ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 6 ไม่ต้องลุ้น

    หยางเว่ยพยายามสงบสติอารมณ์ สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดว่า “ไม่ต้องห่วงฉันหรอก นายพูดมาดีกว่า กล้าเดิมพันไหม”


    เกาหวานสนับสนุนคำพูดหยางเว่ย “ใช่! เจ้ากลัวหรือไง”


    “เดิมพันงั้นเหรอ ฉันนะรึจะกลัว แค่กลัวว่าพวกนาย…..” เซี่ยปิงลูบคาง


    หยางเว่ยพูดแทรกเซี่ยปิงทันที “ถ้านายไม่กลัวเราก็มาทำสัญญากันไว้ก่อน ป้องกันไม่ให้มีใครคนใดคนหนึ่งผิดคำพูด”


    เขาหยิบชิปนักเรียนขึ้นมา ด้วยคุณสมบัติของชิปนี้สามารถฉายภาพได้ และภาพที่แสดงออกมาคือภาพร่างกฎหมายในข้อบัญญัติต่างๆ


    เซี่ยปิงรู้ว่ากฎของโลกมนุษย์กับดาวหยานหวงนั้นต่างกัน สำหรับดาวหยานหวง หากมีการเดิมพันเกิดขึ้นระหว่างสองฝ่าย ผู้แพ้จะต้องทำตามคำพูดที่ตกลงกันไว้ ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎ


    โดยปกติของการเดิมพัน ถ้าระบุเงื่อนไขรุนแรงเกินไปจะถูกปฏิเสธโดยข้อกฎหมาย อาทิ การเดิมพันด้วยชีวิต ดังนั้นการเดิมพันวิ่งแก้ผ้ารอบโรงเรียน ไม่นับว่าเป็นข้อละเมิดอะไรเลย ดังนั้นมันจะได้รับการยอมรับโดยธรรมชาติ


    “นายเอาชิปนักเรียนออกมาแล้วเราจะทำสัญญากัน” เกาหวานเร่งเร้าเซี่ยปิง 


    ชิปนักเรียนของเซี่ยปิงถูกติดตั้งไว้กับโทรศัพท์ของเขา ซึ่งชิปนี้เป็นเหมือนเหมือนเครื่องบันทึกข้อมูลของเขาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร ข้อมูลสถานภาพ สภาพร่างกาย หรืออาจเรียกได้ว่ามันคือเป็นบัตรประจำตัวบุคคลของชาวดาวหยานหวง 


    เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแตะกับชิปของเกาหวานและหยางเว่ย ทันใดนั้นรูปแบบสัญญาเดิมพันก็ปรากฏขึ้น เขาป้อนรหัสแล้วกดยืนยัน ขั้นตอนทุกอย่างเป็นอันเสร็จสิ้น 


    “เอาล่ะ ทำสัญญาเดิมพันเสร็จแล้ว” เกาหวานและหยางเว่ยมองหน้ากัน เผยรอยยิ้มแฝงเลศนัย แทบจะทนรอเวลาที่เซี่ยปิงแพ้การประลองไม่ไหวแล้ว 


    นอกจากนี้เขายังวางแผนถ่ายรูปอันน่าอดสูของเซี่ยปิงตอนพ่ายแพ้ โพสต์ลงบนเครือข่ายออนไลน์ เพื่อประกาศให้ชาวโลกรู้โดยทั่วกัน 


    “นี่มัน” เมื่อเจียงหย่าหรูเห็นเซี่ยปิงลงนามสัญญากับสองคนนั้นไปแล้ว เธอรู้สึกโกรธจนเกือบคุมอารมณ์ไม่ได้ นี่เขาโง่หรือต้องบ้าแค่ไหนกัน ถึงได้ยอมตกลงทำสัญญาแบบนั้น 


    “หย่าหรู เธอไม่ต้องกังวลไป ฉันคิดว่าไอ้สารเลวนี่จงใจทำแบบนี้” เหลียงเซียวซุยเอ่ยขึ้นมา


    เจียงหย่าหรูชะงักไป “จงใจ” รึว่ามันจะเป็นแผนของเซี่ยปิงที่วางไว้  


    “ถูกต้อง ฉันเคยอ่านเจอในอินเทอร์เน็ต มีผู้ชายนิสัยเสียบางประเภทที่ชอบหางานอดิเรกให้กับตัวเอง หรือจะเรียกว่า...เป็นการเสพติดอย่างหนึ่ง” เหลียงเซียวซุยมองเซี่ยปิงอย่างดูถูก “ฉันเดาว่าเซี่ยปิงอาจเป็นหนึ่งในนั้น เกาหวานกับหยางเว่ยเข้ามาหาเรื่องเขาพร้อมกัน ดูเผินๆ เขาดูทุกข์ไม่น้อยทีเดียว แต่จริงๆ แล้วเขากำลังสนุกอยู่ต่างหาก”


    หลังจากได้ยินคำพูดนี้ เจียงหย่าหรูก็อึ้งงันไป สิ่งที่เหลียงเซียวซุยพูดนั้นสมเหตุสมผลจนเธอไม่สามารถปฏิเสธ เป็นไปได้ไหมว่า เซี่ยปิงจะเป็นพวกโรคจิตจริงๆ 


    ………………….


