บทที่ 2 วันแรกที่ตรอกมืด
หลังจากที่ถูกโยนออกมาจากอาคารวิจัยแล้ว รัญชนาก็ได้มีเวลาเป็ส่วนตัวอีกครั้ง เธอมองดูด้านหน้าที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย บางส่วนกำลังทำภารกิจรักษาความปลอดภัยอยู่ บางส่วนก็เป็นักล่า และบางส่วนก็เป็คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเหมือนกับเธอ
รัญชนาเห็นคนที่เพิ่งมาพร้อมกัน 2-3 คนเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วด้วย พวกเขาน่าจะเพิ่งถูกส่งออกมาจากอาคารวิจัยเหมือนกัน และไม่รู้ว่าจะต้องไปที่จุดไหนของปราการนี้กันแน่ ซึ่งถ้าอ้างอิงตามเนื้อเื่ในนิยาย นางเอกคนที่ 5 คนนี้จะต้องกินและนอนอยู่แถวๆถนนรอบๆอาคารวิจัยแห่งนี้เกือบเดือน นั่นก็เพราะเธอไม่รู้ว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหน และต้องทำอย่างไร
มันเป็เื่ปกติของคนมาใหม่ และเป็เื่ปกติของคนที่อยู่ก่อนด้วย หลายคนอยู่มานานแล้ว แต่พลังของพวกเขานั้นไม่ดีจนเข้าขั้นแย่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีที่พักเป็ของตนเอง และใช้ถนนรอบๆปราการนี้เป็แหล่งพักพิง
“นั่นเป็พวกคนใหม่ใช่ไหม? เห็นสองสามวันมานี้มีพวกคนใหม่เข้ามาเพิ่มอีกเยอะเลยนี่ ห้องวิจัยก็ใจดีนะ ยังจะฉีดสารกระตุ้นให้พวกมันอีก ที่จริงน่าจะปล่อยให้พวกมันตายๆไปซะยังจะดีกว่า”
“จริงด้วย พวกคนมาใหม่ส่วนใหญ่ก็ชอบสร้างปัญหาทั้งนั้น ครั้งนี้เป็พวกที่ช่วยเหลือมาจากคอนโดใหญ่ด้วยใช่ไหม? พวกลูกคุณหนูอะไรแบบนี้หรือเปล่า คอนโดนั่นสมัยก่อนราคาเกือบ 4 ล้าน เหอ เหอ เหอ ไม่รู้ว่าวันสิ้นโลกสอนอะไรมาบ้าง ถ้ายังติดนิสัยเอาแต่ใจและคิดว่าจะใช้เงินเพื่อควบคุมทุกอย่างล่ะก็...นั่นคงเป็ความคิดที่ผิดแล้ว”
“ครั้งก่อนที่ถูกช่วยมา ขนาดไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรแท้ๆ กลับสร้างปัญหาใหญ่โต บอกว่าผู้ชายควรจะปกป้องผู้หญิงบ้างล่ะ บอกว่า้าใช้กฎหมายกับพวกเราที่เห็นคนลำบากแล้วไม่อยากช่วยบ้างล่ะ ไม่รู้ว่าสมองพวกโง่นั้นมีอะไรบ้าง”
“นี่ดูสิ ผู้หญิงคนนั้นค่อนข้างดูดีเลยนะว่าไหม? อีกไม่นานคงจะถูกพวกคนใหญ่คนโตรับไปเลี้ยง”
“ไหนๆ จริงด้วย! ผิวพรรณเหมือนกับยังไม่เคยอยู่ในวันสิ้นโลกแบบพวกเราเลย น่าหมันไส้ชะมัด”
“ฮ่าๆ อะไรกัน? นี่เธออิจฉาคนสวยๆหรอ? ถ้าอิจฉานัก ทำไมไม่เกิดมาเป็คนสวยเองเลยล่ะ”
“หืม? แล้วแกอยากตายมากนักใช่ไหม?” คนพูดสองคนหยอกล้อกันไปมา สุดท้ายก็พากันเดินผ่านไป ทิ้งให้รัญชนายืนพิงกำแพงเงียบๆอย่างนั้น
บางที...คนอื่นๆอาจจะเป็เหมือนกับที่สองคนนี้กำลังพูดถึงก็ได้ ทันทีที่มาถึงปราการใหญ่ พวกเขาคงจะคิดว่าที่นี่ก็คือสถานที่ปลอดภัย เป็เหมือนบ้านเมืองของตนเองซึ่งเต็มไปด้วยความหวัง แต่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า...ที่นี่แหละคือของจริง! ที่นี่แหละคือสถานที่ที่จะสอนให้พวกเขาได้รู้จักกับวันสิ้นโลก!
