“พลังปรารณพลิกฟ้่าไว้ดิน สำนัก 5 ดาบถูกขับออกพร้อมพิษแทบหมดสิ้น แม้จะได้ยารักษาพิษแล้วก็ตาม แต่ไอพิษสีดำยังคงระเหยออกจากาแข้าเรื่อยๆ ”
“อย่าเข้าใจผิด ยาที่ข้าราดใส่ตัวเ้าไม่ใช่ยาสลายพิษ แต่เป็การปรับพิษดำหลอมละลายให้เข้ากับร่างกายเพื่อเป็หนึ่งเดียวกับเ้า เพราะอย่างนั้น พิษกับตัวเ้าก็เป็หนึ่งเดียว”
“พลังปราณพลิกฟ้่าไว้ดิน แต่เดิมก่อนปรับเปรุงเพื่อให้เข้ากับสำนัก 5 ดาบ นั้นเป็วิชาปราณที่บริสุทธิ์ สามารถปรับใช้พลังของตนให้เหมือนของผู้อื่นได้ ทั้งยังสลายปราณของผู้อื่นที่แฝงในร่่างเปลี่ยนเป็ของตนได้อย่าง 100% จึงเป็วิชาที่ปรับใช้ได้กับทุกสำนักดาบเพื่อพัฒนาวิชาตนเอง โดยท่านสัมพันธ์ แห่ง3ผู้ไร้พ่าย เมตรา ไม่เคยหวงแหนเคล็ดวิชา ถ่ายทอดและแนะนำเพื่อปรับปรับใช้ให้กับสำนักวิชาดาบและวิชาหมัดมวยโดยไม่หวงแหน หรือทวงบุญคุณ”
“พิษดำของท่าน ข้าขอเรียกท่านว่าเทพพฤกษา เพื่อเป็เกียรติ ด้วยอายุของท่านนัน พันปี พลังแห่งธรรรมชาติที่แฝงไว้กับพิษ จึงเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล จนข้าต้องใช้วิชปราณพลิกฟ้่าไว้ดิน ค่อยๆปรับเปลี่ยนเป็พลังปรารณสุดมหาศาลอย่างที่ข้าไม่เคยรู้สึกได้มาก่อน เหนือกว่าข้าก่อนนี้หลายเท่า ท่านก็เหมือนอาจารย์ที่ช่วยชีวิตและถ่ายทอดพลังให้ข้า”
“คงเป็โชคชะตาของข้ากับเ้า เพราะหากเ้าไม่มีวิชาปราณพลิกฟ้่าไว้ดิน เป็พื้นฐานมาก่อนข้าก็คงช่วยเ้าไม่ได้ และคงตายเป็ซาก ไอพิษเหมือนคนอื่นๆที่เห็นเป็คราบหลงเหลือให้เห็นภายในห้องนี้”
“ประตูเหล็กทึบที่ปิดทับบานเดิมที่ถูกทำลายไป หลังจากที่นายสลบไป ถูกติดตั้วอย่างรวดเร็วเพื่อปิดไม่ให้ข้าหลบหนี โดยไม่รู้เลยว่าข้าไม่สามารถออกไปไหนได้แล้ว ด้วยร่างกายถูกถูกขังมาร่วม 50 ปีโดยไม่ได้สัผัสดิน และแหล่งน้ำธรรมชาติ มีชีวิตด้วยน้ำในถังที่ 3 เดือนพวกมันจะมาเติมแลกกับความลับของพลังวิเศษ เพื่อปลดปล่อยข้าออกไป โดยข้าอาศัยแสงที่ลอดเข้ามาจากผนังสังเคราะห์เป็อาหารของข้า แต่ไม่พอเพียง จนใบไม้สีเขียวร่วงโรยลงไปจนเหลือเพียงร่างกายเปรียบเหมือนลำต้นและกิ่งก้านแห้งเหี่ยวพร้อมจะแห้งตายทุกเมื่อ” พลังวิเศษ ที่กระจายออกสร้างความอุดมสมบูรณ์ ก็กลับกลายเป็ปราณพิษ ปกคลุมพื้นที่รอบห้องขัง"
“ท่านเทพพฤกษาได้แสดงให้เห็นว่าประตูเหล็กที่ปิดกั้นไม่อาจขังท่านได้ หากท่าน้าออกไป โดยท่านใช้รากไทรยืดยาวไขประตูได้โดยง่าย เพื่อให้ข้าหลบหนี แต่ข้า้าพักฟื้น เพียงแค่ออกไปขโมยอาหารและน้ำมาให้ท่านเทพพฤกษา พร้อมสืบข่าวเพิ่มเติม ข้าจึงอาศัยคุกเพื่อพักฟื้นและฝึกวรยุทธหลายวัน”
