“พี่รองอันนี้อร่อยมาก” นี่คือตับหมูจริงๆ หรือ ไม่มีกลิ่นเลยในปากมีแต่กลิ่นหอมๆ อร่อยมากเลย ผีมือการทำอาหารของพี่รองดีจนไม่รู้จะเอ่ยอย่างไร
“อร่อยก็กินเยอะๆ หน่อย” คีบใส่ถ้วยของเฉียวไป่อีก 2-3 ชิ้นแม้แต่ถ้วยของพี่ชายก็คีบให้ด้วยเช่นกัน “พี่ใหญ่ ท่านก็กินเยอะๆ สักหน่อยนะสิ่งนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามาก”
“ได้ เ้าก็กินด้วยนะ”
“พี่ใหญ่ในเมื่อเราสัญญากับจวี้เซียนโหลวว่าจะจัดหาปลาให้พวกเขาวันละประมาณ 10 ตัว 2 ชั่งที่บ้านมีตะกร้าจับปลาเพียง 2 ใบ ไม่พอใช้แน่ๆพรุ่งนี้ท่านช่วยสานให้ข้าอีกสักสองสามใบได้ไหม” โอกาสอาจไม่ได้ดีเช่นนั้นทุกครั้ง
“ข้ากำลังจะบอกเื่นี้พอดี ไม่คิดว่าเ้าจะหยิบยกขึ้นมาก่อนข้ามีความคิดเช่นนี้ ในวันมะรืนจวี้เซียนโหลวจะมารับปลา พรุ่งนี้เราก็ต้องเตรียมแล้ว”ไม่คิดว่าพวกเขาสองพี่น้องจะคิดเห็นตรงกัน บังเอิญเสียจริง
“อืม พรุ่งนี้เช้าเราไปจับปลา ตอนเย็นทำขนมซัวจา”เฉียวซีเอ่ยความคิดของตนออกมา เช่นนี้ทั้งสองฝั่งต่างไม่ต้องเสียเวลา
“เช่นนั้นก็ดี หากเพื่อเป็การหารายได้เพิ่มย่อมไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว”อาศัยโอกาสที่หาเงินได้นี้หาให้มากสักหน่อยอีกไม่นานก็ถึง่ตรุษจีนขึ้นปีใหม่แล้ว ปีนี้มีเพียงพวกเขาสามพี่น้องจะต้องฉลองปีใหม่อย่างมีความสุขให้ได้
“วางใจเถอะ มีข้าอยู่ทั้งคน จะต้องหาเงินก้อนโตได้แน่นอน”เฉียวซีตบหน้าอกและกล่าวคำปฏิญาณอย่างมั่นใจ
“อืม แต่พี่ใหญ่ไม่อยากให้เ้าเหนื่อยจนเกินไปนะ หากมีงานหนักๆ เ้าจำต้องเรียกใช้ข้าข้าไม่กลัวเหนื่อย” เฉียวซงก็แสดงท่าทีเช่นกันเื่อื่นเขาไม่สามารถช่วยน้องสาวได้ เื่ที่ช่วยได้คือเื่ที่ต้องออกแรงซึ่งเขาพอจะสามารถทำได้
“ยังมีข้าอีกๆ ข้าก็ช่วยงานได้” เฉียวไป่ไม่ยอมแพ้ และพยายามแสดงตัวเช่นกัน
“ใช่แล้ว พวกเราทุกคนมาช่วยกันทำงานเถอะ”
หลังอาหารค่ำ หลังจากที่ทุกคนเก็บของเรียบร้อยเฉียวซีก็กอดกล่องไม้ไปเคาะประตูห้องของพวกเฉียวไป่ “พี่ใหญ่”
“น้องรอง นี่คือ…” เมื่อเห็นกล่องไม้ในอ้อมแขนของเฉียวซีเขาก็รู้สึกไม่เข้าใจสักเท่าไร
น้องสาวของเขาคิดเื่นี้อยู่ตลอดเวลาเลยจริงๆ สินะ “เข้ามาสิ”
เฉียวซีปีนขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับกล่องไม้แล้วนั่งลงเปิดกล่องไม้และเททุกสิ่งที่อยู่ข้างในลงบนเตียงสิ่งเ่าั้ส่งเสียงดังกริ๊งๆ ช่างไพเราะเสนาะหูเสียจริง
“พี่ใหญ่ น้องสาม นี่คือเงินที่เราหามาได้ในระยะเวลาเกือบ 1 เดือนเมื่อหักเงินที่พวกเราใช้ออกไป ในนี้ยังมีเงินอยู่ 53 ตำลึง 763 อีแปะทุกคนอยากจะลองนับดูไหม” ชี้ไปยังเงินที่ตกกระจายอยู่บนเตียง
“เ้าเก็บเอาไว้ก็พอแล้ว” อย่างไรเสียเงินเหล่านี้ล้วนเป็เงินที่น้องรองหามาได้เขาทำแค่ลงแรงเล็กน้อยเพียงเท่านั้น เื่อื่นๆ หากไม่ได้นางทำที่บ้านจะมีเงินเยอะถึงเพียงนี้หรือ
หลังจากพูดจบก็ไม่รู้เอาห่อผ้าออกมาจากที่ไหน เขาค่อยๆ เปิดออกทีละชั้นต่อหน้าเฉียวซีและเฉียวไป่“นี่คือเงินจำนวนหนึ่งที่ท่านพ่อกับท่านแม่ทิ้งไว้หลังจากที่พวกท่านจากไปเดิมคิดว่าจะเอาไว้ใช้ยามจำเป็จริงๆ ขอโทษนะน้องรองที่ข้าไม่ได้บอกกับเ้าเลยที่จริงแล้วบ้านเรายังพอมีอยู่” ในห่อผ้าที่เฉียวซงเปิดออกมีเงิน 10 ตำลึงนอนนิ่งๆอยู่ในนั้น เขาไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเงิน 10 ตำลึงเหล่านี้เลยหลังจากเสร็จสิ้นงานศพของพ่อและแม่ เขาก็บอกกับน้องของเขาว่า ที่บ้านไม่มีเงินแล้วดังนั้น...
ทำให้น้องรองต้องเอาแต่คิดเื่หาเงิน ตอนนี้เขาก็เห็นแล้วว่าน้องรองเก่งกาจมากจริงนางสามารถหาเงินได้มากมายถึงเพียงนี้ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนเขาจึงไม่อยากซ่อนมันอีกต่อไปแล้ว และตัดสินใจที่จะเอาเงินเหล่านี้ออกมา
หวังว่าน้องรองและน้องสามจะไม่โกรธเขา แต่อย่างไรเสียเขาก็ทำอะไรไม่ได้
“พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องขอโทษพวกข้า ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ข้ารู้ว่าที่ท่านทำเช่นนี้ก็เพื่อตัวพวกข้า”เฉียวซีจะโกรธพี่ใหญ่ได้อย่างไร เงิน 10 ตำลึงดูเหมือนจะมาก แต่หากใช้เข้าจริงๆ ก็หมดได้อย่างรวดเร็วเก็บไว้ได้ไม่นานหรอก แต่การที่พี่ชายของนางต้องเก็บซ่อนเื่เหล่านี้ไว้ในใจต้องทำให้รู้สึกลำบากใจมากแน่ๆ
เฉียวไป่เด็กที่สุด ตอนนี้เขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้แต่บางเื่เขาก็รู้อยู่บ้างเช่นกันอย่างไรก็ตามเขาถือว่าพี่สาวของเขาเป็ผู้นำเสมอ พี่สาวพูดอะไรก็เป็เช่นนั้น“พี่ใหญ่ ไม่เป็ไรหรอก พวกเราบ้านเดียวกันนะ”
