‘มะม่วง’ที่หลายคนหมายปองเล็งจะสอยชื่อ ทันตแพทย์ชยณัฐ ศิวะรักษ์โยธินหรือหมอไนซ์ เขาเพิ่งจะมารายงานตัวที่ทำงานใหม่ได้ไม่ถึงเดือนแต่รู้สึกว่าเดินไปทางไหนก็ถูกจับจ้องมากจนรู้สึกอึดอัดแทบจะหายใจไม่ออกดังนั้นทุกๆ วันเขาจึงแก้ปัญหาด้วยการไปพักรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนเรสซิเดนท์ปี3 ที่โรงอาหารของตึกทันตกรรม
“มึงจะรักพวกกูมากไปแล้วนะไอ้ณัฐ” กมลภพอดรนทนไม่ไหวที่ไอ้ณัฐหรือ หมอไนซ์ มาเกาะติดเขาจนผิดสังเกตบางทีพวกเขาติดทำแล็บหรือทำคนไข้อยู่มันก็โทรจิกให้รีบมากินข้าวเป็เพื่อนแล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไง
“กูรักมึง”
“ไม่ต้องเลยที่ศูนย์ก็มีโรงอาหารมึงจะเดินตากแดดมาแดกข้าวทำไมที่ทันตะหรือมึงเล็งเด็กที่นี่”
“เปล่านะ กูแค่ไม่อยากกินข้าวคนเดียว” ทันตแพทย์ชยณัฐหนุ่มสุดฮอตประจำศูนย์ฟื้นฟูฯสารภาพเสียงอ่อย
เขาไม่อยากบอกเลยว่าั้แ่ย้ายกลับภูมิลำเนามาครั้งนี้เหงามากกว่าตอนเรียนโพสแกรดอีกตอนนั้นยังมีเพื่อนร่วมจมหัวจมท้ายอย่างปริศแต่ตอนนี้เขาต้องฉายเดี่ยวจึงยังรู้สึกไม่ชินกับสายตาของสาวๆที่คอยจ้องจนบางทีเขาเองก็เขินแทบจะเดินขาขวิด
“มึงต้องหาแฟน” หมอศวัสผู้ซึ่งเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้ไม่ถึงสองปีแนะแนวทางแก้ปัญหา
“กูแค่ไม่มีเพื่อนกินข้าวกลางวันทำไมต้องหาแฟนด้วยวะถึงมีแฟนก็ใช่ว่าจะมากินข้าวกับกูได้บ่อยๆ”
“มึงก็จีบสาวที่ทำงานเดียวกันก็สิ้นเื่”
“คนที่กูชอบถูกมึงปาดหน้าเค้กไปแล้วไง” ชยณัฐคนโสดถอนฉุน“โอ๊ย! ไอ้คนเถื่อนชอบใช้กำลัง”
หมอศวัสคนขี้หึงเอาเท้าลงหลังจากปล่อยฟีเจอร์สกายคิกใส่เพื่อน“อย่าแตะต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์กู”
“ถ้ามึงชอบคนสวยใสสไตล์พี่พีก็มีอยู่คนนึงนะที่เหมาะมาก” นนทวัฒน์ทำเสียงมีเลศนัย
“ใคร?”
