สงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบยอดไม้ในสวนมะม่วงหลังบ้านจนดูระยิบระยับเป็ประกายสีทอง
แต่ทว่าในใจของฉันกลับมืดมนและกระสับกระส่ายเหมือนมีพายุฝนตั้งเค้าทมิฬ
หลังจากค่ำคืนอันโหดร้ายป่าเถื่อนบนเตียงนอนของฉันกับแมนผ่านพ้นไป
ร่างกายของฉันก็ดูเหมือนจะส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่น่าตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
มันเป็ความกลัวลึกๆ ที่กัดกินหัวใจของฉันทีละนิดจนแทบประคองสติไม่อยู่
เช้าวันนี้ ขณะที่ฉันกำลังยืนล้างจานชามอยู่ในครัวหลังบ้านที่อากาศค่อนข้างอบอ้าว
จู่ๆ กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อยืดที่ตากอยู่ใกล้ๆ โชยมาแตะจมูก
เพียงแค่กลิ่นหอมเคมีจางๆ นั้นแล่นเข้าสู่ประสาทัั ท้องของฉันก็พลันปั่นป่วนบิดมวนขึ้นมาทันที
อาการคลื่นเหียนแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอหอยอย่างรุนแรงจนฉันต้องปล่อยจานในมือร่วงลงอ่างเสียงดังเคร้ง
ฉันรีบวิ่งหน้าตั้งไปที่อ่างล้างจาน โก่งคออาเจียนออกมาอย่างหนักจนตัวโยนสะท้าน
"อุ้ก... แหวะ..."
น้ำตาของฉันไหลพรากไหลอาบสองแก้ม ร่างกายขาวอวบอ่อนแรงจนเข่าสองข้างสั่นระริกแทบทรุดลงไปกองกับพื้นปูน
ฉันกอดขอบอ่างล้างจานไว้แน่น ทรวงอกอวบอัดสะท้อนขึ้นลงรัวๆ ลมหายใจหอบถี่สั่นสะท้านระลอกแล้วระลอกเล่า
ในปากเต็มไปด้วยรสขมปร่าและน้ำลายเหนียวเหนอะหนะ
หน้าตาของฉันซีดเซียวไร้สีเื แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ทั้งที่อากาศภายนอกร้อนระอุ
สะโพกอวบอัดและขาอ่อนล้าจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายมันอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดใน่สัปดาห์ที่ผ่านมา
"เป็อะไรไปฝ้าย? ท่าทางดูไม่ดีเลยนะลูก"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบของคุณพ่อณรงค์ดังขึ้นจากทางด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ท่านก้าวเดินเข้ามาดูฉันด้วยแววตาคมกริบหลังกรอบแว่นหนา สายตานั้นจดจ้องและวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของฉันอย่างละเอียด
"ฝ้าย... ฝ้ายแค่รู้สึกเวียนหัวและคลื่นไส้นิดหน่อยค่ะคุณพ่อ คงเพราะ่นี้อากาศร้อนจัดแล้วฝ้ายพักผ่อนไม่ค่อยพอน่ะค่ะ..."
ฉันตอบพึมพำพลางเอามือบางขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผาก พยายามประคองเสียงไม่ให้สั่น
คุณพ่อณรงค์ขมวดคิ้วแน่นจนเป็ปม สายตาคมกริบของท่านเลื่อนต่ำลงจับจ้องที่หน้าท้องของฉันอย่างจงใจ
ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาใกล้จนชิดแผ่นหลังของฉัน กลิ่นชาจีนและบุหรี่จางๆ จากตัวท่านโชยมาบดบังกลิ่นอื่นจนหมดสิ้น
ท่านเอื้อมมือหนาใหญ่และร้อนจัดมาโอบเอวอวบอัดของฉันจากด้านหลัง ดึงร่างของฉันให้แนบชิดแ่เบา
"ประจำเดือนของหนู... ครั้งสุดท้ายมาเมื่อไหร่ฝ้าย?"
