[ คุณได้รับวัตถุดิบที่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านเยนเป็ค่าตอบแทน ]
Level Up !
Level Up !
[ ปลดล็อคระบบเควส ]
[ ปลดล็อคระบบคำนวณนับออเดอร์ ]
[ เนื่องจากคุณได้วัตถุดิบล้ำค่า ปลดล็อคระบบเควสพิเศษ ]
[ เควสพิเศษวัตถุดิบล้ำค่า ]
[ โสมหมื่นปีเป็วัตถุดิบโบราณที่ถูกเรียกว่าเป็ยาที่สามารถรักษาได้ทุกโรคหรือยาอายุวัฒนะ ว่ากันว่ามันสามารถช่วยปลุกิญญาเพื่อฟื้นคืนชีพให้คนตายได้อีกด้วย ]
[ ภารกิจ : ใช้โสมหมื่นปีทำเป็อาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อช่วยเหลือลูกค้า 0/3 ( เฉพาะคนที่จำเป็เท่านั้น ) ]
[ รางวัล : เงินสด 100 ล้านเยน ]
[ ล้มเหลว : ปิดร้าน 365 วัน ]
[ ระยะเวลา : 7 วัน ]
“ น..หนึ่งร้อยล้านนนน!!!!! ” โซมะะโอุทานออกมาเสียงดังลั่นร้านทำให้เขาต้องรีบปิดปากของตัวเองไว้ เมื่อเขาดึงสติของตัวเองกลับมาได้เขาพยายามอ่านทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง
“ ใช้โสมหมื่นปีเพื่อทำอาหารและเครื่องดื่มเพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างงั้นเหรอ ? มีวงเล็บว่าเฉพาะคนที่จำเป็อีกด้วย ”
“ แล้วฉันจะรู้ได้ไงวะเนี่ยว่าคนไหนจำเป็หรือไม่จำเป็แถมถ้าทำไม่ได้ภายใน 7 วันโดนปิดร้านอีกตั้ง 1 ปี! ”
“ เฮ้อ…ก่อนอื่นดูระบบอันอื่นที่มาใหม่ก่อน ระบบคำนวณออเดอร์อย่างงั้นเหรอ ? ” โซมะกดไปที่ปุ่มระบบคำนวณออเดอร์เพื่อที่จะอ่านรายละเอียดของมัน
[ ระบบคำนวณออเดอร์ จะสามารถคำนวณราคาออเดอร์ของลูกค้าแต่ละโต๊ะได้ ]
“ สั้นจังแฮะ ” เมื่อโซมะกดปุ่มเข้าไปก็พบว่ามีหมายเลขโต๊ะตามจำนวนที่ร้านของเขามี และมีปุ่มสีแดงเล็กๆอยู่ที่ขวาบนของโต๊ะหมายเลข 1 ซึ้งมันเป็โต๊ะที่ชายชรานักพรตนั่งก่อนหน้านี้ เมื่อกดเข้าไปจะมีรายการอาหารเครื่องดื่มพร้อมกับบอกราคาของออเดอร์ทั้งหมดที่ลูกค้าคนนั้นสั่งทั้งหมด

“ เจ๋งเลยแฮะแบบนี้ค่อยสะดวกขึ้นมาหน่อย ฉันจะได้ไม่ต้องไปไล่เพิ่มรายการออเดอร์แต่ละรายการเพื่อที่จะคำนวณเงิน ”
“ แล้วทีนี้ระบบเควสที่บอกว่าปลดล็อคมันจะเป็ยังไงนะ แต่ก่อนอื่นต้องหาทางทำอะไรกับเควสพิเศษซะก่อน กำหนดมีแค่ 7 วันถ้าไม่รีบทำอะไรมีหวังโดนปิดร้านแน่ๆ ”
และในระหว่างที่โซมะกำลังครุ่นคิดเื่ระบบเควสจู่ๆก็มีเสียงกระดิ่งที่ประตูหน้าร้านดังขึ้นมา เป็พวกนัทสึกิไอรีนและฮาคุที่เดินมาเข้าในร้านพร้อมกับถือของกินเต็มไม้เต็มมือไปหมด และหลังจากนั้นโซมะก็ได้เล่าเื่ต่างๆที่เกิดขึ้นให้พวกเขาได้ฟัง