ตอนที่อยู่คอนโดหรูที่อีกฝ่ายพูดถึง อย่างน้อยๆพวกเขาก็มีที่นอนที่อุ่นสบาย พวกเขามีประตูห้องที่แข็งแรงและปลอดภัย ถ้าไม่ใช่ปัญหาเื่อาหารการกิน พวกเขาก็มีความสุขดี
แต่ทันทีที่ถูกช่วยเหลือให้จากมา นอกจากจะไม่มีอาหารให้กินเช่นที่คาดหวังแล้ว พวกเขาก็ไม่มีกระทั่งที่ซุกหัวนอนด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าการถูกช่วยมาจะเป็การพามาทรมานมากกว่า ดังนั้นหลายคนจะเรียกร้องบ้างก็ไม่แปลกอะไร
“เฮ้อ” รัญชนาถอนหายใจกับตนเองเฮือกใหญ่ สถานที่แห่งนี้เป็จุดเริ่มต้นของหายนะที่ผู้คนจะต้องเผชิญ แต่กลับเป็สถานที่แห่งการเริ่มต้นของคนมากมายด้วยเช่นกัน อย่างน้อยๆพวกตัวเอกก็เป็หนึ่งในนั้น
ดวงตาเรียวคมมองไปรอบๆ ใบหน้าของเธอค่อนข้างโดดเด่น ไม่แปลกที่พวกนักล่าหลายคนเดินผ่านไปผ่านมาแล้วจะสนใจเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะในปราการมีกฎควบคุมความเป็สัตว์ป่าของพวกเขา บางทีการอยู่รอดของผู้หญิงในปราการนี้คงจะเป็ศูนย์ไปแล้ว
“โอ้ คนสวย เพิ่งมาอยู่ที่นี่ใช่ไหม? เป็ยังไงบ้างล่ะ ยังไม่มีที่อยู่ล่ะสิ หิวบ้างหรือเปล่า” ชายคนหนึ่งที่มองดูอยู่นานและเห็นว่ารัญชนายังไม่มีที่ไป เขาก็เข้ามาพูดคุยด้วยทันที
แม้ว่านี่จะเป็การพูดคุยที่เสี่ยงดวงไปเสียหน่อยก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลองใช่ไหม? ถ้าฟลุคขึ้นมา เขาอาจจะได้ผู้หญิงสวยๆไปชื่นชมก่อนใครก็ได้ ถึงในอนาคต...ผู้หญิงสวยๆแบบนี้จะ้าไปหาคนที่แข็งแกร่งกว่า มีทรัพยากรมากกว่าก็ไม่เป็ไร
“อ่า...คงจะกลัวพี่สินะ ไม่ต้องกลัวหรอก ที่จริงพี่น่ะเป็คนที่รู้จักที่นี่ดีกว่าใครๆเลยนะ พี่อยู่มานานแล้ว ั้แ่วันแรกๆของการก่อตั้งปราการเลย ถ้าติดตามมากับพี่ล่ะก็...รับรองว่าจะมีความสุขสบายแน่นอน มีอาหารให้กิน มีที่นอนให้นอน ไม่สนใจหรือ?”
