หลังจากเดินมาได้สักพัก ป่าม่านหมอกทางฝั่งหมู่บ้านที่นี่ถือว่ายังอุดมสมบูรณ์ ด้วยไม่ค่อยมีชาวบ้านคนไหน หันมาทำอาชีพพรานป่าเยอะมากนัก พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์รายล้อมด้วยแม่น้ำและ ป่าหลังหมู่บ้าน จึงมุ่งไปที่การเพาะปลูกเป็ส่วนใหญ่
“ท่านพ่อเ้าขาทางซ้ายๆ ผักหวานป่าเ้าค่ะ ลูกขอเก็บนะเ้าคะ”
“ได้ ๆ”
“ทางขวาเ้าค่ะท่านตานั้น ๆ ล่าเจียวเ้าค่ะ ท่านตา”
“มันกินไม่ได้หรอกนะเสี่ยวจิน มันไม่อร่อย ชาวบ้านเก็บมันมาทำอาหาร แล้วกินไม่ได้สักราย”
“กินได้เ้าค่ะท่านตาท่านตาเก็บเฉพาะเม็ดสีแดง ๆ ให้หลานสักกำมือนะเ้าค่ะ”
“ถ้าเ้าอยากได้เดี๋ยวตาเก็บให้”
“ขอบคุณเ้าค่า”
“งั้นเดี๋ยวพ่อออกไปดูกับดักที่วางไว้เ้าอยู่กับท่านตาไปก่อนนะจินเออร์”
“เ้าค่าท่านพ่อ”
“ได้หรือยังเสี่ยวจิน”ท่านตาชูล่าเจียว ในมือที่เก็บให้ข้าดู
“ได้แล้วเ้าค่าท่านตา”พริกเม็ดแดงๆ มาแล้ว ต่อไปก็ต้องมะนาว ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม ละป่ะ อืออแค่คิดน้ำลายก็ไหลแล้วอ่ะ
“ว่าแต่ ท่านตาเ้าค่ะหลานอยากทราบว่า ท่านตาเคยเห็นผลชนิดนึงที่มีลักษณะลูกกลมๆ ตอนแรกสีเขียวพอสุกจะมีสีเหลืองอ่อนๆ รสชาติเปรี้ยวติดลิ้นมั้ยเ้าค่ะ หลานอยากได้…แหะๆ”
“พอจะมีนะ ตาเคยเห็นแต่พุ่มมันจะมีหนามแหลมๆ ชาวบ้านจึงไม่ค่อยเก็บไปใช้ประโยชน์กันนอกจากนี้มันเปรี้ยวมาก ทำอาหารไม่ค่อยเข้ากัน”
“จริงหรือเ้าคะท่านตา นำทางหลานไปดูหน่อยนะเ้าค่ะหลานอยากได้”
“ได้ๆเดินไปอีกสักหน่อย จะเจอ”
“ว้าววววท่านตาเ้าขาาา”
“หลานอยากได้ ฮ่า ๆ ๆได้ ๆ ตาเก็บให้ ว่าแต่อยากได้แบบไหนละ”
“สีเหลืองๆ เ้าค่ะครานี้เอาไปสัก 5-6 ลูกก็พอหากมันเหี่ยวแล้วน้ำจะแห้งและเน่า เก็บไว้นานๆ มิได้เ้าค่ะ หลานจะเอาไปทำอาหารให้ท่านตาลองชิมอิอิ” ถ้ามีส่วนผสมครบนะเ้าคะ
“ได้ ๆ หลานว่าดีตาก็ว่าดี”
“เ้าค่า”
เอ๊ะ !!! มีอะไรขยับหลังพุ่มไม้ข้าสังเกตอยู่สักพัก จึงเห็นกระต่าย แต่เอ๊ะ…กระต่ายตัวนี้ ช่างคล้ายกับตัวเดิมที่ข้ากับท่านพ่อท่านแม่เคยเจอ ตอนอยู่ที่หมู่บ้านโน้นเลยนี่นา อ๊ะแล้วนั้นมันจะะโไปไหนกัน อย่าบอกว่าจะให้ข้าเดินตามไปอีกแล้วนะ
“อ๊ะ นี้เ้ากระต่ายอย่าะโไวนักสิ ข้าวิ่งตามไม่ทัน”
“เอ๊ย ย ยเ้าไม่มีหูหรือไร บอกว่าอย่าะโไวนัก ข้าวิ่งตามไม่ทัน อืออ”
“เ้านะสิไม่มีหูเ้าเด็กอัปลักษณ์” ข้าคิดผิดหรือเปล่า ที่ตามนางลงมาที่ดินแดนแห่งนี้เนี่ย
“อ๊ะ… ใครว่าข้า”ทำไมได้ยินแต่เสียงแล้วตัวไปไหน
“ข้าเอง”ยัยเด็กอัปลักษณ์เอ๊ย ย ย
“ผะ ผีหลอกเด็กแล้วอืออออ”
“ผีบ้านเ้านะสิมองลงมาข้างล่าง” ทำให้ข้าโมโหได้ทุกที่จริงๆ
