ผมหยิบคาตานะเล่มนั้นที่แขวนอยู่บนกำแพงแล้วค่อย ๆ ชักออกมาจากฝักลายคลื่นบนใบดาบอันงดงามเปล่งประกายได้่ชิงสายตาของผมไป ใบดาบหนักกว่าที่คิดตัวดาบเองก็หนัก แต่ถึงอย่างงั้นก็
เป็น้ำหนักที่ผมกวัดแกว่งได้อย่างไม่มีปัญหา
“อันนี้เท่าไหร่ครับ?”
คุณหมีที่อยู่ข้างในจึงชะเง้อคอมาตามเสียงของผม
“อ๋อเ้านั้นเหรอครับ สองเหรียญทองครับ แต่เ้านั่นใช้ยากเอาการอยู่นะเป็สินค้าที่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่นะครับ”
“สองเหรียญทอง!? ไม่แพงไปเหรอ!?”
“ของไม่ค่อยมีเข้ามาด้วยสิคนใช้เองก็มีจำกัดด้วย ก็ต้องประมาณนั้นล่ะครับ”
เอลเซ่ทำปากแหลมด้วยท่าทางไม่พอใจแต่คุณหมีก็ปล่อยผ่านไปอย่างสงบ บางทีมันอาจเป็ราคาที่เหมาะสมแล้วก็ได้ตัวผมเองก็ยอมรับได้ว่ามันมีราคาถึงขนาดนั้น
“ขออันนี้ล่ะครับสองเหรียญทองสินะครับ”
ผมเก็บคาตานะเข้าฝักแล้วหยิบสองเหรียญทองจากกระเป๋าสตางค์มาวางบนเคาน์เตอร์
“ขอบคุณที่อุดหนุนแล้ว เครื่องป้องกันจะเอายังไงครับ?”
“รอบนี้เอาไว้ก่อนละกันครับเอาไว้หาเงินได้ค่อยมาซื้อครับ”
“งั้นเหรอครับใช้ดาบนั่นหาเงินให้ได้เยอะ ๆ ละกันนะครับ”
คุณหมีพูดเช่นนั้นแล้วหัวเราะอย่างสดชื่น
ถึงของที่ผมซื้อจะหมดแค่นี้แต่เอลเซ่ก็ซื้อกรีฟที่เป็เกราะขา (เกราะที่คลุมั้แ่หน้าแข้งไปจนถึง
เกราะเท้า)ส่วนลินเซ่ซื้อคทาสีเงิน ท่าทางสไตล์การต่อสู้ของพวกเธอคือ ให้เอลเซ่เป็กองหน้าโจมตีอย่างดุดันส่วนลินเซ่เป็กองหลังคอยโจมตีด้วยเวทมนตร์
พอออกมาจากร้านอาวุธก็มุ่งหน้าไปยังร้านอุปกรณ์ต่อระหว่างทางผมที่รู้สึกคาใจนิดหน่อยจึงตรวจสอบร้านอาวุธเมื่อครู่โดยเช็คจากในแผนที่
‘ร้านอาวุธหมีแปด’
......เซนส์การตั้งชื่อของเมืองนี้ออกจะแปลกนิดๆ แฮะ
ที่ร้านอุปกรณ์ก็มีการซื้อกระเป๋าเล็กๆ กับกระติกน้ำ กล่องอุปกรณ์ที่มีเซ็ตของสารพัดประโยชน์อย่างเข็มเย็บผ้ากับด้ายกรรไกร มีด และไม้ขีด เป็ต้น สมุนไพร แล้วก็หญ้าถอนพิษเนื่องจากพวกเอลเซ่มีกันหมดแล้ว ที่นี่จึงมีแค่ผมเท่านั้นที่ซื้อของ
ดีล่ะเตรียมตัวเรียบร้อยหมดแล้ว เอ้าออกเดินทางไปป่าตะวันออกเพื่อจัดการหมาป่าเขาเดียวได้!
