เวลามันผ่านไปนานขนาดไหนเ้าไม่ได้รู้เลย ภาพล่าสุดที่อยู่ในความทรงจำของเขาคือฮ่าฮ่าที่พยายามบังคับให้ตนกลืนผลปราณและยาวิเศษมากมายที่เทมาที่เขา จนกระทั่งพลังปราณมากมายที่ทะลักออกมาจะทำให้เขาเริ่มได้สติ
เ้าไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขากินผลปราณของสัตว์วิเศษระดับสูงไปมากมายขนาดไหนเขาััได้เพียงอย่างเดียว ว่าตอนนี้พลังปราณที่กำลังทะลักออกมานั้น ได้มีชายคนหนึ่ง พยายามจะควบคุมมันอยู่ และดึงพลังปราณทั้งหมดไป
แต่คนที่ควบคุมพลังปราณของเขาได้ ก็คงมีเพียงแค่ชาย ที่ฝึกฝนให้เขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ความอยากรู้อยากเห็นที่เขามี ถึงแม้ว่าร่างกายเขาในตอนนี้จะอ่อนแอขนาดไหน และความเ็ปจะมีมากขนาดไหนก็ตาม เขาก็ได้พยายามลืมตา ขึ้นมามองเหตุการณ์ข้างหน้าของเขา และหวังจะได้เห็นสีหน้าของฮ่าฮ่าที่กำลังช่วยเขาอยู่
แต่มันก็เป็ที่น่าเสียดายเพราะเมื่อเขาลืมตาขึ้นมา กลับไม่ได้เห็นใบหน้าของผู้ช่วยฝึกฝนของตน แต่กลับเป็แผ่นหลังและแขนของฮ่าฮ่าที่กางออก เพื่อรวบรวมพลังปราณ ของเ้าที่ยังทะลักออกมาไม่หยุดไปไว้ที่มือทั้งสองข้างของเขา
ลืมตาอยู่ใช่ไหมครับนายน้อย…
มันคือเสียงของฮ่าฮ่า มันคือเสียของฮ่าฮ่าแน่นอน แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะดูวุ่นวายขนาดไหนก็แล้วแต่ เ้าก็รู้ดี เพราะว่าตอนนี้เขาแทบจะสูญเสียประสาทััทั้งหมด เขาแทบจะไม่ได้ยินเสียงหรือกระทั่งส่งเสียงออกมาเองได้เลย เขาเพียงแต่มองเห็นภาพตรงหน้าเขาก็เท่านั้น… แต่มันมีกลับมีเสียงของฮ่าฮ่าที่ดังขึ้นมาในหัวของเขา เสมือนเขาพูดอยู่ข้างในตัวของเ้าเอง
นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ
นายน้อยจะไม่เป็อะไร
ตอนนี้นายน้อยก็แค่ตั้งใจมอง
มองดูวิชาที่ผมจะใช้หลังจากนี้ให้ดี
ในอนาคต…
นายน้อยจะต้องทำมันให้ได้
เสียงของฮ่าฮ่า ที่ดังอยู่ในหัวของเ้านั้นดังกับวิชาประหลาด ที่สะกดให้เขา เชื่อฟังคำพูดเ่าั้ เพียงคำพูดว่าเขาจะไม่เป็อะไร เ้าก็รู้สึกถึงร่างกายที่ดีขึ้นของเขาทันที
เพียงแค่คำที่บอกให้จ้องมองไปที่เขา สายตาของเ้า ก็เพ่งมองไปที่ ฝ่ามือของฮ่าฮ่าที่รวมพลังปราณอยู่อย่างตั้งใจ
และเขาก็ได้เห็นภาพพวกนั้น ภาพที่พลังปราณในมือของฮ่าฮ่า พวยพุ่งกระจายออกไป กลายเป็สิ่งมีชีวิตสี่ขาขนาดเล็กที่มากล้นไปด้วยพลังปราณ
พวกมันช่างเหมือนกับมหาพยัคฆ์ของเขาเหลือเกิน แต่สิ่งที่น่าตะลึงไปกว่านั้น ก็คือภาพหลังจากนี้
ภาพของสัตว์สี่ขาขนาดเล็กที่เกิดจากพลังปราณ กว่าหลายร้อยตัวได้พวยพุ่งออกมาจากพลังปราณของเ้าในมือฮ่าฮ่า พวกมันวิ่งเหยียบอากาศลอยอยู่บนฟ้าไปมาด้วยความรวดเร็ว
พวกมันกระจายกันไปทั่วทุกสารทิศ และเป้าหมายของพวกมัน ก็คือผู้ที่กำลังใช้พลังปราณอยู่
ดังเช่นเหยื่อตามธรรมชาติของพวกมัน ทันทีที่ใครใช้พลังปราณ มันก็จะพุ่งเข้าไปโจมตีพวกนั้นทันที ไม่ว่าจะเป็เซียนระดับไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะมีพลังปราณขนาดไหนก็ตาม
เพียงการกัดจากคมเขี้ยวของมัน พลังปราณของพวกเขาก็แปรปรวนจนไม่สามารถใช้วิชาออกมาได้ เมื่อไร้พลังปราณพวกเขากลับกลายเป็แค่สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ ภายใต้กรงเล็บและคมเขี้ยวเ่าั้