“ไหนอ่ะ ข้าไม่เห็นเลย”ข้าพยายามหันมองรอบๆ แล้ว แต่ไม่ยักจะเห็นอะไรเลยนี่นา
“กระต่ายน้อย ตัวขาวๆตาแดงสีทับทิม ที่เ้าวิ่งตามไง”
“ห๊ะ ะ เ้าพูดได้หรือ”หูย ย ย กระต่ายพูดได้อ่ะ
“ผีพูดมั้ง”
“เหอะกระต่ายอัปลักษณ์” มันจะวางมวยกับข้าแน่ ๆ เ้ากระต่ายผี
“เ้านะสิ อัปลักษณ์”หึ ยัยเด็กหน้าเหม็น
“เหอะ พอๆ ข้าพูดได้ และข้าก็จะมาอยู่กับเ้า”เ้ากระต่ายน้อยพูดจุดประสงค์ของตัวเองออกไป ก่อนที่เื่นี้มันจะบานปลายกว่าเดิม
“ห๊าาาา มาอยู่กับข้ามาทำไม” อะไรนะ เ้ากระต่ายมันบอกว่าจะมาอยู่กับข้า แต่เดี๋ยวนะข้าต้องใอะไรก่อน คิดไม่ทันแล้ว
“ใช่ นะสิแล้วก็อีกอย่าง เ้าควรจะรู้ไว้ ข้าคือสัตว์วิเศษในตำนานเชียวนะ”
“ห๊ะะ…ตำนาน”ข้ามองเ้ากระต่ายทันทีที่มันพูดว่า สัตว์วิเศษในตำนาน
“ใช่นะสิถ้าไม่ใช่เพราะเ้าตัวต้นเหตุที่ลงมาที่ดินแดนแห่งนี้ข้าจะลงมาให้เสียเวลาน้ำชาของข้าทำไมกัน”
“เ้าหมายถึงเื่อะไรข้างง แล้วเ้านะ…เป็แค่กระต่ายไม่ใช่รึไง” จินเออร์หันไปตอบเ้ากระต่ายตัวเล็กตรงหน้า
พร้อมด้วยสายตาที่มองั้แ่เท้าจรดหูยาวๆ ที่ลู่ลงนั้นอย่างซ้ำไปซ้ำมา เพื่อหาความแตกต่างบ่งบอกถึงความเป็สัตว์ในตำนานตามที่เ้ากระต่ายน้อยเอ่ยออกมา
“ข้านะ ไม่ใช่กระต่ายนะเ้ามองไม่เห็นร่างที่แท้จริงของข้าต่างหาก” อธิบายพร้อมกับทำท่ากอดอกและสะบัดหูที่ลู่ลงของตนเองไปมา
“งั้นหรืองั้นเ้าเป็ตัวอะไรกันล่ะ ไหนแสดงให้ข้าเห็นหน่อยสิ ข้าจะได้เชื่อเ้าอย่างไรเล่า”
“ความลับ์มิอาจแพร่งพราย รอจนเ้าอายุครบ 7 หนาว พลังปราณของเ้าตื่นขึ้นมาสามารถเปิดมิติจิตได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้น เ้าจะได้รู้ว่าข้าคือใคร”
“เดี๋ยวนะเ้าว่าอะไรนะ 7 หนาวแล้วทำไมนะ ใครจะมีพลังปราณ แล้วยังมีมิติจิตนั้นอีกคืออันใด”
จินเออร์ที่ตอนนี้กำลังงงไปกับคำพูดของเ้ากระต่ายตรงหน้ามิพอคล้ายจะโดนปั่นหัวให้หมุนตามประโยคถัดมาที่เอ่ยว่า นางจะมีพลังปราณ...
“ยัยเด็กอัปลักษณ์นอกจากเ้าจะอัปลักษณ์แล้วยังโง่อีกหรือนี่” เ้ากระต่ายน้อยเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดและถือดี ด้วยมิคาดว่านางจะกลับมาพร้อมกับความทรงจำอันว่างเปล่าถึงเพียงนี้
“เ้านะสิอัปลักษณ์แล้วก็เ้านะสิที่โง่ ข้าไม่อยากรู้แล้ว” จินเออร์อดที่จะงอนเ้ากระต่ายไม่ได้คำก็ว่า สองคำก็ว่า ไม่อยากรู้ก็ได้ ไม่เห็นยากเลย
“อ๊ะ เอ่อ อย่าโกรธๆข้าหยอกเ้าเล่น มาๆ เดี๋ยวข้าบอกเ้าเอง หันมาคุยกับข้าก่อนแม่หนูน้อยแสนน่ารัก”แล้วใช้ขาหน้าของตนเองตะกุยไปยังขาน้อยๆ ของจินเออร์
“หึข้าไม่หายโกรธเ้าหรอกนะ ไหนเ้าลองอธิบายข้ามาสิ”
“ได้ๆ ไม่หายๆเื่มันเป็แบบนี้….”
เ้ากระต่ายน้อยได้เล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้วจินเออร์ไม่ใช่คนของโลกนี้ และโลกที่นางจากมา แต่เกิดจากการไปเผชิญวิบากกรรม ที่นางเข้าไปขัดขวางใครคนหนึ่งไว้ไม่ให้โดนลงโทษ
และที่ได้ไปยังโลกมนุษย์นั้นเพราะผู้มีอำนาจในการลงโทษนางเกิดส่งนางไปผิดที่…เลยจัดการดึงิญญาของนางกลับมาที่นี่ให้ถูกที่ถูกทาง
ถึงแม้ว่าจะผ่านเลยไปจนนางได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การใช้ชีวิตจากโลกเก่ามามากหน่อยเถอะ
นอกจากนี้ ที่ ๆ ข้าอาศัยอยู่ก็เป็เพียงดินแดนๆ หนึ่งเท่านั้น โดยจะมีดินแดน์ ดินแดนปีศาจและดินแดนมนุษย์
นอกจากนี้ระดับพลังปราณในโลกใบนี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าทั้งสองดินแดน โดยการปลุกพลังปราณในโลกมนุษย์ จะตื่นตอนอายุ 7 หนาว
ระดับพลังลมปราณ(พลังยุทธ์) แต่ละระดับที่ว่าจะมีด้วยกันสาม ขั้นใหญ่คือ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง เรียงตามลำดับั้แ่ต่ำไปสูงดังนี้
ปราณสีแดง เป็ปราณระดับต่ำสุดระดับเริ่มต้น
ปราณสีส้ม
ปราณสีเหลือง
ปราณสีเขียว
ปราณสีน้ำเงิน
ปราณสีครามมีเพียงบุคคลในตำนานเพียงคนเดียว ที่มาถึงและเร้นกายไปนานแล้ว
ปราณสีม่วง
ปราณสีขาวเป็ปราณที่สูงที่สุดในดินแดนมนุษย์ ที่ยังไม่เคยมีใครมาถึงแต่เป็เพียงปราณเริ่มต้นในโลก์และปีศาจ
และ ปราณสีทองที่เป็ตัวแบ่งแยกระหว่างดินแดน์ จากปราณสีดำ จากดินแดนปีศาจ
นอกจากนี้ยังมีธาตุในตำนาน อันได้แก่ดิน น้ำ ลม และไฟ ส่วนธาตุพิเศษ ได้แก่ สายฟ้า น้ำแข็ง ความมืด และธาตุแสง ธาตุในตำนานที่หายสาปสูญคือ มิติ และมายา เมื่อมีพลังปราณแล้วจะขาดผู้ปรุงโอสถไปได้อย่างไร
โดยระดับของของผู้ปรุงโอสถ โดยจะมีระดับย่อย ด้วยกัน สาม ขั้น คือ ต่ำ กลาง สูง
ขั้นแรกเริ่ม
ขั้นฝึกหัด
ขั้นชำนาญ
ขั้นปรมาจารย์
ขั้นเทวะ
ขั้น์
และขั้นเซียน
ส่วนระดับของโอสถ จะมีความบริสุทธิ์ั้แ่1-10 และมีระดับใหญ่คือ
ระดับต่ำ
ระดับกลาง
ระดับสูง
ระดับเทวะ
ระดับ์
ระดับเซียน และระดับ อนันตกาลยังไม่เคยมีผู้ใดปรุงได้
ส่วนในที่ ๆ เ้าอยู่เ้าคงยังไม่เคยพบเจอคนที่มีพลังปราณใช่หรือไม่"
“อืม ข้าไม่รู้อ่ะแต่ข้าเคยเห็นคนซัดกันตอนข้าไปขายสมุนไพรหน้าร้านยานะ ลอยไปไกล ลิ้วเลย ฮี่ ๆ”
“อืมมนั้นน่าจะเรียกว่าวรยุทธ์ มันคือการฝึกฝนร่างกายจนมีความชำนาญคล้ายกับคำที่เรียกว่าสกิลการต่อสู้จากโลกเก่าของเ้านะ”
“อืม แล้วยังไงอ่ะต่างกันยังไง ข้าไม่เห็นเข้าใจเลย”
