จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 เมียของเจ้าหมีสอง

            ในยามค่ำคืนดวงดาวปรากฏเต็มท้องฟ้าราวกับฝุ่นละออง

            จนกระทั่งกลางดึกเย่เฉินจึงกลับไปยังห้องของตนเอง

            แสงเทียนพลิ้วไหวเขาจึงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเงียบๆ สำรวจเข้าไปในร่างกายของตนเอง

            วันนี้ที่วิหารประกาศิตอีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะเข้าสู่วิถีปีศาจแล้ว และหากเป็นเช่นนั้นแม้แต่สวีฝูก็ไม่สามารถจะช่วยเขาได้

            “ไพ่ใบนี้จะต้องถูกใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย” เย่เฉินพึมพำ

            นี่คือโลกอันโหดร้ายสิ่งที่เรียกว่าความถูกต้อง ไม่สามารถทนทานต่อวิถีปีศาจได้

            ไม่รู้ว่าเป็นเวลาใดเขาก็ได้หลับสนิทไปแล้ว

            ในขณะที่หลับลึกเขาก็ตกอยู่ในสภาพแปลกประหลาด จิตใจของเขาไม่มั่นคงเขาวนเวียนอยู่ตลอดเวลาระหว่างภาพมายาและความเป็นจริง

            ในขณะที่หลับลึกดูเหมือนว่าเขาจะมองเห็นโลกที่ดำมืดอย่างพร่ามัว ถ้วยสามขาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างฟ้าดิน ขนาดใหญ่โตเท่าภูเขามีพลังกดทับจนเขาถึงกับหายใจไม่ออก และยังคงได้ยินเสียงปีศาจอันชั่วร้ายดังออกมา

            อ๊า...!

            เขาลุกขึ้นนั่งในทันทีมีอาการเหนื่อยหอบอย่างรุนแรง เหงื่อยังคงไหลออกมาบนหน้าผาก

            ฝัน!

            จนกระทั่งได้เห็นภาพฉากที่คุ้นเคยเขาจึงขยี้คิ้ว แต่ภาพมายาของถ้วยสามขาขนาดใหญ่ที่สูงดั่งภูเขาในความฝันยังคงวนเวียนอยู่ในสมองของเขา เพราะฝันนั้นมันช่างเสมือนจริงอย่างมาก

            หลังเวลาอาหารเจ้าหมีสองก็มาถึง และคราวนี้เขาก็มาพร้อมกับหญิงสาวรูปร่างอ้วนผู้หนึ่งไม่บอกก็รู้ว่าจะต้องเป็นภรรยาคนที่เขาเคยพูดถึง

            เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวร่างอ้วนผู้นั้น

            นางไม่ได้มีรูปร่างที่โดดเด่นแต่ด้วยความเจ้าเนื้อของนางมองดูแล้วก็น่ารัก โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่ชัดเจนคู่นั้นเมื่อยามกะพริบตา ทำให้ดูมีเสน่ห์มาก

            “นี่ภรรยาของข้าถังหรูซวน” เจ้าหมีสองแนะนำ และไม่ลืมที่จะโอบกอดสาวน้อยผู้นั้นไว้ในอ้อมแขนนั่นเป็นการแสดงออกที่หยอกเย้า

            เพียงแต่เมื่อทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน ในสายตาของเย่เฉินแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น

            จะพูดอย่างไรดีล่ะ? เจ้าหมีสองก้อนกลมผู้นี้ ยืนอยู่ข้างๆ ถังหรูซวนผู้ที่มีรูปร่างอันอวบอ้วนให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องน่าขันอยู่ตลอดเวลาและเย่เฉินก็พุ่งประเด็นไปถามถังหรูซวนประโยคหนึ่งเจ้าไปเจอเจ้าหนุ่มผู้นี้จากไหนกัน?

