
“วันนี้อากาศร้อนเสียจริง”เจ้าพ่อหนุ่มขยับชายเสื้อเจ้าที่ของตน วันนี้ชายร่างใหญ่ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ยังคงสถิตที่ศาลเก่าสังกะสี เทิร์นด้วยป้ายผุขึ้นสนิมอยู่เช่นเดิม สายตาเหลียวมองออกไปนอกศาลเรือนน้อยของตน ท่ามกลางถนนฝั่งตำหนักท่านที่ร้างผู้คนและร้อนอบอ้าวยามเที่ยงของเมืองไทย เสียงรถยนต์เคลื่อนผ่านย่านฝั่งตรงข้าม ตรงร้านเซเว่นกลับเยอะแยะให้วุ่นวายไปหมดเช่นเคย ความเหงาจับจิต ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเลยจะสังเกตเห็นท่านเสียสักนิด นอกเสียจากเทศบาลเก็บขยะขาประจำเสียงรถเก็บขยะบรรจงเคลื่อนผ่านซอย พนักงานเทศบาลโยนขยะขว้างไปยังท้ายรถอย่างว่องไว เครื่องยนต์ดังสะเทือนตำหนักจนแทบจะถล่ม ณ ตรงนั้น“รถขนขยะมาอีกแล้ว ตรงเวลาเสียจริง มาทีศาลเราแทบถล่ม”เจ้าพ่อนึกรำพึงในใจ พลางหันมองท้องฟ้ายามนี้แล้วเอ่ย“นับจากนั้นก็ไม่มีวี่แววใครจะมาที่นี่อีกเลย”เจ้าพ่อเค้นพลังที่อดออมมาทั้งช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อให้ธี เด็กหนุ่มอกหักได้วนลูปกาลเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อตามหารักแท้ที่ชายหนุ่มปรารถนา แน่นอนในท้ายที่สุด นาฬิกาสัญลักษณ์ของลูปก็สลายลง เขาคงพบรักแท้แล้วในเวลานั้น ดังนั้นเจ้าพ่อจึงย้อนกลับมาที่ศาลอีกครั้งเมื่อภารกิจลุล่วงบางที..พ่อธี เด็กคนนั้นคงจะเป็นคนสุดท้ายแล้วกระมัง เจ้าพ่อนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันกับเด็กหนุ่ม ท่านยิ้มน้อยตรงมุมปาก ก่อนดวงตาจะฉายแววเศร้าครู่หนึ่งยามนี้เจ้าพ่อกลับรู้สึกคิดถึงอีกฝ่ายจับใจ ทว่าด้วยหน้าที่ ทำให้เจ้าพ่อมิอาจเคลื่อนย้ายตนไปที่อื่นหรือติดตามความเป็นไปของเด็กมัธยมผู้นั้นได้อีก"นับจากวันนั้น จนวันนี้ก็หลายปีดีดักแล้ว หากธียังอยู่ ป่านนี้คงจะอายุล่วงเข้าวัยทำงานแล้ว"เจ้าพ่อนึกในใจอีกครั้ง“ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างหนอ?”ขณะที่คิด เสียงดังสนั่นของเครื่องยนต์รถใหญ่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง จนร่างเจ้าพ่อแทบจะกระเด็นจากในศาลออกมาภายนอก“เสียงอะไรเอะอะมะเทิ่งป่านนั้น? หรือเทศบาลมาเก็บขยะอีกแล้วหรือ?”เนื่องจากเป็นเสียงดังสนั่นอย่างไม่คุ้นเคยหูมาก่อน เจ้าพ่อจึงเคลื่อนร่างตนเองออกมาดูบนท้องถนน“!?”ภาพที่ท่านเห็นคือรถขนคน มีทั้งคนงานและนายทหารตัดผมสั้นเกรียนต่างมาเทปูน วางแปลนผัง ทำการจัดระเบียบพื้นที่ จนลานขยะกองใหญ่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นลานโล่งกว้างสะอาดตา ตามมาด้วยไม้ใหญ่เนื้ออย่างดี ถูกตั้งไว้เป็นจุดกึ่งกลางของเสาเอก มันใหญ่โตจนเจ้าพ่อยังรู้สึกตะลึงงัน“ที่รัก ตรงนี้หรือเปล่า”เสียงหนึ่งดังจากในรถคันหรู เธอเดินลงมาพร้อมแฟนหนุ่ม หญิงสาวคนนี้เดินมาพร้อมพิมพ์เขียว ท่าทีเหมือนสถาปนิก หล่อนหันไปยังคู่สนทนา ชายที่ตามมาด้วยมีรูปร่างอวบ ดูภูมิฐานสูงใหญ่ สวมเสื้อผ้าเครื่องแบบข้าราชการทหาร ดาวบนบ่าระยิบระยับตาแสง“ใช่ที่นี่แหละจ้ะแม่ปลาคาเวียร์ของพี่ ได้ยินว่าลานตรงนี้แหละ”ชายร่างอ้วนเอ่ย พลางโอบหลังแฟนสาว“เจอแล้วที่รัก” หญิงสาวอุทาน เธอเดินดุ่ยตรงมายังเจ้าพ่อ ก่อนจะทะลุร่างท่านไป เจ้าพ่อมองอย่างสงสัย รู้สึกงุนงงว่าเธอเป็นใครและมาทำอะไรกันแน่นะ? ตอนนั้นเองหญิงสาวก็ก้มไหว้ที่หน้าศาลสังกะสีครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยพูดขึ้น“สาธุนะคะเจ้าพ่อ ได้ยินว่าท่านศักดิ์สิทธิ์มาก จากนี้พวกลูกช้างกับลูกน้องจะมาช่วยสร้างตำหนักให้ท่านนะเจ้าคะ”มาสร้างตำหนัก? ขณะที่เจ้าพ่อกำลังสับสนตรงหน้า พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“ป้อม ปลา ฝากตรงนี้ต่อด้วยนะทั้งสองคน”"ได้เลยธี เดี๋ยวให้ลูกน้องเราจัดให้เลย เชื่อมือได้"ป้อมขยับปกเสื้อชุดทหาร เขาตะโกนตอบพร้อมพาแฟนสาวของเขาเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มร่างสูง แม้ไม่อยู่ในสภาพอกหักหล่อเสียของ เจ้าพ่อก็ยังจดจำรูปลักษณ์หน้าตางามของเขาได้เป็นอย่างดี น้ำเสียงและชื่ออันแสนคุ้นเคย ทำให้ท่านเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเอ้อล้นออกมา“พ่อธี?”เจ้าพ่ออุทาน พยายามเดินไปหาชายหนุ่มทว่าอีกฝ่ายกลับชิงพูดก่อน“ผมเชื่อว่าท่านมีคำถามมากมาย เราไปหาที่เงียบสงบคุยกันไหมครับ?”ธีพูดพลางเดินไปใกล้ศาลเจ้าพ่อ เวลานี้ทั้งสองความสูงทัดเทียมกัน “ผมอยากจะพูดแบบนี้มาตลอด ผมเชื่อว่าท่านรับรู้ได้ แม้ว่าจะไม่เห็นท่านก็ตามแต่ผมมาตามคำสัญญาของเราแล้วนะครับ”
ย้อนกลับไปในลูปกาลที่โรงเรียนมัธยมในห้วงเวลาวันนั้น เมื่อธีได้พบหญิงสาวผู้อกหัก...“ปลา เธอโอเคแล้วใช่ไหม?”ธีถามหญิงสาวอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ“อืม ขอบคุณมาช่วยนะ รู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะเลย”ปลาพูดพลางผงกศีรษะเล็กน้อย“ยินดี”หนุ่มมัธยมผมสั้นยิ้มเล็กๆ ก่อนพูด“มาสิ จะแนะนำให้รู้จัก---อ้าว?”ทว่าเมื่อหันหาเจ้าพ่อ ร่างของท่านกลับไม่อยู่ที่นั่นเสียแล้ว เขาหันซ้ายขวาอย่างถ้วนถี่หลายรอบ กระทั่งคู่สนทนาแทรกขึ้น“ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เธอกำลังมองหาใครอยู่เหรอ?”หญิงสาวหันถามเด็กหนุ่ม“เอ่อ เป็นคนที่ช่วยผมตอนกำลังเสียใจและก็คอยให้คำแนะนำน่ะ ปรกติจะตามติดตลอดเลย”ธีตอบ รู้สึกกระวนกระวายจนตัวอยู่ไม่สุข“น่าแปลก ที่ตอนนี้เขาหายไปไหนก็ไม่รู้”เด้กสาวมองท่าทีของธี เธอรับรู้ถึงบางอย่าง จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เป็นคนสำคัญมากใช่ไหม”ธีนิ่งครู่หนึ่ง ตรึกตรองในความถามนั้นภาพวันคืนต่างๆ เหตุการณ์ในลูปกาลเวลาที่เขามีร่วมกันกับเจ้าพ่อปรากฏชัดขึ้น“ใช่ สำคัญมาก”ร่างมัธยมซึ่งถือลูกบอลอยู่เอ่ยตอบในทันที“ไม่มีเขา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไงต่อ”“เข้าใจแล้ว เพื่อเป็นการตอบแทน นี่คือคำแนะนำน่ะ”ปลาพูดก่อนจับมือของธีไว้แล้วเอ่ย“ถ้าหัวใจนายเต้นตึกตึกตักตัก หรือรู้สึกอบอุ่น รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกสบายใจที่ได้พูดคุย รู้สึกดีเมื่ออยู่ใกล้เขา และเห็นใครคนนั้นเป็นคนสำคัญ นายอย่าพลาดช่วงเวลานั้นไปนะ บางทีสิ่งที่นายตามหาอยู่ อาจอยู่ใกล้มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้”"หัวใจเต้นตึกตึก ตักตัก?