“นอกจากอาหารและน้ำ รวมถึงการขับถ่ายภายนอกคุก ก็สืบข่าวคราวหลังเกิดเหตุ โดยทั่วไปเข้าใจว่าข้าที่เป็ต้นเหตุการสังหาร าาทั้ง3 ก็ได้ถูกสังหารโดยสุรีย์ ไปแล้ว เหล่าขุนนางของเมืองที่สิ้นาาต่างรวมกลุ่มกันด้วยผลประโยชน์ ที่าาอิสสระเสนอถึงแนวทางการบริหารอาณาจักร โดยยกตัวอย่าง ความเจริญและร่ำรวยของอาณาจักร มหานาวา ที่มากกว่าอีก 3 อาณาจักรที่เหลือ โดยที่ตนเสนอเป็ยผู้ดูแลทั้ง 3 อาณาจักรให้ชั่วคราวก่อนที่ รัชทายาทของทั้ง 3อาณาจักรจะพร้อมบริหารด้วยตนเอง แม้หลายคนจะแคลงใจในเหตุฆาตรกรรม ที่มีเพียงาาอิสสระ รอดมาได้เพียงคนเดียว แต่ก็ไม่อาจกล้าเอ่ยถามเพราะเกรงในบารมี รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับในภายหน้า จึงนิ่งและพร้อมปฎิบัติตาม"
"บักทึกถ้อยคำและหนังสัญญาระหว่าอาณาจักรถูกวางไว้โดยไม่มีการรักษา ทำให้เข้าถึงไว้ง่าย เหมือนไม่ได้ใส่ใจในหนังสือสัญญา เพราะทั้งหมดขึ้นกับาาอิสสระว่า้าทำอะไรข้าอ่านและเข้าใจแผนการครั้งนี้ ถูกดำเนินการไว้หลาย10ปีตามที่ท่านเทพพฤกษา ว่าไว้จริงๆ ข้อความที่เป็หัวข้อสำคัญระบุด้วยตัวอักษรที่หนาเด่นชัด ว่า หาก้าเป็วีรบุรุษ ก็ต้องมีคนชั่ว ให้เป็เป้าหมายที่ต้องกำจัด คนชั่วนั้นสร้างได้ให้เหมาะกับสถาณการณ์ที่จำเป็เมื่อมีเป้าหมายให้คนเกลียดชัง เรานั้นก็เป็วีรบุรุษได้ "
"ข้านั้นเข้าใจกระจ่างได้ทันที ความโลภในชื่อเสียงจอมปลอมเป็สิ่งที่ข้าถูกหลอกล่อให้เข้ามาในแผนการนี้ เพื่อเป็เป้าให้ทุกคนเข้าใจผิดและรับผิดต่อการตายของ าาทั้ง 3 อาณาจักร และาาอิสสระก็ใช้โอกาสนี้ทำตนเป็วีรบุษ เข้าช่วยเหลือทั้ง 3 อาณาจักร แต่เพื่อ้าแทรกซึมการปกครอง และภายหลังก็สามารถทั้ง 3 อาณาจักรได้ทั้งหมดในปัจจุบัน"
"อาณาจักร มหานาวา กลายเป็ศูนย์กลางกองกำลังแทน อาณาจักรทิพย์ศิลา ของาากุลนันท์ ระยะเวลาเพียงเดือนกว่า าาอิสระสามารถจัดการเื่ยุ่งยากทั้งหมดได้ เหมือนกับมีน้ำใจเป็ที่นับถือต่อประชาชนที่ไม่รู้ความจริง ซึ่งคงจะหมดทรัพสินไปมากมายในการจัดการครั้งนี้ ที่สามารถทำข้อตกลงกับขุนนางและราชวงศ์ ได้อย่างไร้ปัญหา"
