ตอนที่ 3
คฤหาสน์หลังใหญ่ ป้าแพม ภาคิน อารัญ และฉันผู้เป็เชลย
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·
ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาบนที่นอนนุ่ม และรู้สึกได้ว่าฝันไป ที่แท้ฉันก็เผลอหลับอยู่ที่บ้านของกันต์นี่เอง สงสัยฉันคงจะหมกมุ่นกับเื่สร้อยมากเกินไป เลยฝันอะไรประหลาดได้ขนาดนั้น ฉันคิด ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาขยี้ตาแล้วก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น แต่แล้วฉันก็ต้องขยี้ตาหนักๆ อีกครั้งหนึ่ง เพราะที่ที่ฉันนอนอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ห้องของกันต์
ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน ฉันเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวที่เกิดขึ้น ที่คิดว่ามันเป็ความฝัน ก่อนที่ฉันจะมาตื่นที่นี่ สิ่งสุดท้ายที่ฉันจำได้ก็คือ เมื่อช่องว่างของมิติเปิดขึ้น ผู้ชายรูปงามคนนั้นเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากของฉัน แล้วฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
ฉันค่อยๆ ลุกขึ้น มองไปรอบๆ แสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบานสูง ตอนนี้ฉันอยู่บนเตียงสี่เสาหลังใหญ่ ในห้องนอนที่โอ่อ่าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น เพดานสูง ผ้าม่านลายดอกไม้สีชมพูที่ทำจากผ้าไหม คิ้วเพดาน ขอบประตูสไตล์ยุโรป โคมไฟแชนเดอเลียอันใหญ่ที่แขวนอยู่กลางห้อง เครื่องเรือนแกะสลักสีขาวที่เข้าชุดกันทั้งห้อง
ฉันค่อย ๆ ลุกออกจากเตียง ไปที่หน้าต่าง และมองออกไปด้านนอก ทิวทัศน์ทุ่งหญ้าราบลุ่มสีเขียว แซมด้วยต้นไม้ ดอกไม้ หลากสี ยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ตัดกับท้องฟ้าใสสีคราม นี่ฉันอยู่อีกโลกนึงแล้วจริง ๆ เหรอ?
ประตูห้องเปิดออก ฉันหันมองผ่านไหล่ของตัวเองไปที่ประตู ชายรูปงาม ผมยาวประบ่าคนนั้น คนที่เอาตัวฉันมา ย่างกรายเข้ามาในห้อง พร้อมกับคุณป้าคนหนึ่งที่ดูใจดี คุณป้าถือแจกันดอกไฮเดรนเยียร์เข้ามาด้วย
“ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของผม ที่นี่คือบ้านของเรา และห้องนี้ก็คือห้องของคุณ”
ฉันไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่อ้าปากค้างเพราะกำลังประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ฉันไม่ได้คาดหวังสิ่งนี้ สิ่งที่ฉันคิดก็คือ ฉันคงต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกมืดๆ และถูกลืม
เขาพูดต่อ “นี่คือป้าแพม เธอจะดูแลคุณทุกอย่าง” แล้วเขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไปเฉยๆ
คุณป้ายิ้มให้ฉัน “คุณท่านคิดว่าดอกไม้จะทำให้คุณสดชื่นขึ้น” ป้าแพมพูดพลางเอาแจกันดอกไม้ไปวางไว้ที่โต๊ะแกะสลักสีขาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ “ทั้งหมดนี้เป็เสื้อผ้าของคุณหนูที่ป้าจัดเตรียมไว้ให้ แต่ถ้าไม่ชอบ ้าแบบไหนเป็พิเศษบอกป้าได้เลยนะคะ”