“ น..นหนึ่งร้อยล้าน!!! ” เมื่อนัทสึกิได้ฟังจากปากที่โซมะเล่าออกมาทำให้เธออุทานลั่นออกมาเสียงดัง
“ ฉันเข้าใจ ฉันก็ร้องออกมาแบบนี้ ”
“ น..นี้มันสุดยอดจริงๆ สุดยอดสุดๆไปเลยโซมะ! ” ด้วยความตื่นเต้นของนัทสึกิทำให้เธอวิ่งไปเขย่าคอเสื้อของโซมะซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความตื่นเต้น
“ มันดูเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ? ” ไอรีีนแทรกถามขึ้นมาในขณะที่กำลังกินขนมพัฟฟ์ข้าวโพดกรอบ
“ ก็นะเงินทองมันมีค่าสำหรับพวกมนุษย์เท่านั้นแหละ ” ฮาคุพูดแทรกขึ้นมาในขณะที่กำลังกินไก่คาราเกะเสียบไม้
“ ( แล้วพวกเอ็งไปสนิทกันแต่ตอนไหนฟะ ก่อนหน้านี้ยังจะฆ่ากันอยู่เลย ) ” โซมะคิดในใจเพราะไอรีนกับฮาคุนั้นไม่ถูกกันเพราะเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเป็ศัตรูกันแต่คงเป็เพราะของกินที่ทำให้พวกเขาลืมสิ่งนั้นไป
“ ใช่คะ มันก็ต้องเยอะสิคะแถมเยอะมากๆด้วย ” ความตื่นเต้นของนัทสึกิที่กำลังพลุ่งพล่านทำให้ไอรีนรู้สึกมึนงง
“ เงินทองงั้นเหรอ…ถ้าเ้าอยากได้ขนาดนั้นไว้ข้าจะเอามาให้ก็แล้วกัน ที่คลังสมบัติของข้ากองเต็มจนไม่มีที่เก็บแล้วละ ” ไอรีนกล่าวออกมาอย่างหน้าตาเฉย
“ จ..จริงงั้นเหรอคะ ท่านพี่ไอรีน~ ” นัทสึกิวิ่งเข้าไปกอดอ้อนไอรีนทันทีเมื่อพูดถึงเงินทอง
“ จริงสิ ตอบแทนที่เ้าพาข้าไปหาของกินอร่อยๆกันตั้งขนาดนั้น ”
“ รักที่สุดเลย~ ”
“ เฮ้อเอาล่ะพอได้ๆ ฉันจะเปิดร้านอีกครั้งละนะจะเอาอะไรหน่อยไหม ”
“ ข้าขอไวน์แดงแล้วก็ของหวานลูกแพร์นั้น ”
“ ส่วนฉันขอสาเกและคาราเกะ ”
“ คร้าบๆนัทสึกิมาช่วยหน่อยสิ ”
“ ได้เลย~ ”
และหลังจากนั้นร้านของโซมะก็ได้เปิดให้บริการอีกครั้ง และครั้งนี้ร้านของเขาก็ถึงเวลาที่จะเทเลพอร์ตอีกครั้งเมื่อโซมะเดินออกมาข้างนอกก็พบว่าร้านของเขาอยู่ในเมืองที่ใดที่หนึ่ง โซมะได้สอบถามคนที่เดินผ่านไปมาแล้วก็พบว่าเป็เมืองเมนอส ซึ้งเป็เมืองที่อยู่ฝั่งตะวันตกของเมืองบาบิโลนและมันเป็ผลดีเลยทีเดียวที่ร้านของเขามาอยู่ที่ตัวเมืองและหลังจากนั้นโซมะก็ได้ชักชวนผู้คนที่เดินไปมาให้มาใช้บริการที่ร้านของเขา
แล้วระหว่างนั้นเหล่าพี่น้องเหล่าคนแคระลอรัสที่ถูกเพิ่มในรายชื่อลูกค้าขาประจำก็ได้กลับมาใช้บริการอีกครั้ง และพวกเขาก็ได้สั่งเบียร์ดื่มไปจนเกือบหมดร้านรวมถึงดื่มค็อกเทล 4 ชั้นดื่มแข่งกันเหมือนเดิมและแล้วคืนนี้ก็ผ่านพ้นไป
.
