รุ่งสางของวันใหม่ย่างเข้ามา ดารกาตื่นแต่เช้าเพื่อมาเตรียมอาหารพร้อมกับป้าสมรและพี่ตรีแม่บ้านของที่นี่ให้กับคุณผู้หญิงของบ้านและผู้ที่เพิ่งทำร้ายเธอในค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างเช่นทุกวันจนย่างเข้า 7 โมง อาหารถูกจัดไว้ที่โต๊ะอย่างเป็ระเบียบ ไม่นานทั้งสุดาและบุตรชายของนางก็ลงมานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหารรวมทั้งดารกาเอง เมื่อเธอทำอาหารเสร็จเธอก็ต้องมานั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับเขาและคุณผู้หญิงเช่นนี้ในทุกๆวันเพราะยังไงสุดาแม่ของภูตะวันก็ยอมรับว่าเธอเป็ลูกสะใภ้แถมยังรักและเอ็นดูเธอมาั้แ่ต้นอยู่แล้ว เพียงแต่ในวันนี้ขณะที่เธอกำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้เขากลับพูดบางอย่างขึ้นเสียก่อน
"เดี๋ยว"
"คะคุณภู"
"อะไรอีกล่ะตาภู"ผู้เป็นายหญิงของบ้านถามขึ้น เพราะคิดว่าเ้าลูกชายตัวดีกำลังคิดจะแกล้งอะไรลูกสะใภ้ของนางอยู่แน่ๆ แล้วก็เป็อย่างที่คิด
"ไปกินที่อื่นไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอเวลาทานข้าว มันทานไม่ลง"
*'เจ็บดีแฮะ ทำไมคำพูดของเขาเพียงแค่นี้มันถึงทำให้ฉันรู้สึกเจ็บได้ขนาดนี้นะ'*เพียงแค่คิดในใจ
"ภู มันจะมากไปแล้วนะ พูดกับน้องแบบนั้นได้ยังไง"สุดาต่อว่าลูกชาย
"ไม่เป็ไรค่ะคุณท่าน หนึ่งทานในครัวก็ได้ค่ะ"เธอบอกและยิ้มให้กับคุณผู้หญิงของบ้านไม่ให้ท่านเป็ห่วงและไม่อยากให้ทั้งสองทะเลาะกันเพราะเธออีก หญิงสาวรีบเดินออกไปจากห้องอาหารทันทีเพราะเธอรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ
"ฮึก ฮือ..."หลังจากออกมาพ้นหน้าคนใจร้าย เธอก็ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ทำไมเธอจะต้องมาร้องไห้ซ้ำๆกับคำพูดร้ายๆของเขาด้วย
"แม่ๆดูนั่นสิ คุณหนึ่งร้องไห้อีกแล้ว ตรีสงสารเธอน่ะแม่" ตรีพูดขึ้นเมื่อเห็นคุณหนึ่งของพวกเธอแอบไปร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว
"ไม่รู้เวรกรรมอะไรของเธอนะ ชีวิตเธอถึงได้น่าสงสารแบบนี้ โถว คุณหนึ่งของป้า" ป้าสมรแม่บ้านใหญ่ผู้เป็แม่ของตรีพูดขึ้นเพราะอดสงสารสาวน้อยคนที่กำลังแอบร้องไห้อยู่ในสวนหลังบ้านนั้นไม่ได้
ทางด้านภูตะวันหลังจากไล่เธอออกไปแล้วเขาก็ไม่ได้แตะต้องอาหารอะไรสักอย่าง
"แม่ครับ ผมมีประชุมด่วนที่มหาวิทยาลัย ขอตัวนะครับ" พูดกับมารดาแล้วลุกจากเก้าอี้ ก้าวฉับๆออกไปทันทีไม่ได้ฟังว่ามารดาพูดอะไรบ้าง
"เอาแต่ใจไม่เลิกเลยลูกคนนี้นี่"นางบ่นอุบอิบแล้วสั่งตรีไปเรียกให้ดารกา กลับมาทานอาหารที่โต๊ะเหมือนเดิม
"คุณหนึ่งแอบไปร้องไห้อีกแล้วค่ะคุณผู้หญิง"ตรีบอกกับสุดาเสียงเศร้า