ชายร่างใหญ่ที่ดูสกปรกมอมแมมพยายามหว่านล้อม แม้สภาพของเขาจะไม่น่าดู ทว่าในความเป็จริงแล้ว เขาคงจะมีชีวิตที่ไม่แย่มากนักในวันสิ้นโลกแบบนี้
ดูจากพุงที่ค่อนข้างยื่นของเขา เห็นทีว่าจะเป็คนที่อยู่ที่นี่ั้แ่่แรกๆของวันสิ้นโลกอย่างแท้จริง งานบางอย่างเช่นงานเดินหนังสือ งานตรวจสอบคนเข้าปราการ งานง่ายๆพวกนี้จะยกให้กับคนที่อยู่มาก่อนใน่แรกๆของปราการ ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามาภายหลัง ถือเป็พวกที่เข้ามารับผลประโยชน์ ไม่แปลกที่จะต้องพยายามกว่าคนอื่นเป็เท่าตัว
คนรอบๆเห็นว่าชายคนนี้พยายามจะชักจูงให้หญิงสาวตามตนเองไปอยู่ด้วย หลายคนก็อิจฉาและไม่พอใจ แต่หลายคนก็ส่ายหน้า ชายร่างใหญ่คนนี้เข้ามาใน่เวลาที่ไม่ค่อยดีจริงๆ เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้เพิ่งเข้ามาใหม่และยังไม่รู้จักความโหดร้ายของปราการนี้ดีพอ ต่อให้คนจะพูดมากแค่ไหน ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีทางจะได้รับความเห็นชอบแน่
ถ้าเป็พวกเขา คงจะรอให้เนื้อตัวของอีกฝ่ายสกปรกมอมแมม หรือไม่ก็รีบวิ่งมาคุกเข่าขอให้ตนเองรับไปเลี้ยงดูนั่นแหละ ตอนนั้นคนที่จะชนะก็คือพวกเขาอย่างแท้จริง
ก็นะ...พวกผู้หญิงน่ะ ถ้าไม่รู้จักนรกเสียหน่อย ก็คงจะไม่พยายามปีนไปหา์หรอก
“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะ แต่ฉันมีที่ที่จะไปแล้วค่ะ” รัญชนาไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจออกมาเหมือนกับที่ผู้คนโดยรอบคาดหวัง หญิงสาวมีความสงบนิ่งมากกว่าที่คิด ดังนั้นท่าทางโอ่อ่าและเย่อหยิ่งนี้จึงทำให้ชายร่างใหญ่ประหม่าอยู่บ้าง
“มีที่จะไปแล้วงั้นหรอ? อ่า...นั่นสินะ แล้วที่ไหนล่ะ”
“..............” รัญชนาไม่ได้ตอบกลับไป เธอเพียงมองเขาด้วยสายตาเงียบๆ ผู้หญิงผมสั้นตรงเช่นเธอเมื่อไม่ได้พูดหรือยิ้ม มันจะทำให้คู่สนทนารู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ก็นะ...สมแล้วที่เธอเป็ถึงลูกสาวของประธานบริษัทใหญ่ ที่มีมารดาเป็ถึงอดีตนักแสดงดังน่ะ ใบหน้าที่โฉบเฉี่ยวได้รูป เมื่อรวมเข้ากับดวงตาที่ผ่านการวางอำนาจมาเกือบ 27 ปี ไม่แปลกที่จะทำให้คนรู้สึกกดดันได้
ด้วยฐานะของหญิงสาวที่เป็ถึงลูกสาวสุดที่รักของประธานบริษัทใหญ่ ไม่แปลกที่จะมีหลายคนจดจำเธอได้ และหนึ่งในนั้นก็คือพระเอกของเื่ด้วยเช่นกัน
ราวกับเป็ภาพความฝันของเขามาตลอด พระเอกที่ทำงานประจำอยู่ในบริษัทเครือเดียวกับที่เป็บริษัทใหญ่ของพ่อเธอ เขาเคยเห็นเธอเพียงครั้งเดียว แต่กลับฝังแน่นอยู่ในใจเสมอมา แม้แต่วันสิ้นโลกแบบนี้ เขาก็ยังจดจำเธอได้ และความปรารถนาที่จะได้ผู้หญิงสูงศักดิ์ก็ทำให้เขาเข้าหารัญชนา ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้มีความรักใคร่ใดๆกันมาก่อนเลยก็ตาม
