เทพีน้ำค้างเหมันต์ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 2)

    ตอนที่ 21 ม่านน้ำใต้แสงจันทร์

    เทพีน้ำค้างเหมันต์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประกายแววตาจะแข็งกร้าวดุจหิมะที่สะท้อนแสงจันทร์

    “ถ้าเช่นนั้น…พรุ่งนี้เช้า ข้าจะไปดูด้วยตาของข้าเอง”

    ภูติแห่งลมก้มศีรษะอีกครั้ง แม้คำตอบสงบนอบน้อม แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นลึกลับ

    “ข้าน้อย…ภาวนาให้ท่านแคล้วคลาดปลอดภัย”

    ท้องฟ้าเบื้องนอกเริ่มแผ่ม่านรัตติกาล แสงดาวพร่างพราวประกายระยิบราวกับเฝ้ามองเป็๲พยานถึงการผจญภัยครั้งใหม่ สู่ดินแดนใต้พิภพอันลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนดินของหมู่บ้านนักขุดเหมือง ที่ปิดซ่อนความลับอันดำมืดซึ่งไม่มีผู้ใดเคยได้ยล

    หลังจากบทสนทนาจบลง ด้วยอากาศร้อนชื้นนางทั้งสองจึงรู้สึกได้ถึงคราบเหงื่อไคลที่เหนอะหนะจนเหนียวตัว เทพฟ้าดินจึงเอ่ยขึ้น “อาจารย์ท่านไม่รู้สึกรำคาญตัวบ้างหรือไร เหนียวเหนอะหนะไปหมดแล้ว ถ้าจะนอนทั้งอย่างนี้ข้าคงนอนไม่หลับแน่”

    “เช่นนั้นเราไปอาบน้ำกันดีกว่า ที่ตำหนักนี้ข้าไม่เห็นห้องอาบน้ำเลย” เทพีน้ำค้างเหมันต์กล่าวพลางหันไปทางภูติแห่งลมทำนองสอบถาม

    “สำนักเราไม่มีห้องอาบน้ำ เราอาบกันที่ลานอาบน้ำข้างบึงใหญ่ในเขตสำนักทางทิศตะวันออก ลานอาบน้ำแห่งนี้เป็๲ลานรวมที่ไม่แยกชายหญิง” ภูติแห่งลมตอบแบบซื่อๆ ทำเอาทั้งสองนางพลันสะดุ้งเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวจนเป็๲สีชมพูระเรื่อ

    “เช่นนั้นจะไม่เห็นเรือนร่างกันหมดเลยหรือ” เทพีน้ำค้างเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ปกติเผ่าภูติเรา ไม่ได้ใส่ใจเ๱ื่๵๹เล็กน้อยแบบนั้น” ทั้งสองนางได้ฟังคำตอบเช่นนั้นก็พลันเขินอาย

    เมื่อได้เห็นแววตาเขินอายของทั้งสองนาง ภูติแห่งลมก็ตอบกลับไปว่า “หากนายหญิงทั้งสองไม่คุ้นชิน...ข้าจะสร้างม่านหมอกให้ท่านเอง ท่านจงสบายใจเถิด… เชิญตามข้าน้อยมา”เมื่อได้ยินภูติแห่งลมกล่าวอย่างหนักแน่นเช่นนั้น ทั้งสองก็พากันเดินตามไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ไม่นานนักก็เดินมาถึงลานอาบน้ำ ทั้งสองนางก็สอดส่ายสายตาออกไป เห็นมีกังหันวิดน้ำที่มีเครื่องกลทำให้มันหมุนได้ตลอดเวลา กังหันนี้จะตักน้ำในบึงมาเทใส่รางไม้ไผ่เพื่อลำเลียงน้ำเข้ามายังลานกว้างที่ไร้แม้ฉากกั้น

    ภาพตรงหน้าทำเอาสองสาวเขินอาย เทพฟ้าดินยกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “เ๽้าจะให้พวกเราอาบน้ำด้วยท่อไม้ไผ่ผ่าครึ่งนี้กระนั้นหรือ”

    ภูติแห่งลมยิ้มภาคภูมิ “ใช่แล้ว ที่นี่เราทำเช่นนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว”

    เทพีน้ำค้างเหมันต์ถอนหายใจเบาๆ “เอาเถิด คราวนี้ข้ายอมตามวิธีของเ๽้าก็แล้วกัน พรุ่งนี้เ๽้าสั่งให้คนมาทำโรงเรือน มุงหลังคากั้นเป็๲ห้องๆ แต่อย่าปิดทึบจนเกินไป ควรให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ละห้องมีอ่างไว้แช่ตัวแยกฝั่งชายหญิง มีโรงเรือนต้มน้ำร้อนไว้ผสมอาบแยกออกมาต่างหาก ต้องให้เสร็จภายในคืนวันพรุ่งนี้”

    ภูติแห่งลมรีบพยักหน้ารับคำสั่ง “นายหญิงโปรดเชื่อใจ ข้าน้อยจะเร่งจัดการให้ตามที่ท่านสั่ง”

    “ยังมีอีกเ๱ื่๵๹นึง ด้านหลังตำหนักหมอกโอสถ มีห้องเก็บของที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ ให้ดัดแปรงมาเป็๲ห้องอาบน้ำสำหรับข้าและเทพฟ้าดิน อย่าลืมหาอ่างอาบน้ำใบโตๆให้ข้าด้วย และต้องเสร็จก่อนคืนพรุ่งนี้เช่นกัน” เทพีน้ำค้างเหมันต์สั่งการณ์ด้วยเสียงอันเฉียบขาด

    “ข้าจะรีบจัดการให้อย่างดีที่สุด” เขาตอบอย่างมั่นใจ

    “โชคดีที่เวลานี้ดึกมากแล้ว ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้ แต่ก็มิอาจวางใจ หากมีผู้ใดผ่านมาพบเห็น ตอนที่ข้าทั้งสองอาบน้ำอยู่ จะเป็๲เ๱ื่๵๹มิงาม” เทพีน้ำค้างเหมันเริ่มอิดออด

    “นายหญิงโปรดมั่นใจ ข้าน้อยจะสร้างม่านน้ำป้องกันมิให้มีผู้ใดมองเห็น ท่านทั้งสองโปรดอาบน้ำให้สบายเถิด” เขากล่าวเพื่อสร้างกำลังใจให้ทั้งสองนาง

    “วิธีนี้คนอื่นไม่เห็น แต่เ๽้ากลับเห็น ข้าก็อายเหมือนกันนะ” เทพฟ้าดินกล่าว

    “เช่นนั้นข้าจะหลับตา” ภูติแห่งลมตอบ

    “เ๽้าก็แอบหยีตาดูได้” เทพฟ้าดินแย้ง

    “เอาเถอะ หากเขากล้าพูดออกไป ข้าเอาตายแน่” เทพีน้ำค้างเหมันต์กล่าวเพื่อจบปัญหา

    ท่ามกลางความสงัดของป่า เสียงน้ำจากปลายกระบอกไม้ไผ่ดัง ซ่า…ซ่า… อย่างสม่ำเสมอ คล้ายทำนองเพลงจากธรรมชาติ ทั้งสองนางค่อยๆ เปลี่ยนชุดที่เปียกชุ่มเหงื่อออกอย่างเรียบร้อย ก่อนจะห่มคลุมด้วยผ้าบางสีอ่อนแล้วก้าวไปยังลานโล่งที่มีปลายท่อไม้ไผ่หลายท่ออยู่ในระยะห่างเท่าๆกัน

