บทที่ 11 เหล่าซาน
ไห่ชิงหยุนโจวมู่หลาง และหวังเฟิง สนุกอยู่ในห้องเคทีวียาวเกือบสามชั่วโมงจึงค่อยออกมา บรรยากาศโถงทางเดินของคลับดอกไม้งามเวลานี้ค่อยสมกับชื่อคลับหน่อย เริ่มมีหญิงสาวทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ เดินสวนกันไปมา โจวมู่หลางเหลียวจนคอแทบเคล็ดกลับกันคนที่ทำให้หญิงสาวเ่าั้เหลียวจนคอเคล็ดดันเป็หวังเฟิง
“นี่พวกนายจะกลับกันแล้วเหรอ”สาวผมสั้นประบ่าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามไห่ชิงหยุนด้วยความใจกล้า แต่สายตาของเธอหยุดอยู่ตรงใบหน้าของหวังเฟิง
ไห่ชิงหยุนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน มีสาวหน้าตาน่ารักมาทักทายทั้งที น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่คนที่เธอสนใจเพียงแต่เมื่อมาดูหน้าตาของหวังเฟิง เขาก็พอทำใจได้ ความหล่อนี่มัน...ระดับเภทภัยจริง ๆ ขนาดเขาที่เป็ผู้ชายเองก็ยังชื่นชอบ
ความคิดของไห่ชิงหยุนเตลิดไปไกลมันรีบสะบัดศรีษะ ลบความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ตอบกลับสาวผมสั้นไปว่า “สวัสดีเพื่อนเราไม่ค่อยชอบข้างในเท่าไหร่น่ะ เลยว่าจะกลับแล้ว”
สาวผมสั้นคลี่ยิ้มอ่อนหวาน“น่าเสียดายจัง ฉันชื่อเหวินโหร่ว พวกเรามาแลกวีแชทกันหน่อยไหมเผื่อจะได้มาสนุกด้วยกันคราวหน้า”
เหวินโหรวเป็หญิงสาวสูงหนึ่งร้อยหกสิบเิเใส่กางเกงสกินนี่อวดเรียวขาสวยงามของเธอ ้าใส่เสื้อเอวลอยสีขาว มีรอยขาดบริเวณไหล่เล็กน้อยส่งเสริมสไตล์สตรีทให้กับตัวเสื้อเป็อย่างดีใบหน้าของเธอจิ้มลิ้มน่ารัก ค่อนข้างตรงสเปกของไห่ชิงหยุนอยู่ถือแม้อีกฝ่ายจะสนใจเพื่อนของตัวเอง แต่แล้วไง ? ไม่แน่ว่าต่อไป เื่ดี ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้
แลกวีแชทกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามก็เดินออกมาจากคลับ ทิ้งไว้เพียงสายตาอาลัยอาวรณ์ของเหวินโหร่ว
“อ้าว ? นี่ไม่ใช่คุณชายเล็กตระกูลไห่หรอกหรือเนี่ย”
พอมีคนร้องทักไห่ชิงหยุนก็หันหน้าไปมองก็พบกับชายหนุ่มหน้าตอบ แต่รูปร่างสมส่วนคนหนึ่งพอเห็นหน้าคนนี้ ใบหน้าของไห่ชิงหยุนก็ดูไม่ดีขึ้นมา
“เป่ยซานเจอแกที่นี้ได้คงมาหาคู่นอนใหม่งั้นสิ”
เป่ยซานได้ยินก็ยิ้มกริ่ม“ใช่ ไม่แน่ว่าคืนนี้ฉันอาจได้เด็กของใครไม่รู้มานอนกอดทั้งคืนก็ได้นะ”
ได้ยินประโยคนี้หัวใจของไห่ชิงหยุนเต้นกระตุกในอดีตผู้หญิงที่เขาเคยจีบดันถูกเป่ยซานหลอกล่อด้วยเงิน กว่าจะรู้ว่าตัวเองโดนคนอื่นคาบเนื้อที่เล็งไว้ไปกินก่อนก็ผ่านไปแล้วตั้งหลายวันทำเอาไห่ชิงหยุนเจ็บใจอยู่นาน
ไห่ชิงหยุนเจ็บแค้นใจได้แต่กำหมัดจากนั้นก็นึกถึงข่าวหนึ่งขึ้นมาได้ “น่าสงสารผู้หญิงนะ ต้องมาเจอผู้ชายอย่างนี้แค่สองนาทีก็หมดแรงแล้ว”
คราวหน้าใบหน้าของเป่ยซานพลันซีดขาวขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความโกรธปนอับอายใครหน้าไหนมันบังอาจเอาเื่บนเตียงของนายน้อยเป่ยคนนี้ไปพูด“สงสัยแกคงจะไม่อยากกลับบ้านดี ๆ แล้ว”
เป่ยซานง้างหมัดใส่ไห่ชิงหยุนทันทีโชคร้ายที่ไห่ชิงหยุนระวังอยู่ก่อน จึงหลบหมัดนี้ไปได้ เท่านั้นยังไม่พอเขายังประเคนเข่าหนัก ๆ ใส่ไปหนึ่งครั้ง
“อ่อก”
ร่างของเป่ยซานลงไปนอนกองกับพื้นในทันทีสองมือกุมท้องร้องโอดโอยอย่างกับสุนัขโหยหวนเพื่อนที่มาด้วยกันก็ได้แต่นิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกใครจะไปคิดว่าเป่ยซานจะแพ้ในท่าเดียว ?
แต่ในตอนนี้เองกระแสลมสายหนึ่งก็พุ่งเข้าหาใบหน้าของไห่ชิงหยุนอย่างรวดเร็วไห่ชิงหยุนหันหน้าไปตามสัญชาตญาณก็พบภาพหมัดกับฝ่ามือกำลังปะทะกัน
ปึก!
ฝ่ามือเป็ของหวังเฟิง ส่วนหมัดเป็ของบอดี้การ์ดของเป่ยซานเมื่อครู่นี้นายของมันเืขึ้นหน้า พุ่งออกไปโดยที่มันไม่ทันได้ระวังตัวเมื่อครู่นี้ก็หวังจะระบายแค้นให้นายเสียหน่อยแต่ใครจะไปคิดว่าหมัดของมันจะถูกขวางในแบบนี้ แถมยังเป็การขวางอย่างง่ายดาย !
บอดี้การ์ดของเป่ยซานคิดจะถอนหมัดของตัวเองกลับมาทว่าออกแรงแค่ไหนมันก็เอาหมัดออกจากฝ่ามือนั้นไม่ได้พอพบความจริงข้อนี้แล้วใบหน้าของมันก็ซีดจางยิ่งกว่าไก่ต้ม ‘เจอคนมีฝีมือเข้าแล้ว’
“พอได้หรือยัง?” แค่หวังเฟิงออกแรงบีบเล็กน้อย หมัดของคนธรรมดา ๆ ก็อย่างหวังจะถอนออกไปได้
“ขะขอโทษครับ” ตอนนี้เหงื่อเม็ดโตเริ่มไหลจากขมับลงสู่ต้นคอแล้ว
เห็นอีกฝ่ายลงให้แล้ว หวังเฟิงเองก็ไม่อยากจะเอาเื่อะไรต่อจึงคลายฝ่ามือตัวเองออก จากนั้นก็พูดว่า “พาคนเจ็บไป ขออภัยที่ไม่ส่ง”พร้อมกันนั้นก็พยักหน้าให้รูมเมทของตัวเอง เป็สัญญาณว่า ‘ไปกันเถอะ’
ไห่ชิงหยุน กับโจวมู่หลางต่างมองหน้ากัน รีบเดินตามหลังของหวังเฟิงที่เดินนำออกไปก่อนพอขึ้นรถแท็กซี่กลับมาที่หอพักแล้ว ไห่ชิงหยุนที่นิ่งเงียบอยู่นานก็ลากเพื่อทั้งสามคนมานั่งล้อมวงกัน
“โม่เฟยห้องเรามีเหล่าต้าแล้วนะ”
ยังไม่ทันที่โมเฟยจะถามว่าใครเป็เหล่าต้า ไห่ชิงหยุนก็ยกมือไปจับไหล่หวังเฟิงเอาไว้“นี่คือเหล่าต้าของห้องเรา !”
โจวมู่หลางได้ยินก็หัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ใช่ต้องให้หวังเฟิงเป็เหล่าต้าของพวกเรา !”
โม่เฟยยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แค่เขาไม่อยู่่ตอนไป KTV แป๊บเดียว ดูเหมือนว่าจะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้น พอโม่เฟยสอบถามจึงได้รู้ที่มาที่ไป
“เหล่าต้านายเรียนอะไรมาเหรอ”ไห่ชิงหยุนยังรู้สึกปลื้มอยู่ ถามขึ้นด้วยดวงตาเป็ประกาย
หวังเฟิงอมยิ้มตอบกลับไป “ฉันเรียนกับแม่มานิดหน่อย”
ทั้งสามได้ยินแล้วก็รู้สึกอึ้งต่างพากันคิดไปว่า ที่บ้านของหวังเฟิงต้องเปิดโรงฝึกแน่ ๆแถมแม่ของเขาจะต้องเก่งมากด้วย ขึ้นชื่อว่าเป็ผู้ชายมีใครบ้างไม่บูชาความแข็งแกร่ง? ทั้งสามต่างะโพร้อมกัน
“เหล่าต้า!”
