6
เต้จะขายไก่ปิ้ง
รุ่งเช้าเต้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแผนหาเงินที่เขานั่งคิดทั้งคืน เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไปขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัดวันเสาร์อาทิตย์ของอำเภอY ที่เขาอยู่ ในชาติที่แล้วเขาเผอิญได้ยินจากเพื่อนคนหนึ่งที่เคยขายของตลาดนัด เ้านั่นบอกว่าขายของที่ตลาดนัดเงินดีมากๆ ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยได้ลองขายของที่ตลาดนัดสักที คราวนี้เขาคงได้มีโอกาสขายที่นั่นแล้วล่ะ ประจวบเหมาะกับที่วันเสาร์อาทิตย์ตอนเย็นเขาก็ว่างด้วย การไปขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัดคงเป็แผนที่ดีที่สุด
เต้เก็บแผนนี้ไว้ใจเงียบๆ
วันนี้เต้ก็ไปช่วยพ่อขายไก่ย่างที่ร้านเช่นเดิม การเปิดร้านเป็ไปด้วยความคล่องแคล่วมากกว่าเมื่อวาน สองพ่อลูกแบ่งแยกหน้าที่กันและทำตามหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมกเขม้น
ใช้เวลาไม่นานร้านไก่ย่างน้องเต้เ้าเก่าก็พร้อมเปิดให้บริการ ควันไก่ย่างลอยฟุ้งไปทั่วถนน ดูไกลๆแล้วคล้ายกับหมอกควันยามเช้า
เต้นั่งมองควันที่ลอยช้าๆ อยู่หน้าร้านพร้อมกับดื่มนมกล่องที่ซื้อจากร้านโชห่วยที่เดินผ่านระหว่างมาที่ร้าน เขาตั้งใจจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายอย่างจริงจัง ดังนั้นเนื้อ นม ไข่ จึงต้องห้ามขาด แต่เื่ออกกำลังกายนี่สิน่าหนักใจสำหรับเขามากนัก เพราะเขาเป็คนไม่ชอบออกกำลังกายมาั้แ่ไหนแต่ไร ในชาติที่แล้วถ้าเขาไม่เสียดายเงินที่สมัครฟิตเนสไว้ก็คงไม่ไปออกกำลังกายแน่ๆ แต่ในตอนนี้มันจำเป็ต้องทำน่ะสิ เขาในตอนนี้ทั้งผอมแห้งแรงน้อยและก็ตัวเล็กในหมู่เพื่อนๆผู้ชายด้วยกัน
เต้นั่งไปสักพักก็มีลูกค้าเดินมาที่ร้าน ลูกค้าได้จองไก่ย่างไว้ 2 ตัว และจะมารับตอน 11 โมง ทำเอาพ่อยิ้มออกั้แ่เช้า วันนี้ดูท่าแล้วคงจะขายหมดเร็วกว่าเมื่อวานแน่ๆ เต้คิดในใจ
ซึ่งก็เป็อย่างที่คิดจริงๆ แค่ประมาณ 9 โมง ก็มีลูกค้ามาซื้อเรื่อยๆคนละตัวสองตัว และพอใกล้เที่ยงก็เหลือไก่ย่างแค่ไม่กี่ตัวแล้ว
วันนี้ ตี๋ ผู้ช่วยผู้จัดการของสาลี่ นักแสดงสาวชื่อดัง ก็ได้รับข้อความให้มาซื้อไก่ย่างอีกแล้ว และโดนกำชับมาว่าต้องเป็ร้านไก่ย่างที่ซื้อมาเมื่อวานเท่านั้น ตี๋ขับรถไปตามเส้นทางเดิมตามความทรงจำก่อนจะเห็นร้านไก่ย่างข้างทางร้านเดิมที่คุ้นตา คราวนี้ตี๋มองไปที่ป้ายร้าน ก่อนจะจดจำชื่อร้านไว้ในใจ เขาขับรถคันหรูไปจอดหน้าร้านเช่นเดิม
เต้ที่กำลังช่วยพ่อย่างไก่อยู่ ได้ยินเสียงรถขับเข้ามา เขาเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าเป็รถหรูดูคุ้นตา และพอกระจกรถถูกเลื่อนลง เขาก็จำได้ทันที เป็ลูกค้าคนเมื่อวานที่ซื้อไก่ย่างไป 6 ตัว แถมยังให้ทิปเขาอีก
เต้ยิ้มกว้างให้ลูกค้า ก่อนจะพูดทักทายเสียงดัง “อ้าวสวัสดีครับพี่ วันนี้เอาไก่ย่างกี่ตัวดีครับ”
