ท่านแม่สกุลเสียวสะท้านภพ

    บทที่ 37 งานใหญ่ลุล่วง

            "ท่านแม่คือข้า…." เวิ่นกวงที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น แถมท่อนทวนตรงหว่างขาของมันก็ผงาดชูชันอยู่ ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ทว่า ในยามนั้นมู่ กุ้ยอิงที่ได้หยิบผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า ก็ได้พูดขึ้นมาเสียก่อน "ออกไป…" น้ำเสียงนางแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความโกรธอยู่หลายส่วน หากแต่เวิ่นกวงก็มิได้ลุกออกไปตามที่มารดาบอก มันพยายามที่จะรวบรวมความกล้ากล่าวขอโทษ มารดามันอีกครั้ง แต่คราวนี้ดูเหมือนกุ้ยอิงจะมิได้ใช่แค่เสียงเบา ๆ อีกแล้ว



            "ออกไป๋…!!" นางถลึงตาใส่บุตรชาย ก่อนจะส่งเสียงตวาดดังลั่นห้อง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เวิ่นกวงเห็นมารดาของเดือดดาลขนาดนี้ ซึ่งถ้าดูจากเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่มู่ กุ้ยอิงจะรู้สึกเช่นนี้ ทุกอย่างแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว และไม่รู้ว่าจะมีเช่นไรตามมาในอนาคตอีก


            ในเมื่อเวิ่นกวงเห็นสีหน้า และแววตาของมารดาเป็นแบบนั้น มันจึงมิอาจเอ่ยวาจาอันใดได้อีก เวิ่นกวงจึงได้ลุกขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อผ้า และหันหลังเดินออกจากห้องไป ด้วยความเศร้าสลด..



            "นี่ข้าทำอะไรลงไปกันนี่…นอกจากจะหน้ามืดไม่ลืมหูลืมตาทำแบบนั้นกับท่านแม่ แถมยังมิอาจ ควบคุมกำหนัดราคะของตนเองได้อีก แล้วต่อไป ข้าจะมองหน้าท่านแม่ได้อย่างไรกันล่ะเนี่ย…" เวิ่นกวงได้แต่ตัดพ้อกับตนเอง ในขณะที่มันทอดกายลงบนเตียงอีกห้อง จากนั้นจึงข่มตา และหลับไปจนถึงรุ่งเช้า



            วันต่อมาเมื่อหยาง เวิ่นกวง ตื่นขึ้นมันจึงคิดที่จะรวบรวมความกล้า ไปขอขมามู่ กุ้ยอิงมารดา ที่ได้กระทำการล่วงเกินอย่างร้ายแรงไปเมื่อคืน ทว่า…พอไปถึงหน้า เวิ่นกวงกลับพบเพียงแค่กระดาษหนึ่งใบแปะอยู่ตรงประตู เนื้อความนั้นเป็นลายมือของกุ้ยอิงนางเขียนข้อความสั้น ๆ ทิ้งไว้ว่า


            "จงไปทำงานของเจ้าเสีย เสร็จงานใหญ่เมื่อใดแล้วข้าจะมาหาเจ้าเอง.."


            ข้อความในกระดาษทำให้เวิ่นกวงทราบว่ากุ้ยอิงได้จากไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน แถมมิรู้ด้วยว่านางไปที่ใด


            เวิ่นกวงถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นไปสักพัก การกระทำของกุ้ยอิงยิ่งทำให้มันรู้สึกผิดขึ้นไปอีกร้อยเท่า พันเท่า แต่ถึงอย่างไร มันก็มิอาจย้อนไปแก้ไขอะไรได้แล้ว เห็นทียามนี้คงต้องเร่งทำงานใหญ่ตามที่มารดามันบอกไว้จริง ๆ จบงานแล้วค่อยหาทางอื่นดู เมื่อเวิ่นกวงคิดได้มันจะลุกขึ้น ก่อนที่จะไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวเพื่อออกเดินทาง มุ่งหน้าไปยังวังหลวงอีกครั้ง



