เทพีน้ำค้างเหมันต์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประกายแววตาจะแข็งกร้าวดุจหิมะที่สะท้อนแสงจันทร์
“ถ้าเช่นนั้น…พรุ่งนี้เช้า ข้าจะไปดูด้วยตาของข้าเอง”
ภูติแห่งลมก้มศีรษะอีกครั้ง แม้คำตอบสงบนอบน้อม แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นลึกลับ
“ข้าน้อย…ภาวนาให้ท่านแคล้วคลาดปลอดภัย”
ท้องฟ้าเบื้องนอกเริ่มแผ่ม่านรัตติกาล แสงดาวพร่างพราวประกายระยิบราวกับเฝ้ามองเป็พยานถึงการผจญภัยครั้งใหม่ สู่ดินแดนใต้พิภพอันลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนดินของหมู่บ้านนักขุดเหมือง ที่ปิดซ่อนความลับอันดำมืดซึ่งไม่มีผู้ใดเคยได้ยล
หลังจากบทสนทนาจบลง ด้วยอากาศร้อนชื้นนางทั้งสองจึงรู้สึกได้ถึงคราบเหงื่อไคลที่เหนอะหนะจนเหนียวตัว เทพฟ้าดินจึงเอ่ยขึ้น “อาจารย์ท่านไม่รู้สึกรำคาญตัวบ้างหรือไร เหนียวเหนอะหนะไปหมดแล้ว ถ้าจะนอนทั้งอย่างนี้ข้าคงนอนไม่หลับแน่”
“เช่นนั้นเราไปอาบน้ำกันดีกว่า ที่ตำหนักนี้ข้าไม่เห็นห้องอาบน้ำเลย” เทพีน้ำค้างเหมันต์กล่าวพลางหันไปทางภูติแห่งลมทำนองสอบถาม
“สำนักเราไม่มีห้องอาบน้ำ เราอาบกันที่ลานอาบน้ำข้างบึงใหญ่ในเขตสำนักทางทิศตะวันออก ลานอาบน้ำแห่งนี้เป็ลานรวมที่ไม่แยกชายหญิง” ภูติแห่งลมตอบแบบซื่อๆ ทำเอาทั้งสองนางพลันสะดุ้งเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวจนเป็สีชมพูระเรื่อ
“เช่นนั้นจะไม่เห็นเรือนร่างกันหมดเลยหรือ” เทพีน้ำค้างเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ปกติเผ่าภูติเรา ไม่ได้ใส่ใจเื่เล็กน้อยแบบนั้น” ทั้งสองนางได้ฟังคำตอบเช่นนั้นก็พลันเขินอาย
เมื่อได้เห็นแววตาเขินอายของทั้งสองนาง ภูติแห่งลมก็ตอบกลับไปว่า “หากนายหญิงทั้งสองไม่คุ้นชิน...ข้าจะสร้างม่านหมอกให้ท่านเอง ท่านจงสบายใจเถิด… เชิญตามข้าน้อยมา”เมื่อได้ยินภูติแห่งลมกล่าวอย่างหนักแน่นเช่นนั้น ทั้งสองก็พากันเดินตามไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่นานนักก็เดินมาถึงลานอาบน้ำ ทั้งสองนางก็สอดส่ายสายตาออกไป เห็นมีกังหันวิดน้ำที่มีเครื่องกลทำให้มันหมุนได้ตลอดเวลา กังหันนี้จะตักน้ำในบึงมาเทใส่รางไม้ไผ่เพื่อลำเลียงน้ำเข้ามายังลานกว้างที่ไร้แม้ฉากกั้น
ภาพตรงหน้าทำเอาสองสาวเขินอาย เทพฟ้าดินยกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “เ้าจะให้พวกเราอาบน้ำด้วยท่อไม้ไผ่ผ่าครึ่งนี้กระนั้นหรือ”
ภูติแห่งลมยิ้มภาคภูมิ “ใช่แล้ว ที่นี่เราทำเช่นนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว”
เทพีน้ำค้างเหมันต์ถอนหายใจเบาๆ “เอาเถิด คราวนี้ข้ายอมตามวิธีของเ้าก็แล้วกัน พรุ่งนี้เ้าสั่งให้คนมาทำโรงเรือน มุงหลังคากั้นเป็ห้องๆ แต่อย่าปิดทึบจนเกินไป ควรให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ละห้องมีอ่างไว้แช่ตัวแยกฝั่งชายหญิง มีโรงเรือนต้มน้ำร้อนไว้ผสมอาบแยกออกมาต่างหาก ต้องให้เสร็จภายในคืนวันพรุ่งนี้”
ภูติแห่งลมรีบพยักหน้ารับคำสั่ง “นายหญิงโปรดเชื่อใจ ข้าน้อยจะเร่งจัดการให้ตามที่ท่านสั่ง”
“ยังมีอีกเื่นึง ด้านหลังตำหนักหมอกโอสถ มีห้องเก็บของที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ ให้ดัดแปรงมาเป็ห้องอาบน้ำสำหรับข้าและเทพฟ้าดิน อย่าลืมหาอ่างอาบน้ำใบโตๆให้ข้าด้วย และต้องเสร็จก่อนคืนพรุ่งนี้เช่นกัน” เทพีน้ำค้างเหมันต์สั่งการณ์ด้วยเสียงอันเฉียบขาด
“ข้าจะรีบจัดการให้อย่างดีที่สุด” เขาตอบอย่างมั่นใจ
“โชคดีที่เวลานี้ดึกมากแล้ว ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้ แต่ก็มิอาจวางใจ หากมีผู้ใดผ่านมาพบเห็น ตอนที่ข้าทั้งสองอาบน้ำอยู่ จะเป็เื่มิงาม” เทพีน้ำค้างเหมันเริ่มอิดออด
“นายหญิงโปรดมั่นใจ ข้าน้อยจะสร้างม่านน้ำป้องกันมิให้มีผู้ใดมองเห็น ท่านทั้งสองโปรดอาบน้ำให้สบายเถิด” เขากล่าวเพื่อสร้างกำลังใจให้ทั้งสองนาง
“วิธีนี้คนอื่นไม่เห็น แต่เ้ากลับเห็น ข้าก็อายเหมือนกันนะ” เทพฟ้าดินกล่าว
“เช่นนั้นข้าจะหลับตา” ภูติแห่งลมตอบ
“เ้าก็แอบหยีตาดูได้” เทพฟ้าดินแย้ง
“เอาเถอะ หากเขากล้าพูดออกไป ข้าเอาตายแน่” เทพีน้ำค้างเหมันต์กล่าวเพื่อจบปัญหา
ท่ามกลางความสงัดของป่า เสียงน้ำจากปลายกระบอกไม้ไผ่ดัง ซ่า…ซ่า… อย่างสม่ำเสมอ คล้ายทำนองเพลงจากธรรมชาติ ทั้งสองนางค่อยๆ เปลี่ยนชุดที่เปียกชุ่มเหงื่อออกอย่างเรียบร้อย ก่อนจะห่มคลุมด้วยผ้าบางสีอ่อนแล้วก้าวไปยังลานโล่งที่มีปลายท่อไม้ไผ่หลายท่ออยู่ในระยะห่างเท่าๆกัน
เทพีน้ำค้างเหมันต์ยืนรับสายน้ำที่รินไหลจากปลายท่อ ส่วนเทพฟ้าดินแหงนหน้าเล็กน้อย ปล่อยให้หยดน้ำไหลผ่านแก้มและเรียวแขน ทั้งสองยืนใกล้ๆกันท่ามกลางสายน้ำและแสงจันทร์ บรรยากาศช่างอ่อนโยนและสงบงาม ราวกับ์ได้สรรค์สร้างค่ำคืนนี้เพื่อพวกนางเพียงสองคน
ภูติแห่งลมที่ยืนกลั่นพลังเตรียมสร้างม่านน้ำกลับชะงักลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏราวความฝัน
แสงจันทร์ยามราตรีสาดทาบผ่านกิ่งไม้เหนือศีรษะ ละอองน้ำจากปลายไม้ไผ่ไหลรินลงกระทบเรือนกายนางทั้งสองจนเป็ประกายระยิบระยับ เทพีน้ำค้างเหมันต์เปรียบประดุจนางฟ้าที่อยู่ท่ามกลางหมู่ดาวนางยืนรับสายน้ำที่รินไหลจากปลายท่อ สายน้ำเย็นใสสาดกระทบแผ่นหลังอย่างอ่อนโยน เส้นผมดำขลับพลิ้วสยายไปตามสายน้ำที่ไหลผ่าน พลางกระจายกลิ่นหอมเย็นสดชื่นราวกับละอองน้ำค้างยามรุ่งสาง
ใกล้ๆกันนั้น เทพฟ้าดินแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย หลับตาพริ้ม แล้วปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านหน้าผากอันผุดผ่อง แก้มนวลเนียนและเรียวแขนอรชร นางยกมือขึ้นรับละอองน้ำที่โปรยปรายมา ดวงหน้าอันสงบงามสะท้อนแสงจันทร์คล้ายรูปแกะสลักจากหยกขาว นางยืนอยู่อย่างสง่างามราวสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และพลังแห่งธรรมชาติ
ทั้งสองนางงดงามประหนึ่งภาพวาดในตำนาน สายตาของภูติแห่งลมเลื่อนลอยด้วยความตื่นตะลึง จนเขาเผลอหยุดกลั่นพลังโดยสิ้นเชิง ลืมเสียสนิทว่าตนตั้งใจจะสร้างม่านน้ำปกปิดไว้ให้กับนางทั้งสอง
ในห้วงเวลานั้น สิ่งที่เขามองเห็นหาใช่มนุษย์ธรรมดาๆไม่ แต่หากเป็เทพธิดาผู้ยืนอยู่ท่ามกลางสายน้ำและแสงจันทร์ ที่งดงามเกินกว่าคำบรรยายใดๆจะเอื้อนเอ่ย
เทพีน้ำค้างเหมันต์ที่หลับตาซึมซับความเย็นฉ่ำของสายน้ำ พลันลืมตาขึ้นมาก่อนจะร้องออกมาสุดเสียงด้วยความใ
กรี๊ดดด…
เทพฟ้าดินที่อยู่ใกล้กันสะดุ้งสุดตัว รีบร้องตามด้วยเสียงอันดังไม่แพ้กัน
กรี๊ดดด…
ทั้งสองนางรีบหันร่างอันบอบบางมามองภูติแห่งลมที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก
“เ้า... เ้ายังยืนอยู่ตรงนี้ทำไม!”
“แล้วม่านน้ำล่ะ! เ้าบอกเองมิใช่หรือว่าจะสร้างม่านน้ำ บังไว้ให้พวกเรา!”
เสียงต่อว่าดังประชันกันอย่างลนลาน ทั้งสองนางต่างรีบขยับหลบสายตา รวบผ้าคลุมกอดแนบไว้กับตัว ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายจนแม้แสงจันทร์ก็ไม่อาจกลบได้