ตี๋เห็นเต้จำตัวเองได้ก็รู้สึกปลื้มในใจลึกๆ รู้สึกเหมือนได้เป็ลูกค้าคนสำคัญของร้าน แม้ว่าเขาจะเพิ่งมาเป็ลูกค้าเมื่อวานก็ตามที
“เอา 6 ไม้เหมือนเดิมนะน้อง” ตี๋บอกเสียงดัง
“ได้เลยครับ”
ครั้งนี้ไก่ย่าง 6 ไม้ ใช้เวลาไม่นาน เพราะพ่อได้ย่างไก่ไว้นานแล้ว เต้ห่อไก่ย่างด้วยกระดาษไขแล้วใส่ถุงใหญ่ 3 ถุง ถุงละ 2 ตัว ก่อนจะเดินเอาไปส่งให้ตี๋ที่รถเช่นเดิม
“พี่ครับ 480 บาทครับผม”
“อ่ะนี่” ในครั้งนี้ตี๋ไม่ได้ให้ทิป แม้เต้จะผิดหวังหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร เขายิ้มและกล่าวขอบคุณเหมือนเดิม
“เอ้อน้อง ทำไมร้านน้องไม่ขายข้าวเหนียวด้วยล่ะ” ตี๋ถามขึ้น
เมื่อได้ยินประโยคคำถามนี้ เต้ก็นิ่งไป นั่นสิ ทำไมที่ร้านถึงไม่มีข้าวเหนียวขาย? เขาที่เพิ่งสังเกตเห็นข้อผิดปกตินี้ก็ยิ้มแห้งๆ
“เอ่อ...”
“ไม่รู้เหมือนกันฮะ”
“ห่ะ อ้อ โอเค งั้นฝากบอกพ่อด้วยนะว่าเอาข้าวเหนียวมาขายด้วย พี่ี้เีขับรถไปหาร้านข้าวเหนียว”
“ครับ ได้เลยครับ” เต้พยักหน้า ยืนรอจนตี๋ขับรถออกไปก่อนจะเดินกลับเข้าร้าน
เต้เดินไปหาพ่อด้วยความสงสัย ก่อนจะถามคำถามที่ตี๋ฝากถามไว้ พ่อที่ได้ยินคำถามก็นิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบคำถามด้วยเสียงที่แ่เบา “ปกติแล้วแม่เป็คนหุงข้าวเหนียวน่ะ...พอแม่เสียไป...ก็เลยไม่มีใครหุงข้าวเหนียวอีก”
เต้ไม่คาดคิดว่าคำตอบของพ่อจะออกมาแบบนี้ แม่ของเขาจากไปั้แ่เขายังเล็กประมาณ่เขาอยู่อนุบาล ถึงแม้ว่าระหว่างเขาและแม่จะมีความทรงจำด้วยกันเพียงน้อยนิด แต่เขาก็ยังมีความผูกพันธ์และคิดถึงแม่เสมอ
ที่พ่อไม่ขายข้าวเหนียว….พ่อคงไม่อยากที่จะนึกถึงแม่อีก เพราะยังทำใจไม่ได้ แม้ว่าที่ผ่านมาพ่อของเขานั้นจะดูเป็ผู้ชายที่ดูเข้มแข็ง แต่จริงๆแล้วพ่อยังคงยึดติดกับ่เวลาในอดีตเสมอ
เต้รู้เื่นี้ดี เพราะในชาติที่แล้วพ่อของเขาไม่ยอมคบใครอีก ในห้องของพ่อต่างก็เต็มไปด้วยรูปภาพความทรงจำของแม่และพ่อ นั่นแสดงให้เห็นว่าพ่อรักแม่มาก
“พ่อ”
“งั้นเต้จะเป็คนหุงข้าวเหนียวแทนแม่เอง” เต้ยิ้มให้กับพ่อ
พ่อชะงักไป เขาไม่คาดคิดว่าลูกชายจะพูดแบบนี้ …
พ่อไม่ตอบอะไร ทำแค่เพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันหลังไป ไม่มีใครได้เห็นว่าเมื่อพ่อหันหลังไปหยดน้ำตาได้ไหลออกออกจากหางตาเบาๆ
หลังจากขายไก่ย่างหมด สองพ่อลูกก็ช่วยกันปิดร้านและพากันลากรถไปที่ตลาดเหมือนเมื่อวาน วันนี้นอกจากจะซื้อไก่แล้วยังต้องซื้อข้าวเหนียวหนึ่งกระสอบใหญ่ หวดนึ่งข้าวขนาดใหญ่ และนมจืดกล่องใหญ่ 2 แพ๊ค ไว้สำหรับบำรุงร่างกายเต้
เมื่อกลับถึงบ้านทั้งสองก็ช่วยกันหมักไก่ให้เรียบร้อย โดยวันนี้เต้มีอาการเหนื่อยล้าน้อยกว่าเมื่อวานนิดนึง ซึ่งเขายังทนไหวอยู่ จึงลงมือช่วยพ่อหมักไก่ด้วยตัวเองอย่างขะมักเขม้น