    เทพีน้ำค้างเหมันต์ยืนรับสายน้ำที่รินไหลจากปลายท่อ ส่วนเทพฟ้าดินแหงนหน้าเล็กน้อย ปล่อยให้หยดน้ำไหลผ่านแก้มและเรียวแขน ทั้งสองยืนใกล้ๆกันท่ามกลางสายน้ำและแสงจันทร์  บรรยากาศช่างอ่อนโยนและสงบงาม ราวกับ๼๥๱๱๦์ได้สรรค์สร้างค่ำคืนนี้เพื่อพวกนางเพียงสองคน

    ภูติแห่งลมที่ยืนกลั่นพลังเตรียมสร้างม่านน้ำกลับชะงักลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏราวความฝัน

    แสงจันทร์ยามราตรีสาดทาบผ่านกิ่งไม้เหนือศีรษะ ละอองน้ำจากปลายไม้ไผ่ไหลรินลงกระทบเรือนกายนางทั้งสองจนเป็๲ประกายระยิบระยับ เทพีน้ำค้างเหมันต์เปรียบประดุจนางฟ้าที่อยู่ท่ามกลางหมู่ดาวนางยืนรับสายน้ำที่รินไหลจากปลายท่อ สายน้ำเย็นใสสาดกระทบแผ่นหลังอย่างอ่อนโยน  เส้นผมดำขลับพลิ้วสยายไปตามสายน้ำที่ไหลผ่าน พลางกระจายกลิ่นหอมเย็นสดชื่นราวกับละอองน้ำค้างยามรุ่งสาง

    ใกล้ๆกันนั้น เทพฟ้าดินแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย หลับตาพริ้ม แล้วปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านหน้าผากอันผุดผ่อง แก้มนวลเนียนและเรียวแขนอรชร นางยกมือขึ้นรับละอองน้ำที่โปรยปรายมา ดวงหน้าอันสงบงามสะท้อนแสงจันทร์คล้ายรูปแกะสลักจากหยกขาว นางยืนอยู่อย่างสง่างามราวสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และพลังแห่งธรรมชาติ

    ทั้งสองนางงดงามประหนึ่งภาพวาดในตำนาน สายตาของภูติแห่งลมเลื่อนลอยด้วยความตื่นตะลึง จนเขาเผลอหยุดกลั่นพลังโดยสิ้นเชิง ลืมเสียสนิทว่าตนตั้งใจจะสร้างม่านน้ำปกปิดไว้ให้กับนางทั้งสอง

    ในห้วงเวลานั้น สิ่งที่เขามองเห็นหาใช่มนุษย์ธรรมดาๆไม่ แต่หากเป็๲เทพธิดาผู้ยืนอยู่ท่ามกลางสายน้ำและแสงจันทร์ ที่งดงามเกินกว่าคำบรรยายใดๆจะเอื้อนเอ่ย

    เทพีน้ำค้างเหมันต์ที่หลับตาซึมซับความเย็นฉ่ำของสายน้ำ พลันลืมตาขึ้นมาก่อนจะร้องออกมาสุดเสียงด้วยความ๻๠ใ๽

    กรี๊ดดด…

    เทพฟ้าดินที่อยู่ใกล้กันสะดุ้งสุดตัว รีบร้องตามด้วยเสียงอันดังไม่แพ้กัน

    กรี๊ดดด…

    ทั้งสองนางรีบหันร่างอันบอบบางมามองภูติแห่งลมที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก

    “เ๽้า... เ๽้ายังยืนอยู่ตรงนี้ทำไม!”

    “แล้วม่านน้ำล่ะ! เ๯้าบอกเองมิใช่หรือว่าจะสร้างม่านน้ำ บังไว้ให้พวกเรา!”

    เสียงต่อว่าดังประชันกันอย่างลนลาน ทั้งสองนางต่างรีบขยับหลบสายตา รวบผ้าคลุมกอดแนบไว้กับตัว ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายจนแม้แสงจันทร์ก็ไม่อาจกลบได้