---อยู่ใกล้กว่าที่คิดไว้?”ธีถ้วนคำหญิงสาวอีกครั้ง“ใช่ อยู่ใกล้กว่าที่คิด ฉันคงเสียใจมากกว่า ถ้าไม่มีโอกาสบอกความในใจกับคนที่ชอบ"เด็กสาวพูดตามความคิดตน"ถึงพลาด ฉันก็จะไม่ลืมช่วงเวลานี้เด็ดขาด บางทีฉันคงจะเจอคนดีๆ ในอนาคต ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาของฉัน แต่นายยังเป็นไปได้นะ”เธอกล่าวทิ้งท้าย“บอกความรู้สึกในใจ---ขอบคุณมากนะ ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่ผมตามหาอยู่ที่ไหน” ในวันนั้นเอง ธีก็รับรู้เข้าใจความรู้สึกของตนเอง
กลับมาที่ปัจจุบัน ณ ศาลเจ้าพ่ออีกครั้ง“ผมคิดจะบอกท่านตั้งแต่วันนั้น ในลูปกาลเวลาแล้ว แต่ว่าท่านดันหายไปเสียก่อน”ธีเล่าเหตุการณ์ในอดีต ต่อหน้าศาลเจ้าพ่อที่เขารู้ว่าท่านคงวนเวียน สถิตอยู่ไม่ห่างไม่ไกลจากที่นี่“ผมเลยจะทำตามสัญญาของเราให้ได้ พยายามอย่างหนัก ตั้งใจทำงานตั้งแต่จบมัธยม และตอนนี้มันเป็นจริงแล้วครับ” ชายหนุ่มเล่า น้ำเสียงแสดงถึงความอุตสาหะมากมายที่ผ่านมาตลอดช่วงเวลาหลายปี“ผมร่วมหุ้นกับปลาและป้อม ทำกิจการหลายอย่างที่บ้านเกิด ตอนนี้ธุรกิจกำลังไปด้วยดี มากพอที่จะซื้อที่ดินบริเวณนี้ ท่านจะได้ไม่ต้องเจอกับลานขยะอีกต่อไป---จากนี้พื้นที่แห่งนี้ทั้งหมดจะกลายเป็นตำหนักศาลเจ้าพ่อแยกไฟจราจรของท่าน”ธีเปิดเพลงในมือถือ มันบรรเลงเพลงจีบยุคเก่ามากมาย ไม่ว่าจะเพลงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก่อนวางมันเอาไว้ข้างศาล ซึ่งเขารู้ว่าเจ้าที่แห่งนี้ชอบฟังแนวนี้ ก่อนเอ่ยต่อพลางพนมมือ“และอีกอย่างป้อมกับปลา ดูเหมือนจะคบกันหลังจากวันในลูปกาลเวลานั้นนะครับ ยิ่งชัดเจนว่าที่ลูปกาลเวลาหายไปเป็นเพราะอะไร”ชายหนุ่มยิ้ม เขามาทราบภายหลังว่าป้อมไปตามสืบว่าเด็กหญิงในโรงเรียนที่มาคุยกับผมเป็นใคร ทั้งคู่มีโอกาสพบปะพูดคุยอยู่หลายครั้ง จนท้ายที่สุดทั้งสองก็ลงเอยกันในที่สุด ด้านธีก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทั้งคู่สมหวังนั่นแปลว่ารักแท้ของธี ไม่ใช่เด็กสาวคนนั้นตามความเข้าใจของเจ้าพ่อ“ในวินาที --นาที --ชั่วโมงนั้น ผมรู้ทันที บางทีอาจจะรู้มานานแล้วก็ได้ ว่าท่านคือคนที่ผมตามหามาตลอด---จนถึงตอนนี้ด้วย ท่านจะตอบรับความรู้สึกของผมหรือไม่ครับ? เจ้าพ่อ”ธีพูดขึ้นพลางพนมมือไหว้ เขาตั้งจิตมั่น แม้นครั้งแรกจะมาขอพรด้วยความเมามายอกหักหากแต่ครั้งนี้คือความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวและซื่อสัตย์ต่อหัวใจตนเองธีมองไปยังศาล ท่ามกลางใบหน้าสงบนิ่งที่ก้มอยู่ สายลมก็พัดผ่านร่างของธีเบาๆ