คำถามแหบพร่าข้างใบหูทำเอาฉันเย็นวาบไปถึงกระดูกดำราวกับโดนน้ำแข็งราด
ฉันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นสะดุดกึก พยายามลนลานนึกย้อนวันเวลาในปฏิทิน
และแล้วความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็แจ่มชัดขึ้นมาในสมอง
มันขาดหายไปเกือบสองเดือนแล้ว!
และที่น่ากลัวที่สุดคือ แมนเดินทางไปทำงานนอกชายฝั่งได้เกือบสองเดือนแล้ว...
แต่่เวลานั้นคือ่ที่คุณพ่อณรงค์ไขกุญแจเข้ามาล่วงเกินบำเรอตัณหาในห้องนอนของฉันเกือบทุกคืน!
"พ่อ... พ่อหมายความว่ายังไงคะ?" ฉันถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความกลัวลึกๆ
"พ่อสงสัยว่าหนูกำลังท้อง..." คุณพ่อณรงค์กระซิบเสียงนิ่งทว่ามีกระแสความตระหนกซ่อนอยู่
"และเด็กในท้อง... ก็คงจะเป็ลูกของพ่อ หรือไม่ก็เพื่อนๆ ของพ่อ ไม่มีทางเป็ของไอ้แมนมันหรอก"
คำยืนยันอันเหี้ยมเกรียมของพ่อผัวบดขยี้หัวใจของฉันจนแหลกละเอียด
หากแมนกลับมาแล้วพบว่าฉันตั้งท้อง ทว่าระยะครรภ์ไม่ตรงกับ่เวลาที่เขาอยู่บ้าน... ความลับซ่อนชู้วิปริตนี้ต้องถูกกระชากหน้ากากอย่างแน่นอน!
"คุณพ่อ... ฮือออ... ฝ้ายจะทำยังไงดีคะ ฝ้ายกลัวเหลือเกิน..." ฉันกอดตัวเองร้องไห้สะอื้นซบหน้าลงกับอกหนาของท่านอย่างไร้ที่พึ่ง
"เงียบซะฝ้าย อย่าทำตัวมีพิรุธ เดี๋ยวพ่อจะขับรถออกไปซื้อชุดตรวจครรภ์ที่ร้านขายยาในตลาดมาให้ตรวจให้แน่ใจ ระหว่างนี้ทำตัวให้เป็ปกติที่สุด ห้ามพูดเื่นี้ให้ใครรู้เด็ดขาด!"
คุณพ่อณรงค์บีบไหล่ฉันสั่งเสียงเข้มแกมบังคับ ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงออกไปสตาร์ทรถยนต์ขับออกจากบ้านสวนไปทันที
ฉันนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ไม้ในครัวด้วยความสิ้นหวังสุดจิตใจ
ในท้องของฉันกำลังอุ้มท้องลูกของพ่อผัวหรือเพื่อนพ่อผัวงั้นหรือ? มันช่างเป็ตราบาปที่โหดร้ายทารุณเหลือเกิน
ทว่า... ในขณะที่หัวใจของฉันกำลังจมดิ่งสู่ความมืดมิดอยู่นั้น
เสียงแตรของรถยนต์ก็นึ่งดังลั่นขึ้นจากบริเวณลานดินหน้าบ้านสวน
*ปิ๊นๆ!*
ฉันสะดุ้งสุดตัวรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าปาดคราบน้ำตาบนแก้มออกลวกๆ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปดู
และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำเอาฉันหัวใจแทบหยุดเต้นอีกครั้ง
เด็กสาวร่างบางใบหน้าน่ารักสดใสในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทกำลังส่งยิ้มร่าเริงขณะยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงจากท้ายรถแท็กซี่
"เมย์!"
น้องสาวแท้ๆ ของแมน... และเป็ลูกสาวคนเล็กของคุณพ่อณรงค์ที่ปกติเรียนหนังสืออยู่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ!
