“ดี ดีมาก นอกจากช่วยข้าแล้ว ท่านยังช่วยสังหารศัตรูของข้าอีกด้วย ข้าขอขอบคุณท่านมาก ผู้มีพระคุณของข้า”
หนิงเซียนคุกเข้าลงต่อหน้าผม ก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะกล่าวคำขอบคุณ
“หนิงเอ๋อ อย่าพูดเสียงดังไป เดี๋ยวใครได้ยินเข้าเราจะตายกันหมดนะ ลุกขึ้นเร็ว”
ยัยปานแดงกระวนกระวาน ตื่นตระหนกหันซ้ายขวากังวลต่อสิ่งรอบข้าง
“ที่แท้พวกเ้าก็มีความบาดหมางกันภายในสินะ”
ผมพูดกับพวกเธออย่างสบายใจ
เห็นทีคงจะไม่มีปัญหา พวกเธอน่าจะช่วยผมปิดบังเื่นี้ได้
“เดี๋ยวข้าจะจัดการกับหัวของเ้าสวะนี่เอง”
หนิงเซียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรีบปิดถุงผ้า
“เ้าจะทำเช่นไรหรือ”
ยัยปานแดงถามหนิงเซียนด้วยสีหน้าวิตกกังวล
“ข้าจะนำมันไปทิ้ง พวกเ้าเข้าไปในค่ายก่อนได้เลย เดี๋ยวข้าตามไป”
หนิงเซียนพูดและจากไปพร้อมกับถุงผ้านั้น เธอยิ้มอย่างเืเย็น
“ตามข้ามา ข้าจะพาเ้าเข้าไปในฐานะผู้มีพระคุณของข้า”
ยัยปานแดงเดินนำผมมุ่งไปยังค่าย ที่ห่างไปราว 200 เมตร
ผู้เฝ้าประตูก้มหัวเล็กน้อยเมื่อเธอเดินผ่านเข้าไป โดยที่ไม่ถามอะไรสักคำ ดูเหมือนเธอจะต้องมีตำแหน่งที่สูงพอสมควรในกลุ่มโจร แต่ทำไมออกมาเร่ร่อนเสี่ยงตายกันนะ
หรือพวกนางแค่ออกมาตามบทในนิยาย เพื่อมาพบพระเอกอย่างข้า
“ฮ่าๆๆๆๆ”
ผมเผลอหัวเราะนอกใจออกไป
“เอาอีกแล้วนะ เก็บอาการของเ้าหน่อย”
ยัยปานแดงหันมาตำหนิผม ด้วยเสียงที่แ่เบาเหมือนกลัวผู้อื่นจะได้ยิน
คงคิดว่าอาการบ้ากำเริบสินะ
สภาพของค่ายโจรที่ผมเห็น มันก็คล้ายกับหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีรั้วรอบ มีบ้านไม้คล้ายโรงเตี้ยมหลายหลัง มีผู้คนบางตา ส่วนมากจะเป็ชายถือดาบ หน้าตาโเี้ และพวกเขากำลังจ้องมองมาที่ผม ที่กำลังเดินตามสาวงามไปที่ไหนสักแห่ง
“นี่พวกเ้ายึดหมู่บ้านของชาวบ้านมาทำค่ายโจรหรอ”
“ถูกต้อง ที่นี่เคยเป็หมู่บ้านธรรมดา แต่วันหนึ่งถูกกลุ่มโจรเข้ายึดครอง”
ยัยปานแดงตอบด้วยเสียงต่ำ ดูหดหู่และเศร้า
“ทำไมเ้าพูดเหมือนไม่ใช่พวกเดียวกับโจร”
ผมถามต่อในระหว่างที่เรากำลังเดิน
“พวกมันสังหารพ่อของข้า ยึดหมู่บ้านของข้ามาทำค่ายโจร เ้าคิดว่ายังไงละ”
นางพูดด้วยความเ็ปในใจผมััถึงมันได้อย่างชัดเจน
ดูเหมือนเื่ราวจะซับซ้อนกว่าที่คิด เธออาจจะไม่มีทางเลือกจึงต้องจำใจเข้าร่วมกับกลุ่มโจร หรือเธออาจจะเป็เมียของใครบางคน หรือว่าจะเป็เมียของผู้นำ