◇ ◇ ◇
ป่าตะวันออกคือฟิลด์ที่ห่างออกมาจากเมืองประมาณสองชั่วโมงด้วยการเดินก็คาดหวังไว้ว่า
ถ้ามีรถม้าผ่านมาจะขอขึ้นไปด้วยอยู่หรอกแต่น่าเสียดายที่ไม่มีผ่านมาเลยซักคันแล้วพวกผมก็มาถึงป่าตะวันออกในอีกสองชั่วโมงให้หลังพอดี
พวกผมเดินหน้าเข้าไปภายในป่าหนาทึบพร้อมกับระมัดระวังรอบข้างไปด้วยแล้วก็ต้องมาใกับเสียงร้องของนกที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันหรือวี่แววของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ทำให้แมกไม้ในป่าสั่นไหว ตอนแรกก็รู้สึกหวั่น ๆอยู่ในใจ แต่ในที่สุดผมก็รู้สึกตัวเพราะััอันแปลกประหลาด
ถึงจะไม่รู้สาเหตุ......แต่ผมก็รับรู้ถึงกลิ่นอายที่อยู่รอบๆ ตัวเองได้ ว่ามีสิ่งมีชีวิตแบบไหนอยู่ตรงไหน และมีอารมณ์แบบไหนกับพวกตนอยู่......เื่นั้นก็สามารถรู้ได้ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ ััที่หก......คงเรียกว่าอะไรแบบนั้นมั้งมันอาจจะเป็หนึ่งในของขวัญจากพระเ้าด้วยก็ได้
ขณะที่กำลังคิดเื่นั้นอยู่ผมก็ััได้ถึงอารมณ์ที่้าจู่โจมสองก้อนมาจากด้านหน้าเฉียงไปทางขวามือมีความรู้สึกเป็ศัตรูอย่างชัดเจน
“ระวังนะมีตัวอะไรอยู่ด้วย”
คำพูดของผมทำให้ทั้งสองคนชะงักเท้าทันทีเมื่อผมใช้สายตาชี้เข้าไปในป่า ทั้งสองคนจึงเปลี่ยนไปสู่ท่าพร้อมรบคงเพราะพวกผมเลือกที่จะเคลื่อนไหวเช่นนั้น เงาดำ ๆ จึงกระโจนออกมาจากในป่าแล้วเข้าจู่โจมพวกผม
“ฮึ้บ!”
ผมหลบด้วยการบิดตัวอย่างลนลานไม่เป็ไร มองเห็นการเคลื่อนไหวได้อยู่ ขนสีเทากับเขาสีดำที่งอกออกมาจากหน้าผาก
ความใหญ่ก็ประมาณสุนัขพันธ์ตัวใหญ่แต่ความดุร้ายนั้นสุนัขทาบไม่ติดเลย เ้านี่คือหมาป่าเขาเดียวสินะ
ขณะที่ผมกำลังเผชิญหน้ากับเ้าตัวแรกที่กระโจนออกมาผมก็เห็นตัวที่สองกระโจนเข้าใส่ทางเอลเซ่จากอีกด้านหนึ่ง
เอลเซ่จึงพุ่งเข้าไปหาเ้านั่นที่พุ่งเข้ามาจู่โจมจากด้านหน้าตรงๆ แล้วประเคนการโจมตีสุดแรงจากทั่วร่างใส่จมูกและปากของหมาป่าเมื่อโดนหมัดของกอนท์เล็ทเข้าไปจัง ๆ หมาป่าเขาเดียวจึงล้มลงไปบนพื้นดินทั้ง ๆอย่างนั้น สุดท้ายก็ไม่ไหวติงอีกเลย เป็การพิฆาตในหมัดเดียวอย่างแท้จริง
ขณะที่ผมกำลังชื่นชมการต่อสู้ของเอลเซ่หมาป่าตรงหน้าของผมก็เล็งช่องว่างนั้น แล้ววิ่งแยกเขี้ยวเข้าใส่อีกครั้ง