ด้วยความคล่องแคล่วของทั้งคู่ การหมักไก่หลายสิบตัวก็ใช้เวลาไม่นาน หลักจากเสร็จสิ้น ทั้งสองก็ไปช่วยกันนับเงินที่ขายไก่ย่างได้ในอาทิตย์นี้
พ่อนำเงินที่ยังไม่ได้ฝากเข้าธนาคารออกมากองไว้บนพื้นละนับมันอีกครั้ง รายได้ที่ได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายพวกไก่สด และเครื่องปรุงต่างๆ แล้ว ก็นับว่าได้เยอะอยู่
“่นี้เต้ไม่ได้ออกไปเล่นที่ไหน ประหยัดเงินได้หลายร้อยเลยนะ” พ่อที่นับเงินอยู่พูดขึ้นมาเบาๆ
เต้ได้แต่ยิ้มแห้งให้ เขาบอกขอโทษพ่อในใจไปร้อยครั้งที่แต่ก่อนเอาแต่ขอเงินออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ซึ่งพอมานึกดูดีๆ แล้วเขาขอเงินพ่อแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยบาทเลย
ให้ตายเถอะ ไอ้เต้ เขารู้สึกผิดจนแทบอยากจะเขกหัวตัวเองไม่ไหว
“อ่ะนี่ พ่อให้ค่าแรงสองวัน วันละ 200 นะ” พ่อยื่นแบงก์ร้อย 4 ใบมาให้ตรงหน้า เต้ชะงักไปนิดนึง เขาไม่คิดว่าพ่อจะให้ค่าแรงเขาด้วย เขาแค่ไปช่วยงานพ่อในฐานะลูกเท่านั้นเอง
“ไม่เอาหรอก” เต้ปฏิเสธ เขาดันมือพ่อกลับไป
“เอาไปเถอะ เก็บไว้ เดี๋ยวพ่อจะพาไปเปิดบัญชี” พ่อยื่นเงินมาให้อีกครั้ง
เต้มองดูเงินตรงหน้า ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าเขาจะไปขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัดนี่นา เขา้าเงินไปซื้อวัตถุดิบมาทำ
“พ่อ งั้นเต้จะเอาเงินไปลงทุนขายของนะ”
“ลงทุน?? ” พ่อทำตาโต
เต้บอกเล่าแผนที่เขาคิดไว้นั่นก็คือ การขายไก่ปิ้งที่ตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์ ให้พ่อฟัง ในตอนแรกพ่อปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะกลัวว่ามันจะเสียเงินเปล่า แต่เขาก็ให้เหตุผลและพูดจาหว่านล้อมไปเรื่อยๆว่าเขา้าที่จะลองดู และเขาก็มีสูตรไก่ปิ้งอยู่ในมืออยู่แล้ว ถ้าเขาทำอร่อยยังไงก็ต้องมีคนซื้อแน่นอน
พ่อมีสีหน้าหนักอกหนักใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเอ่ยปากให้ลองทำดู
“400 นั่นคงไม่พอหรอก พ่อจะให้เต้ยืมเงินไปก่อน” พ่อหยิบเงินมาให้เพิ่มกะจากสายตาแล้วน่าจะประมาณ 2-3 พันบาท
“ได้ครับ ถ้าคืนทุนได้เมื่อไหร่เต้จะเอาเงินมาคืนพ่อนะ สัญญาไม่เบี้ยวแน่” เมื่อได้ยินอย่างนั้นพ่อก็หลุดขำเบาๆ ลูกชายเขามาดเหมือนนักธุรกิจเลย
“พวกอุปกรณ์เต้ลองไปดูในครัว พ่อมีของเก่าๆ เก็บไว้อยู่ ลองดูว่าอันไหนใช้ได้บ้าง”
“จริงหรอ เยี่ยมเลยพ่อ อย่างงี้ก็ประหยัดเงินได้เยอะเลย”
ในหัวของเต้เริ่มคิดวางแผนการลงทุนครั้งนี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะอายุ 32 เอ่อ...ไม่สิ! แม้ว่าเขาจะเคยอายุ 32 มาก่อน แต่ครั้งนี้เขารู้สึกตื่นเต้นกับการขายไก่ปิ้งมากๆมากกว่าตอนเปิดร้านแฟรนไชส์ร้านแรกซะอีก
เต้ไม่รู้ว่าการลงทุนครั้งนี้ของเขาจะสามารถทำเงินได้เยอะเหมือนที่เขาคิดไว้ในใจรึเปล่า แต่สัญชาตญาณของเขามันบอกว่าเขาต้องสามารถทำมันได้แน่ๆ