            “เจ้าอย่าล้อข้าเล่นสิ”ดูเหมือนว่าถังหรูซวนจะคุ้นเคยกับเจ้าหมีสองมานานแล้วแต่ความเก้อเขินของหญิงสาวยังทำให้นางผลักเจ้าหมีสองออกไป

            เมื่อผลักเจ้าหมีสองออกไปถังหรูซวนจึงมองไปที่เย่เฉิน และเมื่อนางยิ้มก็เผยให้เห็นลักยิ้มและฟันเขี้ยวของนาง“ข้ามีนามว่าถังหรูซวน เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสตู้จากนอกสำนักสวนผลไม้วิญญาณ”

            เย่เฉินยิ้ม“เรียกข้าว่าเย่เฉินก็ได้”

            “ครั้งนี้รบกวนเจ้าแล้วจริงๆข้าต้องเตรียมอะไรบ้าง?”ถังหรูซวนถามขณะที่มองไปยังเย่เฉิน

            “ไม่มีอะไรต้องเตรียมแค่การล้างไขกระดูกนี้จะเจ็บปวดมาก” เย่เฉินจะไม่ปิดซ่อนมันตอนที่เขาหลอมกายครั้งแรก ก็ผ่านความเจ็บปวดมาหลายครั้งความเจ็บปวดรวดร้าวที่ไม่ใช่มนุษย์นั่น ไม่ธรรมดาเลย

            “ไม่เป็นไรข้ารับได้”

            ถังหรูซวนพยักหน้าและเคลื่อนไหวอย่างมั่นใจทันที จากนั้นเย่เฉินจึงเรียกอัคคีเที่ยงแท้ออกมา ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของถังหรูซวนก็ได้ถูกห้อมล้อมอยู่ด้านในจากนั้นอัคคีเที่ยงแท้ก็แบ่งออกเป็นหลายสายและหลั่งไหลเข้าสู่เส้นลมปราณของถังหรูซวน

            เพื่อที่จะไม่ทำลายเส้นลมปราณของถังหรูซวนเขาจึงระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่กล้าเสี่ยงจนเกินไป

            แต่มันก็เป็นเช่นนั้นบนใบหน้าเล็กๆ ของถังหรูซวนยังคงแสดงความเจ็บปวดออกมาในไม่ช้าหน้าผากของนางก็มีเหงื่อไหลออกมา

            “ข้าว่าเจ้าจะทำได้หรือไม่เนี่ย!”เมื่อมองไปยังถังหรูซวนที่แสดงความเจ็บปวดออกมาเจ้าหมีสองจึงเหลือบมองไปที่เย่เฉิน

            “ไม่ต้องกังวลข้าผ่อนกำลัง” เย่เฉินพูดอย่างไม่สบอารมณ์

            เมื่อเวลาล่วงเลยไปถังหรูซวนก็ค่อยๆ ปรับร่างกายให้คุ้นชินกับความเจ็บปวดและเย่เฉินก็เพิ่มระดับกำลังของการหลอมอัคคีเที่ยงแท้อีกครั้ง

            “เจ้ากับเจ้าอ้วนนี่คงจะไม่ได้หมั้นกันตั้งแต่อยู่ในท้องสินะ!” เพื่อไม่ให้ถังหรูซวนเจ็บปวดจนเกินไปเย่เฉินจึงหาหัวข้อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของนาง

            เมื่อมองไปที่เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านข้างถังหรูซวนยิ้มและพูดว่า “จริงๆ แล้วเมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นแบบนี้แต่เป็นเพราะความผิดพลาดจากการใช้วรยุทธ์ จึงทำให้รูปลักษณ์ของเขากลายเป็นอย่างที่เขามีอยู่ในทุกวันนี้”

            “ยังมีอะไรอีก?” เย่เฉินเลิกคิ้ว และมองไปที่เจ้าหมีสอง

            “พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาข้าชักจะเริ่มรำคาญแล้วนะ”เจ้าหมีสองนั่งลงบนพื้น “เป็นเพราะชายชรานั่น ข้าผู้ที่เคยมีรูปโฉมงดงามมาก่อนโดนวรยุทย์บัดซบนั่นเข้า”

            “ไม่เป็นไรข้าไม่รังเกียจเจ้าหรอก!”ถังหรูซวนยิ้มเผยให้เห็นฟันเขี้ยวสองซี่ออกมาอีกครั้งและก็ไม่ลืมที่จะตบศีรษะน้อยๆ ของเจ้าหมีสอง “เดี๋ยวต้องมีสักวันที่เจ้าจะเปลี่ยนกลับมา”

            พวกเขาทั้งสามพูดคุยและหัวเราะกันสนุกสนานจนเบี่ยงเบนความสนใจของถังหรูซวนได้สำเร็จ

            ในระหว่างนั้นเย่เฉินได้เพิ่มระดับกำลังของการหลอมอัคคีเที่ยงแท้อย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกันก็ได้หลอมแก่นแท้ของถังหรูซวนแม้แต่เส้นลมปราณและกระดูกก็หลอมเข้าด้วยกัน

            สามชั่วยามต่อมานางก็พ่นลมหายใจทอดยาวออกมา

            ขณะที่อัคคีเที่ยงแท้เพิ่งออกจากร่างกายของนางถังหรูซวนก็สั่นเทาทันที

            “เป็นอย่างไรบ้าง”เจ้าหมีสองถามอย่างรีบร้อน

            “ร่างกายอบอุ่น”ถังหรูซวนขยับร่างกายที่แข็งทื่อ “รู้สึกว่าร่างกายผ่อนคลายมากขึ้นกว่าก่อนหน้าเส้นลมปราณดูเหมือนจะหมุนเวียนดีกว่าเดิมมาก โดยรวมแล้ว ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก”

            “จริงหรือ?” ดวงตาของเจ้าหมีสองเปล่งประกาย ถูมือมองไปที่เย่เฉิน กะพริบตาแล้วพูดว่า“เจ้าหลอมให้ข้าด้วยสิ!”

            “ได้สิ!” เย่เฉินพูดอย่างไม่ลังเลจนน่าประหลาดใจทันทีที่อัคคีเที่ยงแท้ของทะเลลมปราณกลับมา และพรั่งพรูออกมาอีกครั้งมันเข้าห้อมล้อมเจ้าหมีสองก้อนกลมเอาไว้

            โอ๊ย…

            ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของเจ้าหมีสองก็ดังขึ้นในสวนแห่งวิญญาณ

            เมื่อเทียบกับถังหรูซวนสาวน้อยคนนี้แล้วการหลอมกายให้เจ้าหมีสอง เย่เฉินก็ไม่ได้ออมมือเลย ทุกอย่างเหมือนใกล้จะสิ้นลม

            สองวันถัดมาทุกวันรุ่งสาง เจ้าหมีสองก็จะพาถังหรูซวนมาด้วย

            การชำระล้างไขกระดูกในสามวันยังคงทำให้ถังหรูซวนประหลาดใจกับขั้นตอนของการหลอมแก่นแท้ คาดไม่ถึงเลยว่าการฝึกตนจากขั้นพลังธาตุชั้นที่สี่จะบรรลุไปยังขั้นพลังธาตุชั้นที่ห้าแล้ว

            สามวันผ่านไปอย่างเงียบๆ

            เวลาเช้าตรู่หลังจากทานอาหารเช้าอย่างเร่งรีบ เย่เฉินก็ขึ้นไปยังภูเขาโดยแบกกระบี่เทียนเชวียไว้บนหลังและวันนี้เขาต้องไปช่วยสวีฝูปรุงยา

            ตามปกติแล้วทันทีที่ขึ้นไปบนภูเขาวิญญาณพวกลูกศิษย์บางคนที่กำลังนั่งอยู่บนหินและดูดซับพลังวิญญาณต่างส่งสายตาและคนสองสามคนกระซิบกระซาบกัน บ้างก็ชี้ไปที่เย่เฉิน

            “ผู้อาวุโสสวีช่วยเหลือเขาจนเกือบจะมีปากมีเสียงกับผู้อาวุโสจ้าว”

            “เขารอดจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายได้ต่อไปก็จะมีความสุข!”

            “มีผู้อาวุโสสวีคอยปกป้องอยู่อนาคตในภายภาคหน้าก็คงจะสดใสแล้ว!”

            เห็นจะจริงตามนั้นตั้งแต่เย่เฉินเดินมาตลอดทาง นึกไม่ถึงว่าจะมีศิษย์จำนวนมากมายกล่าวทักทายเขาหากเป็นในอดีต ใครจะมาสนใจศิษย์ฝึกหัดคนหนึ่งอย่างเขาแต่เป็นเพราะการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของสวีฝู ทำให้สถานการณ์ต่างๆของเย่เฉินนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

            “ไม่ค่อยภูมิใจ”ระหว่างทางเดินมาก็พบกับบรรดาศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยางอยู่จำนวนไม่น้อย

            และก็ไม่รู้ว่ามันคือความอิจฉาหรือความเกลียดชังเมื่อศิษย์เหล่านี้มองเห็นเย่เฉิน แต่ละคนต่างขบฟันแน่นไม่รู้ว่าพวกเขาจะรู้สึกเหมือนกับมีความแค้นที่ฆ่าบิดาพวกเขาหรือเปล่า

            เย่เฉินไม่สนใจกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วได้แต่เดินตรงไปยังหอโอสถวิญญาณ

            ในตอนนี้ที่หอโอสถวิญญาณมีผู้อาวุโสของสำนักในมาเยี่ยมเยียน นั่นก็คือผู้อาวุโสหญิงผู้หนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตางดงามราวกับนางฟ้าลงมาเยือนโลกมนุษย์

            หญิงสาวผู้นี้เมื่อมองให้ดีนางคือฉู่ซวนเอ๋อร์ที่เย่เฉินเคยพบเมื่อตอนอยู่ที่ภูเขาด้านหลังไม่ใช่หรือ?

            “ศิษย์น้องเจ้าต้องการจะเลือกศิษย์จากสำนักนอกหนึ่งคนเพื่อรับเข้าเป็นศิษย์จริงหรือ?” สวีฝูมองฉู่ซวนเอ๋อร์ พูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

            “ข้าไม่มีทางเลือกนี่เป็นการบีบบังคับจากศิษย์พี่เจ้าสำนัก!”ฉู่ซวนเอ๋อร์ยักไหล่อย่างทำอะไรไม่ได้ “เขาให้ข้ามาเลือกคนที่มีพรสวรรค์ดีจะให้ดีที่สุดควรเป็นผู้อยู่ในขั้นรวมพลัง ในกรณีที่ทำได้ควรจะเป็นเช่นนั้น”

            “จริงสิศิษย์น้องก็ควรจะรับศิษย์ได้แล้ว ที่สำนักนอกมีศิษย์ที่มีพรสวรรค์อยู่มากมายถมเถไปแล้วเจ้าจะเลือกศิษย์แบบไหนล่ะ!”

            “ทำไมศิษย์พี่จึงกล่าวเช่นนั้น”ฉู่ซวนเอ๋อร์ลูบคิ้วของนาง

            สวีฝูยิ้มและส่ายหน้าเขากลับเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที“ศิษย์น้องมีความเห็นอย่างไรกับการประมูลเม็ดยาผสานฟ้าที่ตลาดมืดอเวจี”

            เมื่อพูดถึงเม็ดยาผสานฟ้าฉู่ซวนเอ๋อร์ก็ขมวดคิ้ว และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดว่า“โลกภายนอกมีข่าวลืออยู่มากมาย แต่มันก็ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากหนึ่งตำหนักสามสำนักถ้าให้ข้ามอง ข้าคิดว่าตำหนักซื่อเสี่ยมีความเป็นไปได้มากที่สุด”

            “ทำไมข้าถึงได้ยินมาว่าเม็ดยาผสานฟ้าถูกนำกลับไปได้เพียงครึ่งเดียว”

            “เรื่องนี้ยังจำเป็นต้องมีการสืบให้แน่ชัดศิษย์พี่เจ้าสำนักก็เข้าร่วมการประมูลเม็ดยาผสานฟ้าในวันนั้นด้วยแต่สุดท้ายกลับถูกคนเล่นเล่ห์ใส่ ดังนั้นเม็ดยาผสานฟ้าก็อาจถูกนำไปทั้งหมดหรือไม่บางทีก็อาจจะมีเพียงคนที่ประมูลไปได้เท่านั้นจึงจะรู้”

            “ผู้อาวุโสสวีข้ามาแล้ว” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ เย่เฉินก็เข้ามายังหอโอสถวิญญาณ

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน