“รับมือ!!”ซีว่างะโพุ่งเข้าหาหญิงสาววาดดาบที่ลุกไปด้วยเปลวไฟใส่หญิงสาว
หยางน่านั้นมิได้เคลื่อนไหวหรือขยับตัวถอยหลบแม้แต่น้อยใช้เพียงกิ่งไม้รับการโจมตีของชายหนุ่มอย่างเฉื่อยชา
ดาบและกิ่งไม้นั้นถึงแม้นจะเป็วัตถุที่มีความแข็งแรงต่างกัน แต่ผู้ที่ถือมันนั้นเป็ผู้ที่มีพลังที่สูงส่ง จากกิ่งไม้ธรรมดากับกายเป็ดาบที่เรียวบางและว่องไว
กิ่งไม้สามารถรับพลังโจมตีของซีว่างได้อย่างง่ายดายโดยไม่หงิกงอเลยแม้แต่น้อย
“เ้ามีดีแค่นี้?” หยางน่ากล่าวออกมาอย่างเฉยเมย ก่อนจะเหวี่ยงขาเตะชายหนุ่มกระเด็นไปชนกำแพง
เสี่ยวฮุ๋ยพลันตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลมันมองไปที่ต้นเสียงก่อนจะร้องออกมา “ฮูม ฮูม” ด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนการนอนของมัน
ซีว่างรีบลุกขึ้นในทันทีหลังจากที่ร่วงหล่นลงไป หน่วงพลังไว้ที่แขนของตนเองก่อนจะร่ายวิชาออกมา “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!!”คลื่นพลังสีทองพุ่งเข้าหาหญิงสาวเป็เส้นตรง
" เห๊อะ.. " หยางน่าแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือช้า ๆพลังของซีว่างก็อันตรธานหานไปในทันที
“แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น” ซีว่างคืบมาอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวฟาดดาบลงเต็มแรง โดยไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย
“ทำดี…แต่ก็ยังมิพอ” หยางน่าใช้เพียงมือข้างที่มิได้จับกิ่งไม้คีบดาบด้วยสองนิ้ว แล้วถีบชายหนุ่มกระเด็นไปอีกรอบ
ตูม!!!เสียงจากการปะทะครานี้ ดังกว่ารอบที่แล้วมากนัก ตอนนี้เ้าเสี้ยวฮุ๋ย มิได้นอนต่อก่อนจะลุกขึ้นมาดูการต่อสู้ของชายหญิง ก่อนจะออกปากเชียร์อย่างสนุกสนาน "ฮู่ม..ฮูมฮูม..ฮู่ม..ฮูม ,ฮู่ม..ฮูมฮูม..ฮู่ม..ฮูม " พร้อมกับโบกงวงของมันไปมา
“อย่าสำออย..รีบลุกขึ้นมา” ก่อนที่หญิงสาวจะโยนกระบี่กลับไปให้ชายหนุ่ม
ซีว่างรับดาบไว้ก่อนจะปัดฝุ่นตามจุดต่างๆ ออกจากร่างกายตนเอง
“ข้ารู้ว่าเ้านั้นเก่ง..แต่ข้ามิคิดว่าจะห่างชั้นมากขนาดนี้”ซีว่างกล่าวชมหญิงสาว
“ขมวดคิ้วะ!! เลิกชักช้าแล้วรีบแสดงพลังของเ้าออกมา , หากเป็ข้าโจมตีต่อเ้า , เ้าคงระเหิดกลายเป็ไออย่างว่องไว”หญิงสาวพูด พลันยกมือขึ้นมาแล้วกระดิกนิ้วเรียกชายหนุ่มให้เข้าไปโจมตีเข้าไป
“ขมวดคิ้ว” ซีว่างพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็วใช้ท่าร่ายออกมาอย่างเต็มฝีเท้า ในมือนั้นตอนนี้อัดแน่นด้วยพลังสองสาย ลม และไฟมันเหวี่ยงกระบี่ออกไปพร้อมกับพายุไฟ ที่พวยพุ่งเข้าหาหญิงสาว
“โอ้ววว..ความคิดดี , แต่ยังดีไม่พอ”หญิงสาวยกมือข้างที่มิได้ถือกิ่งไม้ ใช้มือหมุนน้อย ๆก่อนที่จะดูดพลังของชายหนุ่มเข้ามาตรงจุดกึ่งกลางของแขนตนเองแล้วเหวี่ยงกลับไปหาชายหนุ่ม
พลังไฟที่ปล่อยออกมาของซีว่างตอนนี้กำลังย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง
‘ไม่ดีแล้ว’ ชายหนุ่มอุทานในใจ ตั้งโล่ดินขึ้นมาในการป้องกันเกราะดินนี้นั้นทำขึ้นมาด้วยพลังธาตุดิน จึงสามารถกั้นพลังที่สวนมาได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงพุ่งเข้าหาแล้ว เอากิ่งไม้พังทลายกำแพงภูผาแตกเป็เสี่ยง ๆพร้อมกลับฝุ่นที่ฟุ่งกระจายไปทั่ว
เมื่อฝุ่นจางลงหญิงสาวก็ไม่เห็นชายหนุ่มอยู่แถวบริเวณนั้นก่อนที่นางจะใช้พลังออกมาเพื่อตรวจสอบ
แต่ยังมิทันได้ใช้ออกมาก็เกิดะเิขึ้นจากพื้นดินที่อยู่ใต้เท้าของหญิงสาวพร้อมกับบุรุษหนุ่มที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินพร้อมกับชูอาวุธของตนเองขึ้นไว้เหนือศีรษะ
" แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น !! "ก่อนที่จะกดกระบี่ลงอย่างว่องไว ฟันกริ่งไม้ของหญิงสาวแตกเป็เสี่ยง ๆจากการที่หญิงสาวมิได้ใช้พลังปราณเสริมเข้าไปที่กิ่งไม้
เมื่อกิ่งไม้หักลงหญิงสาวพลันได้สติ ก่อนจะหมุนตนเองแล้วยกขาสูงเตะเข้าที่บั้นเอวของชายหนุ่มกระเด็นไปอีกครั้งหนึ่ง เกิดเดจาวูครั้งที่สามคือชายหนุ่มพุ่งไปชนกับกำแพงอีกครั้ง
" ความคิดมิเลว..แต่พลังของเ้ายังอ่อนนัก "หญิงสาวกล่าวชมก่อนที่จะเย้ยหยันตามมาทีหลัง
ชายหนุ่มรีบลุกจากพื้นด้วยท่าทีที่อ่อนแรงก่อนจะมองไปที่หญิงสาวด้วยสีหน้าที่หดหู่เล็กน้อย
" เหตุใดจึงทำหน้าตาเช่นนั้น ? กลยุทธ์ของเ้าที่ใช้ออกมานั้น..หาเป็ผู้อื่นคงบังคับถูกเ้ากำราบโดยทันที, แต่เป็เพราะระดับพลังของข้าและเ้าไกลห่างกันเกินไป..จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้, อย่าดูเบาตนเองนักเลย "หยางน่ากล่าวปลอบใจชายหนุ่มด้วยท่าทีที่อ่อนโยนเล็กน้อย
“ปะ เป็ไปได้อย่างไร? ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าหน้ากากนี้สามารถแปลงโฉมอสูรได้ โดยเฉพาะ เปลี่ยนจากอสูร กลายเป็มนุษย์”ชายหนุ่มตะลึงอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าสามารถทำเช่นนี้ได้
“ อย่างที่เ้าว่า..ระดับพลังนั้นห่างชั้นกันเกินไป , ตัวข้าหากเจอภัยอันตราย..คงจะทำได้แค่เพียงหนีออกมาเท่านั้น” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียที่ดูเศร้าหมอง
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากตักเตือนต่อชายหนุ่ม “ หนีเมื่อรู้ว่าตนสู้มิได้นั้น..มันก็ถูกแล้ว , หากรู้ว่าสู้มิได้..แต่ยังรั้นที่จะต่อสู้, ก็มิต่างอะไรกับเอากิ่งไม้นี้..ไปฟาดฟันกับกระบี่เ้า ,ต่อให้ดูแข็งแรงปรานใด..หากไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง , มันก็จะกลายเป็เพียงเศษฟืนไร้ค่า ” ก่อนที่หญิงสาวจะใช้มือของตนเองกำกิ่งไม้ในมือของตนจนแหลกละเอียดแล้วใช้ปากของตนเป่าฝุนผงอันนั้นลอยเข้าหาชายหนุ่ม
ชายหนุ่มมองเศษฝุ่นที่ลอยมาพร้อมกับคิดตามในสิ่งที่หญิงสาวกล่าว ก่อนที่ดวงตาที่มืดมนของมัน จะเปลี่ยนเป็สายตาที่กระจ่างใสและรู้แจ้ง
ก่อนที่หญิงสาวจะถอนหายใจเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่มก่อนจะบอกกล่าวออกไป
“พอแล้ว ไว้วันหลังเ้าค่อยมาฝึกใหม่..จำบทเรียนนี้ไว้ให้ดี”
ถึงจะเจ็บใจแต่ก็ทำให้ซีว่างได้รู้นั้น ว่าตนเองยังอ่อนด้อยประสบการณ์มากนัก แต่ตอนนี้มันมิได้ท้อแท้เช่นเมื่อครู่ก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวด้วยความมั่นใจ
“งั้นข้าขอตัว..พรุ่งนี้ข้าจักพยายามอย่างเต็มที่”ชายหนุ่มกล่าวลาแล้วออกมาจากโลกแห่งิญญา
หลังจากออกมานั้นชายหนุ่มจึงรีบเข้านอน เพื่อที่จะกลับไปฝึกกับหญิงสาวใหม่อีกครั้งหนึ่งในวันพรุ่ง
เวลาหนึ่งอาทิตย์ก็ได้ผ่านพ้นไปตัวของซีว่างเข้าไปฝึกกับหญิงสาวตลอด พัฒนาการของมัน ก็เด่นชัดขึ้นทุกครั้งทั้งพลังธาตุ และประสบการณ์ของการต่อสู้กับผู้ที่เหนือกว่ามันทำให้มันไม่มุทะลุโจมตีเพียงอย่างเดียว มันมีถอยบ้างหลอกล้อบ้างประสบการณ์การต่อสู้ เพิ่มขึ้นอย่างว่องไว
แล้วก็มาถึงวันเปิดงานการประลอง
งานประลองนั้นจัดขึ้นที่สำนักวายุคำรามเนื่องจากมันเป็ผู้ที่ชนะเมื่อคราก่อน ทำให้มันได้เป็เ้าบ้านในปีนี้
ผู้ที่ลงแข่งขันนั้นมีทั้งหมด 30คน ทุกสำนักขนผู้เยาว์ที่ฝีมือดีเด่นออกมากันมากมาย แต่สำนักที่มีผู้ชมร่วมเชียร์มากที่สุดแน่นอนสำนักของผู้ชนะคราก่อน สำนักวายุคำราม
ขบวนของแต่ละสำนักต่างทยอยเดินเข้ามาผู้ที่เข้าร่วมต้องเข้าตรวจสภาพร่างกายและระดับพลังปราณเสียก่อน
เมื่อถึงตาของซีว่างในการตรวจร่างกาย
“จิตโลกาขั้น 3” เสียงของผู้คุมประกาศออกไป ทำให้บรรยากาศเงียบลงไปทันใด
ที่ผู้คนเงียบนั้นเป็เพราะความแปลกใจในประวัติศาสตร์ของเมืองรากนาคา มิเคยมีสำนักใดส่งผู้ที่ต่ำกว่าระดับผสานโลกาเข้าร่วมงานประลองมาก่อนแถมซีว่างยังเป็เพียงจิตโลกาขั้นต้นเท่านั้น
เมื่อความแปลกใจมลายสิ้น ก็เกิดเสียงครหาออกมาดังลั่นสถานที่แห่งนั้น
“สำนักภพจันทราคิดอะไร..ถึงส่งเ้านั้นเข้าประลอง”
“สงสัยสำนักมัน..ส่งได้ดีที่สุดก็เพียงเท่านี้”
“ใส่ใจทำไม..ทุกปีก็เห็นมาเป็ไม้ประดับอยู่แล้ว”
มีแต่เสียงวิจารณ์ต่างๆ มากมาย
< มีแต่คนชื่นชมเ้ามากมายนัก..ได้ยินแล้วข้ารู้สึกดีใจยิ่งนัก > หญิงสาวกล่าวหยอกล้อออกมาต่อสถานการณ์ตรงหน้า
< … >
ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ฝึกกับหญิงสาวมันทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเนื้อแท้ของหญิงสาวเป็คนที่มีอารมณ์ขันแตกต่างกับที่นางแสดงออกมาเมื่อครั้งพบกันครั้งแรก
< ข้าอยากเห็นเสียจริง..หากพวกมันได้เห็นความสามารถของเ้าพวกมันจะทำหน้าตาเช่นไร >
< ข้าก็จะทำให้พวกมัน..ตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก > ซีว่างกวาดสายตามองผู้คนที่ดูถูกมันที่มันทำเช่นนี้มิได้เคียดแค้นอะไร เพียงแต่จะจดจำบรรยากาศเช่นนี้เอาไว้เพื่อเป็แรงผลักดันตนเอง
ตอนนี้ผู้คนก็ยังมิได้หยุดพูดคุยเื่ของชายหนุ่ม ได้แต่วิจารณ์ต่าง ๆ นานา
กฎของงานประลองของเมืองรากนาคานั้นจะเป็การใส่ชื่อลงไปแล้วจับฉลากสุ่มกันไป ซึ่งศิษย์สำนักเดียวกันสามารถพบกันเองได้ ั้แ่รอบแรก แบ่งเป็สองสาย สายแดง กับสายน้ำเงิน สำนักที่ชนะการประลองปีที่แล้วจะอยู่สายแดงส่วนสำนักที่ได้ที่สองจะอยู่สายน้ำเงิน เพื่อเป็การกันมิให้ ที่ 1 และที่ 2 พบกันเร็วจนเกินไป
ผลของการจับฉลากมู่หวังและซีว่างอยู่กันคนละสาย การแข่งขันจะเริ่มขึ้น วันพรุ่งนี้
ระหว่างนี้พวกซีว่างและสหายของตนต่างเดินชมสิ่งต่าง ๆ ภายนั้นในงานมีทั้งการเชิดสิงโต งิ้วละครลิง แม้กระทั่งประกวดสาวงามของแต่ละสำนัก ซึ่งผู้ที่ลงประกวดแน่นอนเยว่รู่สาวงามแห่งสำนักภพจันทรา ซึ่งแน่นอน นางโดนบังคับมา โดยเยว่ชิงผู้เป็ปู่
เฟิงอวิ๋นแยกตัวออกไปชมงานประกวดสาวงามโดยไม่สนสายตาที่ซีว่างมองเย้าแย่ต่อตัวมัน ส่วนจิ้นเฟิงก็ไปเดินหาของกินภายในงานปล่อยให้ซีว่างอยู่กับชายอ้วนจูจินเพียงสองคน
“น้องจินว่าง..เ้าอยากไปชมที่ใดต่อหรือไม่ ?”
“ข้าว่าเรากลับกันเถิด..ข้าต้องออมแรงไว้ในวันพรุ่งนี้”
“ถ้าเ้าคิดเช่นนั้น..งั้นเรากลับห้องพักกัน” ก่อนที่ชายอ้วนจะเดินนำไป
แต่จู่ๆ ก็มีบุคคลหนึ่งเดินเข้ามากล่าววาจาถากถาง
“อ้าว…อ้าว นึกว่าผู้ใด , เ้าไม้ประดับของการประลองนี่เอง”ผู้ที่พูด มีรูปกระบี่ปักอยู่ตรงหน้าอกตนเอง เป็คนของตระกูลกระบี่สาขาเมืองรากนาคา มีนามว่า กระบี่เพลิง อยู่ระดับ ผสานโลกาขั้นที่ 1
“พรุ่งนี้ข้าจะพยายามออมมือให้เ้าละกัน , แต่กระบี่มันไม่มีตา..หากทำให้เ้าเสียชีวิตหรือเสียอะไรไป, ก็โทษข้าไม่ได้เพราะเ้ามันอ่อนแอ”กระบี่เพลิงกล่าวกับซีว่างด้วยวาจาดูถูกและจิตสังหารที่ปล่อยมาทำให้รู้ได้ว่ามันคิดจะสังหารตัวซีว่างอย่างแน่นอน
แต่ซีว่างมิได้ทำอะไรปล่อยให้มันเดินจากไป มิได้ตอบโต้ใด ๆ ทั้งสิ้น
< เหตุใดเ้าถึงปล่อยมันไป ? , เ้าแค่ดีดนิ้วเดียว..มันก็ร้องขอชีวิตเ้าแล้ว> หยางน่ากล่าวถามด้วยความสงสัย
< ข้าเพียงแต่คร้านจะนำมันมาใส่ใจ , อย่างไรวันพรุ่ง..มันก็โดนข้ากำราบอยู่ดีส่ายหน้าให้มันหมอบคลานอายคนทั้งสนามประลอง..ถึงจะสมใจข้า > ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงเรียบๆ แล้วเดินกลับห้องพักตนเอง
ตัดมาที่ฝั่งเฟิงอวิ๋น ที่มาชมการประกวดสาวงาม
บนเวทีประกวดมิมีผู้ใดเทียบรัศมีของเยว่รู่ได้สักคน มิใช่บอกว่าสาวงามของสำนักและตระกูลอื่นหน้าตาไม่ดีเพียงแต่มิมีใครทราบรัศมีของนางได้แม้แต่น้อย เปรียบดั่งเหล่าดวงดาราที่อยู่ล้อมรอบจันทราที่สว่างไสว
เยว่รู่ปกติก็งดงามอยู่แล้วครานี้นางเปรียบดั่งนาง์ลงมาโปรดสัตว์โลกเป็ดั่งนางฟ้าบน์ผู้สูงศักดิ์เมื่ออยู่บนเวที
เฟิงอวิ๋นตอนนี้สายตาเคลิบเคลิ้มมิได้มองผู้ใดนอกจากนาง
เสียงผู้ชมก็ต่างชื่นชมในความงามแต่ก็จะมีบางพวกที่พูดจาไม่ให้เกียรติของเหล่าหญิงสาวบนเวที โดยเฉพาะคนของสำนักภพจันทรา เยว่รู่
“เฮ้ น้องสาวกระโปรงเ้าใยหนาปรานนั้น แล้วข้าจะถอดออกคืนนี้ได้อย่างไร”
“คืนนี้พี่ว่าง..หากเ้าเหงาเชิญได้ทุกเมื่อ”
“หญิงงามเช่นเ้าเหตุใดเ้าถึงไปอยู่สำนักกระจอกเช่นนั้น..เสียดายยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินผู้ที่พูดจาลามกต่อหญิงสาว เฟิงอวิ๋นจึงรู้สึกโกรธเป็อย่างมากแต่เพราะตอนนี้อยู่ใน่งานประลอง มันจึงมิอยากก่อความวุ่นวายจึงทำได้แต่กดข่มอารมณ์ของตนเองไว้
สุดท้ายเมื่องานประกวดได้จบลงแน่นอนเยว่รู่ชนะการประกวด ผู้คนต่างแยกย้ายจากไป เหลือแต่เพียงเฟิงอวิ๋นที่รีบวิ่งตรงไปยังข้างเวทีด้วยความที่อยากกล่าวแสดงความยินดีและคอยป้องกันนางจากพวกผู้ชายหื่นกามหรือว่าง่าย ๆ ชายหนุ่มหวงก้างนั้นเอง
เมื่อเห็นนางใกล้ๆ เฟิงอวิ๋นเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด มิอาจพูดหรือขยับตัวได้
นางในวันนี้ปกติก็งดงามอยู่แล้ว ยิ่งแต่งตัวเพื่องานประกวดยิ่งขับความงามของนางได้อย่าง มิมีที่ติ
“เหตุใดเ้าจึงมาอยู่ที่นี่?” หญิงามกล่าวเมื่อได้เห็นเฟิงอวิ๋น
“ขะ ขะ ขะ ข้า มาแสดงความยินดีต่อ จ้าแม่นางหยาง”ก่อนจะรีบหันหลังตนเพื่อหลบหน้าที่กำลังแดงเขินของตนเอง
“เฮ๊อะ.. ข้ามิได้อยากมาทำอะไรงี่เง่านี่เช่นเลย..เพียงแต่โดนบังคับมา”หญิงสาวกล่าวออกมาพร้อมกอดอกตนเอง พร้อมกับหน้าตาที่บูดบึ้ง
“ถึงอย่างไร..ท่านก็ชนะการประกวด , ข้ายินดีต่อเ้าด้วย”ชายหนุ่มรีบกล่าวชมออกไป
“เหตุใด..พูดจากัน , จึงไม่หันมามองหน้ากัน , หรือเ้าจะรีบไปที่ใด?” หญิงสาวกล่าวออกมา ก่อนที่จะเดินอ้อมไปด้านหนัาของชายหนุ่ม
“ขะ ขะ ข้าเพียงแต่หันชมสำนักนี้เท่านั้น..ขะ ขะ ข้ามิเคยเห็นมาก่อน ,ว่าแต่พี่ชายของเ้า..เหตุใดจึงมิเข้าร่วมงาน , หรือยังฝึกวิชาอยู่?” เฟิงอวิ๋นรีบเปลี่ยนเื่ในทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่หญิงสาวจะกล่าวถามต่อมัน
“ท่านพี่จะมาร่วมชมงานวันพรุ่งนี้”
“เช่นนั้น..เ้ามีใครเป็เพื่อนเดินชมงานหรือไม่?” เฟิงอวิ๋นยิ้มขณะกล่าวถามแต่มิกล้ามองหน้านางตรง ๆ ได้แต่มองไปที่หน้าผากของหญิงสาว
“มิมี , ข้ามีเพียงตัวผู้เดียวและข้าก็เหนื่อย..อยากจะกลับไปพักผ่อน”
“หากเ้ามิรีบ , ข้าสามารถไปเป็เพื่อนเ้าได้..แม่นางเยว่”เฟิงอวิ๋นรีบเสนอตนเองไปส่งนางในทันที
“เช่นนั้นก็ดี..จะได้มีคนคอยถือของให้ข้า , แต่ข้าขอไปเปลี่ยนชุดบ้าบ้านี่ออกก่อน..อึดอัดยิ่งนัก”ก่อนที่หญิงสาวจะเดินกลับไปที่เปลี่ยนชุด
ด้านเฟิงอวิ๋นเมื่อหญิงสาวกล่าวตกลงแล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามันก็ดีใจะโขึ้นชกอากาศดั่งผู้ชนะ
ตัดมาที่ด้านของจิ้นเฟิงที่เดินชมงานหาของอร่อยๆ กินอยู่ มันถือของกินเต็มไม้เต็มมือ ปากก็มีของยัดเข้าไปโดยไม่ขาด่ ตัวเล็ก ๆผอม ๆ แต่ความจุของมันอย่างกับถุงมิติที่ไม่มีวันเต็ม
เมื่อมันเดินเล่นแบบไร้จุดหมายอยู่นั้นมันก็ไปเห็น เฟิงอวิ๋นกำลังเดินกับหญิงสาวอยู่ จึงรีบเดินเข้าไปทักทาย
“เหตุใดพวกท่านถึงมาเดินกันแค่สองคนหรือ?” มันเดินเข้ามาก็เห็นเยว่รู่เดินตัวปลิวแต่เฟิงอวิ๋นนั้นตอนนี้คงเป็เหมือนเ้าลาตัวน้อย บรรทุกของเต็มไม้เต็มมือซึ่งของต่าง ๆ เป็ของหญิงสาวทั้งสิ้น
“เหตุใดท่านถึงต้องถือของด้วยเล่า..หรือท่านทำถุงมิติหาย?” จิ้นเฟิงถามด้วยความสอดรู้
“ข้าแค่มาเดินเที่ยวเท่านั้น , มิได้นำถุงมิติติดมาด้วย..แต่พี่ชายเ้าอาสาถือของให้แก่ข้า”หญิงสาวตอบนิ่ง ๆ มิได้ใส่ใจ
“อ้ออออ , แล้วท่านเอาเงินมาจากที่ใด..ในเมื่อท่านมิได้พกถุงมิติมาด้วย?”เด็กน้อยผู้สอดรู้กล่าวถามมิหยุด ก่อนที่จะหันไปมองเฟิงอวิ๋น “หรือพี่เฟิงเป็ค...”
เมื่อเห็นเ้าเด็กปากมากสอดไม่หยุดเฟิงอวิ๋นจึงเดินเข้าไปพูดกระซิบข้าง ๆ หูมัน
“ข้าเห็นพี่ชายเ้า..ตามหาเ้าน่ะ , เห็นว่าเป็เื่ด่วน..รีบไปหามันเร็วไว”เฟิงอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงที่ข่มขู่
“อ้อออ..เดี๋ยวข้ารีบไปหาท่านพี่”เมื่อกล่าวจบมันก็หันหลังใช้ท่าร่ายวิ่งไปที่ห้องพักของพี่ชายตน ในทันที
เมื่อตัวสอดจากไปเฟิงอวิ๋นก็ยิ้มร่าอีกครั้งและเดินตามหญิงสาวต้อย ต้อย ต้อย
* (ถึงตรงนี้คงรู้ใช่ไหมครับเหล่าผู้อ่าน หากสองคนนี้ได้กันในอนาคตเฟิงอวิ๋นคงจะอยู่ในสมาคมอะไร) *
เมื่อจากเฟิงอวิ๋นมาจิ้นเฟิงก็รีบใช้ท่าร่ายวิ่งมาถึงห้องพักของพี่ชายตนเองโดยใช้เวลาไม่นาน
“ท่านพี่เรียกข้าด้วยเหตุใด ?” เมื่อมาถึงมันจึงรีบกล่าวต่อพี่ชายของมัน
“เรียกเ้า? ข้าเรียกหาเ้าเมื่อใด?” ซีว่างงงกับคำถามของน้องชายตน
“ข้าก็กะเอาไว้อยู่แล้ว..คิดว่ามาแปลกนัก , เหตุใดท่านพี่จะเรียกหาข้า..จึงมิใช้ศิลาสื่อสารติดต่อมา”จิ้นเฟิงกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่โมโหอย่างมากก่อนที่มันจะรีบฟ้องต่อพี่ชายของมันในทันที
“เป็ท่านพี่เฟิง..กลั่นแกล้งข้าอีกแล้ว” จิ้นเฟิงรู้สึกเคืองหน่อย ๆ
“เ้าบอกเฟิงอวิ๋นแกล้งเ้า?”
“ก็ใช่สิ..ข้าบังเอิญพบพี่เฟิงอวิ๋นเดินอยู่กับแม่นางเยว่ , ข้าจึงเข้าเอาไปทักทาย..” เด็กน้อยตอบด้วยความสัตย์ซื่อก่อนจะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้พี่ชายมันฟัง
“มิน่า มิน่า..” ซีว่างเข้าใจเหตุผลทันที เพราะจิ้นเฟิงเป็ตัวเกะกะต่อเฟิงอวิ๋น มันจึงใช้อุบายไล่ให้เด็กน้อยกลับมา
“ท่านกล่าวอะไรรึ?” เด็กน้อยถามต่อพี่ชายมัน
“ข้าว่าที่ซื่อบื้อกว่ามัน..ก็เป็เ้านี่แหละ”ซีว่างกล่าวพลันส่ายหน้ากับความไร้เดียงสาของน้องชายตนเอง
“ข้าจะไปตามพี่เฟิง..บังอาจมาแกล้งข้า” เด็กน้อยกล่าวขณะกำลังจะวิ่งกลับไป
ซีว่างใช้มือดึงไหลของน้องชายตนก่อนจะกล่าวบออกต่อมัน “เ้าอย่าไปกวนมันเลย..เป็เพราะเ้าไปกวนมันก่อนมันจึงทำเช่นนี้”
“ข้าก่อกวนเขาก่อน ? , มิใช่มั้ง..ข้าไปกวนอะไรพวกเขา..”
“เด็กหนอเด็ก , ไว้เ้าอายุ 50 เท่าข้า..เ้าจะเข้าใจเอง”
“ท่านอายุ 50? ยิ่งคุยกับท่านข้ายิ่งไม่เข้าใจ..ข้ากลับไปเที่ยวเล่นต่อดีกว่า”พูดจบมันก็เดินจากไป
เมื่อจิ้นเฟิงจากไปซีว่างได้เพียงแต่ส่ายหัวกับความไม่รู้เดียงสาของน้องชายตนเอง
.
.
และแล้ววันรุ่งขึ้นก็มาถึง