บทที่ 41 มีไข้
“ฉันยังมีเหตุผลที่จะไม่ทำให้เธอสมหวังอีกหรือ?”
ฉีส่าวฉิงพูดพลางขมวดคิ้ว เมื่อหย่ากันแล้ว เธอจะต้องไปอยู่กับฉีอวี้หรือเปล่า?
ทำไมในใจถึงรู้สึกไม่สบายใจ และยังอาลัยอาวรณ์อยู่อีก?
ภายในบ้านพักตากอากาศ
เซี่ยงหว่านมองข้อความในโทรศัพท์มือถือ ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกดปุ่มลบราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณแม่ เมื่อกี้มีโฆษณาในทีวี ผมชอบนาฬิกาเรือนนั้น มันโทรศัพท์ได้ แล้วก็กันน้ำด้วย” โต้วโต้วสวมรองเท้าแตะและวิ่งเข้ามา สายตาเป็นประกายด้วยความคาดหวัง
“โต้วโต้วกำลังพูดถึงนาฬิกาโทรศัพท์อัจฉริยะน้อยใช่ไหม?”
ได้ยินแม่พูดชื่อเต็ม เด็กน้อยก็พยักหน้าเหมือนลูกไก่จิกข้าว มือเล็ก ๆ เอื้อมมาดึงแขนของเธอ “ใช่ครับ อัจฉริยะน้อย คุณแม่ ซื้อให้ผมได้ไหมครับ?”
“ได้สิจ๊ะ”
เซี่ยงหว่านยิ้มพลางพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือเข้ามาลูบแก้มเนียนละเอียดของลูกชาย เธอคุกเข่าลงและมองสบกับดวงตาใสกระจ่างของเขา “แล้ว…โต้วโต้วอยากให้พ่อซื้อให้ไหม?”
“พ่อเหรอ? เขาจะซื้อให้ผมเหรอ?”
โต้วโต้วผูกพันกับฉีส่าวฉิงเป็นพิเศษ แค่พูดถึงชื่อของเขา ดวงตาก็เปล่งประกายวาววับ สว่างยิ่งกว่าดวงดาว
“ซื้อให้แน่นอน ลูกเป็นลูกชายของเขา ตราบใดที่ลูกทำตามที่แม่บอก แม่รับรองว่าลูกอยากได้อะไร พ่อก็จะซื้อให้ทั้งนั้น”
“คุณแม่ ผมจะทำตามที่แม่พูดแน่นอนครับ”
โต่วโต้วเขย่าแขนเธอด้วยความตื่นเต้น เซี่ยงหว่านยื่นมือไปอุ้มเขาขึ้นมา “ไปอาบน้ำเย็นกันดีกว่า โต้วโต้วกลัวหนาวไหม?”
“แม่บอกว่าเด็ก ๆ ไม่ควรอาบน้ำเย็นไม่ใช่เหรอ? มันจะทำให้เป็นหวัดได้”
เด็กไร้เดียงสาเพิ่งจะแยกแยะได้ว่าอะไรทำได้ไม่ได้ การอาบน้ำเย็นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างชัดเจน แต่แม่กลับให้เขาอาบน้ำเย็น
“โง่จัง โต้วโต้ว จำไม่ได้เหรอที่แม่เคยบอกว่า ถ้าอยากให้พ่ออยู่กับเราอย่างมีความสุข จะใช้วิธีไหนก็ได้?”
“แต่การอาบน้ำเย็นมันเกี่ยวอะไรกับความสุขด้วยล่ะครับ?”
เด็กน้อยยังไม่เข้าใจความหมายของเธอ การอาบน้ำเย็นจะทำให้ป่วย ต้องฉีดยา และกินยา ทำไมแม่ถึงได้เอามาเกี่ยวกับความสุขกันล่ะ
“ถ้าแม่บอกว่า ถ้าลูกอาบน้ำเย็น พ่อจะอยู่กับลูกตลอดไป พ่อจะให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการและรักลูกมากขึ้น ลูกจะเต็มใจทำไหม?”