เพียงพริบตาเดียวที่สัตว์ปราณพวกนั้นวิ่งแหวกอากาศ ไปทั่วท้องฟ้า การปะทะที่เกิดขึ้นมากมายก็หายไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงแต่เสียงร้องะโด้วยความใ ของผู้เก่งกาจเ่าั้
เซียนคนแล้วคนเล่าต้องพลาดพลั้งให้กับวิชาที่แปลกประหลาดนี้ แต่ไม่ว่าเซียนอีกกี่ร้อยคน จะพลาดพลั้งให้กับมัน พวกมันก็ยังคงไม่หยุด จนท้องฟ้า ที่เคยมีแต่การต่อสู้ก่อนหน้านี้ มีเพียงแต่ภาพของ พลังปราณในรูปร่างของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก วิ่งวนหาเหยื่อไปทั่วท้องฟ้าเต็มไปหมด จนทำให้เหล่าผู้คนที่กำลังวิ่งหนีอยู่มากมาย ต่างยืนมองมัน
“ไหนบอกว่าสำนักสอนเซียนไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทำไมผู้าุโสำนักสอนเซียน ถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ”
“เื่นี่ไม่ได้เกี่ยวกับสำนักฝึกฝนอันดับหนึ่งของใต้หล้า อย่างสำนักสอนเซียน โปรดอย่าดึงชื่อนี้ลงมา เพียงแค่ชายชราอย่างข้า เห็นผู้เคราะห์ร้ายจากการต่อสู้ครั้งนี้ ก็เลยคิดจะยุติมันก็เท่านั้นเอง”
“ผู้เคราะห์ร้ายอย่างงั้นหรอ? … คงจะมีคนตายเพราะโดนลูกหลงสินะ”
ถึงแม้ว่าผู้าุโฟูฟูแห่งสำนักสอนเซียน จะได้เห็นสีหน้าที่แสดงความสงสาร ต่อพวกที่ถูกลูกหลงของเชนชายในชุดคลุมตรงหน้าเขา แต่พลังน่ากลัวที่ถูกปล่อยออกมาอยู่ตลอด มันก็ไม่ได้ทำให้ฟูฟูรู้สึกวางใจเลย และเลือกที่จะเป็ฝ่ายโจมตีไปก่อน
“วายุเซียน”
ทันทีที่ผู้าุโฟูฟูใช้วิชาของเขาออกไปพลังปราณที่ถูกปล่อยออกมาจากการสะบัดมือของเขา ก็ทำให้เกิดลมกรรโชกอย่างรุนแรงขึ้น ก่อนที่จะปรากฏเป็พลังปราณที่หมุนไปมาเฉกเช่นพายุ พุ่งเข้าหาชายหนุ่มในชุดผ้าคลุม
“วายุทมิฬ”
ไม่ทันที่พายุ จากวิชาของผู้าุโฟูฟูจะถึงตัวของเชน เขากลับใช้วิชาที่เหมือนกันแต่เป็พลังปราณสีดำ เข้าปะทะกับมันจนเกิดลมกรรโชกที่รุนแรงขึ้น และต่างสลายหายไปทั้งคู่
“พลังปราณนั้น เ้าเป็ผู้ธาตุมืดแท้ๆ แต่ทำไมใช้วิชาของผู้ธาตุลมได้”
“เพลิงทมิฬ”
ไม่แม้แต่จะทันได้รับคำตอบจากเชนชายในชุดผ้าคลุมเขากลับแสดงวิชา ธาตุไฟไฟที่หล่อหลอมกับธาตุมืดของเขาออกมาให้กับผู้าุโฟูฟูได้เห็น และถึงกับทำให้ผู้าุโฟูฟู ที่กำลังใอยู่และไม่ได้ใช้วิชาออกไปกันการโจมตี ของชายในชุดผ้าคลุม ก็ทำให้เพลิงทมิฬติดไปที่ชายเสื้อหรูหราของผู้าุโฟูฟูจนเขาต้องรีบถอดมันทิ้งไป
“ผู้มีสหธาตุ!…ทำไมถึงมีตัวตนแบบนี้อยู่ได้กัน”
ยิ่งเห็นท่าทีตกตะลึงของผู้าุโฟูฟู มันก็ยิ่งสร้างรอยยิ้มให้กับเชนชายในชุดผ้าคลุม และยิ่งทำให้เขาแสดงสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจออกมาเพิ่มอีกด้วยการเรียกไอ น้ำแข็งออกมาที่มือของเขา ก่อนที่ไอน้ำแข็งเ่าั้อยู่ดีๆ จะเปลี่ยนตัวเองเป็ไอเย็นสีดำ
แต่ครั้งนี้ไม่ทันที่เชนจะได้ใช้วิชาอะไรออกมา อยู่ๆ ที่ก็มีพลังปราณในรูปสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วและกัดไปที่แขนของเขาทันทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“อ้ากก”