ฉันมองเดรสหลากสี หลายแบบ ที่แขวนอยู่ในตู้ “ขอบคุณค่ะคุณป้า แต่หนูคิดว่าที่คุณป้าเตรียมไว้ให้มันดีเกินไปซะด้วยซ้ำ” ฉันบอกป้าแพมซื่อๆ
ป้าแพมยิ้ม และเดินไปเปิดประตูห้องน้ำ “อาบน้ำอาบท่านะคะ จะได้ลงไปทานอาหารเย็น คุณหนูหลับไปนานคงจะหิว” ป้าแพมยื่นกระดิ่งสีทองอันเล็กน่ารักมาให้ฉัน “อาบน้ำเสร็จแล้ว สั่นกระดิ่งเรียกป้านะคะ ป้าจะพาไปที่ห้องอาหาร”
ฉันรับกระดิ่งมา พยักหน้าตอบงงๆ แล้วก็เดินตามป้าแพมไปที่ห้องน้ำ ห้องน้ำที่นี่กว้างขวาง และหรูหรา ป้าแพมเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำทรงสวยขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง เทสบู่และน้ำมันหอมระเหยลงไป “ตามสบายนะคะคุณหนู” แล้วป้าแพมก็เดินออกไป
ฉันอาบน้ำออกมา ก็เห็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวที่ป้าแพมจัดเตรียมไว้ให้วางอยู่บนเตียง ฉันหยิบมันขึ้นมาใส่ทีละชิ้น เดรสสายเดี่ยว ผ้าพลิ้ว ขนาดพอดีตัว สีขาว มีเลื่อมสีทองปักอยู่ประปราย และ สร้อยไข่มุกเส้นยาว เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วฉันจึงลองสั่นกระดิ่งดู แล้วป้าแพมก็ปรากฏขึ้นในห้องทันที ทำเอาใจหายใจคว่ำ
ป้าแพมบอกให้ฉันไปนั่งที่หน้ากระจก แล้วก็บรรจงหวีผมให้ฉัน หยิบที่คาดผมประดับขนนกในลิ้นชักที่เก็บเครื่องประดับผมมาใส่ให้ ก่อนที่จะลูบไล้บนใบหน้า และริมฝีปากของฉันเบาๆ ผิวของฉันก็ผุดผ่องเป็ยองใยขึ้นมา ปากแดงระเรื่อ แก้มอมชมพู แต่งแต้มขึ้นบนใบหน้า แต่มันไม่ใช่การแต่งหน้า เพราะมันดูเป็ธรรมชาติมาก ฉันสวยขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“เอาละค่ะ เสร็จแล้ว” ป้าแพมยิ้มให้ฉันผ่านกระจกอย่างเอ็นดู
ฉันมองตัวเองในกระจก ไม่อยากเชื่อสายตา เพราะฉันเหมือนกับเป็คนละคน
ป้าแพมพาฉันเดินผ่านโถงชั้นสอง ลงบันไดโค้งหินอ่อนไปที่ชั้นล่าง ฉันมองเห็นทางเดินทอดยาวไปที่ประตูด้านหน้าของคฤหาสน์ มองออกไปเห็นสวนสวยด้านนอก น้ำพุ ต้นไม้ ดอกไม้ ชั้นล่างนี้เป็ห้องโถงกว้าง ที่มีทางเชื่อมไปตามห้องต่างๆ ผ่านโค้งประตูใหญ่เป็่ๆ และหนึ่งในนั้นก็คือห้องอาหาร
เก้าอี้ตัวใหญ่พนักพิงสูง และโต๊ะอาหารตัวยาว ที่เต็มไปด้วยอาหารมากมาย ราวกับบุฟเฟ่ต์ขนาดย่อมในโรงแรมห้าดาว และเขา ผู้ชายรูปงามคนเดิม นั่งรออยู่แล้วที่หัวโต๊ะ สาวใช้กำลังรินไวน์ลงในแก้วคริสทัลสลักลายให้เขา ผมยาวสีอ่อนของเขาสลวยขลับมัน เขาจ้องมองฉันอย่างไม่วางตา ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปช้าๆ อย่างเกร็งๆ
"นั่งสิ" เขาผายมือไปที่เก้าอี้ที่อยู่ด้านซ้ายมือของเขา
ฉันเดินเข้าไปนั่งอย่างว่าง่าย
“คุณคงจะหิว” เขาพูดกับฉัน
“ฉันไม่หิว” ฉันตอบ
“คุณควรทานเยอะๆ นะ คุณผอมมาก”
“ฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว คุณจะทำยังไงกับฉันคะ”
“ไม่ทำยังไง คุณอยากจะทำอะไรก็เื่ของคุณ คุณอยู่ที่นี่ในฐานะคนของผม ผมจะไม่กักขังคุณ คุณจะไปไหน ทำอะไรก็ได้ในอาณาเขตของผม พรุ่งนี้ผมจะให้ป้าแพมพาคุณออกไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน”
“คุณมีชื่อมั้ย” ฉันถาม
เขาปรายตามา “สนใจด้วยเหรอ?”