..
…
….
เช้าวันถัดมาโซมะตื่นเช้าอีกครั้งเพื่อไปจ่ายตลาด เช่นเคยที่ตื่นมาเจอสภาพฮาคุที่นอนเมาหัวราน้ำและไอรีนที่เมาหลับไปในสภาพที่มือของเธอถือหนังสือการ์ตูน ในขณะที่โซมะกำลังก้มตัวลงเก็บขวดไวน์และหนังสือที่กองเต็มพื้นอยู่นั้นไอรีนก็ตื่นขึ้นมาในสภาพที่สะลึมสะลือ
“ โทษทีทำให้ตื่นงั้นเหรอ ”
“ หือ?…อือ….” ไอรีนยังคงอยู่ในสภาพที่เมางัวเงียและหลังจากที่โซมะหันหลังให้นั้นจู่ๆเธอก็กระโจนเข้าไปกอดและกัดเข้าไปที่ต้นคอขอโซมะ
“ ง้าม “
“ โอ้ย! ยัยบ้านี่ทำอะไรของเธอ!? ” โซมะอุทานลั่นออกมาเพราะจู่ๆไอรีนก็พุ่งเข้ามากัดที่คอของเขาแต่พอหันไปมองไอรีน เธอได้หงายหลังล้มและหลับลงไป
“ ละเมอ ? ละเมอมากัดคอของฉันเนี่ยนะ!? ”
“ หวังว่าฉันคงไม่กลายร่างเป็ผีดิบหรอกใช่ไหม? ”
หลังจากนั้นโซมะก็ได้ออกจากบ้านไปเพื่อที่จะซื้อของเข้าร้านและเตรียมวัตถุดิบที่ร้านเพื่อที่จะเปิดร้าน และในระหว่างที่เขากำลังเตรียมวัตถุดิบเขาก็ได้คิดสูตรเมนูอาหารและเครื่องดื่มไปพลางเพื่อที่จะนำโสมมาประยุกต์ใช้และในระหว่างนั้นก็มีเสียงกระดิ่งหน้าตูร้านดังขึ้นมา โซมะสงสัยคิดว่าเป็พวกไอรีนและฮาคุที่มาแต่เพื่อเขาหันไปมองก็พบว่า
เป็หญิงสาวผมสีดำสนิท ดวงตาสีเหลืองทองมรกตเปล่งประกายมีใบหน้าที่สวยเด่นสง่าและมีหูที่ยาวเด่น
“ ( อ..เอลฟ์อย่างงั้นเหรอ ? ) ยินดีต้อนรับครับ ” โซมะกล่าว
“ นี้มันคืออะไรน่ะ ทำไมร้านของนายถึงมาตั้งอยู่ที่หน้ากระท่อมของฉัน ? ” หญิงสาวคนนั้นกล่าว
“ อ๋อนี้เป็ร้านจากต่างโลกน่ะ ประตูหน้าร้านของฉันเชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่งและมันก็เทเลพอร์ตไปสถานที่ต่างๆด้วย ( นี้ฉันต้องอธิบายแบบนี้กับลูกค้าทุกคนเลยหรือยังไง ) ”
“ ต่างโลก ? ถึงว่ามีกลิ่นอายเวทเทเลพอร์ต ” จ๊อกกกกกก~~ เสียงท้องร้องที่ดังออกมาจากตัวของเธอแบบไม่ทันตั้งตัว
“ ฮ่าๆเชิญนั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันจะทำอะไรให้ทาน ” หญิงสาวทำท่าทีที่เขินอายออกมาเล็กน้อยและลังเลอยู่สักพักและเดินไปนั่งที่โต๊ะทันทีหลังจากนั้นโซมะได้เดินเอาน้ำมาเสิร์ฟหนึ่งแก้วทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
" ( น้ำอย่างงั้นเหรอ ? )
" ( อืม…เผ่าเอลฟ์ปกติไม่กินเนื้ออย่างงั้นสินะหรือเปล่าวะ…ไม่กล้าถามด้วยสิกลัวโดนด่ากลับมาเหมือนยัยไอรีนนั้น งั้นทำเ้านี้ละกัน )