            การเดินทางจากยอดเขาคุนหลุนไปที่วังหลวงในครั้งนี้ก็มิได้ต่างอันใดกับครั้งแรก หากจะมีที่ต่างก็คงเป็นความรู้สึกตื่นเต้นของเวิ่นกวงกระมัง ครานี้มันมีความมั่นใจอยู่หลายสิบส่วนว่า งานใหญ่จะต้องสำเร็จลุล่วงเป็นแน่ เพราะถ้ายังล้มเหลวอีก มันก็คงต้องยอดถอนใจ และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่สวรรค์กำหนดแล้ว หากสวรรค์มิปรารถนาจะให้สกุลหยางคงอยู่ต่อ ไหนเลยที่เวิ่นกวงจะแค่นฝืนทำจนสำเร็จได้ แต่หากสวรรค์เมตตา ก็นับว่าไม่เสียทีที่มันทุ่มเททำทุกสิ่งทุกอย่างลงไป แม้นว่าสิ่งที่ทำนั้น อาจจะส่งผลเลวร้ายตามมาในอนาคตก็ตาม…



            เวิ่นกวงเดินทางรอนแรมอยู่นาน ในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวง มันเข้ามานั่งพักดื่มน้ำชาในโรงเตี๊ยม และคิดว่าคืนนี้จะลอบเข้าไปวังไปหา ฮองเฮา จื่อหลานเพื่อร่วมเตียง เอ๊ย! มิใช่ มิใช่ เพื่อเข้าไปถามข่าว ทว่า…พอนั่งพักไปได้ไม่ทันไร หูของมันก็ได้ยินลูกค้าในร้านพูดกันให้แซ่ดว่า องค์ฮ่องเต้ กับไทเฮา ทรงหายจากอาการประชวรแล้ว แถมยังดูมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงกว่าเมื่อก่อนอีก สองตาของเวิ่นกวงถึงกับเบิกกว้าง มันแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ แต่นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง



            "ปาฏิหาริย์จริง ๆ เช่นนี้เรื่องของสกุลหยางก็คง…." เวิ่นกวงเผยรอยยิ้มแห่งความหวังออกมาบนใบหน้า พร้อมกับครุ่นคิดในใจด้วยความตื่นเต้น แต่ยังคิดไม่ทันจะจบ หูของมันก็พลันได้ยินอีกเรื่องต่อ ดังจากโต๊ะของลูกค้าข้าง ๆ ในทันที



            "จริงด้วย ๆ นอกจากข่าวดีที่องค์ฮ่องเต้หายประชวรแล้ว ข้ายังได้ข่าวมาอีกข่าวหนึ่งด้วย.."


            "ข่าวอันใดของเจ้า"


            "ข่าวที่องค์ฮ่องเต้รับสั่งกับเหล่าขุนนางว่า จะรื้อคดีสกุลหยางออกไต่สวนใหม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพวกเขาอีกครั้งยังไงล่ะ…"


            คำพูดของลูกค้าโต๊ะนั้น ทำเอาเวิ่นกวงถึงพลันกับสำลักน้ำชาด้วยความตกใจ


            "ระ…เรื่องจริงรึนี่..สิ่งที่ข้าทำกับท่านแม่…..มะ..เมื่อคืนได้ผล.."