“ในเมื่อฉันเป็ลูกไก่ในกำมือของคุณ ฉันก็คงจำเป็ต้องสนใจ”
เขายิ้มมุมปาก จิบไวน์ แต่ไม่ตอบ คำถามของฉันหายไปกับอากาศ คำถาม ที่เขาไม่ยี่หระจะตอบ
ผู้ชายปราดเปรียว หน้าคม ผมสั้น และรูปงามไม่ต่างจากคนผมยาวที่นั่งอยู่ เดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย “ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ทำให้นาเดียร์ตายจะเป็แค่มนุษย์ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้” เขามองมาที่ฉันผ่านๆ ทำเหมือนกับฉันเป็รูปปั้นหรือภาพวาด ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ต่อฉันเลย
ชายผมยาวมองฉันอย่างพินิจพิเคราะห์ “หลังจากนาเดียร์ตาย เวทมนตร์ของสร้อยก็พาฉันไปหาเธอ ข้อความสุดท้ายของนาเดียร์บอกฉันว่า เธอไม่ได้ตั้งใจ”
ผู้ชายผมสั้นที่เพิ่งเข้ามา มองที่ผู้ชายผมยาว และฉัน สลับกันไปมา “อย่าบอกนะว่านาย...”
“ภาคิน... จะพูดอะไรระวังด้วย” ผู้ชายผมยาวปรามเสียงแข็ง ส่งสายตาเตือนไปหาผู้ชายอีกคน ซึ่งเขาชื่อภาคิน...
ภาคิน หันขวับมาที่ฉัน “สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมภาคิน เป็ญาติ และมือขวาคนสนิทของคุณอารัญ แต่น่าเสียดายที่เธอฆ่ามือซ้ายของเขาไปแล้ว” มันฟังดูเหมือนคำถากถางมากว่าคำทักทาย และน้ำเสียงก็ก้าวร้าวมาก
ฉันไม่ตอบ ยังคงนั่งนิ่ง ก้มหน้า ผู้ชายคนนี้ช่างไม่เป็มิตรเอาซะเลย และเขาเรียกผู้ชายผมยาวคนที่พาฉันมาที่นี่มาว่า คุณอารัญ
“เธอชื่อเอวา” คุณอารัญบอกกับภาคิน
ภาคินกวาดตามองฉันเหมือนกับฉันเป็ตัวประหลาดอะไรซักอย่าง “ฉันไม่ได้เห็นมนุษย์มาตั้งหลายสิบปีแล้วนะเนี่ย”
หลายสิบปี?! ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาอายุเท่าไหร่ แต่พวกเขาไม่ได้ดูแก่ไปกว่าฉันเลย
“นายรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป นายไม่ควร... ไม่ควรเลย... เธอก็แค่มนุษย์ชั้นต่ำ สกปรก ไร้ค่า นายควรฆ่าเธอให้ตาย หรือเอาเธอไปทิ้งทะเลมากกว่า นายจะหาเื่ยุ่งยากใส่ตัวทำไม” ภาคินพ่นคำพูดพวกนั้นออกมา โดยที่ไม่สนใจเลยว่า ฉันนั่งอยู่ตรงนี้
“เธอจะอยู่ที่นี่ แล้วนายก็หุบปากได้แล้ว” คุณอารัญวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ แล้วหันมาบอกฉัน “คุณคงจะไม่สะดวกใจที่จะทานอาหารตรงนี้ วันนี้คุณกลับไปที่ห้องก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะให้ป้าแพมเอาอาหารตามไปให้” เขาพูดนิ่ง ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะฟังดูเหมือนเป็คำสั่ง
ฉันลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไร และเดินออกจากห้องอาหารเพื่อกลับไปที่ห้องของตัวเอง
ฉันไม่สนใจหรอกว่าพวกเขาจะเถียงกันเกี่ยวกับฉันไปทำไม สิ่งที่ฉันคิดอยู่อย่างเดียวในตอนนี้คือ พี่น้องของฉันจะเป็ยังไง พวกเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอฉัน พวกนั้นจะรู้ไหมว่าฉันหายไป จะรู้เมื่อไหร่ แล้วจะตามหาฉันไหม ไม่มีฉันแล้วสองคนนั้นจะอยู่ยังไง ฉันทั้งกังวล และเป็ห่วง
ฉันเดินอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ เดินผ่านภาพวาด ของตกแต่ง เครื่องเรือนวิจิตรที่ไม่อาจประเมินค่าได้ พวกผู้วิเศษนี้ช่างร่ำรวย มั่งคั่งเหลือเกิน ฉันเดินสวนกับคนรับใช้สองสามคน พวกเขาไม่มีใครสนใจ หรือมองฉันเลย คนที่นี่หน้าตาแบบเดียวกันหมด สวยหล่อเหมือนลูกครึ่งที่ระบุเชื้อชาติไม่ได้ ถ้าไม่นับเวทมนตร์แล้ว พวกเขาก็เหมือนมนุษย์ทุกอย่าง
……..
ถาดขนาดใหญ่ลอยตามคุณอารัญเข้ามาในห้อง แทนที่จะเป็ป้าแพม กลิ่นหอมหวานของอาหารเตะจมูก แต่ฉันไม่หิว ฉันกินอะไรไม่ลง ถาดถูกวางลงบนโต๊ะแกะสลักสีขาว ถัดจากแจกันดอกไฮเดรนเยียร์ ตรงที่ฉันนั่งอยู่ คุณอารัญนั่งลงข้างๆ ราดซอสบนสเต๊ก และรินไวน์ให้ฉัน ฉันมองอาหารชั้นเลิศตรงหน้า ฉันจะมีชีวิตที่หรูหรา ในขณะที่พี่น้องของฉันยากจน และหิวโหยได้อย่างไร
“คุณคงไม่รู้ว่าการที่ต้องปากกัดตีนถีบ และไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร มันเป็ยังไงสินะ” ฉันพูดกับเขาด้วยความคับข้องใจ
“ไม่ต้องห่วง ครอบครัวของคุณสุขสบายดี”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“เพราะผมจัดการทุกอย่างให้แล้ว”
“ฉันจะเชื่อคุณได้ยังไง”
“นั่นไม่ใช่ปัญหาของผม”
ฉันลุกขึ้นจะเดินหนี แต่คุณอารัญฉุดแขนฉันให้กลับลงมานั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิม “นั่งลง แล้วทานอาหารของคุณซะ” เขาสั่ง น้ำเสียงของเขาดุดัน และน่าเกรงขาม แล้วเขาก็ยืนขึ้น
กัดฟัน ก้มหน้ามองอาหาร “ทำไมคุณถึงทำดีกับฉัน” ฉันถามก่อนที่เขาจะก้าวขา
คุณอารัญนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ตอบอะไร แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้คำถามของฉันหายไปกับอากาศอีกครั้ง
หลังอาหารเย็นฉันก็ไม่ได้ออกไปจากห้องอีก ก่อนเข้านอนฉันล็อกประตู และหน้าต่างทุกบาน อย่างแ่า ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตัวเองอยู่ในที่ที่การล็อกประตูและหน้าต่างไม่ได้ช่วยอะไรเลย
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·