"พี่ฝ้ายขา! เมย์มาแล้วค่า!"
เมย์ะโเรียกเสียงใสแจ๋วเมื่อหันมาเห็นฉันเดินออกไปต้อนรับที่หน้าประตูบ้านสวน
เธอวิ่งโร่เข้ามากอดฉันด้วยความดีใจปนความคิดถึงจนฉันต้องฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความกังวลและกอดตอบร่างบางของน้องสามีไว้แน่น
"เมย์... ทำไมเดินทางมาไม่บอกล่วงหน้าเลยล่ะจ๊ะ? ปิดเทอมแล้วเหรอ?" ฉันถาม ตะกุกตะกักพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
"ใช่ค่ะพี่ฝ้าย ปิดเทอมใหญ่แล้ว เมย์คิดถึงบ้านสวน คิดถึงคุณพ่อแล้วก็คิดถึงพี่ฝ้ายมากเลยค่ะ เมย์เบื่อกรุงเทพฯ ด้วยเลยกะมาพักผ่อนยาวๆ สักสองสามสัปดาห์เลยค่ะ"
เมย์บอกพลางลากกระเป๋าเดินทางล้อลากเข้ามาในโถงบ้านสวนอย่างกระปรี้กระเปร่า
เธอสอดส่ายสายตามองรอบๆ บ้านสวนพลางสูดหายใจเข้าลึก
"อื้มม... คิดถึงกลิ่นอายบ้านสวนจังเลยค่ะ ว่าแต่พี่แมนไปทำงานแท่นขุดเจาะอีกแล้วใช่ไหมคะ?"
"จ้ะ... พี่แมนเพิ่งบินไปได้วันสองวันเองจ้ะเมย์" ฉันตอบ น้ำเสียงเบาหวิวขืนยิ้มแห้งๆ
"เสียดายจัง อดเจอพี่ชายเลย... เอ๊ะ? พี่ฝ้ายเป็อะไรหรือเปล่าคะ ทำไมใบหน้าดูซีดๆ เซียวๆ ดูเหนื่อยง่ายจัง?"
คำถามช่างสังเกตของเมย์ทำให้ฉันใจหายวูบ เมย์เป็เด็กเรียนเก่งและมีสายตาคมจับพิรุธคนได้ง่ายมาั้แ่ไหนแต่ไร
"พี่... พี่แค่รู้สึกเวียนหัวเพราะอากาศอ้าวๆ ่นี้น่ะจ้ะ ไม่มีอะไรหรอก เมย์เดินทางมาเหนื่อยๆ ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนบนห้องนอนก่อนเถอะนะ เดี๋ยวพี่จัดเตรียมน้ำเย็นๆ ไว้ให้" ฉันรีบแก้ตัวพัลวันเพื่อส่งเธอขึ้นห้องไปก่อน
ไม่นานนัก รถยนต์ของคุณพ่อณรงค์ก็แล่นกลับเข้ามาจอดที่ลานบ้านสวน
เมื่อคุณพ่อก้าวเดินเข้ามาและพบเมย์นั่งเล่นมือถืออยู่ในโถงบ้าน ท่านก็มีสีหน้าตื่นตะลึงและชะงักไปชั่วครู่
ทว่าด้วยความเ้าเล่ห์และมีหน้ากากสุภาพชนที่หนาแน่น ท่านรีบปรับเปลี่ยนแววตากลายเป็พ่อที่แสนอบอุ่นและเข้ามากอดทักทายลูกสาวคนเล็กทันที
"อ้าว ยายเมย์ มาได้ยังไงไม่บอกพ่อเลยลูก"
"เมย์อยากมาเซอร์ไพรส์คุณพ่อไงคะ" เมย์หัวเราะคิกคักคอยออดอ้อนกอดเอวคุณพ่อณรงค์
ในระหว่างที่เมย์กำลังขนสัมภาระขึ้นไปเก็บบนห้องนอนชั้นสอง
คุณพ่อณรงค์รีบเดินเลี่ยงเข้ามาหาฉันในครัวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