“เห่อออ เ้านี่นะสมองเ้ามีอะไรอยู่ลองเทออกมาดูบ้างนะ”
“หึไม่มีสมองเ้าก็แล้วกัน จะเล่าไม่เล่า”
“เล่าๆ ข้าเล่าต่อแล้วก็เพราะโลกของเ้าพลังจากธรรมชาติมันน้อยแล้วนะสิ พลังปราณแต่กำเนิดถึงได้หายากจึงมีให้เห็นแค่วรยุทธ์ทั่ว ๆ ไป
แต่อีกเหตุผลคือชาวบ้านอย่างพวกเ้านะไม่มีทรัพย์เพียงพอที่จะซื้อเม็ดยาหรือสมุนไพรมาบำรุงนะสิ เ้ารู้หรือไม่โลกของเ้านะ ก็แบ่งคนออกเป็ชนชั้นกันทั้งนั้น เอ่อ แล้วก็ยัง…”
“ยัง ยังไม่หยุดอีกข้าจะเป็ลมแล้ววว” เ้ากระต่ายพูดเรื่อยยาวได้ไม่หยุด
“อะ เ้าจะขัดข้าทำไมข้ายังเล่าไม่จบ”
“ข้าไม่อยากฟังแล้วข้าเหนื่อยยยยย”
“เ้าต้องฟังถ้าเ้าไม่ฟังข้าจะ ...ข้าจะ...” ข้าจะทำอะไรดี ให้นางฟังข้าละ
“เ้าจะทำอะไรข้า”ดูสิเ้าจะทำอะไรข้า ข้าจะจับเ้าย่างเสีย หึ
“อือออข้าจะไม่หาสมุนไพรดีๆ ให้เ้า”
“อันใดนะ สมุนไพรดีๆ หรือ”สมุนไพร ก็เท่ากับมีเงิน ข้าก็จะรวย อิอิ
“หึ สนใจจะฟังแล้วละสิ”ทำไมดวงตานางถึงสุกสกาวขนาดนี้กันเพียงแค่เอ่ยถึงสมุนไพรธรรมดาๆ พวกนั้น ตอนที่ข้ากับนางอยู่ด้วยกันเพียงแค่เอ่ยพวกต้นหญ้าเหล่านี้ก็ลอยมากองต่อหน้าอยู่แล้ว
“เปล่า ข้าสนใจสมุนไพรต่างหากเ้าไม่เข้าใจความยากจนหรอก ถ้าข้ามีเงินนะ ข้าจะ…”
“พอ หึย ย ยย ได้แต่เ้าต้องพาข้ากลับไปที่บ้านด้วย เอ่อๆ ข้าเหงา ข้ารอเ้าที่ป่านี้มานานแล้ว อีกอย่างข้าข้า ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้ว และอีกอย่างเ้าต้องศึกษาเื่ราวหลังจากนี้ต่อตกลงหรือไม่”
“ได้ ข้าตกลง ว่าแต่รอบที่แล้ว...”ที่แท้เ้ากระต่ายก็คงเหงานี่เอง
“ใช่ฝีมือข้าเอง ฮี่ ๆ”ชมข้าสิ ข้าเก่งนะ
“เก่งมากกก แต่ข้าว่าสมุนไพรมันไม่พอให้ข้าเลี้ยงเ้าหรอกนะ” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วขอเงินเพิ่มอีกสักหน่อยละกันนะเ้ากระต่าย เ้าจะได้กินอิ่ม นอนหลับยังไงล่ะ ฮ่า ๆ
“หึยย เ้านี่นะ ได้ข้ารับปาก”
“แต่เดี๋ยวนะ...เ้าบอกว่าเ้าคือวิสัตว์วิเศษงั้นในป่านั้นไม่ใช่ว่า…….”
“บรู๊ว ว วววว วววว บรู๊วววว วววว” // เสียงหมาป่าหอน
“ใช่…ป่าแห่งนี้ยังมีสัตว์วิเศษอื่นๆอีก หลายตัว แต่ไม่อันตรายหรอกนะ ถ้าเ้าไม่เข้าไปในป่าชั้นใน ที่มีม่านแห่งหมอกอยู่นะ”
“…” หวังว่าสมุนไพรของเ้าคงอยู่ไม่ไกลนะข้ายังอยากใช้ชีวิตกับท่านพ่อท่านแม่อยู่
“แน่นอนๆ”
“แต่เดี๋ยวนะ ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหนทำไมรอบตัวข้าถึงโล่งไปหมด กรี๊ด ด ดดดด”
***มาแล้วค้าบ ฝากทุกคนติดตามด้วยนะ มาช้าแต่มานะ แหะ อย่าเขวี้ยงของใส่ หลบบ่ทัน