    คาบเรียนช่วงบ่ายผ่านไปในพริบตา นักเรียนในห้องต่างให้ความสนใจเรื่องการประลองของเซี่ยปิงกับสงป้าเทียน


    ลานประลองมังกรเหินในตอนนี้รายล้อมไปด้วยฝูงชนจำนวนมาก กลุ่มนักเรียนที่รู้ข่าวต่างทยอยเข้ามารอชมการประลองกันอย่างใจจดใจจ่อ


    สงป้าเทียนยืนอยู่บนลานประลองอยู่ก่อนแล้ว เขายืนกอดอกพร้อมหลับตาลงสงบจิตใจ เฝ้ารอการมาถึงของเซี่ยปิง 


    “สงป้าเทียนจะต่อสู้กับใครน่ะ ทำให้มีผู้คนมาดูเยอะขนาดนี้” เสียงจากนักเรียนคนหนึ่ง


    นักเรียนอีกคนช่วยเสริม “ได้ยินมาว่าเป็นเด็กนักเรียนที่ชื่อเซี่ยปิง เขาเป็นนักสู้ขั้นสาม เหมือนว่าเขาต้องการระบายความโกรธแทนเพื่อนคนหนึ่งของเขาจึงเกิดการประลองนี้ขึ้น”


    “อะไรนะ เจ้านั่นเสียสติรึเปล่า มันไม่รู้หรือไงเจ้าหมีสงป้าเทียนเป็นนักสู้ขั้นห้า เพียงหมัดเดียวก็ติดต่อขอจองโรงพยาบาลได้เลย” 


    เขารู้สึกประหลาดใจเหนือพรรณนา 


    “ก็นั่นแหละ เจ้าเด็กนั่นมันมั่นใจตัวเองเกินไปหน่อย”


    “สาเหตุที่มีคนมากมายมารวมตัวกันที่นี่ก็เพื่อดูเจ้าเด็กนั่นถูกทุบตี”


    นักเรียนหลายกลุ่มต่างพูดถึงเรื่องนี้เป็นเสียงเดียวกัน 


    “ดูสิ เซี่ยปิงมาแล้ววว” นักเรียนคนหนึ่งตะโกนออกมาเสียงดัง 


    เขาเห็นเซี่ยปิงในชุดสีขาวกำลังเดินเข้ามาที่ลานประลองอย่างใจเย็น มองจากรูปลักษณ์เขาแล้วคล้ายเด็กนักเรียนปกติทั่วไป  โดยมีนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งเดินตามมาด้านหลัง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเซี่ยปิงที่ตามมาชมความสนุกสนานถึงลานประลอง  


    “ในที่สุดแกก็มาเสียที”


    สงป้าเทียนลืมตาขึ้นมองเซี่ยปิงที่เดินขึ้นลานประลอง “ฉันคิดว่าแกจะวิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้วซะอีก แต่ผิดคาดเล็กน้อย ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้ามาที่นี่จริงๆ เพื่อตอบแทนความกล้าหาญของแก วันนี้ฉันจะหักซี่โครงแกแค่ห้าซี่” เขากางนิ้วห้านิ้วออกมา 


    “ไม่จำเป็น”


    เซี่ยปิงโบกมือบอกปัด “เจ้าโง่ที่โตแต่ตัวอย่างนาย คิดจะแตะเส้นผมของฉันก็ยากแล้ว ดังนั้นไม่ต้องออมมือ รีบเข้ามาซัดให้เต็มที่เลย”


    “อวดดี!”


    สงป้าเทียนตะคอกเสียงดัง จ้องไปที่เซี่ยปิงด้วยสายตาคมกริบ ในใจเขาคิดอย่างเดียวว่าจะสั่งสอนไอ้เด็กนรกนี่ให้รู้จักความสิ้นหวังคืออะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าความแข็งแกร่ง มันนับว่าเป็นตัวอะไรได้ 


    ด้วยคำพูดของเซี่ยปิง นักเรียนรอบลานประลองตกใจจนพูดไม่ออก ได้แค่คิดว่าเซี่ยปิงอาจโดนอัดจนปางตายก็คราวนี้ 


    ส่วนเกาหวานและหยางเว่ยต่างยิ้มเย้ยหยัน นับเวลารอดูเซี่ยปิงถูกสงป้าเทียนสั่งสอน พอถึงตอนนั้น มันจะไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้เพียงอย่างเดียว