เริ่มต้นด้วยนำเต้าหู้มาตัดเป็ลูกเต่าและโรยแป้งถอดกรอบและทาด้วยน้ำมันเล็กน้อยแล้วนำลงกระทะทอด จากนั้นผสมโชยุ น้ำมันงา งาขาว งาดำ และราดบนเต้าหู้ที่ทอดเป็อันเสร็จ
หลังจากนั้นโซมะเดินไปที่ห้องเก็บของเพื่อนเอาวัตถุดิบอีกครั้ง ฟังทอง หอมหัวใหญ่ เห็ดออรินจิ มะเขือม่วง เผือก รากบัว ถั่วแขกและมันแกวนำมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆบางๆ จากนั้นนำแป้งสาลี ½ ถ้วยแป้งข้าวโพดอีก ½ ร่อนให้เข้ากันและนำไข่แดง 2 ฟองและน้ำเปล่าเล็กน้อยผสมให้เข้ากัน จากนั้นเตรียมกระทะเทน้ำมันพืชและน้ำมันงาทั้งสองเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม จากนั้นนำผักที่หั่นไว้ชุบกับแป้งแล้วนำไปทอดเป็อันเสร็จ
และตามด้วยเครื่องดื่ม เคี่ยวน้ำแอปเปิลไซเดอร์กับน้ำตาลทรายแดง ระหว่างนี้นำถุงเครื่องเทศมาใส่อบเชย เครื่องเทศออลสไปซ์ และดอกกานพลูแห้งลงไปมัดปากถุงให้แน่น ใส่ลงไปในกระทะที่เคี่ยวน้ำแอปเปิลพอเคี่ยวได้ประมาณ 10 นาที นำถุงเครื่องเทศออกมาเทส่วนผสมม็อกเทลฮอตสไปซ์ไซเดอร์ลงในภาชนะตกแต่งด้วยแอปเปิล พร้อมเสิร์ฟ
“ ขอโทษที่ให้รอ มันเสร็จแล้ว…นี้คือ เต้าหู้ญี่ปุ่นทอดซอสโชยุ เทมปุระผัก และเครื่องดื่มม็อกเทลฮอตสไปซ์ไซเดอร์ ”
“ ว้าว นี้คืออาหารที่มนุษย์ทำอย่างงั้นเหรอ ? ” เธอลังเลอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะหยิบช้อนมาชิมเต้าหู้ทอดดู
“ ( อร่อย!? เ้าสิ่งนี้มันนุ่มมากเลยพอกัดเข้าไปแล้วเหมือนกับว่ามันกำลังละลายเข้าไปในปาก ) ” และเธอก็ได้ลองชิมเทมปุระอีกจาน
“ ( อืม~ ส่วนเ้าผักกรอบนี้ก็อร่อยเข้มข้นมาก ) ” เธอไม่ลังเลที่จะชิมชิ้นที่สองและจากนั้นก็ยกเครื่องดื่มมาชิมตาม
“ อร่อยมาก! ” ดวงตาของเธอเปล่งประกายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้โซมะรู้สึกดีใจที่เธอชื่นชอบมัน
“ ฮ่าๆ ดีจริงๆที่ถูกปากเธอ ตอนแรกฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเผ่าเอลฟ์อย่างเธอจะทานเนื้อได้หรือเปล่าฉันเลยทำเมนูมังสวิรัติดูน่ะ ”
“ เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้นายเรียกฉันว่าเอลฟ์อย่างงั้นเหรอ!? ” หญิงสาวคนนั้นพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดและตื่นตระหนก
“ อ..เอ่อ…ไม่ใช่อย่างงั้นเหรอ? ก็หูของเธอดูเหมือน… ”
