“ถ้าอย่างนั้นท่านก็อยู่ส่วนท่าน ข้าก็อยู่ส่วนข้าอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกันเลยนะเ้าคะ”
“ได้อย่างไรเล่า ข้ารอคอยที่จะได้พบคนเช่นเ้ามานานแสนนาน ในที่สุดข้าก็พบแล้วจะให้แยกกันอยู่ได้อย่างไร ไหนๆแล้วมารดาของเ้าก็มิใยดีพวกเ้า ข้าจะทำหน้าที่แทนนางเองดีหรือไม่”
“เอ่อ..มิเป็ไรเ้าค่ะ”เยว่ซินรีบปฏิเสธ
“เอาเถอะๆ เ้ามิ้าก็ไม่เป็ไร แต่หากเ้า้าข้าเมื่อใดก็เรียกหาข้าได้ทันที จำชื่อข้าไว้ให้ดีๆล่ะ..ไฉ่ฮวา ”เสียงนั้นดังแว่วมาตามสายลม คาดว่าคงรู้สึกได้ว่าดรุณน้อยตรงหน้ารู้สึกเช่นไร จึงไม่อยากทำให้นางต้องใไปมากกว่านี้
หากมีคนดีๆอยากรับนางและน้องชายไปดูแลนางก็มิอยากปฏิเสธหรอก แต่ว่านี่…ผีอยากได้นางและน้องชายเป็บุตร มิเท่ากับว่านางกับน้องชายต้องตายตามนางไปหรอกหรือ แค่คิดก็รู้สึกไม่ปลอดภัยเสียแล้ว แต่จะทำอย่างไรได้นางไม่ใช่หมอผีจึงจะสามารถไล่ิญญาร้ายไปได้
แล้วหากว่านางแกล้งทำเป็ไม่สนใจล่ะ ิญญาตนนั้นอาจจะเบื่อหน่ายและจากไปเองก็ได้ คงจะเลิกมาเฝ้าวนเวียนอยู่รอบกายนางเช่นนี้ก็เป็ได้ คิดได้ดังนั้นนางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากโข
แต่หารู้ไม่ว่านางคิดผิดมหันต์ เพราะจากนี้ชีวิตของนางจะผูกติดอยู่กับิญญาอีกหลายดวงที่พร้อมจะเป็บริวารให้แก่นาง ทั้งชีวิตในภพใหม่นี้ของนางคงไม่อาจได้เดินเส้นทางเช่นปุถุชนคนธรรมดาอีกแล้ว
เยว่ซินใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบใหม่นี้ได้จวบจนเกือบครบสัปดาห์ แต่นางก็ไม่อาจชินกับพร์ที่ได้รับมาเสียที คราแรกนางตั้งใจว่าจะทำเป็ไม่สนใจ ทำเหมือนว่าไม่รู้สึกถึงการมีตัวตนของพวกเขา แต่ทว่าบางครานางเผลอตอบคำถามที่ผีตนนั้นถามเสียนี่ ิญญาตนแรกที่นางได้ยินเสียงไม่ค่อยเท่าไหร่นางรู้สึกได้แค่ว่าเขาวนเวียนอยู่ใกล้ๆนาง ไม่ได้ลุกล้ำให้นางต้องขุ่นเคือง
แต่ิญญาอีกดวงนี่สิวนเวียนอยู่รอบตัวนางแทบจะตลอดเวลาทั้งยังซักไซร้นางไม่หยุดหย่อน จนบางครานึกอยากจะไปหาหมอผีมาจับลงหม้อถ่วงน้ำไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด นี่ถือว่า์ยังเมตตานางที่ไม่ประทานพรให้เห็นเป็ตัวเป็ตนไปเสียด้วยเลย เพราะขนาดได้ยินแค่เสียงนางก็รู้สึกราวกับว่าตนเองวิปลาสขึ้นไปทุกวัน
ในทุกๆวันนางต้องนำเสี่ยวหยางไปฝากท่านยายหวังที่มีบ้านอยู่ไม่ไกลกันเท่าใดนัก ถึงแม้เขาจะดูแลตัวเองได้แล้ว แต่นางก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี ครั้นจะให้นำติดตัวไปทำงานรับจ้างด้วยก็คงจะไม่สะดวกนัก ส่วนมารดานั้นหรือไม่เคยสนใจใยดีใดๆนอกเสียจากรอรับค่าจ้างในแต่ละวันของนาง บางคราเยว่ซินก็แอบเก็บค่าแรงไว้เล็กน้อย ช่วยไม่ได้ล่ะนะนางก็ต้องกินต้องใช้เช่นกัน