ใบหน้าของหวังเฟิงเหยเกไปแล้ว“เดี๋ยว ๆ พวกนายจะมารุมเรียกฉันทำไม”
ได้ยินประโยคนี้ทั้งสามก็ยิ้มขึ้นนี่เท่ากับว่าหวังเฟิงยอมรับเป็เหล่าต้าแล้ว มีเหล่าต้าหน้าต่อหล่อเหลาแถมแข็งแกร่งขนาดนี้ ต่อไปคงไปคุยกับคนอื่นได้หลายวันเลยละ
“พอก่อนแยกย้ายกันไปนอนเถอะ พรุ่งนี้มีรายงานตัวแต่เช้า ระวังจะตื่นไม่ทันเอา”หวังเฟิงเอ่ยเตือน พรุ่งนี้ฝึกทหารวันแรกเขากลัวว่ารูมเมทของตัวเองจะเตรียมตัวไม่ทันอีกประเด็นหนึ่งก็คือมันใกล้ถึงเวลาฝึกวิชาของเขาแล้ว
เมื่อฝึกมาถึงขั้นหลอมปราณหวังเฟิงจะเจียดเวลาวันละประมาณสามชั่วโมงเป็อย่างน้อยในการหลอมปราณในร่างของตัวเองหากผู้ฝึกสามารถหลอมกลั่นสกัดปราณในร่างของตัวเองให้รวมตัวกันอยู่จุดชี่ไห่*ได้เมื่อไหร่เมื่อนั้นถึงจะถือว่าฝึกสำเร็จ
เช้าวันถัดมาเหล่านักศึกษาใหม่ถูกปลุกั้แ่ตีห้าทุกคนมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ยี่สิบนาทีให้มารวมตัวกันที่ลานสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยวินาทีนั้นความวุ่นวายทั้งหมดก็เกิดขึ้น โจวมู่หลางสะดุ้งตื่นแคะขี้ตาด้วยความงุนงง ส่วนหวังเฟิงกำลังปลุกไห่ชิงหยุนอยู่
พอทั้งสองคนตื่นแล้วหวังเฟิงก็พูดว่า“เดี๋ยวฉันกับเหล่าซื่อจะลงไปรอข้างล่าง รีบแต่งตัวแล้วตามมา”
หวังเฟิงกับโม่เฟยเตรียมตัวพร้อมอยู่พักหนึ่งแล้ว เลยเดินไปที่สนามอย่างไม่รีบร้อนระหว่างนั้นก็ได้เห็นนักศึกษาปีหนึ่งคนอื่นในหอพักกำลังวุ่นวายอยู่กับการแต่งตัวเหมือนกันบางคนถึงกับขนาดแปรงฟันไปด้วย ใส่กางเกงทหารไปด้วย
พอมาถึงกลางสนามฟุตบอลหลักของมหาวิทยาลัยหวังเฟิงก็พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มตั้งแถวกันแล้ว โดยแบ่งแยกเป็สองกองกองแรกเป็นักศึกษาชาย กองสองเป็นักศึกษาหญิงข้างหน้ามีครูฝึกทหารคอยะโออกคำสั่งอย่างดุดัน
“เร็วตั้งแถวเร็วเข้า !”
“แยกเพศตัวเองไม่ถูกหรือไง ! นั่นมันแถวผู้หญิง”
“เหลืออีกห้านาที”
“เหลืออีกสามนาที”
“อย่าช้า! นอนตื่นสายแบบนี้แล้วจะไปเรียนไหวได้ยังไง !”
“เหลืออีกหนึ่งนาที”
“หมดเวลา !”
สิ้นสุดคำว่า ‘หมดเวลา’ ของครูฝึกทหารเหล่านักศึกษาที่มาไม่ทันตั้งแถวต่างถูกแยกไว้อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งในจำนวนนั้นหวังเฟิงเห็นว่ามีไห่ชิงหยุน กับโจวมู่หลางอยู่ด้วย สุดท้ายแล้วสองคนนี้ก็มาไม่ทัน
“ไหนบอกผมสิ! ทำไมพวกเธอถึงมาไม่ทัน”
“อะไรนะ ? ให้เวลาน้อยไป ? แล้วเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นทำไมเขาถึงมาทัน”
“อย่ามาใช้ข้ออ้างกับผม! ไม่ทันก็คือไม่ทัน หากทำอะไรผิดก็ยอมรับผิดโดยดีนี่ถึงจะเป็สิ่งที่ถูกต้อง ทั้งหมดวิดพื้นสิบห้าครั้ง !”
เหล่านักศึกษาพอได้ยินว่าต้องวิดพื้นยี่สิบครั้งใบหน้าก็เหยเกขึ้นมา แต่ก็ทำตามแต่โดยดี มีบางคนที่ยังไม่ตื่นเต็มตาพอโดนการลงโทษนี้ไปก็เปลี่ยนเป็กระตือรือร้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น พอวิดพื้นครบทั้งหมดยี่สิบครั้งมีนักศึกษาบางคนถึงกับหมดแรงแล้ว
“ไป ! ไปเข้าแถวรวมกลุ่มกับเพื่อน”
ครูฝึกรอจนนักศึกษาเข้าแถวแยกชายหญิงครบทุกคนแล้วก็เดินสำรวจแถวหน้ารอบหนึ่ง แล้วก็ค่อยอธิบายถึงจุดประสงค์ในการฝึกทหารครั้งนี้ หวังเฟิงฟังแล้วสรุปใจความได้ว่าเป็การปลูกฝังวินัยความสามัคคีในหมู่เพื่อน ๆ และการรักประเทศชาติ ซึ่งนับว่าเป็เื่ดีเพียงแต่ไม่รู้ว่าการฝึกทหารนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไหม ?
*จุดที่อยู่ใต้สะดือราว 1.25 นิ้ว