“ ไม่สิ! ฉันต้องดูเหมือนสาวน้อยหูแมวหน้าตาหน้าเกลียดผมสีฟ้าตาสีฟ้าสิ!? ” หญิงสาวโต้เถียงกลับเธอยังยืนยันคำพูดของเธอว่าเธอเป็สาวน้อยหูแมวทำให้โซมะรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของเธอ
“ ไม่ๆ เธอน่ะสวยแล้วก็ยังมีผมสีดำตาสีทอง ” โซมะตอบกลับไปด้วยความงงงวย เธอแสดงท่าทีที่เขินอายออกมาเล็กน้อยและสับสน
“ ด..ได้ไง ฉันคิดว่าฉันร่ายเวทลวงตาแล้วนะ ” เธอบ่นพำพัมออกมาทำให้โซมะรู้สึกสับสนกับท่าทีของเธอ
“ น..นายไม่กลัวอย่างงั้นเหรอ ? ” เอลฟ์ตนนั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบากับท่าทีที่ดูเศร้า
“ ม..ไม่นะ ( มีอะไรให้ฉันกลัวอีกละเนี่ยในเมื่อมีแวมไพร์กับอสูรมาอาศัยที่บ้านของฉัน ) ว่าแต่ทำไมฉันต้องกลัวด้วยล่ะ ? ” โซมะถามกลับด้วยความสงสัย น้ำเสียงของเธอดูติดขัดและมีท่าทีที่ลังเลออกมาเล็กน้อย
“ ก..ก็เอลฟ์ผมดำน่ะเป็สัญลักษณ์คำสาปแห่งความโชคร้าย ”
“ โชคร้าย ? มันเกิดอะไรขึ้น ”
“ เอลฟ์ทุกตนน่ะเกิดมาพร้อมกับผมสีขาวและเมื่อพวกเราโตขึ้นมันจะกลายเป็ สีทองหรือสีเงินหรือไม่ก็สีเขียว ”
“ แต่มันไม่เคยมีสีดำเลย… ”
“ เมื่อก่อนฉันก็ยังเป็ผมสีขาวอยู่หรอกนะแต่พอโตขึ้นมาฉันกลับมีผมสีดำแบบนี้ ฉันจึงถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านเพราะว่ามีพวกมอนสเตอร์บุกเข้ามาโจมตีที่หมู่บ้านบ่อยๆ ”
“ และนั้นจึงเป็เหตุผลที่ฉันเป็ตัวโชคร้าย… ”
โซมะยังคงนิ่งเงียบหลังจากที่ฟังเื่ราวของเธอ แต่ลึกๆแล้วเขาก็รู้สึกสงสารเอลฟ์ตนนี้ขึ้นมาเหมือนกันและในระหว่างนั้นจู่ๆเืกำเดาของเขาก็ไหลออกมาเป็จำนวนมากหยดลงที่บาร์ของเขาและเครื่องบันทึกเงินสด
“ น..นายเืกำเดาไหล ? ” เอลฟ์ตนนั้นกล่าวออกมาเมื่อเห็นสภาพที่เืกำเดาของโซมะไหลออกมาเป็จำนวนมาก
“ น..นี้มัน… ”
โซมะยังคงประหลาดใจที่จู่ๆเืกำเดาของเขาก็ไหลออกมา เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัวและมีไข้ขึ้นและหลังจากนั้นเขาก็ล้มหมดสติลงไปในที่สุด
[ แจ้งเตือนตรวจพบความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อพนักงานในร้าน ]
[ เริ่มทำการระงับความรุนแรง ]
[ ล้มเหลว ]
[ ลองใหม่อีกครั้งระงับความรุนแรง ]
“ ( หนวกหูจัง…เสียงที่วนอยู่ในหัวเรามีคืออะไรกัน ) ”
[ ล้มเหลว ]
[ กำลังตรวจสอบกระบวนการที่ผิดปกติ ]
[ เริ่มกระบวนการซิงโครไนซ์เพื่อแทรกซึมระบบ ]
.
..
…
….
“ นี่นายตื่นสิ!? ”
“ … ”
เสียงของนัทสึกิที่กำลังพยายามปลุกโซมะทำให้เขาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆด้วยสภาพที่หนักหัวและมีเสียงเอะอะเสียงดังออกมาทำให้เขาพยายามที่จะพยุงตัวเองลุกขึ้น
“ น..นัทสึกิ ? ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ”
“ นายไม่เป็ไรใช่ไหม ? ” ฮาคุถามด้วยท่าทีที่เป็กังวลโซมะกวาดสายตามองไปรอบๆแล้วเจอไอรีนที่กำลังต่อสู้กับเอลฟ์ตนนั้นทำให้ข้าวของนั้นพังกระจัดกระจายไปหมด
“ ด..เดี๋ยวสิ ทำไมพวกเขาถึงสู้กันละ ? ” โซมะตกตะลึงกับภาพที่เห็นเพราะมันไม่น่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ภายในร้าน
“ ก็พอพวกฉันมาถึงก็เห็นเผ่าอสูรตนนั้นกำลังอยู่ข้างๆนายในสภาพที่จมกองเืนะสิ พอคุณไอรีนเห็นแบบนั้นแล้วเธอก็โกรธขึ้นมาโจมตีใส่อสูรตนนั้น ” นัทสึกิอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนที่โซมะได้สลบไปทำให้เขาเริ่มเข้าใจสถานการณ์ได้เร็วขึ้นจากนั้นเขาะโพูดห้ามสองคนนั้นแต่เสียงของเขานั้นก็ยังส่งไปไม่ถึงจากนั้นเขาได้ลองอีกครั้ง
“ ฉันบอกให้หยุด!!! ”
[ เปิดใช้งานระงับความรุนแรง ]
“ ? ”
ทันใดนั้นก็มีหน้าต่างระบบลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของโซมะและจู่ๆสองคนนั้นที่กำลังต่อสู้กันก็หยุดชะงักนิ่งไปราวกับถูกเชือกมัดตึงไว้
“ น..นี้มันอะไรกัน ? ” เอลฟ์ตนนั้นประหลาดใจที่จู่ๆตัวเองไม่สามารถขยับได้
“ โซมะเ้าปลอดภัยดีอย่างงั้นเหรอ ? ” ไอรีนเธอได้หยุดการต่อสู้แล้ววิ่งมาดูด้วยความเป็ห่วง
“ อ่า..ฉันไม่เป็อะไร พวกเธอสองคนไม่จำเป็ต้องสู้กันเพราะมันเป็เื่เข้าใจผิด ” โซมะได้พยายามอธิบายเื่ทั้งหมดให้พวกเขาฟังว่าจู่ๆเืกำเดาเขาก็ไหลแล้วสลบลงไป
“ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำอะไร ฉันแค่กำลังจะช่วยเขาก็แค่นั้น ยัยผีดิบนี้ก็พุ่งเข้ามาโจมตีฉัน ” เอลฟ์ตนนั้นได้ตอบโต้กลับมาพร้อมกับอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ แกว่าใครเป็ผีดิบห้ะ!? ยัยเอลฟ์ตัวประหลาด! ” เอลฟ์ตนนั้นใที่ไอรีนรู้ตัวตนของเธอ เพราะตอนนี้เธอยังคงใช้ภาพลวงตาเพื่อที่จะเปลี่ยนตัวเองว่าเป็เผ่าอสูร
“ เอลฟ์ ? นั้นไม่ใช่เผ่าอสูรหรอกเหรอคะ ? ” นัทสึกิถามด้วยความสงสัย
“ เปล่าหรอกเธอเป็เอลฟ์น่ะ เธอใช้ภาพลวงตาให้คนอื่นมองเห็นเธอเป็เผ่าอสูร ” ฮาคุได้อธิบายให้นัทสึกิฟังเธอต้องใจเป็อย่างมากและตื่นเต้นในเวลาเดียวกันที่ได้เจอกับเอลฟ์
