องค์หญิงจินเฟิ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะควบอาชาสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่เคียงคู่กับแม่ทัพจินหลี่หมิงนางควงทวนที่ท่านแม่มอบให้
“นี่คืออาวุธที่เคยฟันอดีตหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าปางตายมาแล้วท่านตาได้ทำพิธีเรียกวิญญาณแห่งศาสตราวุธให้กับมัน ทวนนี้จึงทรงพลานุภาพยิ่งสมชื่อทวนฟาดฟ้า”
ที่ต้นขาด้านซ้ายของนางมีมีดสั้นและด้านขวามีหน้าไม้สามสายขนาดเล็กที่กุนซือเซียงออกแบบให้นางใหม่โดยถอดแบบจากอาวุธเดิมของจอมยุทธ์ลู่
“ท่านจะได้พกง่ายและใช้สะดวกข้ายังตีกระบี่รัดเอวให้ท่านอีกอันด้วย”หนุ่มรูปงามผู้นั้นสอดกระบี่ไปตามสายรัดเอวหนังเพื่อป้องกันมิให้กระบี่โดยเนื้อตัวของนางเมื่อยามจะใช้เปิดด้านข้างดึงออกมาได้โดยง่าย “ข้าเคยมีกระบี่แบบนี้ด้ามหนึ่งให้พี่วั่งซูเก็บรักษาเอาไว้ จึงคิดตีไว้ให้ท่านพกติดตัว”
นางพอใจในอาวุธทั้งสองจนต้องแอบโอบคอจุมพิตตอบแทนเขาแต่เขากลับจูบตอบกลับจนนางเผลอไผลไปเนิ่นนาน
“แล้วเจ้าเล่า? เฉินกงเจ้าพกอะไรป้องกันตนเองบ้าง?”
เขาอมยิ้มจูบแก้มของนางแล้วบอกให้นางสบายใจว่า เขามีอาวุธลับในตัวมากมายและจะคอยถือหน้าไม้สามสายอันเดิมอยู่ข้างหลังนาง“ข้าอยู่ข้างหลังขุนศึกผู้เกรียงไกรอย่างท่านกับแม่ทัพจินก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดอีกแล้ว”
เบื้องหน้าคือเทือกเขาซงซานที่ทอดยาวตั้งแต่เหนือดินแดนเว่ยมาจนจรดฝั่งทะเลของแคว้นจินด้านบนของยอดเขาหิมะตกตลอดปี แต่ช่วงตีนเขาเป็นป่าทึบช่วงก่อนถึงยอดเขาเป็นป่าสนที่หนาแน่นช่างมีความแตกต่างอย่างน่าทึ่งในเทือกเขาแห่งนี้
จวิ้นอ๋องขี่ม้าอยู่ด้านหลังเหล่าขุนศึกทั้งหลายเขาผสมยาป้องกันพิษใส่ในน้ำชาให้แม่ทัพจินและองค์หญิงดื่มที่เหลือเก็บไว้ในยามที่มีทหารโดยอาวุธลับจึงจะนำไปให้ดื่ม
วี้ด! วี้ด! วี้ด!
เสียงหวีดร้องคล้ายนกมาจากป่าทึบไม่นานนัก ชายหนุ่มร่างหนาใหญ่องอาจคิ้วหนา ตาลึก คางเป็นร่องเหลี่ยมชัดเจนในชุดคลุมหนังสัตว์สีน้ำตาลเข้มก็ปรากฏตัวบนหลังม้าสีดำตัวใหญ่
“องค์หญิงจินเฟิ่งในที่สุดเจ้าก็มา”
“เจ้าเรียกร้องหาข้าข้าก็ย่อมต้องมา”
“ดูเจ้าไม่คล้ายจะมาเจรจาเรื่องแต่งงานของเราเลยนะ”
“เจ้าคิดจะแต่งกับข้าก็ต้องประลองกับข้าก่อน หากเอาชนะข้าได้ ข้ายินดีทำตามข้อเรียกร้องของเจ้า”
หัวหน้าเผ่าคนใหม่ของเผ่าวิหคค้อมศีรษะ“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นสตรีที่ฆ่าเสือด้วยมือเปล่าได้ ไฉนจะต้องเสี่ยงถึงเพียงนั้น ยามนี้กำลังคนของข้าก็ไม่ด้อยกว่ากองทัพของพญาอินทรีแล้วสู้ให้พวกเขาเอาชนะทัพของพวกเจ้าแล้วรุกเข้ายึดเมืองฉู่ฉงจากนั้นข้าก็จะบุกเข้ายึดแคว้นจิน”
“เจ้าคิดว่าจะทำได้ง่ายดายเช่นนั้นเทียว” แม่ทัพจินตะโกนก้อง“ดูท่าพ่อของเจ้าคงจะไม่เคยเล่าเรื่องที่เขาโดนพี่สาวข้าใช้ทวนฟาดฟ้าฟันจนปางตายล่ะกระมัง”
ถังฮุยจงได้ฟังเช่นนั้นก็เดือดดาลเขาคำรามลั่นป่า