ไม่แปลกที่จะมีดราม่าในนิยาย่หนึ่งเกี่ยวกับตัวละครที่เป็รักฝังใจของเขาเช่นรัญชนาคนนี้ หลายคนไม่เห็นด้วยที่พระเอกจะรักผู้หญิงคนนี้มากเกินไป แต่หลายคนก็บอกว่ามันเป็ความรู้สึกที่อยู่ในส่วนลึกมานานแล้ว เป็ความปรารถนาที่จะเอาชนะ หลายคนก็บอกว่าบางที...มันก็แค่ของใหม่ที่เพิ่งได้รับมาก็เท่านั้น
แต่ไม่ว่าจะเหตุผลแบบไหนก็ตาม นางเอกอย่างรัญชนาค่อยๆเข้ามามีบทบาทในเื่มากขึ้น และสุดท้ายก็ฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกับพวกเขา ภาคแรกเธอโดนถล่มเละเทะก็จริง แต่ภาคสองได้แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ถูกนักเขียนสร้างขึ้นมาอย่างมีคุณภาพจริงๆ
ภาคแรกเพราะเธอปรากฏตัวหลังวันสิ้นโลกไปแล้ว 2 ปี พวกตัวละครเอกมากมายพัฒนาไปมากแล้ว รัญชนาเป็เพียงตัวถ่วงของเื่เท่านั้น กว่าที่เธอจะพัฒนาฝีมือและเพิ่มความแข็งแกร่งไล่ตามทุกคนได้ นั่นก็ผ่านไปอยู่ในภาคที่สองแล้ว กระนั้น...รัญชนาที่เป็ผู้อ่านนิยายทั้งหมดมา จะปล่อยให้ความรู้ที่มีปรากฏขึ้นมาช้าเกินไปได้อย่างไร
โดยเฉพาะถ้าความรู้เ่าั้จะทำให้เธอกลายเป็คนแข็งแกร่งจนอยู่คนเดียวก็ยังได้น่ะ!
“ผู้หญิงเขาปฏิเสธแล้วก็ปล่อยไปได้แล้ว” คนหนึ่งร้องบอกหลังจากที่ทนมองไม่ไหว
แม้จะรู้ว่าผู้หญิงแบบนี้คงจะขายตนเองให้ใครในสักวัน กระนั้นเขาก็ไม่อาจจะยอมรับได้ หากผู้หญิงคนนี้ยอมขายร่างกายที่งดงามนั่นให้กับผู้ชายที่ดูสกปรกคนนี้
“ชิ! เอาล่ะๆ วันนี้พี่ก็แค่ลองมาชวนดู เอาไว้วันหลังถ้าน้องคนสวยอยากได้รับความช่วยเหลือก็มาหาพี่ก็แล้วกันนะ พี่ผ่านเส้นทางนี้อยู่ตลอดนั่นแหละ” เขายังไม่วายที่จะทิ้งความหวังเอาไว้ ถึงจะรู้ว่าถ้าพลาดวันนี้ไปแล้วก็คงจะไม่มีโอกาสอีก ที่นี่ไม่ได้มีคนใหญ่คนโตแค่เขาเสียหน่อย คนสวยๆแบบนี้ พวกคนที่แข็งแกร่งชอบจับไปเล่นสนุกด้วย ไม่มีทางเหลือมาถึงเขาหรอก
หลังจากที่ชายร่างใหญ่หายไปจากสายตาแล้ว คนอื่นๆยังคงมองมาที่รัญชนาอีกหลายครั้ง กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้แสดงท่าทางเคอะเขินออกไปแต่อย่างใด เพียงยืนสงบนิ่งที่เส้นถนนคนเดินอย่างนั้นราวกับหุ่นปั้นที่งดงาม
เวลาผ่านไปกระทั่งดวงตะวันเริ่มลดแสงของตน โคมไฟมีจุดขึ้นเป็ระยะๆ กระนั้นก็ไม่ได้ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เนื่องจากไฟเป็ทรัพยากรที่หาได้ยาก พวกเขาไม่มีทางมาจุดตามถนนที่ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาแล้วเช่นนี้หรอก ไม่แปลกที่มันจะเต็มไปด้วยความมืดเช่นนี้