“เ้าเป็เมียของผู้นำรึป่าว”
ผมถามในสิ่งที่คิดออกไป
“เ้าคงเดาได้สินะ”
นางตอบโดยไม่หันมามอง
“ข้าเดาจากความงามของเ้านั้นแหละ”
ผมรู้สึกสงสารเธอจับใจ
เธอคงถูกพวกโจรชั่วนี่บังคับ
“แล้วหนิงเซียนละ เธอ…”
ผมถามยังไม่จบยัยปานแดงก็ตอบแทรกเข้ามา
“นางคงรอดแล้วละ เพราะเ้ายังไงละ”
น้ำเสียงเหมือนจะดีใจที่น้องสาวรอด แต่แววตายังคงเศร้าหมอง
คงหมายถึงน้องชายผู้นำที่อิ่มตดของผมจนดิ้นตาย
“อย่าเศร้าไปเลย บางทีข้าอาจจะช่วยเ้าได้เช่นกัน”
ผมปลอบใจเธอ พรางคิดว่าถ้าเราสังหารพวกโจรนี่ให้หมดแล้วพาสองสาวหนีไปด้วยกันจะดีไหมนะ แต่ผมเป็นักฆ่าล่าโจร การพาพวกเธอไปจะเป็ภาระและอันตรายมาก จะทำยังไงดีนะ ผมครุ่นคิด…
“ถึงแล้วละ นี่คือบ้านหัวหน้ากลุ่มของเรา ข้าจะพาเ้าเข้าไปพบผู้นำ”
นางเดินนำเข้าประตูไป
บ้านหลังนี้ใหญ่และดูดีที่สุดในหมู่บ้าน หน้าบ้านมีคนเฝ้าอยู่ถึงสี่คน แต่ละคนถือดาบยาวหน้าตาดุดัน พวกมันต่างจ้องมองผมเหมือนจะเอาชีวิต แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ท่านพี่ข้ากลับมาแล้ว”
นางพาผมเข้ามาพบผู้นำในห้องโถง ที่คล้ายห้องประชุมของพวกระดับหัวหน้า แต่ในห้องตอนนี้มีเพียงผู้นำคนเดียว
“เ้าพาใครมาด้วย” ผู้นำถามเธอ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่แยแส
“เขาช่วยข้าไว้และข้าชวนเขาเข้าร่วมกลุ่มของเรา”
เธอเดินเข้าไปข้างกายเขา และสาธยายให้เขาฟัง
“งั้นหรอ เ้านี่ช่างไร้ความสามารถ แค่งานเล็กๆก็ทำไม่ได้สินะ”
เขาตำหนินาง แต่สีหน้ากลับยังคงนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“ข้าขอโทษ แต่ข้าทำสำเร็จนะ”
นางตอบด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เ้ามิควรต้องพึ่งพาใครกับแค่งานง่ายๆเช่นนี้”
เขายังคงตำหนินาง
ผมก็ไม่อยากจะแทรกผัวเมียคุยกัน เลยได้แค่ยืนดูเฉยๆ และคิดว่าจะฆ่ามันยังไงดี ท่าทางมันดูไม่โง่ ผมควรวางแผนการฆ่ามันไหมนะ
“เอาละในเมื่อเ้าช่วยนาง ข้าก็จะตอบแทน เ้าอยากได้สิ่งใดล่ะ”
ผู้นำจ้องหน้าและถามผมด้วยเสียงเข้ม
“ข้าไม่ได้หวังสิ่งใด มันเป็เพียงเหตุบังเอิญเท่านั้น”
ผมตอบเสียงเข้มกลับไป
“ข้าอยากให้เขาเข้าร่วมกลับเรา เขาเป็ผู้มีฝีมือ”
ยัยปานแดงเสนอความคิดต่อผู้นำ
“ไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องมีการทดสอบก่อน เ้าจะยอมรับการทดสอบไหม”