“พี่แอฟ”
“พี่แอฟเพื่อนพีพีอ่ะนะ?!” ศวัสอดีตดรัมเมเยอร์ที่เคยถูกขู่จะถูกตีขาหักส่ายหน้าพรืดค้านสุดชีวิต“สวยเหมือนแอฟ ทักษอร แต่โหดเหมือนร็อตไวเลอร์”
“ไอ้ไวน์มึงก็ฝังใจเกิ๊น สวยๆ อย่างนั้นก็น่าเสี่ยง เอ๊ะ! มึงเงียบเพราะสนใจพี่เขาละสิ”กมลภพกระแทกไหล่ชยณัฐ “ใส่เกียร์ D เดินหน้าเลยเพื่อนถ้าช้าเดี๋ยวถูกคาบไปอีก“
คนถูกจับไต๋ได้หน้าแดงไม่ปฏิเสธ
“ั้แ่เมื่อไหร่”
“กูได้มองหน้าเขาชัดๆตอนพี่เขาเป็เพื่อนเ้าสาวงานแต่งไอ้ไวน์”
“อย่าให้ความสวยปังตาดิวะ ชีวิตยังมีค่าอยู่นะโว้ย!กลับตัวกลับใจตอนนี้ยังทัน” ศวัสพยายามเตือนสติเพื่อน
“ไม่ทันแล้วว่ะ”
“กูล่ะทึ่งเลยแอบชอบพี่เขามาตั้งนานแล้วไม่กล้าจีบได้แต่นั่งมองทำตาปริบๆเนี่ย ไอ้เหี้ยณัฐตัวปลอมหรือเปล่าวะ มึงทำให้กูนึกอยากพาไปดอนเมืองเลยวะ”
“เกี่ยวไร”
“พามึงไปนั่งเห่าเครื่องบินไง บรู๊ววว” ทั้งโต๊ะฮาครืนแต่ ‘หมา’ ไม่รู้สึกขำด้วยสักนิด
“กูไม่ใช่หมา”
“หมาเด็ก พีพีบอกว่าพี่แอฟเคยพูดไว้ว่าพวกเราเป็ไทป์หมาเด็ก”
“แปลว่าอะไร” งงเต๊กกันทั้งโต๊ะ
“ไม่รู้” หมาเด็กของพีพีส่ายหน้า
“ถามนางสาวสิริไม่ก็อากู๋สิมึง”
“เป็คำที่เรียกใช้คนที่มีลักษณะดีดๆ ยิ้มน่ารักๆ ขี้อ้อนเหมือนน้องหมา”กมลภพอ่านออกเสียงให้เพื่อนไทป์เดียวกันช่วยวิเคราะห์และแปลผล
“สรุปว่ามันดีหรือไม่ดี”
“ก็คงดีมั้ง พี่นนท์ว่าไง”
“มันขึ้นอยู่กับคนชอบมากกว่ามั้ยถ้าสาวไม่ชอบแนวนี้ก็หมดสิทธิ์ดิสชาร์ตกลับบ้านได้เลย” พี่ใหญ่อย่างนนทวัฒน์ผู้สวมแว่นตากรอบบางใสหน้าคล้ายโนบิตะออกบอกเล่าเป็วิทยาทาน
“เหมือนแฟนพี่นนท์ที่ชอบโดเรมอนเลยมาแต่งงานกับโนบิตะ”
“ชิซูกะตาถึงสิมึงถึงได้เป็นางเอกคู่กับพระเอกอย่างกู” คุณหมอหน้าคล้ายโนบิตะค้อนเพื่อนรุ่นน้อง
“งั้นตัดใจเถอะไอ้ณัฐสเปกพี่แอฟเขาชอบคนอายุมากกว่า” ศวัสบอกความลับที่รู้มาทำเอาเพื่อนที่แอบชอบสาวรุ่นพี่หน้าเสีย
“อย่าให้ความสวยมาหลอกล่อทำให้มึงหวั่นไหวพี่เขาสวยมากกูไม่เถียงแต่ก็โหดไม่แพ้ความสวย” ศวัสยังพยายามโน้มน้าวไม่เลิก“น้องเดนท์ที่ตึกทันตะมีก็สวยหลายอยู่มึงมาบ่อยๆเดี๋ยวกูช่วยเชียร์”
“ไอ้ไวน์มึงยังไม่รู้อีกเหรอที่มันย้ายกลับมานี่เพื่อจะอยู่ใกล้พี่แอฟโดยเฉพาะ”นันทวัฒน์เข้าใจอะไรได้เร็วกว่าคนซื่อบื้ออย่างศวัส
“หรือกูพูดผิด เถียงมา”
ใช่…นนทวัฒน์มองทะลุปรุโปร่งคงจะสังเกตเห็นั้แ่งานกีฬาสีปีก่อนที่เขาแทบไม่มีสมาธิซ้อมลีดเท่าไหร่เพราะสายตามัวแต่จะมองหาคนที่มาซ้อมควงคทาให้เพื่อนที่อยู่ห้องติดกันตอนนั้นก็คิดว่าเพราะตัวเองชอบมองคนสวยแต่พอผ่านไปเป็ปีความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่จนน่าแปลกใจ
พอเห็นมีตำแหน่งว่างที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถนะทางการแพทย์เท่านั้นแหละใจเขาก็สั่นรัวรีบส่งใบสมัครขอย้ายมาโดยไม่ลังเลเลยสักเสี้ยววินาที
ชอบแล้วยังไงล่ะ เขาจีบสาวเป็เสียที่ไหนจึงได้แค่มองแล้วก็ปล่อยผ่าน
ตอนมีแฟนคนแรกสมัยมอปลายนั่นก็เพราะสาวมาจีบเขาก่อนแต่เพราะตอนนั้นยังเด็กบริหารความสัมพันธ์ไม่เป็และจัดสรรเวลาให้แฟนไม่ได้สุดท้ายก็เลิกลากันไปภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆ
**********************
วันพุธกลางสัปดาห์
ในที่สุดก็ถึงวันนัดกินเลี้ยง ชยณัฐลุ้นทั้งวันว่าเพื่อนที่หมอฟันรุ่นพี่จะพาไปด้วยเป็ใครใจภาวนาขอให้เป็คนที่เขาคิดด้วยเถิด
สาธุ!