“เ้าคิดอะไรอยู่หรือเด็กน้อย ข้าเห็นเ้าหน้ายุ่งคิ้วขมวดมาหลายวันแล้ว” ผีตนหนึ่งที่นางไม่อาจมองเห็นตัวตนเอ่ยถาม
“ข้าก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ”เยว่ซินตอบเบาๆ
“เ้ารู้หรือไม่ว่าฮูหยินบ้านสวี่มิอาจมีบุตรเพราะเหตุใด เ้าทายสิ”
“ข้าจะไปรู้หรือ”เยว่ซินเสียงตอบติดลำคาญเล็กน้อย
“ฮิฮิฮิ…ข้าจะบอกให้ ก็เพราะว่าสามีนางมิทำการบ้านน่ะสิ ซ้ำเขายังไปมีอนุนอกบ้าน….” ิญญาผู้มีนิสัยชอบสอดแนมเื่ชาวบ้านไปทั่ว ทั้งยังชอบนำมานินทาให้นางฟังบ่อยๆเสียจนนางแทบจะรู้เื่ของคนทั้งหมู่บ้าน
“ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนักที่สามารถรู้เื่ราวของคนทั้งหมู่บ้าน ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้ทำงานเป็หน่วยสอดแนมใช่หรือไม่”เยว่ซินเอ่ยชมทั้งที่ภายในใจนั้นนางเหนื่อยหน่ายใจเหลือเกิน
ในภพก่อนนางเคยปลอมตัวไปเปิดสำนักหมอดูเพื่อสืบข่าวในละแวกนั้น ในเมื่อไม่มีความรู้ด้านการดูดวงจริงๆ นางก็ต้องหาวิธีอื่นเพื่อให้แเีที่สุดนั่นก็คือสอดแนมกับบรรดานักนินทาทั้งหลายนี่แหละที่คอยมานินทาคนนั้นคนนี้ให้ฟัง นางจึงนำข้อมูลเ่าั้ไปประกอบการดูดวง ตอนนั้นนางได้รับเงินเป็กอบเป็กำเลยล่ะ เผลอๆมากกว่าเงินเดือนอีกเสียมั้ง
‘จริงสิดูดวง!”นางดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้น
นางไม่อยากทำงานที่ต้องเปิดเผยตัวตน เพราะนางอายุเพียงเท่านี้จะทำกิจการใดก็ยากนักที่จะได้รับการยอมรับ หากนางเปิดสำนักดูดวงก็ยังพอปลอมตัวตบตาผู้คนได้ ถึงแม้ไม่มีวิชาดูดวงใดๆแต่นางก็มีความสามารถพิเศษนั่นคือคุยกับิญญาได้ และิญญาพวกนี้ก็สืบข้อมูลได้ง่ายกว่าคนอีกเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้อีกด้วย ขอเพียงตกลงกับภูติผีได้ลงตัวเท่านี้ก็มองเห็นความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
“ท่านผีเ้าคะ ท่านยังอยู่หรือไม่”หญิงสาวเอ่ยถามกับอากาศ
“มีอะไรกับข้ารึ”เสียงแว่วมาตามลม
“เอ่อ…หากว่าข้า้าข้อมูลผู้อื่นจากท่านแลกกับของเซ่นไหว้ได้หรือไม่เ้าคะ”นางลองเสนอด้วยใจเต้นระรัว
“ข้อมูลผู้อื่นอย่างนั้นรึ ของผู้ใดล่ะ”น้ำเสียงสงสัยเอ่ยกลับมา
“ก็ของทุกคนที่้าดูดวงกับข้าอย่างไรล่ะ หากท่านตกลงข้าจะเลี้ยงดูท่านอย่างดี”
“เอาสิ! เช่นนั้นเ้าจงทำพันธสัญญากับข้าเสียสิ”เสียงผีเอ่ยอย่างยินดี
“อย่างไรหรือเ้าคะ”หญิงสาวฉงนใจ
“โอ๊ย!”