            สองตาของเวิ่นกวงเบิกโพลงด้วยความดีใจเป็นที่สุด แต่มันก็ควบคู่ไปพร้อมกับความรู้สึกผิดเช่นกัน ยามนี้มันก็ไม่รู้ว่าตนเองควรจะต้องรู้สึกเช่นใดเหมือนกัน แต่สุดท้ายเวิ่นกวงก็ต้องคิดถึงงานใหญ่ก่อน เมื่อนั้นมันจึงไม่รอช้า รีบจ่ายค่าน้ำชา และมุ่งตรงเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในทันที



            น่าแปลกประหลาดเป็นยิ่งนัก ทุกอย่างที่บังเกิดขึ้นรอบตัวเวิ่นกวงช่างดูง่ายดายไปซะทุกอย่าง ง่ายตั้งแต่มันไปที่หน้าประตูวังเพื่อขอเข้าเฝ้า พอได้เข้าเฝ้าก็ดูเหมือนฮ่องเต้ กับเหล่าขุนนางจะโปรดปรานมันเป็นพิเศษ เรื่องความบาดหมางของคนสกุลหยางกับขุนนางเก่าแก่บางคนก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น และในเมื่อทุกอย่างราบรื่นเช่นนี้ การรื้อคดีสกุลหยางมาไต่สวนใหม่ก็มิได้ต่างกัน



            ความผิดของสกุลหยางในฐานะที่คิดจะก่อกบฏถูกคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย จากนั้นฮ่องเต้ก็พระราชทานทุกสิ่งทุกอย่างเคยเป็นของคนสกุลหยางให้กลับมาดังเดิม เวิ่นกวง ยามนั้นทั้งดีใจ ทั้งงุนงงสับสนอย่างบอกไม่ถูก มันมิคาดคิดเลยว่า…ดวงคู่ชีวิตของมัน กับกุ้ยอิง จะส่งเสริมกันมากมายถึงเพียงนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อเป็นยิ่งนัก


            จากนั้นเวิ่นกวงก็พักอยู่ในวังหลวงต่ออีกนิดหน่อย เพราะฮ่องเต้ได้มีรับสั่งให้คนไปเก็บกวาดจวนสกุลหยางที่ถูกทิ้งร้างไว้หลายปีอยู่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเวิ่นกวงจึงจะย้ายกลับไปพักที่นั่นตามเดิม



            และ ในช่วงนี้ที่เวิ่นกวงพักอยู่ในวังหลวงชั่วคราว มันจึงถือโอกาสไปขอบควย ผู้มีพระคุณของมันทั้งสองคนเสียหน่อย ซึ่งพวกนางก็มิใช่ใครอื่น ไทเฮาชุนอี้ กับ ฮองเฮาจื่อหลานนั้นเอง ด้วยความที่หยางเวิ่นกวง เป็นผู้ที่สำนึกบุญควย เอ๊ย! บุญคุณ มันจึงทดแทนบุญควย ให้สองสตรีผู้มีฐานะสูงศักดิ์ไปหลายกระบวนท่า เรียกได้ว่า มีเพลงทวยสกุลหยางกี่ชุด มันก็งัดออกมาร่ายรำทิ่มแทงพวกนางจนสำราญบานรูกันไปทั้งแม่ทั้งลูกสาว จนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงลุกแทบไม่ไหว ก่อนที่ในอีกหลายวันต่อมา มันจะขอทูลลาฮ่องเต้เพื่อออกเดินทางต่อ...



            ถามว่าเวิ่นกวงจะเดินทางไปไหน.? ย่อมมิใช่ตามหากุ้ยอิงเป็นแน่ เพราะนางได้ระบุไว้ในกระดาษแผ่นนั้นแล้ว ว่านางจะเป็นกลับมาหาเวิ่นกวงเองเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ดังนั้นเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ของมันก็คือ กลับไปพบกับ หยาง ลิ่วเหนียง ภรรยา เอ๊ย! ท่านย่า และสาวใช้คนงาม หยาง ผายฟง มันกลับไปเพื่อเชิญชวนทั้งสองให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ในจวนสกุลหยางที่กำลังใกล้จะตกแต่งเสร็จในไม่ช้า...


            จบบทที่ 37


            บทต่อไป ข้ามีดับเบิ้ล_ี แต่ไยจึงมิได้ครอบครอง...

    คล้ายกับเรื่องท่านแม่สกุลเสียวสะท้านภพ ที่คุณอ่าน