“ดีวันนี้ข้าจะแก้แค้นแทนพ่อของข้าโดยใช้ชีวิตของคนในกองทัพเจ้ามาชดเชยที่พ่อของข้าต้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงมายาวนาน”
เขาล้วงเข้าไปในซองข้างอานม้าหยิบพลุสัญญาณสั่งโจมตีขึ้นมายิง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เหล่ามนุษย์วิหคจำนวนมากโผบินลงมาจากกิ่งต้นสนใหญ่ ทุกคนในกองทัพจินล้วนตื่นตาตื่นใจ
“นั่นมันคนบินได้ใช่หรือไม่?” ส่วนหนึ่งเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกแต่อีกส่วนคือเหล่าทหารที่เคยติดตามแม่ทัพจินและพระชายาหงออกรบเมื่อครั้งนั้น
“พวกมันมากันแล้วเตรียมพร้อม!” แม่ทัพจินสั่งการ
จวิ้นอ๋องและจินวั่งซูสองพี่น้องรับผิดชอบการออกแบบอาวุธยืนคอยดูกองทหารพิเศษขององค์หญิงและเหล่านายทหารชั้นแนวหน้าที่ฝึกใช้อาวุธชนิดใหม่มาแล้วตั้งเครื่องดีดโลหะ
รูปร่างของมันคล้ายหน้าไม้ขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มแรงดีดให้มากขึ้นแต่สิ่งที่มันยิงขึ้นไปนั้นกลับมิใช่กระสุน
“ยิงได้!”จวิ้นอ๋องในนามกุนซือเซียงสั่งเหล่าทหารยิงแผ่นโลหะที่ทำเป็นแฉกคล้ายอาวุธลับของพวกสำนักมืออสูรแต่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเมื่อยิงไปโดนผ้าที่คนบินได้พวกนั้นใช้กางร่อนไปมาก็ทำให้ผ้าขาดเป็นรูกว้างไม่สามารถโผบินได้อีกต่อไป
แคว่ก!!!!! แคว่ก!!!!!
“โอ๊ย!!!”เสียงแล้วเสียงเหล่าที่ทั้งถูกอาวุธลับขนาดใหญ่ยิงตัดเข้าไป ถูกขาบ้าง แขนบ้างผ้าบ้าง ทยอยร่วงลงที่พื้น
ฟิ้ว! ฟิ้ว!บางส่วนของพวกคนบินได้ที่บุกมาถึงก็เริ่มยิงลูกดอกอาบยาพิษโต้ตอบ
“ยกโล่มากั้นไว้เร็วเข้า”ทหารแนวหน้ายกโล่ที่ออกแบบใหม่ให้สูงขึ้นบังแนวทหารที่ใช้เครื่องดีดอาวุธลับไว้ได้ทำให้ลูกดอกอาบยาพิษเหล่านั้นปะทะโล่แล้วหล่นลงพื้น
“ดีแนวหน้าบุกเข้าป่าไปจัดการพวกที่ร่วงลงมา เร็ว!”แม่ทัพจินตะโกนลั่นพลางนำเหล่าทหารตะลุยเข้าไปในป่าทึบ
จินเฟิ่งยกนกหวีดที่กุนซือเซียงให้มาเป่าสะท้านป่า
หวีด!!!!!!
ทันใดนั้นหลันเซ่อเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตัวเขื่องก็บินโฉบมาวนเวียน ร้องตอบด้วยเสียงแหลมเล็กชวนแสบแก้วหู
“ตามหาถังฮุยจงให้แม่ของเจ้าเดี๋ยวนี้”
หลันเซ่อโฉบลงต่ำโผทะยานซอกแซกไปตามป่าเพียงหนึ่งเค่อ ก็บินกลับมากางปีกหวีดร้องต่อหน้าองค์หญิง
“นำทาง!”
นางควบม้าควงทวนตามหลังหลันเซ่อดวงตาสีฟ้าของนางเห็นชัดแม้ในพื้นที่มืด เหล่าทหารของเผ่าวิหคฟ้าที่ซุ่มอยู่พุ่งออกมาโจมตีแต่จินเฟิ่งควงทวนปัดป่าย ร่างของนางแนบไปกับหลังม้ายามตวัดทวนฟาดฟ้าลงเสียงของมันแหวกอากาศกลับเกิดพลังให้ผู้ที่เข้าใกล้ถึงกับกระเด็นออกยามปลายทวนบาดเข้ากับร่างกาย คล้ายโดนน้อยแต่กลับเกิดแผลฉกรรจ์
คมทวนสองข้างของนางกรีดเลือดเหล่าทหารศัตรูอย่างบ้าคลั่งหลันเซ่อบินวนคอยโฉบจิกลูกตาผู้มาคิดจะรุมแม่ของมันอย่างดุเดือดแม้พวกเขาจะเอาหอกและทวนช่วยกันปัดแทงหวังจะฆ่าเหยี่ยวตัวใหญ่สีฟ้าแต่มันทั้งเร็วทั้งมีพลังมหาศาลใช้กรงเล็บหนีบลากคนเหล่านั้นลงจากหลังม้าได้โดยง่ายดาย
“นั่นไง! แม่เจอมันแล้ว”
------------------------------------------------------