ถ้าใช่เขาจะแก้บนด้วยการให้ไอ้ไวน์วิ่งรอบสนามฟุตบอลสัก 100 รอบ
อื่อ ตามนั้นแหละ! ฟังไม่ผิด…เขาบนแต่ให้เพื่อนวิ่งผิดศีลข้อไหนมิทราบ!
หลังจากเคยคลาดกันในวันที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลพาไปแนะนำตัวไม่พอวันถัดมาเขาอุตส่าห์ทำใจกล้าขึ้นไปห้องสมุดที่ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของอาคารใหม่เพื่อเสนอหน้าไปให้เธอเห็นจะได้ทำความรู้จักแต่์กลับไม่เข้าข้างคนหล่ออย่างเขาบ้างเลย
‘สวัสดีค่ะหมอมีอะไรให้ช่วยคะ’ บิวสาวธุรการที่นั่งประจำเคาน์เตอร์ยืมคืนยิ้มกว้างเต็มใจให้บริการเกินร้อยแต่ไม่ใช่จุดประสงค์ที่เขามาในวันนี้
‘จะมาสมัครสมาชิกยืมหนังสือครับ’ เขาเตรียมข้ออ้างมาแล้วว่าต้องมุกนี้
‘ค่ะ หมอสะดวกกรอกแบบฟอร์มออนไลน์หรือกระดาษคะ’
‘กระดาษก็ได้’ คุณหมอตั้งหน้าตั้งตากรอกข้อมูลตัวบรรจงสุดชีวิตลงในใบสมัครไม่นานก็ส่งคืนให้เ้าหน้าที่สาว
‘หมอออ’ บิวยิ้มให้แหยๆ ก่อนจะบอกด้วยความเกรงใจ
‘นอกจากชื่อกับนามสกุลที่เหลืออ่านไม่ออกเลย’
ชยณัฐหน้ายู่นี่เขาแทบจะคัดลายมือแล้วนะใช้เวลาเขียนนานกว่าสรุปชาร์ตคนไข้อีก
‘เอางี้ หมอกรอกใบสมัครออนไลน์ดีกว่ามาแอดไลน์กัน บิวจะส่งลิงก์แบบฟอร์มให้’ หมอหนุ่มหน้าตาดีแต่มีลายมือไก่เขี่ยเปิดคิวอาร์โค้ดสแกนเพิ่มเพื่อน
‘เสร็จแล้วแนบไฟล์บัตรประชาชนด้วยนะหมอ’ ชยณัฐทำตามทุกขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนการแต่ก็ยังไม่เห็นแม้เงาของคนที่เขา้ามาทำความรู้จัก
‘หมอจะยืมหนังสือเลยมั้ย’
‘ครับ’ ที่ตอบรับเพราะอยากอยู่ที่นี่ให้นานจนกว่าจะเจอใครบางคน
ฝั่งซ้ายมือฝั่งนี้มีห้องทำงานเล็กๆซ่อนอยู่สงสัยพี่แอฟนั่งทำงานอยู่ในห้องนั้น
อยากเห็นหน้า อยากทำความรู้จัก ทำยังไงดี?