เฉียวซงมองไปที่น้องสาวและน้องชายของเขาด้วยสีหน้ายินดีดีใจที่พวกเขาเชื่อใจในพี่ใหญ่คนนี้เสมอมา
“น้องรอง เงิน 10 ตำลึงนี้ข้าให้เ้าเก็บเอาไว้ด้วยกันก็แล้วกันจากนี้ไปเื่การเงินในบ้านเราขอมอบไว้ในมือของเ้า ข้ากับน้องสามจะฟังเ้าเื่ที่ก่อนหน้านี้เคยรับปากไว้ เ้าก็ทำเสียเถิด ขอเพียงแต่ต้องระวังความปลอดภัยก็พอ”เขาเพียงแต่้าให้ทั้งสองคนมีความสุขสุขภาพแข็งแรงนางอยากจะทำอะไรก็ทำเสียเถิด เขาจะไม่ยืนกรานอีกต่อไป
“ขอบคุณพี่ใหญ่มาก ท่านวางใจเถิด ข้าจะต้องดูแลบ้านนี้ได้แน่นอนจะทำให้เงินเหล่านี้ผลิดอกออกผลเยอะขึ้นเรื่อยๆ” เฉียวซีกล่าวอย่างเคร่งขรึมจากนี้ไปนางจะมีภารกิจอันหนักหน่วง แต่นางก็เต็มใจที่จะทำ นี่คือครอบครัวของนางญาติสนิทของนาง มีสายเืเชื่อมโยงกันอยู่
“ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้” นางมีพร์ เหตุใดจะต้องขัดขวางเล่าสู้วางมือปล่อยให้นางออกไปเผชิญโลกกว้างไม่ได้ หากล้มเหลวกลับมาก็ยังมีพวกเขาอยู่
“อืม เช่นนั้นรีบช่วยข้าเก็บที”
ทั้งสามคนนำเงินบนเตียงกลับเข้าไปในกล่องอย่างรวดเร็ว
เฉียวซีอุ้มกล่องกลับไปที่ห้องของตน แล้วเทเงินออกมาอีกครั้งนำเงินที่ได้มา 60 ตำลึงใส่กล่องแล้วใส่ไว้ในแหวนเก็บของ และใส่อีกสามตำลึงกว่าๆ ไว้ในกระเป๋าใบเล็กแล้วเก็บไว้ข้างกาย
แหวนเก็บของวงนี้อยู่บนิัของนางั้แ่นางเกิดในสายตาของคนอื่นมันเป็แค่ปานเพียงเท่านั้นแต่ไม่รู้ว่ามันใช้สำหรับเก็บซ่อนสิ่งของต่างๆ พื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่มาก ประมาณหนึ่งพันตารางเมตรตอนนี้นางใช้เพียงส่วนยอดบนสุดของูเาน้ำแข็งเท่านั้น
เก็บของเหล่านี้เสร็จแล้ว เฉียวซีจึงขึ้นนอนบนเตียง
วันรุ่งขึ้นเมื่อตื่นนอน ทุกคนก็ร่วมกันทำงานเฉียวซงรับผิดชอบสานตะกร้าจับปลา เฉียวซีพาเฉียวไป่ไปจับปลาที่ริมแม่น้ำ
เมื่อพวกเขามาถึงริมแม่น้ำ มีผู้หญิงหลายคนกำลังซักผ้าอยู่ที่ริมฝั่ง น้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคในหมู่บ้านโดยปกติแล้วจะถูกหาบกลับไปเก็บไว้ในโอ่งโดยทั่วไปบ้านที่คนเยอะจะมาหาบน้ำทุกวัน บ้านที่คนน้อยจะหาบน้ำ 2 วันครั้งส่วนเสื้อผ้า ทำได้เพียงนำมาซักที่ริมแม่น้ำเท่านั้นการซักที่บ้านเปลืองน้ำมากเกินไป
“เป็หนูซีเองหรือ เช้าถึงเพียงนี้ นี่จะทำอะไรกัน”ท่านผู้นั้นคือเหลียงซื่อหญิงขี้นินทาในหมู่บ้านเื่บ้านใครเมื่อเข้าสู่ปากของนางย่อมเปลี่ยนรสชาติไป ปากไม่มีหูรูดเื่อะไรก็กล้าพูดทั้งนั้น
คนทั่วไปในหมู่บ้านไม่อยากคุยกับนาง แต่นางกลับไม่รู้ตัวทั้งยังจะทำให้แย่ยิ่งขึ้นไปอีก
เฉียวซีก็รู้ว่าคนคนนี้คือใคร ตอนที่อยู่กับแม่ก็เคยเห็นนางหลายครั้งคนเช่นนี้หากไม่ทักนาง ไม่แน่ว่านางอาจจะจัดการกับเ้าก็ได้
“สวัสดีเ้าค่ะท่านอา” เฉียวซีดึงเสื้อผ้าของน้องชายเพื่อบอกเขาให้ทักทายตาม
“นี่ เ้าถืออะไรมาน่ะ เหมือนตะกร้าแบกหลังแต่กลับไม่ใช่ ใช้ทำอะไรหรือไหนพูดให้อาฟังซิ” เหลียงซื่อเอ่ยด้วยท่าทางสนิทสนม
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะ เอามาใช้จับปลา ท่านอาก็รู้ว่าบ้านข้าตอนนี้มีแต่เด็กไม่มีเรี่ยวแรงทำให้ทำงานหนักๆ ไม่ได้ ทำได้เพียงจับปลาประทังชีวิต”เฉียวซียิ้มและเอ่ยด้วยใบหน้าที่ดูจริงใจ
เฉียวไป่ไม่รู้ว่าเหตุใดพี่รองจึงเอ่ยเช่นนั้น หัวใจเต็มไปด้วยความกังวลอยากจะห้าม แต่ก็รู้ว่าคนตรงหน้าผู้นี้แย่แค่ไหน จึงทำได้แค่อดทนไว้
“จับปลาหรือ ไปเถอะๆ” คิดว่าเอาไว้ทำอะไร คิดไปแล้วก็ถูกเหตุใดนางจึงหลงคิดว่าพวกเขามีปัญญาถึงเพียงนั้นเล่า แค่พวกเขาสามคนจะทำอะไรได้หากไม่มีแหล่งรายได้ ก็ทำได้แต่กินสิ่งที่กินยากจนแทบขาดใจตายเช่นนี้เท่านั้นเหลียงซื่อโบกมืออย่างดูถูก
“เช่นนั้นข้ากับน้องชายไปก่อนนะ” เฉียวซียกยิ้ม แล้วจูงมือน้องชายออกไป
“พี่รอง อาเหลียงจะทำอะไรหรือ” เฉียวไป่รู้สึกว่าสายตาของอาเหลียงแปลกๆดูเหมือนจะไม่ได้มีเจตนาดี
“บางคนชอบแสร้งเข้าหาคนอื่นเพื่อหวังผล อยากจะได้สิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องออกแรงอะไร”เฉียวซีตอบเสียงเบา
“อ่า… ครอบครัวของนางก็ไม่ได้ขัดสนสักหน่อยลูกชายของนางทำงานเป็นักบัญชีที่ร้านเย็บผ้าในเมืองไม่ใช่หรือ”ได้ยินมาว่าค่าจ้างของลูกชายนางได้เดือนละ 1 ตำลึงเชียวในหมู่บ้านนี้นอกจากครอบครัวผู้ใหญ่บ้านแล้ว ครอบครัวของพวกนางร่ำรวยที่สุดยังคิดจะไปเอาของบ้านคนอื่นอีกหรือ นี่...
