บทที่ 19 ดาวนำโชค
ผู้เฒ่าไช่คนนี้ มีผมสีขาวแซมเทา ใบหน้าที่แก่ชราสวมแว่นสายตายาว สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความเป็นักพรตอย่างชัดเจน
ด้านหลังของเขามีคนติดตามอยู่สามคน แต่ละคนถือเครื่องมือสำหรับตัดหิน
พวกเขาเดินมาถึงหยกดิบ ถังโย่วโย่วพลิกตัวในอ้อมกอดของชางโหยว ดวงตาดำขาวคู่สวยของเธอจ้องมองกลุ่มคนเ่าั้อย่างตั้งใจ
เห็นพวกเขากำลังวัดดูว่าจุดไหนเหมาะจะลงมือตัดมากที่สุด
ดวงตาของถังโย่วโย่วหรี่ลง เธอยื่นนิ้วมือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มชี้ไปที่จุดหนึ่งบนหินดิบ เสียงเด็ก ๆ อ่อนหวานของเธอพูดว่า "ตรงนี้แหละ พวกคุณตัดตรงนี้ได้"
ผู้เฒ่าไช่หันหน้ามาเมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "อะไรนะ?"
แต่เดิมคิดว่าจะเป็ใครสักคนที่ไม่รู้จักประสาที่กล้ามาก้าวก่ายงานของตน แต่พอหันไปมองกลับพบว่าเป็เด็กน้อยตัวกลมนุ่มนิ่มน่ารัก ผู้เฒ่าไช่จึงเปลี่ยนสีหน้าเป็อ่อนโยนลงทันที
"หนูน้อย อย่าพูดเล่นสิ การตัดหยกมันต้องมีเทคนิคนะ"
"หนูไม่ได้พูดเล่นสักหน่อย" ถังโย่วโย่วตอบกลับ
ชางโหยวได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว เขาก้มหน้าลงมองเธออย่างอ่อนโยน "โย่วโย่ว ทำไมถึงอยากตัดตรงนั้นล่ะ?"
"คุณลุงดูสิ ตรงนั้นเป็มุมเว้าเพียงจุดเดียวของหยกดิบ ถ้าตัดตรงนั้นจะได้เศษหยกออกมานิดหน่อย หนูลองดูคร่าว ๆ แล้ว เศษที่ตัดออกมายังสามารถทำเป็จี้ห้อยเล็ก ๆ ได้ ไม่เสียของเลยสักนิด"
คำพูดของถังโย่วโย่วทำให้ทุกคนตะลึง
ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่หยกก้อนนี้จะเป็หยกเนื้อเขียวล้วนหรือไม่ แต่เด็กตัวเล็ก ๆ แค่นี้จะรู้เื่การเจียระไนหินได้ยังไง?
แต่ถึงอย่างนั้น ถ้อยคำของถังโย่วโย่วกลับฟังดูมีเหตุผล แม้แต่คนนอกวงการยังรู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นมีเหตุผลน่าเชื่อถือ ส่วนคนในวงการที่ได้ยินก็รู้สึกถูกใจเป็อย่างมาก
ในตอนนั้นเ้าหน้าที่เพิ่งวัดเสร็จพอดี พวกเขาจึงวัดจุดตัดหินได้ตรงกับที่ถังโย่วโย่วชี้บอกไว้
"ผู้เฒ่าไช่ เด็กคนนี้พูดถูก ข้อมูลที่วัดได้ตรงกับจุดที่เธอบอกเลยครับ"
"จริงหรือ?"
ตอนนี้คำพูดของถังโย่วโย่วเป็จริงแล้ว
ผู้เฒ่าไช่มองสำรวจเด็กน้อยตรงหน้าอย่างละเอียด
เขาเห็นแก้มป่อง ๆ เหมือนเด็กทารกของถังโย่วโย่วมีสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตใสแจ๋วมีทั้งสีขาวและดำชัดเจน ผมหน้าม้าสั้น ๆ บนหน้าผากช่วยขับให้ใบหน้าเล็ก ๆ ดูกลมมนน่ารักจนบรรยายไม่ถูก
"เด็กน้อย เธอรู้ได้ยังไงกัน?"