เทพพฤกษา : “ร่างกายคงเหลือแค่พิษดำนี้ที่ยังแฝงในร่างเ้า เหมือนทายาทของข้า ที่เป็มนุษย์แค่คนเดียว คงดูแปลกประหลาดมาก ที่มอนสเตอร์อายุพันปี กลับมีทายาทเป็เผ่ามนุษย์คู่อาฆาต ประสบการณ์ ชีวิตข้ากว่าพันปีถูกถ่ายทอดเป็หนึ่งเดียวกับเ้า ผ่านทางพิษ เหลือแค่เ้าใช้วิชาพลังปรารณพลิกฟ้่าไว้ดิน สำนัก 5 เปลี่ยนเป็เป็พลังของเ้าเอง พลังปราณก็น่าไร้เทียมทาน เหนือกว่าก่อนนี้อีก ทีนี้ก็ฝีกวิธีใช้พลังนี้ ให้เข้าตัวของเ้าเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
“พลังปราณพลิกฟ้่าไว้ดิน เมื่อหลอมรวมปราณพิษเป็หนึ่งเดียวกับข้า เริ่มแรก เหมือนเนื้อเหลวกระดูกแหลก เ็ปทรมาน จนแทบดิ้นทุรนทุราย แต่ด้วยต้องข้ามไปให้ได้จึงต้องตั้งสมาธิ เกิดเป็เคล็ดวิชาแรกคือ ทมิฬ พิชิตปฐี 1ใน ไม้ตาย7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย ที่ต้องตั้งสมาธิใช้จิตใจควมคุม ร่างกายและสัญชาตญาณ”
“เทพพฤกษาแม้ไม่สามารถใช้วรยุทธได้โดยตรง แต่ท่านสามารถวิเคราะห์วิจารณ์จากประสบการณ์ นับพันปี เพื่อชี้แนะและพัฒนาได้อย่างดีเยี่ยมบอกถึงจุดอ่อนของกระบวนท่าตามที่ได้พบเห็นมา ด้วยเหตุการณ์ฆาตรกรรม ที่แวดล้อมแล้วชี้ว่าข้าเป็ฆาตรกร จึงทำให้เสี่ยมเสียและเป็ภัยกับสำนัก 5 ดาบโดยตรง รวมทั้งพลังข้าที่สูญสลายจากการขับพิษ
“จึงต้องฝึกฝนและบัญญัติวิชาดาบขึ้นมาใหม่ โดยพื้นฐานจากวิชาสำนัก 5 ดาบ แต่เป็กระบวนท่าที่เน้นแก้ทาง เพลงดาบค่ายดาบแสง จนได้วิชา7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย ซึ่งเหมือนตรงกับข้ามกับแสงสว่างของค่ายดาบแสง และเน้นขับปราณสีดำเป็เอกลักษณ์ เพื่อดึงความสนใจ และให้แตกต่างต่างจากเพลงดาบของสำนัก 5 ดาบ”
“เคล็ดวิชา ลมปราณมารทมิฬ นับเป็พื้นฐานแรกของวิชา7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย จากนั้นข้าก็คิดค้นท่าไม่ตายอื่นๆ จนได้รวม 7 กระบวนท่า ประเมินว่าเพียงพอเอาชนะวิชาค่ายดาบแสงของสุรีย์ ก็คิดออกจากคุกพร้อมทั้งพาท่านเทพพฤกษา ย้ายไปสถานที่ใหม่ นั่นก็คืออาณาจักรพฤกษา ที่ชาวหมู่บ้านแห่งเหล็กจะย้ายไปนั่นแหละ”
“ข้าแฝงตัวเพื่อฝึกวิทยายุทธ ร่วม 2 เดือน ข้าจึงเลือกวันที่จะออกปราสาทของออาณาจักรมหานาวา ในวันที่าาอิสสะกับสุรีย์ไม่อยู่ในอาณาจักรมหานาวา เพราะ ทั้งคู่มักจะนำนักสู้ที่มีฝีมือสูงติดตามไปด้วยเสมอ และพวกทหารเฝ้ายามมักแอบหลบหนีไปพักผ่อน ไม่สนใจเฝ้ายามอย่างจริงจัง จึงไม่ต้องปะทะผู้คนมากเกินไประหว่างเดินทาง ”
“แต่หลายอย่างที่วางแผนก็ไม่ได้เป็ไปอย่างที่คิด ข้า้าหาดาบที่เป็บดาบประจำตัวของข้าที่อาจารย์เคยมอบให้ ก่อนหลยหนีไปพร้อมท่านเทพพฤกษา”