ผมอ่านการเคลื่อนไหวของหมาป่าอย่างใจเย็นพร้อมชักคาตานะที่อยู่ตรงเอวออกมาแล้วตวัดสวนกับมัน พริบตานั้น หัวของหมาป่าก็ลอยคว้างอยู่บนอากาศ
ััที่เรียกว่าการฆ่าสิ่งมีชีวิตเป็ครั้งแรกไม่ว่ายังไงก็รู้สึกผิดและรู้สึกแย่อยู่ดีแต่ฝูงหมาป่าตัวใหม่สี่ตัวก็โผล่มาโดยไม่ปล่อยให้ผมมีเวลามาจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกนั้นแล้วสองตัวจากในฝูงก็มุ่งหน้ามาทางนี้
“【อัคคีเอ๋ยจงมาลูกหินแดงโบยบิน อิกนิสไฟเออร์】”
ในเวลาเดียวกับที่ได้ยินเสียงนั้นอยู่ ๆ ก็มีเปลวเพลิงมาปกคลุมหมาป่าตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจู่โจมผมจนไฟลุกท่วมตัวดูเหมือนลินเซ่ที่ถอยไปอยู่ข้างหลังจะช่วยสนับสนุนให้ด้วยเวทมนตร์อัคคี เสร็จกัน!พลาดโอกาสได้เห็นเวทมนตร์เป็ครั้งแรกั้แ่มาถึงโลกนี้ไปต่อหน้าต่อตาเลย หนอยยย
อีกตัวที่เหลือผมก็หลบเหมือนเมื่อกี้แล้วฟันด้วยคาตานะ หมาป่าที่ล้มลงไปหยุดการเคลื่อนไหวในทันที
เมื่อเบนสายตาไปทางด้านเอลเซ่ท้องของหมาป่าที่กระโจนเข้าใส่โดนท่าหมุนตัวเตะจนกระเด็นไปเลย และข้าง ๆ นั้นตัวสุดท้ายก็กำลังโดนไฟเผาอีกแล้ว ง่า พลาดชมเวทมนตร์อีกแล้วสิ…..
“เรียบร้อยแล้วเนอะในคำร้องบอกให้ปราบปรามห้าตัว แต่ก็เกินมาหนึ่งตัวซะแล้วสิ”
เอลเซ่ปัดกอนท์เล็ทดังก๊อง ๆ พร้อมกับพูดเช่นนั้น แต่ละคนจัดการได้คนละสองตัวจากทั้งหมดหกตัวสำหรับการต่อสู้ครั้งแรกผมว่าเป็ผลลัพธ์ที่น่าพอใจอยู่ อ๊ะครั้งแรกมีแค่ผมคนเดียวสินะ
เอาล่ะจำเป็ต้องเอาเขาของพวกหมาป่ากลับไปเป็หลักฐานในการกำจัดด้วยพวกผมตัดเขาของทั้งหกตัวแล้วเก็บใส่กระเป๋าที่เหลือก็เอาสิ่งนี้ไปส่งให้กิลด์ก็เป็อันเสร็จสิ้นคำร้อง มิชชั่นคอมพลีท
พอหลุดออกมาจากป่าก็รู้สึกได้ว่าความตึงเครียดที่แบกรับอยู่มันหายไปในอึดใจอารมณ์เหมือนถูกปลดปล่อยจากอาการหายใจไม่ค่อยออกเลยจำเป็ต้องคุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาไว้สินะ
เนื่องจากโชคดีที่ขากลับเมืองมีรถม้าผ่านมาก็เลยขอขึ้นไปด้วย ลัคกี้
หลังกลับมาถึงเมืองด้วยความเร็วที่มากกว่าการเดินลิบลับก็พากันเดินเท้าไปที่กิลด์แล้วเดินเื่สำเร็จภารกิจโดยการส่งเขาของหมาป่าเขาเดียวทั้งห้าเขาให้คุณพี่สาวประชาสัมพันธ์ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งเขาผมเก็บไว้เป็ที่ระลึก
สำหรับวันนี้
“ค่ะได้รับเขาของหมาป่าเขาเดียวห้าเขามาเรียบร้อย ถ้างั้นก็ขอกิลด์การ์ดด้วยค่ะ”