ท่านดึงถุงพลาสติกสีดำทึบออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วยัดใส่มือฉันทันที
"รีบเอาไปตรวจในห้องน้ำซะฝ้าย... อย่าให้ยายเมย์เห็นเด็ดขาด ได้ผลยังไงรีบมาบอกพ่อด่วนเลยนะ"
คุณพ่อณรงค์กระซิบบอกเสียงเฉียบขาดด้วยแววตาคมกริบแกมข่มขู่ขวัญ
ฉันรับถุงพลาสติกนั้นมาด้วยฝ่ามือที่เย็นเฉียบและสั่นเทา รีบเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างทันทีล็อกประตูดัง *แก๊ก*
ฉันแกะกล่องดึงแท่งตรวจครรภ์พลาสติกสีขาวแบรนด์ดังออกมา หัวใจเต้นระทึกรัวจนแทบจะทะลุออกจากทรวงอก
ฉันสั่นเทิ้มขณะหยดน้ำปัสสาวะลงบนช่องทดสอบตามคำแนะนำอย่างระมัดระวัง
จากนั้นจึงวางแท่งตรวจทิ้งไว้บนขอบอ่างล้างหน้ากระจก และทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากอดตัวเองร้องไห้รอเวลาด้วยความสิ้นหวัง
ห้านาทีผ่านไป... มันช่างเป็เวลาที่บีบคั้นทรมานหัวใจของฉันจนแทบแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
ฉันค่อยๆ พยุงร่างกายที่อ่อนแรงลุกขึ้นยืน ก้าวเดินไปที่ขอบอ่างล้างหน้าและก้มมองผลการทดสอบช้าๆ
บนช่องแสดงผล... ปรากฏเส้นขีดสีแดงเข้มหนาชัดเจนขึ้นมา "สองขีดแดง" อย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลย!
ฉันท้องจริงๆ... ท้องกับชู้ตัณหากลับที่ไม่ใช่สามีของตัวเอง!
"ฮือออ..." ฉันยกมือขึ้นปิดปากแน่น ร้องไห้สะอื้นออกมาจนตัวสั่นเทาเหมือนคนบ้าเสียสติ
ด้วยความใและสิ้นหวังสุดขีด มือบางของฉันพลันสั่นระริกปัดไปโดนขวดสบู่เหลวคริสตัลขอบอ่างจนลื่นไถล
ส่งผลให้แท่งตรวจครรภ์พลาสติกสีขาวในมือร่วงหล่นลงพื้นกระเบื้องดัง *แปะ* และกระเด็นไปหยุดอยู่ใกล้หน้าประตูห้องน้ำ
ทว่าในวินาทีวิกฤตินั้นเอง...
ประตูห้องน้ำชั้นล่างที่เป็ไม้โบราณ ซึ่งมีระบบกลอนชำรุดล็อกไม่ค่อยสนิทและมักจะเผยอออกง่ายหากมีแรงผลัก
ก็ถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเลยสักนิดเดียว!
"พี่ฝ้ายคะ พอดีเมย์จะเข้ามาล้างมือ... เอ๊ะ?!"
เสียงใสของเมย์ขาดห้วงไปทันทีเมื่อเธอสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้องน้ำ
ดวงตากลมโตของเมย์เบิกกว้างจ้องตรงลงไปที่แท่งตรวจครรภ์พลาสติกสีขาวที่แสดงผลสองขีดแดงเด่นหราบนพื้นกระเบื้องห้องน้ำ
ก่อนจะช้อนสายตามองขึ้นมาที่ใบหน้าชุ่มน้ำตาที่ซีดเผือดไร้สีเืของฉันด้วยความตื่นตะลึงสุดชีวิต!