ผู้นำเอ่ยถามผม
ถ้าไม่เข้าร่วมก็โดนฆ่า ยังไงก็ต้องยอมรับการทดสอบอยู่แล้ว
“แน่นอน ข้าพร้อมเสมอ”
ผมตอบด้วยท่าทีมั่นใจ
“งั้นวันนี้เ้าไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ข้าจะจัดการทดสอบสำหรับเ้าโดยเฉพาะ”
เขาพูดจบก็โบกมือให้ผมออกไป ยัยปานแดงก็เดินตามออกมาเช่นกัน
“ข้าจะพาเ้าไปที่ห้องพัก ตามข้ามา”
นางพูดและเดินนำผมไป
พรุ่งนี้จะทดสอบแล้ว จะผ่านไหมนี่ แล้วไอ้ระบบไม่มีสกิลอื่นให้บ้างหรือไง
“นี่คือห้องของเ้า เดี๋ยวข้าจะให้คนนำอาหารมาให้”
นางพูดแล้วเดินออกไปจากห้อง
“เดี๋ยว แล้วหนิงเซียน…”
ผมถาม
“ไม่ต้องเป็ห่วงนางหรอก”
ยัยปานแดงหันมาตอบกลับและจากไปอย่างไม่ไยดี
ได้อยู่ส่วนตัวสักที คุยกับไอ้ระบบหน่อยดีกว่า ว่าแต่คุยในใจได้ไหมนะ ในนิยายส่วนมากก็ทำได้ทั้งนั้น
“หวัดดียูกิ”ผมพูดในใจ
“……….”
เงียบไม่มีเสียงตอบ
เอ๊ะ
“หวัดดียูกิ”
ผมพูดออกเสียงเบาๆ
(ปิ๊ง)
เสียงตอบรับจากระบบดังขึ้น
“ใครหล่อที่สุดในโลกนี้”
ผมทดสอบคำถาม
(ปิ๊ง ขออภัยฉันไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ แต่ไม่ใช่คุณอย่างแน่นอน)
“เอ้า กวนตีน มาหวดกันสักฝุ่นไหม”
(ปิ้ง ขออภัยฉันไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ แต่ฝุ่นอาจจะทำให้ภูมิแพ้กำเริบได้)
ใครถามหาความรู้เื่ฝุ่นวะเนีย ถามไรต่อดีนะ
“หวัดดียูกิ รู้จักผู้นำกลุ่มโจรจิ้งเหลนทมิฬไหม”
ผมลองถามไปอีกสักคำถาม
(ปิ๊ง ผู้นำกลุ่มโจรจิ้งเหลนทมิฬ มีนามว่า จินกัง อายุ 45 ปี เกิดที่เมืองฉางไป๋ เป็เด็กกำพร้า เริ่มเป็โจรั้แ่อายุ 15 ปี มีค่าหัว 1000 คะแนน และ…)
ระบบกำลังจะพูดต่อ
“หยุดก่อน อะไรนะมีค่าหัว 1000 คะแนน”
ผมพูดแทรก
นี่สินะ ระบบคะแนน ผมคงเอามาใช้สุ่มหรือซื้อสกิลเทพๆได้เหมือนในนิยาย
“หวัดดียูกิ คะแนนมีเอาไว้ทำอะไรบ้าง”
ผมถามระบบด้วยความตื่นเต้น
(ปิ๊ง 100 คะแนนสามารถสุ่มสกิลได้ 1 ครั้ง)
“แค่นี้หรอ ทำได้แค่สุ่มสกิล แล้วคะแนนหาจากไหน ตอนนี้ผมมีคะแนนเท่าไร”
(ปิ๊ง คะแนนได้จากการกำจัดโจร การทำภารกิจและความสำเร็จลับ ปัจจุบันมีคุณมี 200คะแนน)
ดีมากๆ งั้นต้องสุ่มสกิลสักหน่อยแล้ว ว่าแต่ความสำเร็จลับนี่คืออะไรนะ
“หวัดดียูกิ ขอใช้คะแนนสุ่มสกิล”
ผมรีบสั่งสุ่มสกิลในทันที แต่ความหวังเื่สกิลดีๆนั้นเลือนลาง คงได้อะไรแปลกๆบ้าๆมาแน่ แต่ชั่งเถอะ ขอแค่ให้มันใช้ได้ดีมีประโยชน์ก็พอ