วันนี้เหมือทุกอย่างจะดูง่ายเป็ไปอย่างที่ีคิด แต่เคล็ดวิชา ทมิฬ-พิชิปฐี ที่ข้าฝึกใช้บ่อยที่สุดเพราะต้องแอบบออกจากห้องขัง พร้อมหลบหลีกผู้คน จึงััถึง พลังชีวิตของสิ่งมีชีวิต ถึง 5 สายที่หลบซ่อนอยู่ แต่แฝงด้วย แรงสังหารที่พุ่งตรงมาที่ข้า ที่ประมาทเพราะคิดว่าไม่มีคนเฝ้าปราสาท เพราะต้องติดตามาาอิสสระและสุรีย์ ไปอาณาจักรนภาที่มีปัญหาในการควบคุมการปกครองมากที่สุด เพราะยังติดที่รัชทายาทที่มีความคิดความสามารถพร้อมที่จะปกครองอาณาจักรมากที่สุดเป็อุปสรรคใหย๋ของาาอิสสระและก็คือเหตุที่อาณาจักรนภาสิ้นรัชทายาทในปัจจุบันนี่เอง แต่เครื่องราชกกุธภัณฑ์เหรียญทองคำมหาราช ก็หายสาบสูญ ไปด้วย จนมาปรากฎในมือของเพิ่มที่เก็บจากสามาที่ทำตกไว้ระหว่างการต่อสู้
“ในมือข้ามีเพียงดาบเก่าๆที่ตกอยู่ภายในห้องขัง ใช้ฝึกซ้อมวิชาที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ ข้าพกมาด้วยความเคยชิน โดยไม่คิดว่าจะได้ใช้ ชั่วพริบตา ร่างเงา 5 สาย พุ่งตัวจากที่หลบซ่อน พร้อมเงาประกายดาบที่เกิดจากปรารณดาบ ทั้ง 5ดาบจู่โจมมาที่ร่างกายข้าไม่ซ้ำตำแหน่งเหมือนนัดและฝึกซ้อมมาอย่างรู้ใจกัน ตำแหน่งที่ขาทั้ง 2 ข้าง ข้าหลบได้ง่ายดายด้วยกระบวนท่าดาบมารสายฟ้าทมิฬ ดาบอีก3เล่มเหมือนคาดการณ์การเคลื่อนไหวไว้ก่อน สามารถพลิกกลับเข้าหาข้าได้อย่างทันท่วงที ข้าใช้สันดาบปัดเบี่ยงการโจมตีได้อย่างทันท่วงที แต่มี 1 ดาบถากเฉียดลำคอข้าไป แม้พ้นคมดาบ แต่ปรารณดาบเพิ่มรัศมีคมดาบ เกิดาแเท่ารอยเส้นผม เืซึมออกเท่าหัวเข็มหมุด 2ดาบแรกที่ข้าหลบได้ พุ่งเข้าที่หน้าอกและใบหน้าข้าอย่างแทบไม่ทันตั้งตัว”
“เมื่อเืซึมออก แรงโมโหก่อเกิดเป็การโต้ตอบโดยสัญชาตญาณ ปราณมารทิฬสีดำถูกเร่งโดยไม่รู้ตัว ร่างข้าดีดตัวออก ดาบเก่าถูกเคลือบด้วยปราณทมิฬ กลายเป็ดาบวิเศษชั่วขณะหนึ่ง ปาดเข้าลำคอ1ใน 5 ผู้ที่จู่โจม เืไหลทะลักตามแรงหายใจ จากนั้นแทงซ้ำเข้าที่หัวใจพอดี ร่างหงายท้องล้มกระแทกพื้นชักกระตุกครู่หนึ่งจึงแน่นึ่ง”
“4คนที่เหลือได้แต่ยืนตะลึงต่อเหตุการณ์ที่พวกตนตั่งใจมาฆ่าแต่กลับต้องตายก่อน ข้าพอมีเวลาพิจารณาศัตรูก็จำได้ว่า ทั้ง5 คนรวมถึงคนที่ตาย เป็ศิย์รุ่นน้องสำนักดาบแสงของสุรีย์ เคยเจอกัยบ่อยๆ และเห็นฝีมือที่สูงส่งกันมาบ้าง”