รัญชนาที่รอเวลานี้มาตลอดค่อยๆเคลื่อนไหว เธอเดินอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง ออกจากจุดเดิมที่ยืนอยู่ ร่างกายผอมบางหายเข้าไปในตรอกของซอยตามความทรงจำ ยิ่งเดินไปมากเท่าไรก็ยิ่งได้ยินเสียง “แปะ” “แปะ” มากขึ้นเท่านั้น เสียงฝีเท้าของคนที่เดินไปเดินมาทำให้รัญรู้ว่าตนเองมาได้ถูกทางแล้ว
ที่นี่ก็คือ “ตลาดมืด” ของปราการเหล็กนั่นเอง ที่เรียกว่าตลาดมืดก็เพราะว่าพวกผู้ล่าส่วนใหญ่มักจะพากันมาที่นี่หลังตะวันดับแสงไปแล้ว มันไม่ใช่สถานที่ที่ผิดกฎอะไร แต่เพราะมันมีกฎเป็ของตนเองต่างหาก ดังนั้นผู้คนจึงได้มาที่นี่
ตราบเท่าที่พวกเขามาในตลาดมืดแห่งนี้ จะไม่มีใครสนใจว่าพวกเขาเป็ใครมาจากไหน ทุกคนจะต้องหยิบเสื้อคลุมด้านนอกร้านและสวมมันเข้ามา หลังจากนั้นจะไม่มีใครได้เห็นว่าพวกเขาเป็ใคร สามารถร่วมสนุกและแลกเปลี่ยนทรัพยากรกันที่นี่โดยที่จะไม่มีปัญหาใดๆตามมา
พวกเขาจะไม่พูดคุยเพื่อไม่ให้เสียงกลายเป็สิ่งจดจำ เมื่อเข้ามาแล้วจะเลือกช่องของตนเองหนึ่งช่องทึบสำหรับผู้ที่้าขาย พวกเขาจะนั่งอยู่ด้านหลังแผ่นเหล็กนั่น วางสินค้าของตนไว้ข้างหน้าแล้วรอให้ลูกค้าเดินเลือกซื้อ การต่อรองมีแค่การยกหมายเลขและสัญลักษณ์ที่เตรียมเอาไว้ให้แล้วขึ้นมา ถ้าตกลงกันได้ จะมีเครื่องหมาย / ให้กับพวกเขา แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็จะยกป้าย X ขึ้นมา โดยคนๆนั้นสามารถเสนอสิ่งแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลา จนกระทั่งมีคนอื่น้าแข่งซื้อกับพวกเขา ถ้าให้ราคาที่มากกว่าได้ อย่างนั้นก็จะสามารถขายสินค้านั้นได้เช่นกัน
น่าเสียดายที่ก่อนเข้ามาในปราการนี้ ทุกคนที่มาใหม่จะถูกยึดทุกอย่างที่เป็ของตนเองหมดสิ้น เหลือเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่เท่านั้น ไม่แปลกที่ผู้มาใหม่จะไม่มีโอกาสได้ใช้บริการนี้ เว้นแต่เป็พวกนักล่าที่มีประสบการณ์มานานแล้วเท่านั้น
แต่สำหรับรัญชนา เธอมีความสามารถพิเศษอย่างอื่นอยู่ไม่ใช่หรือไง?
- ที่กบดานของเสกสรร –
กระดานสีดำและชอล์กเขียนกระดานซึ่งแต่เดิมแล้วมันสามารถเอาไว้ใช้เขียนอธิบายสินค้าที่ตนเองมี ทว่าสำหรับรัญชนาแล้ว เธอไม่ได้มีสินค้าในมือ สิ่งที่เธอรู้ก็คือเส้นเื่เดิมของนิยาย และเธอก็วางแผนที่จะใช้ประโยชน์บางข้อมูลนี้เอามาทำให้ตนเองสุขสบายมากขึ้น
อย่างน้อยก็ต้องก่อนที่เธอจะได้รับบัตรประจำตัว ซึ่งนี่เป็แผนที่ถูกคิดเอาไว้มาตลอด 3 เดือนหลังจากที่เธออยู่ที่นี่
…………………………………………………………..