“แล้วอย่างไรหรือ ความโลภในจิตใจคนไม่มีที่สิ้นสุด คนอย่างนางไม่้าให้ผู้อื่นทำรวยกว่าครอบครัวของตน นางจะรู้สึกว่าตนมีเกียรติและคิดว่าตนเองอยู่สูงกว่าผู้อื่น”เฉียวซีคาดเดาเกี่ยวกับความคิดของเหลียงซื่อได้มิฉะนั้นนางคงไม่ชอบไปจัดแจงคนอื่นไปทั่วหรอก
“อ่า…” หน้าของเฉียวไป่บอกว่าเขาไม่อยากเชื่อเลย มีคนเช่นนี้อยู่ได้อย่างไรคนอื่นๆ จะมีชีวิตที่ดีกว่านาง แล้วเกี่ยวอะไรกับนาง
“เ้าโง่ บนโลกใบนี้มีคนมากมายหลายประเภท คนอย่างนางก็เป็แค่คนธรรมดาๆมีคำสุภาษิตกล่าวไว้ว่าประชาชนไม่สู้ขุนนาง เป็ขุนนางจึงจะมีอำนาจในการพูด ไม่เช่นนั้นเหตุใดคนจึงอยากจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเรียนหนังสือเล่าหากคนจนอยากจะลืมตาอ้าปาก หนทางเดียวก็คือการเรียนหนังสือ”สังคมมี 4 ชนชั้น บัณฑิตกสิกร กรรมกร และพ่อค้านี่คือสาเหตุที่ทำไมผู้คนมากมายจึงพยายามอย่างสุดความสามารถให้มีใครสักคนในครอบครัวได้เรียนหนังสือ
“พี่รองหวังว่าพี่ใหญ่จะเรียนต่อเพื่อที่วันหนึ่งพี่ใหญ่จะสอบได้ใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่หรอก ข้าไม่ได้คิดตื้นๆ ถึงเพียงนั้นแม้จะบอกว่ามีเพียงการเล่าเรียนเท่านั้นที่สูงส่ง พ่อค้าเป็ชนขั้นที่ต่ำที่สุดแต่หากไม่มีพ่อค้าจะเกิดเส้นทางการค้าที่นำของจากทางเหนือไปขายทางใต้นำของจากทางใต้ขึ้นไปขายยังทางเหนือจนประชาชนทั้งสองดินแดนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไรที่จริงแล้วเราควรให้เกียรติทุกคน ไม่อาจด้อยค่าผู้ใดได้แม้แต่คนเดียวต่อให้เป็ขอทานก็เช่นกัน พวกเขาก็จำเป็ต้องได้รับความเคารพ”เฉียวซีไม่รู้เลยว่าคำพูดของนางจะส่งผลกระทบต่อเฉียวไป่ไปตลอดชีวิตและเขาจะปฏิบัติเช่นนี้ไปตลอด กระทั่งเขียนไว้ในกฎของครอบครัวเพื่อให้ลูกหลานทุกคนต้องจดจำไว้ในใจ และปฏิบัติเช่นนั้นตลอดเวลาทำให้ตระกูลเฉียวเคารพบูชากฎเกณฑ์นี้ไปนานหลายศตวรรษ และได้รับการยกย่องจากทั่วโลก
“ข้าจำขึ้นใจแล้ว”
“ไม่ว่าจะทำอะไรขอเพียงไม่ต้องมารู้สึกละอายใจก็พอหากรู้สึกพอจะมีอะไรไม่พอเล่า”
“...”
“ช่างเถอะ ไม่พูดแล้วอย่างไรเสียเ้าก็จำเอาไว้ว่าเมื่อเ้าเคารพผู้อื่นผู้อื่นก็จะเคารพเ้าความหมายของมันเรียบง่ายมาก เ้าจำเป็ต้องเคารพผู้อื่นก่อน ผู้อื่นจึงจะเคารพเ้าหากเขาจองหองไม่เคารพเ้า คนเช่นนั้นก็ไม่มีคุณค่าอะไรให้ต้องไปคบค้าสมาคม”หลังจากเอ่ยประโยคนี้จบ เฉียวซีก็หยุดฝีเท้าแล้วทิ้งตะกร้าจับปลาลงในแม่น้ำอย่างที่เคยทำในครั้งที่แล้วและพาน้องชายรอที่ริมฝั่ง
มีหญ้าที่ได้รับพลังวิเศษของนาง น่าจะสามารถดึงดูดฝูงปลาให้มาติดกับได้!