เขาไม่คิดเลยว่าจะมี พลังปราณที่สามารถเจาะผ่านิัของเขาได้ แต่สิ่งที่น่าใกว่านั้น การกัดของมันกลับทำให้การเดินพลังปราณของเขาปั่นป่วนไปหมด จนทำให้เขาไม่สามารถใช้วิชาอะไรออกมาได้เลย จากมืออีกข้างที่เตรียมจะโจมตีสิ่งมีชีวิตปราณขนาดเล็กนั้น
และเป็โชคดีของเขาที่ไม่ทันจะได้ทำอะไร เ้าสัตว์พลังปราณที่กำลังกัดข้อมือของอยู่ ก็ถูกครอบงำไปด้วยพลังปราณสีดำดังเช่นพิษร้าย ก่อนที่ตัวของมันจะสลายหายไปในอากาศเอง
“วิชาของใครกัน”
เชนชายในชุดดำได้ะโออกมาอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมกับมองไปรอบๆ เพื่อหาเ้าของวิชานั้น ไม่เพียงแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากเ้าของวิชา แต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนั้นกลับโผล่มาอีกมากมายนับหลายตัว และหนึ่งในนั้น ก็ได้พุ่งไปโจมตี าุโฟูฟู ที่กำลังเตรียมใช้วิชารอบโจมตีชายหนุ่มเชนอยู่ด้วย
“กรี๊ดดดดด”
ไม่เพียงแต่ผู้าุโตรงหน้าเขาจะโดนสัตว์ปราณเ่าั้โจมตี แต่หนึ่งในหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเขาตลอด ก็ไม่รอดที่จะเป็เป้าหมายของมัน จนทำให้ชายในชุดผ้าคลุมที่ได้ยินเสียงร้อง รีบหันไปหาหญิงสาวของตน ก่อนจะเห็นเธอใช้ดาบในมือ คอยปัดป้องสัตว์ปราณนั้นอยู่
“ไม่นะออกไป”
ไม่ทันที่เขาจะได้เข้าไปช่วย ผู้หญิงของตนเลย หนึ่งในหญิงสาวข้างกายเขาอีกคนที่มาด้วยกันก็โจมตีจากวิชาประหลาดนั้นด้วย จนทำให้เขาได้แต่มองสลับไปที่หญิงสาวทั้งสองคนอย่างสับสน ก่อนที่ระหว่างนั้น เขาจะสังเกตเห็นว่าสิ่งมีชีวิตพลังปราณพวกนั้นไม่ได้เล็งอีกหนึ่งในหญิงสาวข้างกายของเขา ที่ไม่ได้ใช้พลังปราณอยู่ จนเขาต้องรีบะโบอกคนของเขาออกไป ถึงสิ่งที่เขาคิด
“ทุกคนหยุดใช้พลังปราณเดี๋ยวนี้”
เพียงแค่เหล่าหญิงสาวได้ยินเสียงะโของเชน พวกเธอก็รีบสลายพลังปราณของตัวเองทิ้งไปทันที และนั่นมันทำให้ สิ่งมีชีวิตพลังปราณ ที่พยายามจะโจมตีเธอก่อนหน้านี้ ได้พุ่งไปหาศัตรูของพวกเธอที่กำลังใช้วิชาของพวกเขาอยู่แทน
แต่นั้นไม่ได้สร้างความโล่งอกให้กับชายในชุดผ้าคลุมได้เลย เพราะสิ่งมีชีวิตเ่าั้ กับทะยานมาที่ที่พวกเขาอยู่อีกหลายสิบตัว อีกทั้งภาพของหญิงสาวข้างกายตน ที่กำลังใช้มือของเธอกุมแผลที่แขนของตนเอง พอสัตว์ลมปราณที่ว่องไว และบ้าคลั่งพวกนั้น มันก็ทำให้ความเป็ห่วงหญิงสาวเ่าั้ที่เขามี ได้ตัดสินใจออกมา
“พอแค่นี้ พวกเราถอยกันได้แล้ว และห้ามใช้พลังลมปราณออกมาเด็ดขาด”
เมื่อเห็นการต่อสู้ที่ไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยของใครได้ เขาก็ตัดสินใจถอยออกทันที และคำะโนั้นก็ทำให้ผู้นำตระกูลที่กำลังต่อสู้กับ สิ่งมีชีวิตปราณอยู่ รู้ตัวและได้รีบะโสั่งคนของตัวเอง ให้ยุติการใช้พลังปราณลง
และเมื่อไม่มีใครใช้พลังปราณแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา ก่อนที่พวกเขาจะข่มความแค้นที่มีต่อกัน และค่อยๆ ถอยร่นห่างออกจากกันไป เพราะสิ่งมีชีวิตพลังปราณเ่าั้ยังไม่ได้หายไปไหน พวกมันยังคงป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ตัวเขา แถมยังมีมากขึ้นกว่าเดิมเพียงแค่ไม่ได้โจมตีพวกเขาก็เท่านั้น
มันทำให้ความกลัวที่มีต่อสัตว์ปราณที่พวกเขาไม่เข้าใจและไม่เคยเจอวิชาแบบนี้มาก่อน ต้องยุติการต่อสู้ของพวกเขาไปทั้งอย่างนั้น