“จำได้ไหมว่าลูกช้างขออะไร ในตอนแรกที่เราเจอกัน”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังของธี ชายหนุ่มหันไปมองอย่างรวดเร็ว ร่างของเจ้าพ่อยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่น ใบหน้ารู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่งธีไม่รอช้า เขาพุ่งเขาไปหาร่างที่ค่อยๆปรากฏกาย กอดแน่นราวกับให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่หายไปอีก"เจ้าพ่อ---ท่านกลับมา"ธีเอ่ยขณะที่กอด"พ่ออยู่ที่นี่เสมอนะลูกช้าง"เจ้าพ่อได้ยินเสียงสั่นเครือของชายหนุ่ม น้ำตาไหลผ่านแก้มของท่านด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นออกมา"ขอบคุณที่กลับมาตามสัญญานะ"ชายหนุ่มหันมองคู่สนทนา เขายิ้มอย่างขัดเขินแล้วเอ่ย"----ผมขอรักแท้จากเจ้าพ่อได้ไหมครับ?"เจ้าพ่อทำหน้าอมยิ้ม พยักหน้าตอบว่าอืม อย่างแผ่วเบา หน้าผากของทั้งสองประสานกันเบาๆ รอยยิ้มทั้งคู่อยู่ใกล้กันเพียงเงยหน้าหันมองกัน"ลูกช้างพูดเองนะ"เจ้าพ่อพูด ใบหน้าแดงดีใจราวกับจะลอยเป็นลูกโป่งสีสดบนท้องฟ้า"จากนี้ต่อไปฝากตัวด้วยนะ คนเจ้าน้ำตา""ท่านก็ร้องไห้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?""พ่อเป็นเทพเซน-ซิ-ถีบตั้งหาก""ใช้ภาษาให้ถูกก่อนเถอะ ท่านเจ้าพ่อป้ายจราจร!"ธีแย้งด้วยเสียงอันดัง"มิใช่ป้ายจราจรแล้ว"ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์เอ่ยอย่างอ่อนโยน"ต้องเรียกตำหนักเจ้าพ่อสี่แยกไฟแดงสิลูกช้าง"พูดจบทั้งสองก็สวมกอดกันอีกครั้ง แสงแดดสะท้อนป้ายสัญญาณจราจรของฐานศาลส่งแสงแวววาว มันงดงามราวกับความรักของทั้งสองที่อยู่ ณ ตรงนี้
และแล้วเรื่องราวที่เริ่มต้นด้วยคราบน้ำตาก็จบลงอย่างมีความสุข ไม่ใช่ภายในลูปกาลเวลา ไม่ใช่เวลาแห่งอดีต หากแต่เป็นปัจจุบันและอนาคตของคู่รักคู่นี้ภายใต้ร่มเงาตำหนักแห่งใหม่ล่าสุด ณ ศาลเจ้าพ่อจราจรแยกไฟแดง...
The End---------------------------------------------------------------------------------------------------------
Talk : และแล้วเรื่องของหนุ่มเจ้าน้ำตา กาลเวลา กับเจ้าพ่อป้ายจราจรก็ลงเอยกันอย่างมีความสุข จบไปแล้วนะครับกับเรื่องราวอบอุ่น ฟีลกู๊ด อารมณ์ดีเรื่องนี้ ไรท์เบนนี่จะดีใจมาก ถ้าเรื่องราวของทั้งสองได้สร้างประทับใจ เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม รึคราบน้ำตาให้นักอ่าน ไม่มากก็น้อยนะครับ คอมเมนท์พูดคุย รีวิวหรือเก็ยเข้าชั้นหนังสือ คือกำลังใจมากๆของไรท์เลย ฮือ ---ไรท์นี่เขียนเองน้ำตาไหลไรท์เบนนี่ขอขอบคุณทาง Fictionlog ที่จัดโครงการประกวด Shortory ในธีม เวลา น้ำตา จราจร ขึ้นมานะครับ เป็นธีมที่ฟังปุ๊ปก็ปิ๊งไอเดียน่ารักๆ อบอุ่นเรื่องนี้ขึ้นมาได้ในทันทีเลย ดีใจที่ได้ส่งผลงานประกวดนิยายวายเรื่องสั้นเป็นครั้งแรกลงที่นี่ด้วย รู้สึกตื่นเต้นมากๆเลย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมประกวดในกิจกรรมต่อไปและผ่านเข้ารอบต่อไปนะครับ ^^สุดท้าย ไรท์ขอฝากผลงาน[กรี๊ดวี้ดว้าย!] พวกเรากลายเป็นวายร้ายในต่างโลก! เรื่องราววายแฟนตาซี ที่จะทำให้ทุกท่าน ต้องกรี๊ด ต้องวี้ด ต้องว้าย! เป็นกำลังใจให้สามสาวกลายเป็นมารวายร้ายในต่างโลกด้วยนะครับ! ฝากผลงานด้วยนะครับ เย้!!
