิบว่าให้เขียนดีๆ น้องพี่บูมอย่าไปเล่นเยอะ "พี่เขียนบนป้ายชื่อว่า ที่รักเเล้วกันนะน้อง ป้ายนี้ก็เเขวนตลอดการรับน้องนะครับห้ามหาย เเต่ถ้าหายมาบอกพี่เดี๋ยวพี่เขียนให้ใหม่" ประโยคหลังเป็รุ่นพี่กระซิบเบาๆน้องพี่บูมอย่าไปมีเื่จะดีกว่า รายนั้นยิ่งโหดๆอยู่
"ขอบคุณครับพี่"
การซ้อมบูมร้องเพลงของคณะนี้ก็เเปปเดียวอย่างที่พี่บูมบอก ถ้าตั้งใจทำกันร้องเพลงกันได้เเล้วพี่ๆก็ปล่อยน้องกลับได้ ทำให้ตอนนี้มีเวลาเหลือระหว่างรอพี่คนขับรถมารับ อาเฟยจึงถามคนที่เจอระหว่างทางว่า ชมรมคัดตัวอักษรจีนอยู่ตรงไหน เดินมาถึงหน้าตึกของคณะอักษรเจอป้ายชมรมพอดีจึงเดินเข้าไป
อาเฟยเดินเข้ามาเห็นหลายๆคนกำลังตั้งใจคัดตัวอักษรอยู่ เลยได้เเต่เดินไปทางผู้ใหญ่คนหนึ่ง น่าจะเป็อาจารย์ที่คอยสอนของชมรมนี้ รักยกมือไหว้ทักทายอาจารย์ท่านนั้น
"สวัสดีครับ ผมนักศึกษาปีหนึ่งเพิ่งมาชมรมวันนี้วันเเรกครับ"
"เราปีหนึ่งสินะ เรียกอาจารย์ว่าอาจารย์หวังก็ได้ เเล้วนี้เรามีพื้นฐานภาษาจีนมาไหม" อาจารย์พยักหน้าตอบรับการทักทายเเล้วถามต่อ
"ผมพอจะพูด อ่าน เขียนภาษาจีนได้ เเล้วก็มีพื้นฐานการเขียนพู่กันนิดหน่อยครับ"
"งั้น ไปหยิบกระดาษกับพู่กันตรงนั่น ลองเขียนให้อาจารย์ดูก่อนจะได้รู้ว่ามีพื้นฐานมากน้อยเเค่ไหน" เเล้วรักก็เดินไป
“โลกที่ไม่ต้องฝนหมึกนี่มันดีจังน้าาาา เเต่อุตส่าห์ได้ฝนหมึกมาทั้งชีวิต พอไม่ได้ทำหน้าที่ฝนหมึกเเล้วมือมันว่างๆคิดถึงแท่งหมึกยังไงก็ไม่รู้” รักถือพู่กันมาจุ่มหมึก ค่อยๆวาดพู่กันลากเป็ตัวอักษรตามลำดับขีด ทีละขีดๆ ตัวเเรกกลายเป็ตัว 安 (อัน) จากนั้นจึงลากพู่กันเขียนตัวอักษรตัวที่สอง 静 (จิ้ง) รวมกันสองตัวอักษรเป็คำว่า "安静” ที่เเปลว่า เงียบ เงียบสงบ
อาจารย์ที่ตอนเเรกจะเดินมาสอนรัก ต้องหยุดมองดูรักเขียนอยู่ใกล้ๆ พอเห็นตัวอักษรของรักเท่านั้นเเหละ “การเขียนเเบบนี้นี่มันนน!!!”
การเขียนพู่กันของรักเป็เเบบเฉ่าซู ลักษณะตัวหนังสือแบบตัวหวัด ตัวหนังสือของรักบ่งบอกถึงตัวตนของผู้เขียนออกมาชัดเจนเป็อย่างมาก อาจารย์ยืนคิดคนเดียวอยู่พักหนึ่ง เลยลองให้รักเขียนให้ดูหลายๆเเบบ สรุปเเล้วเผลอๆเขาต้องขอความรู้จากเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ รูปเเบบการเขียนเเบบนี้สมัยนี้หาได้น้อยมากสามารถนับคนได้เลย เเถมที่นับได้ก็จะลงโรงกันหมดเเล้วอีกตังหาก
“ดี ดีจริงๆ งดงามมาก อาจารย์ไม่ได้เจอคนที่เขียนตัวอักษรที่สวยงามเเบบนี้มานานเเล้ว” อาจารย์ยกกระดาษที่รักเขียนตัวอักษรเสร็จเเล้วเดินดูวนไปวนมาในห้องอยู่พักหนึ่ง นักศึกษาหลายคนต้องใกับเสียงของอาจารย์ เลยเงยหน้าขึ้นจากผลงานของตัวเอง
“ตื้อดื่อดึ้ง ตือดึ้งตึง”เสียงโทรศัพท์ของอาจารย์หวังดังขึ้น ไม่รอช้าเขารีบรับพร้อมกับเดินถือเเผ่นกระดาษของอาเฟยเดินออกไปคุยโทรศัพท์ อาเฟยงงๆเลยนั่งเขียนพู่กันต่อ ได้เเต่รอเเล้วรอเล่า
“เหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีที่พี่คนขับรถจะมารับ งั้นวาดรูปสักรูปเเล้วค่อยกลับดีกว่า” อาเฟยลองก้มมองเวลาก่อนที่จะเริ่มลงมือวาดรูป จวนอาเฟยใกล้วาดจะเสร็จเเล้ว เด็กในชมรมเองก็เริ่มทยอยกลับกันหมด อาจารย์ก็ยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จสักที
“ฟ้วบบบบ” เสียงอาจารย์เปิดประตูเข้ามา ในที่สุดอาจารย์หวังก็มาเเล้ว
“นี่เธอสนใจเข้…….นี่เธอวาดภาพนี้หรอ!!??? เเม่เ้า เธอมีความสามารถถึงขั้นไหนกันเเน่ ไหนบอกมีเเค่พื้นฐานพู่กัน ฝีมือเเบบนี้เกินระดับอาจารย์ไปเเล้วเธอรู้ตัวไหมนักศึกษา!!” อาจารย์หวังชาติที่เเล้วเหมือนว่าจะไปช่วยกอบกู้ชาติมา วันนี้จึงได้เจอสมบัติเข้าเเล้วสิ
"นี่เธอสนใจเข้าสมาคมพู่กันจีนไหม อาจารย์เองก็เป็คนในสมาคมนี้เหมือนกัน" พอดูผลงานของอาเฟยอย่างหนำใจ อาจารย์หวังจึงจ้องตาพูดกับอาเฟยอย่างจริงจัง เเต่เเฝงไปด้วยเเววตาเ้าเล่ห์ เ้าเเผนการ
"สมาคมนี่เป็ยังไงหรอครับ?"
"ก็ไม่มีอะไรมาก ไปพบปะพูดคุยกันเื่ตัวอักษร มีไปออกงานบ้าง เรียกได้ว่าพอว่างก็นัดกันมาพูดคุยกัน พวกตาเเก่ในชมรมต้องชอบเธอเเน่ๆ เอ่อ..ที่รัก เธอชื่อที่รักใช่ไหม?" อาจารณ์ก้มมองป้ายชื่อที่เเขวนอยู่ที่คอของอาเฟย
“จริงๆชื่อ รักครับ เเต่ปกติจะมีป๊าที่เรียกว่าที่รักครับ เเต่อาจารย์จะเรียกเเบบนั้นก็ได้"
"เรียกเเบบนั้นไม่ดีมั้ง เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจว่าอาจารย์เลี้ยงเด็ก เเล้วเราไม่มีชื่อจีนบ้างหรอ เห็นว่ารู้ภาษาจีนอยู่" อาจารย์หวังทำหน้าเเหยงทันทีเมื่อคิดว่าตนต้องเรียกเด็กคนนี้ว่าที่รักคนอื่นจะมองเขาด้วยสายตายังไงกัน
"ถ้าชื่อจีน เรียกผม อา-เฟย ก็ได้ครับ"
"โอ้ ดีเลย ให้เรียกที่รักก็ฟังดูเเปลกๆอยู่ เรียกอาเฟยน่าจะดีกว่า งั้นพรุ่งนี้เลิกเรียนเเล้วเรามีไปไหนต่อไหม?"
“ก็มีซ้อมบูม ร้องเพลงคณะนี่เเหละครับ หลังจากนั้นผมก็ว่างไม่มีอะไรเเล้วครับ”
"งั้นพรุ่งนี้สักห้าโมงมาเจอกันที่นี่ เดี๋ยวอาจารย์จะพาไปสมาคม เพื่อความสบายใจของเธอกลับไปคุยกับผู้ปกครองก่อนก็ได้นะ เอาเบอร์ติดต่ออาจารย์ไปด้วยก็ได้ เธอลองไปดูก่อนยังไม่เข้าสมาคมก็ไม่ว่ากัน อาจารย์เเค่ไม่อยากให้เธอต้องพลาดโอกาสดีๆไปก็เเค่นั้น เธอว่าดีไหม"
"ได้ครับ อาจารย์"
"งั้นอาจารย์ขอเบอร์ติดต่อเราหน่อย จะได้ติดต่อกันได้สะดวก"
ระหว่างที่ รัก เดินกลับมารอคนรถมารับที่จะกลับบ้าน ก็เดินผ่านเวทีของมหาลัยที่วันนี้มีจัดกิจกรรมของชมรมดนตรีพอดี
"อ่าวน้อง ยังไงจะลองเข้าชมรมวันไหนดี?"รุ่นพี่ในวันรับสมัครชมรมจำรักได้เลยกล่าวทักทายหยั่งเชิงถามดู
"สวัสดีครับพี่ ผมว่าจะเข้าไปวันพฤหัสครับ"
"ดีๆ เอ่อ เเล้วเราจะเล่นเครื่องดนตรีอะไรล่ะ"
"ผมว่าจะเล่นพิณจีนครับ"
"ห่ะ!!! พิณจีน? นี่เราไม่ได้เเกล้งหยอกพี่ใช่ไหม? โถ่ เห็นหน้าตาหล่อๆเเบบนี้ก็ขี้เเกล้งเหมือนกันนะเรา"
“ป่าวครับผมจะเล่นพิณจีนจริงๆ ที่ชมรมพวกพี่ไม่มีหรอครับ? ”
"ก็ใช่สิ ชมรมมีเเต่พวก กีตาร์ กลอง คีย์บอร์ด เเล้วก็พวกเครื่องเป่า ไอพิณจีนเเบบนั้นไม่มีหรอกนะ"
"เครื่องเป่าหรอ งั้นเครื่องเป่าก็ได้ครับ ผมเป่าขลุ่ยจีนก็ได้"
"เวรรรรรร กูไม่รู้ว่าจะร้องไห้เป็ภาษาอะไรดี ไอเเจนมึงมาช่วยกูคุยกับน้องที"
"ว่าไงๆมึงนี่เเค่คุยกับน้องเเค่นี้มึงยังต้องให้กูช่วยอีกหรอ "
"นี่น้องใหม่ที่มาสมัครชมรม มึงรู้ไหมเครื่องดนตรีที่น้องอยากเล่นคืออะไร พิณจีน กับขลุ่ยจีนจ้า กูว่าเครื่องดนตรีชมรมเราสู้ชีวิตเเล้ว เเต่เครื่องดนตรีที่น้องอยากเล่นมันสู้กลับหว่ะ กูยอม กูไม่ไหว กูยกหน้าที่คุยกับน้องให้มึงเลย" พี่คนเเรกเเปะมือกับพี่คนที่สองเเล้วถอยหลังหลีกทางให้พี่อีกคนเข้ามาคุยเเทน
"โอโห น้องมึงงงงงงมาเเนวนี้ กูก็ยอม เอางี้ไหมน้อง ถ้าน้องหาเครื่องดนตรีมาเองได้ เดี๋ยวพี่จะขอประธานชมรมให้ว่าวันทดสอบ ให้เอาเครื่องดนตรีที่น้องเอามาเองได้ เเต่ต้องฝึกซ้อมเองนะ เพราะพวกพี่ไม่มีใครเล่นเป็เลย หรืออยากจะเล่นเครื่องดนตรีอื่นก็เอามาที่ชมรมได้เลย เอามาฝึกที่ชมรมด้วยก็ได้ครับน้องงงงงงงง "
"โอเคครับ ถ้าเป็เเบบนั้นสบายมาก ผมจะเข้าไปวันพฤหัสหลังซ้อมรับน้องครับ"
“ได้เลยน้อง เดี๋ยวพี่คุยกับประธานชมรมให้วันนี้เลย เรานี่มันหล่อเเเต่เเปลกจริงๆ” พี่ๆได้เเต่ทำหน้าเจื่อน คุยเสร็จอาเฟยก็เดินจากไปทันที
“ไอน้องคนนี้มันเเน่ๆจริงๆ นี่น้องเค้าคิดว่าอยู่กูซูรึปล่าวว่ะ มันอินเบอร์นั้นเลยนะ เเล้วถ้ามันเล่นได้ กูยกให้มันเป็หัวหน้าเเก๊งเเห่งกูซูเลยอ่ะ กูจะยอมเป็ลูกน้องเอง”
"กูก็ว่าอย่างงั้นอ่ะ เเต่ถ้ามันทำได้อย่างที่มันว่า มึงอย่าลืมที่พูดเมื่อกี้เล่า กูรู้ กูเห็น กูได้ยิน กูจะเป็พยานให้น้องสุดหล่อเเปลกๆคนเมื่อกี้เอง"
“เอ้าไอนี่มันเพื่อนทรยศชัดๆๆๆ”