ถังโย่วโย่วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงใสกังวาน "มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วค่ะ"
"โอ้ ไม่นึกเลยว่าจะเป็เด็กอัจฉริยะเสียด้วย!"
เด็กอายุห้าขวบสามารถมองเห็นจุดที่ควรตัดหยกดิบได้อย่างแม่นยำในแววตาเดียว นี่เป็ทักษะที่มีแต่ช่างฝีมือเก่าที่ทำงานมาครึ่งชีวิตเท่านั้นที่จะมีได้
ผู้เฒ่าไช่รู้สึกประหลาดใจมาก
พอถูกชมว่าเป็อัจฉริยะ ถังโย่วโย่วรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง จริง ๆ แล้วมันก็แค่สิ่งที่เธอมองเห็น ตรงจุดนั้นของหินดิบมันดูเด่นชัดกว่าจุดอื่นเท่านั้นเอง ราวกับว่ามันกำลังชี้นำเธออยู่
"เริ่มตัดได้!"
ผู้เฒ่าไช่ออกคำสั่ง
พนักงานถือเครื่องมือเดินไปที่หินดิบและเริ่มตัด ไม่นานนัก พวกเขาตัดเศษหินขนาดประมาณ 5 เิเออกมา เมื่อหินก้อนนี้ถูกตัดออก ทุกคนต่างเบิกตากว้างมองไปข้างหน้า ราวกับกลัวว่าจะพลาดอะไรไป
พนักงานส่งเศษหินให้ผู้เฒ่าไช่ เขาส่องไฟฉายดู ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป แล้วรีบเดินไปที่ข้างหยกดิบ เอาไฟฉายส่องไปที่รอยตัด
"นี่มัน!"
"นี่มันหยกเขียวจักรพรรดิ!"
"อะไรนะ?!?"
ทั้งห้องตกอยู่ในความโกลาหล
ความหมายของหยกสีเขียวจักรพรรดินั้นไม่จำเป็ต้องอธิบาย ทุกคนต่างรู้ดี
"ผู้เฒ่าไช่ คุณแน่ใจแล้วหรือ?" ผู้ดำเนินรายการถาม
หากหยกก้อนนี้ทั้งก้อนมีคุณภาพระดับหยกเขียวจักรพรรดิ เงินหกสิบล้านของชางโหยวก็จะเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า!
เนื่องจากรอยตัดไม่ใหญ่มาก พื้นที่ที่ไฟฉายส่องเข้าไปเห็นสีไม่มากนัก แต่ทุกจุดที่ไฟฉายส่องถึงล้วนเป็สีเขียวสดใส และยังบริสุทธิ์มากด้วย
ผู้เฒ่าไช่พูดอย่างตื่นเต้น "จริง ๆ นะ! จริง ๆ! ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผมทำงานในวงการนี้มา นี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นหยกเขียวจักรพรรดิที่ใหญ่ขนาดนี้!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา แม้แต่ชางโหยวก็นั่งไม่ติด
เขาอุ้มถังโย่วโย่วลุกขึ้นจากที่นั่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "จริงเหรอครับ? เป็หยกสีเขียวจักรพรรดิจริง ๆ เหรอ?!"
ผู้เฒ่าไช่ "ใช่! มันเป็ของจริง! ประธานชาง คุณได้ของดีมาแล้วล่ะ!"
เขาส่งเศษวัสดุในมือให้กับชางโหยว
ชางโหยวมองดู แม้เขาจะเป็มือสมัครเล่นก็ยังมองออกว่าใต้เปลือกนอกสีดำด้านนั้น ห่อหุ้มด้วยสีเขียวบริสุทธิ์ คุณภาพระดับนี้ แค่ทำเป็จี้ห้อยเล็ก ๆ ก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว
ชางโหยวดีใจ อุ้มถังโย่วโย่วหมุนรอบตัวสองรอบ "โย่วโย่ว! ได้ยินไหม! เธอเป็ดาวนำโชคของลุงจริง ๆ เลยนะ"
ถังโย่วโย่วรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยเงินหกสิบล้านของลุงก็ไม่ได้สูญเปล่า
ทุกคนได้ยินคำพูดของชางโหยวต่างรีบถามว่า "คุณชางช่วยอธิบายหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น"
หรือว่าเ้าตัวน้อยจอมป่วนคนนี้เป็คนบอกให้ชางโหยวประมูลหยกดิบชิ้นนี้?
ทุกคนไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้น แต่เสิ้งหงที่นั่งอยู่ข้างชางโหยวนั้นได้ยินทุกอย่างชัดเจน การที่หยกดิบชิ้นนี้เปิดออกมาเป็หยกเขียวจักรพรรดิคุณภาพดีเยี่ยมนั้น เป็สิ่งที่เขาคาดไม่ถึง แต่เขาได้ยินอย่างชัดเจนว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดของชางโหยวเป็คนบอกให้เขาประมูลหยกดิบชิ้นนี้
แต่เดิมชางโหยวไม่ได้สนใจเื่นี้เลย แต่เพราะถังโย่วโย่วยืนกราน ชางโหยวจึงยอมตามใจเธอ
นึกถึงคำพูดเกี่ยวกับการตัดหยกที่ถังโย่วโย่วพูดไว้ก่อนหน้านี้
หรือว่า? เด็กน้อยคนนี้จะเป็อัจฉริยะจริง ๆ?
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่ว แล้วพูดกับทุกคนว่า "ถูกต้อง หลานสาวของผมเป็คนบอกให้ประมูลหยกก้อนนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ผมคงไม่สนใจมันเลย"
"์?!"
"เด็กคนนี้เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?!"
ผู้เฒ่าไช่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองไปที่ถังโย่วโย่วอีกครั้งแล้วพูดว่า "ประธานชาง หลานสาวของคุณเป็อัจฉริยะคนแรกที่ผมเคยพบใน่หลายสิบปีที่ทำงานมา บางทีนี่อาจเป็พรจาก์ก็ได้ จริง ๆ แล้วหาได้ยากมากในรอบร้อยปีเลยทีเดียว"
"ฮ่า ๆ ๆ"
คำพูดของคุณลุงไช่ตรงใจชางโหยวเป็อย่างมาก
ชางโหยวกล่าวว่า "พวกคุณอาจจะยังไม่รู้ หลานสาวของผมเคยได้รับการทำนายชะตาจากเ้าอาวาสจิ้งส้านแห่งวัดจิ้นอวิ๋น เ้าอาวาสบอกว่าเธอเป็ผู้มีโชคลาภดั่งปลาคาร์ฟ์"
"ปลาคาร์ฟ์?! หรือว่าเด็กน้อยคนนี้รู้มาั้แ่แรกแล้วว่าหยกก้อนนี้เป็หยกเขียวล้วน เลยให้ประธานชางประมูลมา?"
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเ้าอาวาสจิ้งส้านแห่งวัดจิ้นอวิ๋น เป็พระที่บรรลุธรรมขั้นสูง คำพูดของท่านมีความน่าเชื่อถืออย่างแน่นอน
"เื่นี้ผมไม่รู้จริง ๆ คงต้องถามโย่วโย่วก่อน"
ชางโหยวก้มสายตาลง ถามเสียงนุ่มนวลว่า "โย่วโย่ว เธอมองออกมาั้แ่ก่อนหน้านี้จริง ๆ เหรอ?"
หลังจากที่ชางโหยวถาม ทุกคนต่างมองไปที่ถังโย่วโย่วด้วยความคาดหวัง
ถังโย่วโย่วกลอกตากลมโตไปมา ริมฝีปากอิ่มสีชมพูขยับเบา ๆ พลางซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของชางโหยว แล้วพูดเสียงอ่อนหวาน "หนูแค่… เห็นหินก้อนนี้มันเรืองแสงสีเขียว"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง