บทที่ 3 เปิดตัวมาอย่างเจิดจรัส
แคว้นเกงจิ๋ว เมืองลำหยง
ฮองตงยืนอยู่หน้าประตูบ้าน มือค้างอยู่กับที่ โดยไม่มีวี่แววจะผลักประตูเข้าไป
การไปเมืองกังแฮครานี้ ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากคนในตระกูลเท่านั้น กลับยังตัดสัมพันธ์กับตระกูลอึ๊งด้วย!
แล้วเขาจะเผชิญหน้ากับภรรยาตัวเองได้อย่างไร?
ในระหว่างที่ฮองตงรู้สึกผิด ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน
“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว!”
จางซื่อ ภรรยาฮองตงเห็นสามีกลับมาบ้าน ก็มาต้อนรับด้วยความดีใจ
“ฮูหยิน…”
“ท่านพี่ ไปที่เมืองกังแฮครานี้เป็อย่างไรบ้าง? ท่านผู้นำตระกูลยอมช่วยพวกเราหรือไม่?”
เมื่อเห็นสีหน้าคาดหวังเต็มเปี่ยมของภรรยา ฮองตงยิ่งโทษตัวเอง
เหตุใดตัวเองถึงได้วู่วามพูดอะไรที่ไม่สามารถหวนคืนกลับไปได้กันนะ
“เฮ้อ”
ฮองตงส่งเสียงถอนหายใจออกมา พลางส่ายหน้าอย่างผิดหวัง เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาภรรยา
“ท่านพี่ลำบากมาตลอดทาง เข้าบ้านมาพักผ่อนก่อนเถิด”
ภรรยาไม่ได้ตำหนิโทษ กลับมองเขาด้วยความเ็ปใจ
ได้ภรรยาคนนี้ ทั้งชีวิตไม่มีเสียใจ
“ฮูหยิน ข้าจะต้องหาเงินมาให้ได้! จะไม่ให้ลูกของเราเสียชีวิตก่อนวัยอันควรแน่นอน”
ฮองตงผละจากภรรยาที่น้ำตาไหลนองหน้า ก่อนหมุนตัวจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
…
“คุณชาย! สืบข่าวได้แล้ว คนที่ท่านให้หาไปเป็ทหารอยู่ในกองกำลังติดอาวุธที่เมืองอ้วนเสีย!”
“อะไรนะ? ก่อนหน้านี้ที่ให้พวกเ้าไปถาม บอกว่าไม่มีมิใช่หรือ”
“คุณชาย ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นไปเยี่ยมญาติ เพิ่งกลับมาเมื่อครู่นี้! ”
“เยี่ยมไปเลย!”
เล่าเจี้ยงปีติยินดีอย่างยิ่ง ใกล้จะได้เดินทางไกลไปแคว้นกิจิ๋วแล้ว หากคลาดกับแม่ทัพผู้นี้ไป คงน่าเสียดายแย่!
“เร็ว พาข้าไป!”
“ขอรับคุณชาย!”
เล่าเจี้ยงรีบไปที่ค่ายกองกำลังติดอาวุธ ภายใต้การนำทางของพลคุ้มกัน
จวนเ้าเมืองของเล่าเอี๋ยนตั้งอยู่ใจกลางเมือง ส่วนค่ายทหารอยู่ตรงหัวมุมกำแพงเมือง
เด็กชายตัวน้อยไม่ยอมให้คนอุ้ม เดินไปครึ่งชั่วยามก็มาถึงค่ายทหาร
เร่งรุดเดินทางมาตลอดทาง เมื่อกำลังจะเข้าไปในกระโจมหลัก ก็ได้ยินเสียงทะเลาะดังอยู่ข้างใน
“ใต้เท้า ข้าน้อยเดินทางมาทั้งคืนไม่เคยพักเลย!”
“พอได้แล้ว ก่อนหน้านี้นัดกันไว้แล้ววันนี้ เ้าดูตอนนี้สิ กี่โมงกี่ยามแล้ว?”
“หักค่าแรงเ้าครึ่งเดือน เ้าจะยอมรับหรือไม่?”
“อะไรนะ!?”
ฮองตงที่เพิ่งมาถึงไม่เข้าไปก็ถูกขวางไม่ยอมให้เข้าไป ยามนี้กำลังถูก… กลั่นแกล้งอยู่
“ใต้เท้า! ข้าร้อนเงินจริง ๆ โปรดเมตตาด้วย!”
ฮองตงก้มคำนับด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
แค่นี้ทางบ้านก็มีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายแล้ว หากถูกลงโทษหักเงินอีก เช่นนั้นคงเหมือนฟ้าถล่มดินทลายจริง ๆ
เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตบโต๊ะอย่างแรง พลางลุกขึ้น
“ฮองตง! ก่อนหน้าเห็นแก่ที่เ้ามีสายเืตระกูลอึ๊ง ข้าจึงไม่เคยเอาความเ้า!”
“ยามนี้เ้าถูกตัดชื่อออกจากตระกูลอึ๊งแล้ว! ยังกล้าโอหังอีก!”
“ออกไป!”
ฮองตงลุกขึ้น มองเ้าหน้าที่ฝ่ายทหารด้วยสายตาเคียดแค้น
เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารยิ้มเย้ยหยัน ในใจปีติยินดีอย่างมาก
เมื่อก่อนเ้าบ้านี่อาศัยฐานะลูกหลานตระกูลอึ๊ง เป็ศัตรูกับข้าหลายครั้ง! ตอนนี้ถูกตัดชื่อออกจากตระกูลแล้ว คอยดูว่าจากนี้ข้าจะจัดการเ้าอย่างไร!
ฮองตงรู้ตัวขึ้นมา ทั้งหมดล้วนเป็เพราะตระกูลอึ๊ง
คำพูดกล้าได้กล้าเสียของตัวเองได้กระตุ้นความโกรธของท่านผู้นำตระกูลอึ๊งอย่างขีดสุด
พวกเขาไม่ยื่นมือมาช่วยก็ว่าแล้ว ยามนี้ยังบีบข้าให้ตกที่นั่งลำบากอีก!
ฮองตงชิงชังยิ่งนัก ชังที่ตัวเองใช้อารมณ์ ชังที่พวกเขาไม่สนใจมิตรภาพของคนในตระกูลเดียวกัน
เหตุใดต้องอวดเก่ง! เหตุใดต้องไปกระตุ้นความโกรธพวกเขา!
์เอ๋ย ไม่ให้ทางรอดแก่ฮองตงสักทางเลยหรือ?
“คือว่า… ข้าขอขัดจังหวะหน่อยได้หรือไม่?”
เสียงเจื้อยแแจ้วหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะสองคน
เมื่อเ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมอง เห็นเป็เพียงเด็กตัวน้อย ก็โมโหกราดเกรี้ยวขึ้นทันใด
“ค่ายทหารเป็พื้นที่สำคัญ ให้เด็กเข้ามาวุ่นวายได้อย่างไร?”
“ทหาร โยนออกไป!”
เล่าเจี้ยงยังไม่ทันได้กล่าว พลคุ้มกันด้านข้างก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมา
“บังอาจ! นี่คือบุตรชายของใต้เท้าเล่าเอี๋ยน”
“เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารต่ำต้อยอย่างเ้า ริอ่านไร้มารยาทเช่นนี้หรือ!”
เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใ รู้ตัวในฉับพลัน
เด็กปกติจะเดินมาที่นี่ได้อย่างไร?
ก่อนรีบคุกเข่าขออภัยบนพื้น
“คุณชายโปรดอภัยด้วย!”
“ข้าน้อยโมโหเ้าบ้านี่จนเลอะเลือน!”
“คุณชายโปรดอย่าได้ถือโทษ!”
เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเศร้าเสียใจมาก ราวกับมีความผิดมหันต์
ไอ้คนประจบสอพลอ…
เล่าเจี้ยงลอบดูแคลนในใจ ทว่าปากยังคงเอ่ยเสียงราบเรียบ
“ใต้เท้ารีบลุกขึ้นเถิด เล่าเจี้ยงก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สมควรให้ใต้เท้าต้องเกรงใจเช่นนี้หรอก”
“คุณชายเป็ถึงเด็กอัฉริยะในโลก จะเป็คนธรรมดาได้อย่างไร! ข้าน้อยขอบพระคุณคุณชายอย่างยิ่งขอรับ”
เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารถือโอกาสนี้ลุกขึ้น และขอบคุณซ้ำ ๆ
เล่าเจี้ยงมองไปยังฮองตง ด้วยดวงตาเป็ประกายเหมือนเด็กในร้านลูกกวาด
ฮองตงผู้นี้สูงแปดฉื่อ แผ่นหลังกว้างอกผึ่งผาย โดยเฉพาะแขนคู่นั้น กล้ามล่ำแข็งแรงเป็พิเศษ
ว่าที่แม่ทัพผู้มีลำแขนทรงพลัง หนึ่งในแม่ทัพตัวตึงของประวัติศาสตร์ สมคำล่ำลือนัก! ดูไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!
“ใต้เท้า ท่านผู้นี้คือ?”
เล่าเจี้ยงชี้ไปที่ฮองตงโดยแสร้งทำเป็ไม่รู้จัก
เ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเห็นเล่าเจี้ยงไม่รู้จักฮองตง ก็วางใจทันที และเริ่มใส่ร้ายป้ายสี
“คุณชาย คนผู้นี้มีนามว่าฮองตง ก่อนหน้านี้อวดตัวว่าเป็คนของตระกูลอึ๊งแห่งกังแฮ ทำให้ข้าน้อยลำบากมาหลายครั้งหลายหน”
“กังแฮได้ส่งข่าวมาแล้ว ฮองตงไม่มีความเกี่ยวข้างกับตระกูลอึ๊งแห่งกังแฮ”
“ครานี้ไม่ได้กลับมาตามเวลาที่นัดไว้ ข้าน้อยจึงลงโทษตามกฎ!”
“ทว่าคนผู้นี้ไม่ยอม และยังโต้เถียงกับข้าน้อยก่อนหน้านี้!”
ฮองตงได้ยินก็กังวลใหญ่ คนผู้นี้กล้าเปลี่ยนดำเป็ขาวได้อย่างไร! จึง้าจะเปิดปากเอ่ยค้าน
ทว่าเล่าเจี้ยงกลับยกมือขึ้นห้ามฮองตง ก่อนเอ่ยว่า…
“ใต้เท้าไว้หน้าข้าสักครั้งได้หรือไม่? ให้ฮองตงพักอีกสักวันหนึ่ง”
“นี่…”
เดิมเ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร้าปฏิเสธ ทว่าสายตาที่แสร้งทำเป็ยิ้มของเล่าเจี้ยงทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวน มิกล้าขัดคำสั่ง
“ทั้งหมดทำตามที่คุณชายสั่ง!”
“ฮองตง! ยังไม่รีบขอบคุณคุณชายอีก!”
ฮองตงเหลือบมองเด็กน้อยด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนโน้มตัวคำนับ
“ข้าน้อยขอบพระคุณคุณชายเล่าอย่างยิ่ง!”
เดิมเล่าเจี้ยงอยากพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา ทว่าด้วยความสูงที่จำกัด จึงทำได้เพียงพยักหน้าให้
“ผู้กล้าฮองโปรดตามข้ามา”
กล่าวจบก็ไม่สนใจเ้าหน้าที่ฝ่ายทหารอีก พาฮองตงออกไปจากค่ายทหาร