"ตาภูนะตาภู ปากร้ายเสียไม่มี ฉันสงสารหนูหนึ่งจริงๆที่ต้องมารองรับอารมณ์ร้ายๆของลูกชายฉันแล้วฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้"สุดาพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรลูกสะใภ้ของนางไม่ได้ นางทั้งรักและเอ็นดูดารกาอยากได้มาเป็ลูกสะใภ้ อยากให้อยู่กับลูกชายนางตลอดไปแต่ภูตะวันลูกชายของนางกลับร้ายใส่เธอตลอดเวลา แม้นางจะสงสารเธอมากแต่นางก็กลัว กลัวว่าสักวันลูกสะใภ้คนนี้ของนางจะทนไม่ได้แล้วหนีจากคนใจร้ายอย่างลูกชายนางไป
"ยังไงก็จัดเตรียมอาหารไว้ให้หนูหนึ่งแล้วกันนะ ตอนนี้คงอยากอยู่คนเดียว อีกเดี๋ยวคงมาหาอะไรทาน ฝากพวกเธอช่วยดูแลลูกสะใภ้ฉันด้วยล่ะ เวลาที่ตาภูไม่อยู่ก็บังคับให้พักผ่อนบ้างนะ ฉันจะออกไปทำธุระข้างนอกจะกลับเข้ามาตอนเย็น"สุดาสั่งกับคนรับใช้ไว้เพราะเป็ห่วงลูกสะใภ้ก่อนจะลุกจากโต๊ะอาหารเพื่อไปเตรียมตัวออกไปทำธุระข้างนอก
'กริ่ง'เสียงโทรศัพท์บ้าน"บ้านภูจันทรา"ดังขึ้นในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน
"สวัสดีค่ะ บ้านภูจันทราค่ะ ไม่ทราบว่า ้าจะเรียนสายถึงใครคะ"
"..."
"ค่ะ สักครู่นะคะ...คุณหนึ่งคะ คุณหนึ่ง" หญิงสาวที่เพิ่งรับโทรศัพท์เรียกหาสาวตัวเล็กที่กำลังเตรียมทำกับข้าวกับสมรแม่ของเธอในห้องครัว
"ค่ะพี่ตรี มีอะไรรึเปล่าคะ" ดารกาเดินออกจากห้องครัวมาหาตรีที่ห้องนั่งเล่นหลังจากถูกเรียก
"มีคนอยากคุยโทรศัพท์กับคุณหนึ่งค่ะ"
"อ๋อค่ะพี่ตรี ขอบคุณค่ะ งั้นหนึ่งฝากช่วยป้าสมรที่ครัวสักครู่นะคะ" บอกเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มน่ารักให้กับสาวใช้ที่อายุห่างเธอไม่ถึงสิบปี
"ได้เลยค่ะคุณหนึ่ง งั้นตรีขอตัวนะคะ"
หลังจากสาวใช้เดินออกไปแล้วเธอก็รีบจับโทรศัทพ์ขึ้นมาฟัง
"สวัสดีค่ะ หนึ่งพูดสายอยู่นะคะ ไม่ทราบว่าใครคะ"
"หนึ่งหรอลูก"
"แม่!" เธอเผลอร้องเสียงดังด้วยความดีใจ
"แม่สบายดีไหมคะ เป็ยังไงบ้าง"ถามมารดาเสียงเศร้าปนดีใจ
"แม่สบายดีลูก หนึ่งล่ะสบายดีไหม"ตอบลูกสาวเสียงสั่นเครือบ่งบอกได้ว่านางอายุมากแล้ว
"หนึ่งสบายดีค่ะ"
"แม่อยากเจอหนึ่งน่ะลูก มาหาแม่ได้ไหม แม่คิดถึง"
"เอ่อ..."เธอไม่รู้จะตอบแม่ยังไงดี เธออยากกลับไปหาแม่ทุกวันแต่ก็ไม่สามารถไปได้
"ทำไมล่ะลูก คุณูเาไม่ให้มาหรอ เขาดีกับหนึ่งไหมลูก เขาดูแลหนึ่งดีไหม"ถามถึงด้วยความเป็ห่วงลูกสาว
"ค่ะแม่ คุณภูดูแลหนึ่งดีมาก เขาเป็สุภาพบุรุษ ให้เกียรติหนึ่ง ไม่เคยทำร้ายจิตใจหนึ่ง แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ"เธอจำต้องโกหกออกไปเพื่อให้คนที่กำลังพูดสายอยู่ด้วยในตอนนี้สบายใจ ทั้งที่ในความจริงนั้นเธอกำลังร้องไห้และกลั้นเสียงสะอื้นไว้เพื่อไม่ให้อีกคนในสายได้ยิน
"จริงหรอหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลเขาดีๆ เป็ภรรยาที่ดีของคุณูเานะลูก" นางบอกลูกด้วยเสียงดีใจและโล่งใจเมื่อได้ยินที่ลูกเล่าให้ฟัง