“1ใน4 ชิงกล่าวว่า พวกข้าเคยมีด้วยกัน10คน ติดตามท่านสุรีย์เพื่อมารับใช้าาอิสสระ ก่อนหน้านี้ถูกท่านทรนงสังหาiระหว่างที่กำลังหลบหนีในงานเลี้ยงสังหาร3าา ไป 5 คนท่านคงจำไม่ได้เพราะทั้งคนถูกสังหารแทบจะในดาบเดียวกัน”แม้จะมีเพลงดาบที่ยอดเยี่ยมแต่ไม่อาจเอาชนะพลังจากคนหนีตายได้ พวกข้าตอนนี้เหลือเพียง5 และเพิ่งตายไป อีก 1 คน พวกข้าเฝ้าสังเกตุเพราะมีของหายบ่อยมากๆ ในรอบหลายเดือนนี้ รวมถึง เอกสารสำคัญในห้องทรงงานของาาอิสสระ เและได้เห็นท่านเมื่อ 2 วันก่อนที่ออกมาค้นห้องท่านสุรีย์ที่ติดตามาาอิสสระไปก่อนหน้านี้หลานวัน แต่ไม่มีจังหวะลงมือ จนมาวันนี้ ที่เห็นท่านออกมาจากทางห้องขังต้องห้ามของอาณาจักรมหานาวาจึงแอบติดตาม ตั้งใจจู่โจมสังหารไม่ให้ตั้งตัว ท่านคงไม่สังเกตุด้วยซ้ำว่าคนที่ตาย สวมเสื้อเกราะพิเเศษปิดถึงลำคอ แต่กลับถูกปาดคอ โดยที่ไม่ถูกคมดาบด้วยซ้ำ เป็เพียงปราณดาบที่แผ่คมออกมา เสื้อเกราะก็ไม่อาจต้านรับได้ ถูกแทงหัวใจอย่างง่ายดาย”
“ส่วนตัวข้าไม่ความแค้นกับพวกนายเลย แถมยังเคยชื่มชมในฝีมือด้วยซ้ำ เคยเห็นพวกนายประสานเพลงดาบ 5 คนประลองกับสุรีย์ แทบจะเอาชนะมันได้ หากได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาที่สำคัญของสำนักฝีมือดีเยี่ยมกว่านี้แน่ เราแยกย้ายกันไป พวกเ้าก็รายงานเื่ของข้าตามแต่ที่จะบอกไปกับนายของพวกเ้า ดีกว่าไหม”
“พวกข้า 4 คนหากยอมให้ท่านไปง่ายๆ สืบย้อนหลังมาก็ควจะลำบากภายหลัง อย่างน้อยให้ได้ฝากแผลไว้กับท่านบ้างก็ยังดี” ว่าพลางตวัดดาบเกิดแสงวูวาบตามเอกลักษณ์ของวิชาค่ายดาบแสงข้าตั้งรับได้อย่างง่ายดายเพราะรู้กระบนท่าอยู่แล้ว อีก3 คนที่เหลือ พร้อมใจจู่โจมซ้ายขวา และดักหน้าซ้ำ ปราณทมิฬสะสมที่หมัดซ้ายปล่อยกระแทกหน้าอกเ้ามือดาบคนแรกเพื่อเปิดทางไปตั้งรับอีก3คน ปราณทมิฬขยี้เกราะเหล็กจนหมัดผ่านปะทะหน้าอกกระแทกร่างลอยกนะเด็นออกไป เพลงดาบข้ารวดเร็ว ปัดป้องทั้ง 3คนที่จู่โจมพร้อมกันได้ แต่เสียสมาธิปราณทมิฬไม่ต่อเนื่อง ดาบที่ทีถูกเคลือบด้วยปราณจึกหักกระเด็นในการจู่โจมที่ต่อเนื่อง นับร้อยดาบจากทั้ง3 คน ข้าหลบเลี่ยงคมดาบได้ แต่ด้วยระดับยอดฝีมือ ปราณดาบจึงพาดผ่านร่างข้า เกิดาแดนับสิบ แต่ไม่สาหัส แทบจะเป็เพียงรอยขีดข่วน ด้วยปรารณเกราะทมิฬที่ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง ฉกฉวยจังหวะ เท้าเตาะตวัดดาบจากมือศพที่ถูกแทงตายไป มาใช้งานแทนดาบที่หัก
มรสุมมาร-ทมิฬ ก่อเกิดรุกรับในกระบวนท่าเดียว ดาบทั้ง3 กระหน่ำ เพลงดาบสำนักค่ายดาบแสงถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง บางกระบวนแทบจะรุนแรงเหมือนสุรีย์ลงมือเอง ทำให้ข้ามั่นใจในวิชาดาบมารทมิฬของข้ามากขึ้น ดาบสุดท้ายหวังผลที่ปลยคางของข้า 1 ในท่าไม้ตายของค่ายดาบแสง นั่นคือท่านทีสะท้อนเงาจันทร์ ดาบที่ข้าชิงมา สกัดต้านได้ทันท่วงที เสียงคมดาบกระทบกันกรีดเสียงดังลั่นแสบแก้วหู พร้อมประกายปราณเจิดจ้าดาบหยุดเมื่อโกร่งดาบกระทบกัน
ข้าแปลกใจที่อีก2 คนยังไม่ลงมือซ้ำทั้งที่มีโอกาส จนรู้ตัวอีกครั้ง เมื่อท้ายทอย มีของแหลมคมจี้กดไว้
ปลายดาบเย็นเฉียบพร้อมด้วยปราณที่แผ่รัศมีรุนแรง มาจ่ออท้ายทอยข้าโดยไม่รู้ตัว คมดาบแทงลงไปไม่กี่มิลลิเมตร รู้สึกเจ็บแต่ไม่อาจดิ้นรนหลบหนีได้ สุรีย์ส่งสัญญาณให้ทั้ง4คนลุกขึ้น พร้อมทั้งยึดดาบของพวกมันคืนไปตอนนี้นักดาบทั้ง4คนที่ตกเป็รองข้า จ่อปลายดาบตามจุดตายบนตัวข้าพร้อมทิ่มแทงฟาดฟัน เมื่อได้รับคำสั่ง ข้าเตรียมใจรับความตาย
ข้ามาทันตอนที่มันแสดงกระบวนที่ทั้งรบและรุกด้วยปราณดาบสีดำ ดูดุดันน่ากลัว
สุรีย์น้องข้า แม้เ้าไม่อาจได้อาณาจักรใดก็ตาม แต่ข้าจะมอบกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแดนมนุษย์และจะเหนือกว่าอาณาจักรกาปาในอนาคต แก่เ้า โดยอาศัยเหตุของทรนง ใรการสร้างครั้งนี้ ดังนั้นในวันนี้ราจะำม่ฆ่ามันต้องปล่ยมันไปพร้อมมอนสเตอร์ที่ถูกั้แ่ครั้งพระบิดา เมื่อวางแผนในการรวบรวม4อาณาจักรเป็กนึ่งเดียวเหมือนในอดีต ในวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว เลยไม่จำเป็ต้องขังมันไป เพื่อใช้ใก้เป็แระโยชน์ในอนาคต แม้ต่อไปจะเกิดข่าวลืออะไรก็ตามเราจะทำให้เป็ประโยชน์กับเราได้
ทรนงจะถูกประกาศเป็อาชญากรหมายเลข1ของ4อาณาจักรแห่งเผ่ามนุษย์ ในนามมารทมิฬไร้ปฐี ผู้สังหาร3าาและผู้ขัดขวาง เป็การย้ำถึงเหตุที่ข้าได้รวบรวมอาณาจักร และความจำเป็ในการคงอยู่ของกองกำลังปราบมาร ที่คอยปราบปรามนคนชั่วและปกป้องเผ่ามนุษย์ จากอาชกรต่างๆ ให้ทถกอาณาจักรต้องพึ่งพิงเรามากที่สุด เพราะเราได้สร้าง อาชกรอันชั่วร้ายอันดับหนึ่งไว้แล้ว เมท่อถึงเวลาที่สมควร เราค่อยกำจัดทรนงไปซะก็ไม่สาย
เมื่อถึงเวลา ข้าผู้เป็าาแห่ง4อาณาจักจะเป็าาเหนือาาทั้งปวงของเผ่ามนุษย์
ผู้ที่ตายในครั้งนร้ข้าจะตอบแทนให้กับครอบครัวเยี่ยงวีรบุรุษ
พวกมันปล่อยข้าพร้อมท่านเทพพฤกษาอย่างปลอดภัย ข้าพาท่านพฤษาเดินทางเพื่อหาที่อาศัยใหม่จนได้ที่ปักหลักเลือกได้เป็ชายแดนของอาณาจักรพฤกษาที่พวกเ้าชาวหมู่บ้านแห่งเหล็กจะย้ายไป ซึ่งออกมาไกลมากจาดเขตแดน 4อาณาจักร
ดินแดนอาณาที่สมบูณร์อยู่แล้วก็ยิ่งสมบูรณ์มากกว่าเดิมด้วยพลังธรรมชาติ ข้าเมื่อได้ตอบแทนท่านเทพพฤกษาแล้วก็ เดินทางย้อนกลับไป 4อาณาจักร เพื่อกลับไปสำนัก5ดาบ