คำพูดของเซี่ยงหว่านเหมือนมีพลังบางอย่าง โต้วโต้วกะพริบตา ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แต่ก็พยักหน้ารับอย่างแน่วแน่
“ผมจะอาบครับ อะไรก็ตามที่แม่ให้ผมทำ ผมจะทำทั้งนั้น ขอแค่ได้อยู่กับแม่และพ่อ”
เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ เซี่ยงหว่านก็เบนสายตาจากดวงตาใสซื่อของเขา ความรู้สึกผิดในใจผ่านไปในพริบตา “เด็กดี แม่สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้ลูกต้องทนทุกข์ฟรี ๆ แม่จะทำให้ลูกได้ทุกอย่างที่ลูกอยากได้”
เหล้าขวดแรกหมดไป ฉีส่าวฉิงกำลังจะรินเหล้าขวดที่สอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขามองหน้าจอโทรศัพท์ที่โชว์สายเรียกเข้า ก่อนที่คิ้วจะขมวดทันที
เฉิงสือเอียงคอมองแวบหนึ่ง ในแววตามีประกายแห่งความสะใจ “เซี่ยงหว่านเหรอ? รีบรับสิ ลูกเมียนอนรออยู่บนเตียงอุ่น ๆ เธฮรออยู่นะ”
โดนเขาล้อเลียน ฉีส่าวฉิงยิ่งขมวดคิ้วแน่น ชะงักไปสองสามวินาทีโดยไม่มีท่าทีจะรับสาย
แต่โทรศัพท์กลับดังไม่หยุด เฉิงสือหัวเราะเบา ๆ และยื่นมือแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือของเขา ก่อนจะกดรับสายและเปิดลำโพง
ในขณะที่รับสาย เสียงที่แหบแห้งและร้อนรนของเซี่ยงหว่านก็ดังขึ้นทันที และยังแฝงไปด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ “ฮัลโหล ฉีส่าวฉิง โต้วโต้วเป็นไข้สูง คุณช่วยพาพวกเราไปโรงพยาบาลหน่อยได้ไหม?”
ฉีส่าวฉิงเปลี่ยนสีหน้าในทันที เขาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา “ทำไมถึงเป็นไข้ล่ะ? เช้านี้ยังดูดีอยู่เลย”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน หลังอาหารเย็นฉันอาบน้ำให้โต้วโต้ว แล้วกล่อมเขาเพื่อให้เข้านอน แต่เขากลับตัวร้อนมาก เพิ่งวัดอุณหภูมิไป ตอนนี้เกือบ 40 องศาแล้ว ฉีส่าวฉิง ฉันควรทำยังไงดี?”
เซี่ยงหว่านยิ่งพูดยิ่งร้อนใจ แม้แต่เสียงก็สั่นไปด้วย ฉีส่าวฉิงรีบลุกขึ้นจากโซฟาและคว้าเสื้อโค้ตด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “อย่าเพิ่งร้อนใจไป ใส่เสื้อผ้าให้เขาให้เรียบร้อย ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้”
เห็นเขาวางสายไปด้วยใบหน้าร้อนรน เฉิงสือจึงลุกตามขึ้นมา “เลือดข้นกว่าน้ำ ก่อนหน้านี้ฉันยังไม่เชื่อเลย ตอนนี้เชื่อแล้ว รีบไปเถอะ แม่ฉันบอกว่าเด็กเล็ก ๆ ถ้าเป็นไข้จริง ๆ จะทำให้ปัญญาอ่อนได้นะ”
ฉีส่าวฉิงพยักหน้าให้เขาก่อนจะเปิดประตูและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
สิบนาทีต่อมา รถโรลส์รอยซ์ก็เบรกกะทันหันและจอดลงที่หน้าบ้านพัก ฉีส่าวฉิงก้าวลงมาอย่างรวดเร็วแล้วเปิดประตู เซี่ยงหว่านอุ้มโต้วโต้วที่ใบหน้าแดงก่ำจากพิษไข้รออยู่ในห้องรับแขกแล้ว พอเห็นเขาเข้ามา น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตาของเธอก็ไหลลงมาทันที
“ฉีส่าวฉิง โต้วโต้วหมดสติไปแล้ว”
“อย่าร้องไห้ ไปโรงพยาบาลกันก่อน เขาไม่เป็นอะไรหรอก”
เขาปลอบประโลมเธอเบา ๆ และยื่นมือไปอุ้มเด็กน้อยที่หมดสติเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง ความร้อนที่ลวกมือแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้ามาถึงหัวใจของเขาในพริบตา ดวงตาที่งดงามของเขาหรี่ลง นิ้วมือเรียวยาวตบเบา ๆ ที่หลังของโต้วโต้ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง “โต้วโต้ว ไม่ต้องกลัวนะ พ่ออยู่นี่แล้ว”
เซี่ยงหว่านเดินตามออกมาจากบ้านพัก เธอแทบจะตามจังหวะเร่งร้อนของเขาไม่ทัน มุมปากปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ แต่รอยน้ำตาบนใบหน้ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ฉีส่าวฉิง ฉันต้องการให้คุณเป็นพ่อของโต้วโต้ว ทั้งทางเหตุผลและความรู้สึก
“คุณฉี เด็กน่าจะเป็นหวัด ช่วงนี้เป็นฤดูที่มักเกิดไข้หวัดอยู่แล้ว ปอดและหลอดลมไม่มีปัญหาอะไร ให้น้ำเกลือเพื่อลดไข้ก่อน แล้วค่อยกินยาแก้หวัดก็พอ”
หมอตรวจอย่างละเอียดอีกรอบก่อนจะวางหูฟัง แต่ฉีส่าวฉิงยังรู้สึกไม่วางใจอยู่บ้าง “แน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาอื่น?”
“คุณฉีไม่ต้องกังวล นี่เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาในเด็กเล็ก งั้นเราทำแบบนี้กันนะ ผมจะให้พยาบาลเริ่มให้น้ำเกลือก่อนเพื่อลดไข้ลง”
“อืม”
ได้ฟังแบบนั้นแล้ว ฉีส่าวฉิงถึงได้วางใจและถอนหายใจโล่งอก เขาหันไปมองเจ้าตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าแดงก่ำนั้นทำให้ใจเขาอ่อนยวบลงในทันที
พยาบาลค่อย ๆ เสียบเข็มเข้าที่มือน้อย ๆ ของโต้วโต้วอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าถ้าทำให้เขาเจ็บจะทำให้เธอตกงาน เมื่อปรับความเร็วของการหยดน้ำเกลือให้เหมาะสมแล้วเธอจึงเดินออกจากห้องพักไป
เซี่ยงหว่านนั่งอยู่ข้างเตียง เธอจับมือข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือของโต้วโต้วแนบเข้ากับแก้มตัวเองแน่น น้ำตาหยดลงบนผ้าห่มสีขาวทีละหยด “โต้วโต้ว ลูกทำให้แม่ตกใจมากเลย”
“คุณหมอบอกว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา อย่าทำให้ตัวเองตกใจเองสิ โต้วโต้วจะไม่เป็นอะไรหรอก”
ฉีส่าวฉิงได้ยินเสียงที่แหบแห้งเพราะการร้องไห้ของเธอ สีหน้าเขามีความรู้สึกที่ซับซ้อนวูบหนึ่งแล่นผ่าน ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ เธอ
เซี่ยงหว่านโอบเอวเขาไว้แน่นและซุกหน้าเข้ากับอ้อมอกเขา “ฉีส่าวฉิง โต้วโต้วคือชีวิตของฉัน เมื่อกี้ฉันกลัวมากจริง ๆ”
เสียงร้องไห้อย่างอ่อนแรงดังออกมาจากอ้อมอกของเขาไม่หยุด ชายหนุ่มก้มลงมองร่างกายที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของเขา ก่อนจะยื่นมือออกไปค้างอยู่กลางอากาศ นานมากกว่าจะวางลงบนไหล่เธอ
“ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ต่อไปนี้ฉันจะช่วยเธอดูแลโต้วโต้วเป็นอย่างดี ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องรับความกังวลและความกลัวคนเดียวอีกแล้ว”
“ฉีส่าวฉิง”
เซี่ยงหว่านร้องไห้หนักขึ้นและกอดเอวเขาแน่นขึ้น ราวกับกำลังกอดฟางช่วยชีวิตท่ามกลางความสิ้นหวัง แต่ไม่มีใครเห็นว่าภายในดวงตาที่ซึ่งน้ำตาไหลไม่หยุดของเธอนั้น…กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม