ธาวินถูกพาตัวลงมาตามบันไดไปยังชั้นใต้ดินของโรงแรมหรู บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากบ้านของเขาอย่างสิ้นเชิง แสงไฟสีส้มนวลสลัวๆ ทอดผ่านโคมไฟดีไซน์แปลกตา ผนังตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีดำลายทอง พื้นปูพรมหนานุ่มสีแดงเข้ม เสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งหรูหราและลึกลับ
เขาถูกนำตัวไปยังทางเดินแคบๆ ที่มีประตูไม้สีเข้มเรียงรายอยู่สองข้างทาง ลูกน้องชายคนหนึ่งไขกุญแจประตูบานหนึ่งแล้วผลักเข้าไป เผยให้เห็นห้องพักขนาดเล็กแต่สะอาดสะอ้าน แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดไฟบนเพดานส่องสว่างทั่วห้อง
ภายในห้องมีเพียงเตียงนอนขนาดเล็กคลุมด้วยผ้าปูสีเทาเข้ม ตู้เสื้อผ้าไม้สีดำทึบ และประตูห้องน้ำเล็กๆ ที่มุมห้อง ไม่มีหน้าต่าง ทำให้รู้สึกอึดอัดและไร้อิสระ
ลูกน้องชายคนเดิมโยนเสื้อผ้าพับไว้อย่างเรียบร้อยชุดหนึ่งให้ธาวิน เป็เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีม่วงเข้มเนื้อดี และกางเกงสแล็คสีดำขายาว
"เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ" ลูกน้องคนนั้นสั่งเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ธาวินอย่างไม่วางตา
ธาวินมองเสื้อผ้าในมือด้วยความรู้สึกสับสนและหวาดกลัว เขาไม่เคยสวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดแบบนี้มาก่อน ในชีวิตประจำวัน เขาคุ้นเคยกับเสื้อผ้าสีเรียบๆ สบายๆ มากกว่า การต้องสวมเสื้อผ้าเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดและไม่คุ้นเคย
"ผม... ผมต้องทำอะไรบ้างครับ" ธาวินเสียงสั่นเล็กน้อย ถามลูกน้องชายที่ยืนคุมเชิงอยู่
"เดี๋ยวบอสจะมาอธิบายทุกอย่างให้ฟัง" ลูกน้องคนนั้นตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปิดประตูและล็อคจากข้างนอก ทิ้งให้ธาวินอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง
ธาวินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองไปรอบๆ ห้องด้วยความรู้สึกสิ้นหวังและโดดเดี่ยว ความรู้สึกเหมือนถูกจับมาอยู่ในโลกอีกใบ โลกที่ไม่คุ้นเคยและน่าหวาดหวั่น เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตักอย่างเหม่อลอย อนาคตของเขาจะเป็อย่างไรต่อไป เขาไม่รู้เลย ความมืดมิดในห้องเล็กๆ นี้ดูเหมือนจะสะท้อนความมืดมิดในจิตใจของเขาในขณะนี้
ในที่สุด ธาวินก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เขาหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่วางอยู่บนเตียงมาพิจารณาเนื้อผ้าที่นุ่มลื่นอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเชื่องช้า เสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีม่วงเข้มเมื่อสวมใส่แล้วแนบไปกับรูปร่างของเขาอย่างพอดี กางเกงสแล็คสีดำก็เข้ากันดี ถึงแม้เสื้อผ้าเหล่านี้จะมีเนื้อผ้าดีัันุ่มลื่นบนผิวกาย แต่กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังสวมชุดนักโทษ
ประตูห้องพักเล็กๆ เปิดออกอีกครั้ง แสงสว่างจากทางเดินลอดเข้ามาภายในห้อง จินเจนในชุดเดรสกำมะหยี่สีดำเกาะอกสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นเรียวขาเพรียวสวย สวมเครื่องประดับเพชรระยิบระยับที่คอและข้อมือ เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสง่างามและมั่นใจ อลิส ผู้จัดการสาวแว่นในชุดกระโปรงทรงดินสอสีดำและเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาว เดินตามหลังเ้านายสาวเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ
"สวัสดีค่ะคุณธาวิน" จินเจนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็มิตรมากกว่าเมื่อตอนอยู่ที่บ้านของน้ำหยาด รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปากสีแดงสดของเธอ "ฉันชื่อจินเจน ยินดีต้อนรับสู่ที่นี่"
ธาวินลุกขึ้นยืนมองจินเจนด้วยสายตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความกังวล เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขาสวมใส่อยู่ทำให้เขารู้สึกประหม่าและไม่เป็ตัวของตัวเอง
"คุณ... คุณ้าให้ผมทำอะไร" ธาวินถามเสียงแ่เบา ดวงตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยคมของจินเจน
"ฉันบอกแล้วไง" จินเจนยิ้มบางๆ อีกครั้ง เดินเข้าไปใกล้ธาวินเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบสำรวจใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างพิจารณา "ทำงาน... ใช้หนี้เพื่อนฉัน"
"แต่ผมไม่เคยทำงานแบบนี้..." ธาวินพูดเสียงแ่ลง มองพื้นห้องด้วยความอับอาย
"ทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์" จินเจนเดินเข้าไปใกล้ธาวินมากขึ้นอีกเล็กน้อย ยกมือเรียวสวยขึ้นััเบาๆ ที่แขนของเขา "คุณมีรูปร่างหน้าตาดี... เป็ข้อได้เปรียบ"
"แต่..." ธาวินพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จินเจนก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น
"ที่นี่เราให้ค่าตอบแทนสูง" จินเจนพูดต่อ ดวงตาของเธอเป็ประกายเล็กน้อย "คุณทำงานหนักหน่อย ไม่นานก็ใช้หนี้หมด... แถมอาจจะมีเงินเหลือเก็บด้วยซ้ำ"
อลิสเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับแท็บเล็ตในมือ เธอเปิดหน้าจอแล้วยื่นให้ธาวินดู "นี่คือรายชื่อลูกค้าวีไอพีของเราวันนี้ คุณธาวินจะต้อง..." อลิสเริ่มอธิบายรายละเอียดของงานให้ธาวินฟังอย่างละเอียด น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ชัดเจน และเป็มืออาชีพ แต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ธาวินรู้สึกเกร็ง
ธาวินยืนฟังอย่างเงียบเชียบ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่อลิสกำลังอธิบาย ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในสมองของเขา ทั้งความอับอาย ความกังวล ความสับสน และความสิ้นหวัง แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อได้ยินเื่ค่าตอบแทน ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่จุดประกายขึ้นมา
สามวันต่อมาหลังจากสามีเพื่อนรับงานขายตัวจนเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ฝ่ายเมียของเขากำลังเศร้าหนัก จินเจนจึงอดห่วงเพื่อนซี้สมัยเรียนไม่ไหว แม้ว่าน้ำหยาดจะยังคงเศร้าซึมแต่จินเจนก็พยายามหาทางให้เพื่อนคลายความทุกข์ เธอตัดสินใจชวนน้ำหยาดออกไปเที่ยวในคืนวันศุกร์
"ไปเปิดหูเปิดตากันหน่อยเถอะแก อยู่แต่ในบ้านมีแต่จะฟุ้งซ่าน" จินเจนว่าพลางจัดเสื้อสายเดี่ยวสีดำปักเลื่อมวิบวับให้เข้าที่ กระโปรงหนังสีดำสั้นเหนือเข่าเผยให้เห็นเรียวขาสวย รองเท้าส้นสูงสีเงินเมทัลลิกยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่น ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ไหล่ เติมด้วยเครื่องประดับเงินเก๋ๆ เพียงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายถูกแต่งแต้มด้วยเมกอัพโทนสโมคกี้อายสุดเฉี่ยว
น้ำหยาดในชุดเดรสผ้าไหมสีเทาหม่นยาวคลุมเข่า ใบหน้ายังคงดูเศร้าสร้อย ดวงตาไม่มีประกายเท่าวันวาน แต่ก็ยอมให้จินเจนจูงมือพาออกจากคอนโด
รถสปอร์ตสีขาวแล่นแปล๊บไปตามถนนในเมืองที่เริ่มคึกคักด้วยแสงสีและผู้คน จินเจนเปิดเพลงแดนซ์จังหวะสนุกสนานคลอเบาๆ พลางชวนเพื่อนคุยเื่สัพเพเหระต่างๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ในที่สุดรถก็จอดสนิทหน้าร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ แต่แสงสีรุ้งที่สาดส่องออกมาจากด้านในก็บ่งบอกถึงจุดหมายปลายทาง เสียงเพลงบีทหนักๆ กระหึ่มออกมาต้อนรับ
"บาร์...เกย์เหรอเจน" น้ำหยาดเอ่ยถามเสียงแ่ มองป้ายชื่อร้านที่ประดับด้วยหลอดไฟสีสันสดใสด้วยความสงสัย
"ใช่แล้วแก เปลี่ยนบรรยากาศหน่อย ผู้ชายแซ่บๆ เพียบ รับรองหายเศร้า" จินเจนยิ้มกว้าง พลางจูงมือเพื่อนเข้าไปในร้าน
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา โลกอีกใบก็ปรากฏตรงหน้า น้ำหยาดเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง บรรยากาศภายในบาร์คึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แสงไฟดิสโก้หลากสีหมุนวนส่องกระทบผู้คนที่กำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังกระหึ่มจนแทบไม่ได้ยินเสียงพูดคุย
สิ่งที่ดึงดูดสายตาน้ำหยาดมากที่สุดคือแท่นเวทีเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางฟลอร์เต้นรำ บนนั้นมีชายหนุ่มรูปร่างกำยำหลายคนกำลังแล่นแปล๊บและรูดเสาในสภาพเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ได้รับการดูแลมาเป็อย่างดี บางคนสวมกางเกงขาสั้นสีสันสดใส บางคนก็แทบจะเปลือยเปล่าเหลือเพียงจีสตริงตัวจิ๋ว ท่วงท่าการเต้นของพวกเขาเร่าร้อนและเย้ายวน สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาแขกที่ยืนชมอยู่รอบๆ
"ว้าว..." น้ำหยาดอุทานออกมาเบาๆ อย่างไม่เคยเห็นภาพอะไรแบบนี้มาก่อน
จินเจนหัวเราะเบาๆ พลางจูงมือเพื่อนเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำจากหินอ่อนสีดำ มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดีในชุดเสื้อกล้ามสีดำสนิทยืนผสมเครื่องดื่มอยู่
"เอาค็อกเทลแรงๆ สองที่ค่ะ" จินเจนสั่งเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง
บาร์เทนเดอร์ยิ้มหล่อเหลา พยักหน้าแล้วเริ่มลงมือผสมเครื่องดื่มหลากสีสัน ในแก้วทรงสูงมีน้ำแข็งและผลไม้สดตกแต่งอย่างสวยงาม
"ลองนี่สิ 'เรนโบว์คิส' รับรองซดหมดแก้วแล้วลืมเื่เศร้าไปเลย" จินเจนยื่นแก้วค็อกเทลสีชมพูสดใสให้กับน้ำหยาด ส่วนของตัวเองเป็สีฟ้าเข้ม
น้ำหยาดมองเครื่องดื่มในมืออย่างลังเล ก่อนจะยกขึ้นจิบเบาๆ รสชาติหวานอมเปรี้ยวซ่าซ่า ปลุกประสาทััของเธอให้ตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย
"เป็ไงบ้าง" จินเจนถามพลางยกแก้วขึ้นจิบตาม
"ก็...แปลกดี" น้ำหยาดตอบเสียงเบา มองไปยังชายหนุ่มที่กำลังแล่นแปล๊บและหมุนตัวอยู่บนเสาด้วยสายตาที่เริ่มคลายความเศร้าลงบ้างเล็กน้อย
จินเจนยิ้มอย่างพอใจ เธอรู้ว่าการพาเพื่อนมาที่นี่เป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง แสงสี เสียงเพลง และบรรยากาศที่แตกต่าง จะช่วยให้น้ำหยาดได้ปลดปล่อยความทุกข์และความกดดันออกมาบ้าง
จินเจนสังเกตเห็นหนุ่มนักเต้นคนหนึ่งบนเวทีที่ดึงดูดสายตาเป็พิเศษ เขามีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด มัดกล้ามเนื้อบนแผ่นหลังกว้างและแขนขาแข็งแรง เต้นด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเร้าใจ ใบหน้าคมสัน ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป แม้จะเหงื่อโทรมกายแต่ก็ยังคงเปล่งประกายเสน่ห์อย่างล้นเหลือ
เมื่อเพลงจบลง ชายหนุ่มคนนั้นโค้งคำนับให้กับผู้ชม จินเจนโบกมือเรียกบาร์เทนเดอร์แล้วสั่งเครื่องดื่มเพิ่มอีกสองแก้ว พร้อมกับแบงค์พันสีเทาปึกหนึ่ง
"ฝากให้เด็กที่เต้นเก่งๆ คนนั้นหน่อย" จินเจนยิ้มมีเลศนัย
บาร์เทนเดอร์พยักหน้าแล้วเดินไปส่งเงินให้กับหนุ่มนักเต้นคนนั้น ไม่นานนักเขาก็เดินลงจากเวที ตรงมายังโต๊ะของจินเจนด้วยรอยยิ้มสุภาพ
"ขอบคุณสำหรับทิปนะครับ" เสียงทุ้มนุ่มของเขาชวนให้รู้สึกหวิวในท้อง
"ไม่เป็ไร นายเต้นเก่งมาก ชื่ออะไร" จินเจนถามพลางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างเปิดเผย
"ผมชื่อ 'ไทเกอร์' ครับ" เขาตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย
"ไทเกอร์... ชื่อเหมาะกับลีลาของนายดี" จินเจนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกให้เขาเข้ามาใกล้ๆ "ฉันมีอะไรให้นายทำอีกนิดหน่อย สนใจไหม"
ไทเกอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็โน้มตัวลงมาใกล้ๆ อย่างเต็มใจ
จินเจนหยิบแบงค์พันอีกสองสามใบยื่นให้เขา "ถอดจีสตริงออก แล้วให้ฉันจับหน่อย"
ใบหน้าหล่อเหลาของไทเกอร์แดงระเรื่อเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขายิ้มเขินๆ แล้วค่อยๆ ปลดเชือกด้านข้างของจีสตริงสีดำตัวจิ๋ว ก่อนจะดึงมันออกอย่างรวดเร็ว
สายตาน้ำหยาดเบิกกว้างด้วยความใปนประหลาดใจ เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ใกล้ๆ ขนาดนี้มาก่อน
จินเจนไม่รีรอ คว้ามือหนาของไทเกอร์มาวางบนหน้าตักตัวเอง แล้วเลื่อนมือลงไปัักับแท่งเอ็นที่ยังอ่อนตัวอยู่ภายใต้กางเกงขาสั้นเนื้อบาง ไทเกอร์หายใจเข้าลึกๆ เมื่อมือเรียวสวยของจินเจนเริ่มลูบไล้เบาๆ
"เป็ไงบ้าง แข็งหรือยัง" จินเจนกระซิบถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
ไทเกอร์ไม่ได้ตอบ แต่ร่างกายของเขาก็เริ่มตอบสนองต่อััร้อนแรงนั้นอย่างชัดเจน แท่งเอ็นค่อยๆ ขยายตัวและแข็งพองขึ้นภายใต้มือของจินเจน จนในที่สุดก็ตั้งตระหง่านคากำมือ
"ว้าว... ใหญ่เหมือนกันนี่" จินเจนเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพอใจ ก่อนจะหันไปหาน้ำหยาดที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ "น้ำหยาด ลองจับดูสิ สนุกนะ"
น้ำหยาดส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกโพลง "ไม่เอาหรอกเจน ฉัน..."
"ลองหน่อยน่า อย่าคิดมาก" จินเจนคะยั้นคะยอ พลางจับมือเพื่อนมาวางทาบทับบนมือของตัวเองที่ยังคงกำแท่งเอ็นของไทเกอร์อยู่
น้ำหยาดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อััได้ถึงความร้อนและความแข็งแรงภายใต้มือ เธอเงยหน้ามองไทเกอร์ด้วยความประหม่า ใบหน้าของเขาแดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืน
"จับแน่นๆ หน่อยสิ" จินเจนสอนพลางขยับมือของตัวเองเล็กน้อย
น้ำหยาดค่อยๆ กำมือลงบนแท่งเอ็นของไทเกอร์อย่างเก้ๆ กังๆ ความรู้สึกแปลกใหม่ทำให้เธอใจเต้นแรง ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว
"เป็ไง... รู้สึกยังไงบ้าง" จินเจนกระซิบถามข้างหูเพื่อน
น้ำหยาดไม่ได้ตอบ แต่ดวงตาของเธอก็เริ่มมีประกายความสงสัยและตื่นเต้นเจือปนอยู่
จินเจนหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะผละมือออก แล้วหยิบแก้วค็อกเทลสีฟ้าของตัวเองขึ้นมา จุ่มปลายแท่งเอ็นที่แข็งขันของไทเกอร์ลงไปในแก้วที่มีเหล้าเหลืออยู่เล็กน้อย
"ลองชิมดูสิ" จินเจนยื่นแก้วให้เพื่อนด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
น้ำหยาดมองแก้วเหล้าที่มีหยดน้ำสีใสเกาะอยู่รอบๆ อย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะค่อยๆ ยกขึ้นจรดริมฝีปากชิมรสชาติหวานอมขมของเหล้าที่โดนแท่งเอ็นจุ่มมาก่อน
"อืม..." น้ำหยาดครางออกมาเบาๆ อย่างไม่ตั้งใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดและยั่วยวนทำให้เธอหน้าแดงก่ำ
"เป็ไง... อร่อยไหมล่ะ" จินเจนถามพลางเลิกคิ้ว
น้ำหยาดไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับโน้มตัวลงไปดูดเลียปลายแท่งเอ็นของไทเกอร์อีกครั้งอย่างช้าๆ ดวงตาของเธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเหยเกด้วยความรู้สึกเสียวซ่านของเขาอย่างไม่ละสายตา บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเลือนหายไป เหลือเพียงความรู้สึกแปลกใหม่และเร้าอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