เมื่อพวกเราส่งการ์ดให้คนของประชาสัมพันธ์ก็นำของที่เหมือนตราประทับมาปั๊มให้สัญลักษณ์ที่เหมือนเป็วงเวทลอยขึ้นมาแว่บหนึ่ง แต่ก็หายไปในทันทีแล้วผมก็ไปถามเอาทีหลัง ดูเหมือนตราประทับจะเปลี่ยนไปตามแรงค์ของคำร้องด้วยการ์ดจะสะสมข้อมูลของตราที่ปั๊มลงไปเมื่อสะสมได้ถึงระดับหนึ่งแรงค์จะสูงขึ้นแล้วสีของการ์ดจะเปลี่ยนไปด้วย
พวกเราคือสีดำของแรงค์มือใหม่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดำ ม่วง เขียว ฟ้า แดง เงิน และทอง
“แล้วนี่คือค่าตอบแทนสิบแปดเหรียญทองแดงค่ะเท่านี้ก็เป็อันเสร็จสิ้นคำร้อง ขอบคุณในความเหนื่อยยากค่ะ”
หลังรับค่าตอบแทนมาจากคุณพี่สาวประชาสัมพันธ์พวกผมก็เอามาแบ่งกันสามคนทันที เท่านี้ก็หาเงินค่าที่พักส่วนของสามวันได้แล้วรู้สึกเหมือนจะพอใช้ชีวิตในโลกนี้ได้บ้างแล้วล่ะ
“นี่ๆ ไปหาอะไรเบา ๆ ที่ไหนกินเป็การฉลองที่ทำคำร้องแรกสำเร็จกันไหม?”
พอออกมาจากกิลด์เอลเซ่ก็พูดเื่นั้นออกมา ยังเร็วไปหน่อยสำหรับมื้อเย็นแต่พอมาคิดดูแล้วก็ไม่ได้กินกลางวันกันนี่นะ อาจจะดีก็ได้ยิ่งกว่านั้นก็มีเื่อยากขอร้องนิดหน่อยพอดีเลย
พวกผมเข้าไปในร้านน้ำชาที่อยู่ในเมือง
หลังจากพนักงานรับออเดอร์โดยผมสั่งแซนด์วิชทอดกับนมเอลเซ่เป็พายเนื้อกับของที่เหมือนน้ำส้ม ส่วนลินเซ่เป็แพนเค้กกับชาฝรั่งผมก็เริ่มพูดเข้าเื่
“คือว่านะมีเื่จะขอร้องทั้งสองคนหน่อยน่ะ”
“ขอร้อง?”
“อืมผมอยากเรียนการอ่านเขียน การอ่านหนังสือไม่ออกมันไม่สะดวกจริง ๆ น่ะแหละท่าทางจะทำให้ลำบากในการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไปด้วย”
“อาก็จริงนะ เพราะไม่รู้เนื้อหาของคำร้องนี่เนอะ”
เอลเซ่พยักหน้าอืม ๆ ในขณะเดียวกันลินเซ่เองก็พยักหน้า หงึก ๆ เช่นกัน ตรงส่วนนี้ช่างสมเป็ฝาแฝดกันจริงๆ แฮะ
“ถ้าเื่แบบนี้ล่ะก็ไปรับการสอนจากลินเซ่จะดีกว่านะ เพราะเด็กคนนี้หัวดี การสอนเองก็เก่งด้วย”
“มะไม่ถึงขนาดนั้น......หรอก...... ถ้าไม่รังเกียจฉันล่ะก็นะ......”
“ขอบใจนะช่วยได้มากเลย”
ดีล่ะเท่านี้ก็มีหวังจะอ่านเขียนได้แล้ว ที่เหลือก็ต้องลองเรียนดูสินะโชคดีจังที่หาอาจารย์ดี ๆ ได้ ......อ๊ะ
“จะว่าไปลินเซ่ พูดไปมันก็ยังไงอยู่ ช่วยสอนเวทมนตร์ให้ด้วยได้ไหมผมเองก็อยากลองใช้บ้างน่ะ”
““เอ๋?””
ประสานเสียงเลยแฮะเด็กพวกนี้ อะไรกัน? แปลกขนาดนั้นเลยเหรอ?
◇ ◇ ◇