คุณนายโจวมองไปยังใบหน้าที่สดใสของเฉินอันน่าจากนั้นก็ยิ้มแย้ม “อันน่าของป้าสวยขนาดนี้แถมการงานก็ดี ใครได้แต่งงานกับหนูถือว่าเป็นโชคดีของเขาแล้ว”
แน่นอนว่าหานหมิงหย่วนไม่มีทางรู้ว่าทั้งสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่ในครัว
ตอนนี้เขากำลังดื่มชากับผู้บัญชาการโจวพลางพูดคุยกัน
“หมิงหย่วน ปกติแล้วนอกจากฝึกแล้วนายชอบทำอะไร? มีงานอดิเรกอะไรบ้างไหม?” ผู้บัญชาการโจวถามด้วยสีหน้านิ่งๆ
ก่อนหน้านี้เขาได้รู้เรื่องราวของหานหมิงหย่วนมากมายจากโจวเจี้ยนเย่แล้วเช่น วิธีที่เขาฝึกฝนอย่างหนัก และผลลัพธ์ที่น่าทึ่งเหล่านั้น
หานหมิงหย่วนรีบตอบด้วยความเคารพ“นอกจากฝึกแล้ว ผมก็ชอบอ่านหนังสือครับ”
เมื่อได้ยินหานหมิงหย่วนบอกว่าชอบอ่านหนังสือสีหน้าของผู้บัญชาการโจวก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ“อ่านหนังสือดีแล้ว มีความรู้ความสามารถแล้วนายชอบอ่านหนังสืออะไรบ้าง?”
หานหมิงหย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ“หนังสือที่ผมชอบอ่านนั้นหลากหลาย ทั้งตำราพิชัยสงครามอย่าง‘พิชัยสงครามซุนวู’ และหนังสือประวัติศาสตร์อย่าง‘สื่อจี้’ และ ‘จือจื้อทงเจียน’นอกจากนี้ผมยังชอบอ่าน ‘สามก๊ก’ และ ‘ซ้องกั๋ง’ และยังอ่านงานเขียนเบ็ดเตล็ดของอาจารย์หลู่ซวิ่นด้วยครับ”
เมื่อรู้ว่าหนังสือที่หานหมิงหย่วนอ่านนั้นมีหลากหลายประเภทและหนังสือเหล่านั้นล้วนเป็นหนังสือที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ความรู้สึกดีๆที่เขามีต่อหานหมิงหย่วนก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีกระดับ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งผู้บัญชาการโจวก็พูดอย่างจริงจัง “การอ่านหนังสือเยอะๆเป็นสิ่งที่ดี ตราบใดที่ไม่ได้อ่านหนังสือที่ไม่ดีก็พอ”
ขณะที่พูดเช่นนี้ผู้บัญชาการโจวก็จงใจเหลือบมองไปยังโจวเจี้ยนเย่ ลูกชายสุดที่รักของเขา
โจวเจี้ยนเย่ก็ชอบอ่านหนังสือแต่หนังสือที่เขาอ่านมักจะเป็นนิยายหรือไม่ก็นิตยสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นแนวโรแมนติกที่เน้นความรักแบบคู่รักทำให้ผู้บัญชาการโจวไม่พอใจเป็นอย่างมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่ดุดันของผู้บัญชาการโจวโจวเจี้ยนเย่ก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ยังคงจิบชาอย่างสบายอารมณ์ต่อไป
ความใฝ่ฝันของโจวเจี้ยนเย่ไม่ได้อยู่ที่กองทัพแต่อยู่ที่แท่นบรรยาย
เขาหวังว่าตัวเองจะได้เป็นครูผู้สั่งสอนและให้ความกระจ่างแก่ศิษย์ได้รับความสุขจากการมีลูกศิษย์เต็มบ้าน แต่ตอนอายุสิบแปดปีเขาถูกผู้บัญชาการโจวส่งไปยังกองทัพ ความฝันที่จะเป็นครูของเขาก็จบลง
ไม่นานคุณนายโจวและเฉินอันน่าก็ทำอาหารเสร็จ
หลังจากวางอาหารบนโต๊ะแล้วผู้บัญชาการโจวก็จงใจให้โจวเจี้ยนเย่นำเหล้าดีที่ตนสะสมไว้ออกมาหนึ่งขวด
แต่หานหมิงหย่วนกลับไม่แตะต้องแอลกอฮอล์เลยทำให้ผู้บัญชาการโจวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “ผู้ชายก็ต้องดื่มเหล้าบ้างไม่อย่างนั้นนายจะเข้ากับคนอื่นบนโต๊ะอาหารไม่ได้”
ผู้บัญชาการโจวพูดกับหานหมิงหย่วนด้วยน้ำเสียงชักจูงใจ
ทันทีที่พูดจบ คุณนายโจวก็รีบพูด“หมิงหย่วน อย่าฟังเรื่องไร้สาระที่ลุงเขาพูดการไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มเหล้าต่างหากคือสหายที่ดี เธอต้องรักษาข้อดีนี้เอาไว้นะ”
คุณนายโจวรู้สึกปวดหัวกับคู่ชีวิตที่ไม่ยอมละทิ้งเหล้าของตนตอนนี้ผู้บัญชาการโจวก็เริ่มมีอาการความดันโลหิตสูงแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมเลิก
“ผู้กองหานคุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันเคยเจอแล้วไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยนะคะ” เฉินอันน่ามองหานหมิงหย่วนด้วยสายตาชื่นชมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้หานหมิงหย่วนในสายตาของเธอคือเทพบุตรที่ต้องบูชา เธอเต็มใจที่จะเป็นแฟนคลับของเขา
โจวเจี้ยนเย่กระแอมเบาๆจากนั้นก็พูดกับเฉินอันน่าว่า “เธอไม่ใช่ทหารของเขาจะเรียกผู้กองทำไม เขาแก่กว่าเธอสองปีเธอเรียกเขาว่าพี่หมิงหย่วนหรือพี่หานก็ได้นะ แบบนั้นจะสนิทกันกว่า”
“ได้เหรอคะ?” เฉินอันน่ามองหานหมิงหย่วนอย่างระมัดระวังดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาวของชายหนุ่มทำให้เฉินอันน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก
ดวงตาคู่นั้นของหานหมิงหย่วนลึกซึ้ง สดใสแม้แต่ดวงดาวนับล้านก็ไม่อาจเทียบได้กับดวงตาของเขา
หานหมิงหย่วนพยักหน้าให้เฉินอันน่าเล็กน้อย“คุณจะเรียกผมว่าอะไรก็ได้ ตามสบายเลย”
เฉินอันน่าพูดอย่างร่าเริง“อย่างนั้นฉันขอเรียกว่าพี่หมิงหย่วนนะคะ”
เมื่อเห็นปฏิสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาวทั้งสองผู้บัญชาการโจวและภรรยาก็ยิ้มอย่างรู้ความหมาย
คุณนายโจวคีบอาหารให้หานหมิงหย่วนพลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“หมิงหย่วน เจี้ยนเย่บอกว่าบ้านของเธออยู่ในเขตภูเขาและเธอก็ถูกเลี้ยงดูมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของแม่คนเดียว แล้วพ่อของเธอล่ะ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับความห่วงใยของคุณนายโจวหานหมิงหย่วนรู้สึกอบอุ่นในใจ เขาตอบโดยไม่ลังเล “พ่อของผมตายไปแล้วครับ”
สำหรับหานหมิงหย่วนแล้ว ผู้ชายที่ทอดทิ้งเขาพี่สาว และแม่ ก็ไม่ต่างอะไรจากคนตาย
เมื่อได้ยินว่าพ่อของหานหมิงหย่วนเสียชีวิตไปแล้วคุณนายโจวก็ถอนหายใจเล็กน้อยด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ “ช่างน่าสงสารจริงๆแม่ของเธอก็คงลำบากมาก แล้วหมิงหย่วนมีพี่น้องกี่คนล่ะ?”
“ผมมีพี่สาวอีกคน แต่งงานแล้วหลังจากที่ผมเข้ากองทัพ แม่ของผมก็ได้รับการดูแลจากพี่สาวและพี่เขย” เมื่อพูดถึงแม่และพี่สาวของตน สีหน้าของหานหมิงหย่วนก็ดูหม่นหมองเล็กน้อยแววตาแสดงออกถึงความเศร้าเล็กน้อย
ผู้บัญชาการโจวมองหานหมิงหย่วนอย่างลึกซึ้งจากนั้นก็พูดด้วยความรู้สึก “เขาว่ากันว่าลูกคนจนมักจะรู้จักรับผิดชอบแต่เด็กหมิงหย่วน นายต้องแสดงความสามารถให้เต็มที่ เมื่อโอกาสมาถึงก็จงรับแม่ของนายมาอยู่ในเมือง เพื่อให้ท่านได้มีความสุข”
หานหมิงหย่วนพูดอย่างหนักแน่น“ท่านผู้บังคับบัญชาวางใจได้ครับ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังจะไม่ทำให้ความเหนื่อยยากของแม่ต้องสูญเปล่า”
“อืม มีความมุ่งมั่นแบบนี้สิถึงจะเป็นผู้ชายที่แท้จริง” ผู้บัญชาการโจวยื่นนิ้วโป้งให้หานหมิงหย่วนยกย่องเขาอย่างมาก