ถ้ามัวแต่หาหนังสืออยู่บนชั้นแบบนี้เมื่อไหร่จะได้เจอสักทีเดี๋ยวก็ต้องไปทำคนไข้แล้ว
‘เจอหนังสือที่้ามั้ยหมอ’
‘ยืมเล่มนี้’ เขาหยิบหนังสือภาษาอังกฤษจากหมวดศัลยกรรมช่องปากมามั่วๆเล่มหนึ่ง
‘หมอต้องเขียนบรรณานุกรมหนังสือด้วยช่วยหน่อยได้มั้ย’
เ้าพนักงานธุรการส่ายหน้าเพราะเกินความสามารถ ‘เดี๋ยวเรียกพี่บรรณารักษ์ให้นะคะ’
‘ขอบคุณครับ’
คำนี้นี่แหละที่เขารอฟัง!
น้องบิวคนน่ารักช่วยหมอได้เยอะเลยวันหน้าจะซื้อขนมมาฝากนะครับ
‘สวัสดีค่ะหมอ’
โพล๊ะ! เหมือนลูกโป่งถูกเจาะลมราวกับ์เบี่ยงออกจากชีวิตทั้งที่เขาเกือบจะได้คุยกับสาวที่หมายปองอยู่แล้วเชียว!
อยากจะทึ้งผมตัวเองให้สาแก่ใจแต่ก็เสียดายเวลาที่ตื่นมาเซตั้แ่เช้า
‘สวัสดีครับ’ ชยณัฐทักทายด้วยการยิ้มให้เจื่อนๆทดท้อในโชคชะตาเหลือเกิน
น้องบิว ขนมอ่ะหมอไม่ซื้อมาฝากแล้ว! อดซะ!
สมน้ำหน้า…เปล่าคราวนี้ไม่ใช่บิวแต่เป็เขานี่แหละที่สมน้ำหน้าตัวเอง
มึงจะสมหวังชาติไหนไอ้ไนซ์!
บรรณารักษ์...ถูกต้องแล้ว! คนที่จะช่วยเขียนบรรณานุกรมหนังสือให้เขาได้
น้องบิวไม่ผิดเป็เขาเองที่นึกไม่ออกว่าถ้าอยากเจอกับนักเอกสารสนเทศนี่ต้องยกเื่อะไรขึ้นมาอ้าง
พูดตรงๆ ไปเลยได้ไหม?
อยากเจอพี่แอฟ! ไม่ใช่บรรณารักษ์คนนี้!
**************************
“หมอไนซ์น่ารักเนาะพี่แป้ง ดูใกล้ๆ ยิ่งหล่อ” กรรัตน์หันมายิ้มกับบรรณารักษ์สาวไม่โสด
“ขอให้อยู่โหมดโสดไปนานๆ ด้วยเถิด”
“อ้าว ขอพรไม่โอเคแล้วแบบนี้ ไหนบอกจะให้พี่แอฟช่วยจีบ”
“ก็เจ้ไม่ชอบเด็กแล้วอย่างนี้จะตั้งใจจีบหมอมาให้บิวเหรอ”
“อืมจริงของเธอไม่ใช่แนวป้าแกจริงด้วยอย่างนี้ตอนเย็นคงไปนั่งเป็จ่าเฉยประดับโต๊ะอย่างเดียวแหง”
“นินทาอะไรกันสองสาว” อัปสราเดินออกมาจากห้องทำงานเล็กด้านในที่แยกออกเป็สัดส่วน“บิวสรุปสเปกครุภัณฑ์ที่จะขอในแผนเงินบำรุงให้พี่ด้วย”
“จ้าพี่”
“แล้วนี่ใครสั่งพรินต์ไว้ เป็งานค้างรึเปล่าหรือขอเปเปอร์”
“เปล่า บิวพรินต์ใบสมัครสมาชิกไว้จะเข้าแฟ้มของหมอไนซ์น่ะเพิ่งแวะมาเมื่อกี้”
“อ้อ” หัวหน้างานห้องสมุดรับทราบเท่านั้นจบไม่มีท่าทีว่าจะเอ่ยถึงหมอฟันมาใหม่สักนิด
เศร้า…เศร้ามาก บิวบอกตัวเองสงสัยเย็นนี้อัปสราคงไม่แคล้วแค่อาศัยไปนั่งกินฟรีพออิ่มแล้วก็ชิ่งกลับ ไม่ได้ไปเก็บข้อมูลมาทำวิจัยการตลาดอะไรหรอก
เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังมีหมอกีต้าร์คอยเชียร์ถึงแม้จะหวังฝากผีฝากไข้อาศัยหัวหน้าสาวไม่ได้แล้วก็ตาม