“ ว..ว่าแต่เ้าไม่เป็อะไรจริงๆใช่ไหม ? ” ไอรีนยังยืนกรานที่จะถามโซมะอีกครั้ง
“ อ่าฉันไม่เป็อะไร สงสัยฉันพักผ่อนน้อยเกินไปนะแต่ก่อนอื่นต้องเก็บกวาดร้านก่อนสินะ พวกเธอน่ะต้องมาช่วยฉันเก็บกวาดด้วยเพราะพวกเธอเป็คนทำมันพัง! ”
โซมะตหวาดเสียงออกไปให้พวกเขาช่วยกันเก็บร้านเพื่อที่เปลี่ยนบรรยากาศและสถานการณ์ที่ตึงเครียดแบบนี้ ทำให้ไอรีนและเอลฟ์ตนนั้นทำตัวจ๋อยและนิ่งเงียบลงไป และในระหว่างที่คนอื่นกำลังทำความสะอาดโซมะได้เดินไปที่หน้าจอเครื่องบันทึกเงินสดเพื่อตรวจสอบบางอย่างแล้วพบว่าระบบทุกอย่างยังคงปกติ
เขายังเอะใจกับหน้าต่างระบบที่ลอยขึ้นมาก่อนหน้านี้ เขาจึงตัดสินใจลองบางสิ่งบางอย่างและพูดกระซิบออกมาว่า “ หน้าต่างระบบ ” หลังจากนั้นก็มีหน้าต่างระบบลอยออกมา เขารู้สึกใกับมันและพยายามที่ตวัดมือเพื่อที่จะปิดมันลงเพราะว่ากลัวคนอื่นเห็น
“ นายทำไรน่ะ ? ” นัทสึกิถามเพราะเห็นท่าทีแปลกๆของโซมะ
“ อ๋อแมลงวันน่ะ ( พวกเขามองไม่เห็นอย่างงั้นสินะ ) ”
โซมะพยายามแก้ต่างไปและลองตรวจสอบมันอีกครั้ง รูปแบบของมันเหมือนกับในหน้าจอเครื่องบันทึกเงินสดและสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือระบบฟังก์ชั่นอย่างอื่นที่กำลังถูกล็อคอยู่เพราะว่าเลเวลยังไม่ถึง โซมะพยายามเลื่อนลงมาเรื่อยๆเพื่อที่จะดูว่าระบบฟังก์ชั่นมันมีมากแค่ไหนและจุดสิ้นสุดของมันคือเลเวล 100
โซมะกลืนน้ำลายลงเพราะจู่ๆเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาถ้าเขาสามารถเพิ่มระดับไปถึงจุดนั้นได้แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ในระหว่างที่เขาพยายามเลื่อนกลับขึ้นไปที่เดิมมีจุดหนึ่งที่สะดุดสายตาเขา
มันคือระบบฟังก์ชั่นเลเวล 50 ที่ถูกปลดล็อคอยู่ โซมะไม่รู้ช้าที่จะกดมันเข้าไปดู จากนั้นก็มีรายละเอียดเด้งขึ้นมาให้อ่าน
[ ระบบวิเคราะห์ สามารถวิเคราะห์สิ่งของต่างๆและสิ่งมีชีวิตเพื่อระบุรายละเอียด ]
“ ( วิเคราะห์อย่างงั้นเหรอ ? ) ” โซมะได้ลองใช้งานระบบนี้ดูแล้วเมื่อเขามองสิ่งของที่อยู่ข้างๆของเขามีจะมีรายละเอียดบ่งบอกออกมาว่าสิ่งของที่เขามองนั้นมันคืออะไร
“ ( โหสุดยอดเลยแบบนี้ ) ”
โซมะได้ลองใช้กับสิ่งมีชีวิตดูแล้วหันไปมองพวกนัทสึกิที่กำลังทำความสะอาด มันบ่งบอกถึง ชื่อ อายุ เผ่าพันธุ์ อาหารที่ชอบ อาหารที่ไม่ชอบ รวมถึงสภาพร่างกายของผู้บริโภค ทำให้โซมะรู้สึกประหลาดใจถึงความละเอียดของระบบวิเคราะห์และสุดท้ายเขาลองหันไปมองที่เอลฟ์ตนนั้นทำให้เขาใเป็อย่างมาก