"ค่ะแม่ แม่ดูแลตัวเองดีไนะคะ อีกหน่อยหนึ่งจะกลับไปเยี่ยม หนึ่งรักแม่นะคะ"
"แม่ก็รักหนึ่งนะลูก"
"แม่คะ คุณภูเรียกให้ทานข้าวแล้ว หนึ่งต้องขอตัวก่อนนะคะ" เสียงเธอเริ่มสั่นมากขึ้นเธอจึงต้องรีบวางสายกลัวว่าแม่จะจับพิรุธได้ ทั้งที่ความจริงคุณภูของเธอไม่ได้เรียกทานข้าวอย่างที่บอกกับอีกคนในสายเลยก็ตาม
หลังจากวางสาย หญิงสาวกอดโทรศัพท์สะอื้นไห้จนสั่นไปทั้งตัว เธอรู้สึกผิดที่ต้องโกหกแม่ แต่มันเป็สิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุดแล้วเพราะเธอ้าให้แม่สบายใจ ไม่ต้องเป็ห่วงเธอไปมากกว่านี้ เพราะแค่ไม่ได้กลับไปหาท่าน ไม่ได้อยู่ดูแลท่านมันก็เหมือนว่าตัวเธอเองเนรคุณแม่แท้ๆของตัวเองมากเกินพออยู่แล้ว
"หนึ่งขอโทษนะคะแม่ หนึ่งขอโทษ ฮึก ฮือ"
ภาพของหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังนั่งร้องไห้หลังจากพูดคุยกับมารดาเสร็จอยู่ในสายตาของคนใจร้ายมาั้แ่ต้น เขามองดูด้วยความรู้สึกที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้
"ทำอะไรดารกา" เสียงที่เธอคุ้นเคยดีดังขึ้นทำให้เธอที่กำลังร้องไห้อยู่ใอย่างมากที่อยู่ๆเขาก็มาไม่ให้สุ้มให้เสียง
"คุณภู" หญิงสาวรีบปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ ดูจากน้ำเสียง สีหน้าและท่าทางเธอก็รู้แล้วว่าเขากำลังโกรธ
"ฉันถามว่าเธอทำอะไร!" ผู้ชายตัวสูงตรงหน้าจับแขนเธออย่างแรงและตวาดขึ้นอีกครั้งจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง น้ำตาที่เพิ่งเช็ดเเห้งไปเริ่มคลอเบ้าอีกครั้งเพราะกลัวคนตรงหน้า
"เอ่อ...คือหนึ่ง คะ..."
"ใครอนุญาตให้คุยโทรศัพท์ ห๊ะ! คุยกับชู้อยู่ละสิ ร่าน" คำร้ายๆจากปากเขาสาดมาอีกครั้ง ทำร้ายเหยียบย่ำคนที่กำลังเสียใจอยู่แล้วให้จมลงไปอีก
คำว่าร่านมันคือคำที่ผู้หญิงอย่างเราไม่้าเลยสักนิด เธอรู้สึกหน้าชาราวกับโดนตบ
"หนึ่งเปล่านะคะคุณภู หนึ่งแค่คุยกับ มะ..." ยังพูดไม่ทันจบเขาก็แทรกขึ้นก่อนด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างมาก
"มานี่!"คนตัวโตดึงลากคนตัวเล็กขึ้นบ้านไป
"คุณภู ปล่อยหนึ่งเถอะนะคะ หนึ่งเจ็บ ฮือ" ยิ่งเธอพูด ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้เขากลับยิ่งดึงเธอแรงขึ้นจนคนแขนเล็กมากๆอย่างดารกากลัวว่าแขนเธอจะหักเสียให้ได้
"ตาภูจะทำอะไรน้องน่ะลูก หยุดเดี๋ยวนี้นะ" สุดาที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านร้องห้ามลูกชายที่กำลังดึงรั้งดารกาขึ้นบ้าน หวังจะให้หยุดทำบ้าๆกับลูกสะใภ้นาง แต่มีหรือที่คนอย่างภูตะวันจะเชื่อฟัง
"แม่อย่ายุ่งดีกว่าครับ "พูดจบก็ดึงคนตัวเล็กเข้าห้องไปและหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีแค่สองคนบนห้องเท่านั้นที่รู้ได้