“โธ่...เห็นแก่์หน่อยเถอะน่า โจอัน อย่าทำตัวเป็ไม้หลักปักเลนไปหน่อยเลย”เคย์ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม “ไหนเธอบอกให้ฉันฟังหน่อยสิว่า คืนนี้เธอมีอะไรจะต้องทำสำคัญมากขนาดที่จะเลื่อนไปทำพรุ่งนี้ไม่ได้”
โจอัน ซอมเมอร์สหลบสายตาตัดพ้อของเพื่อน ก้มลงรวบรวมกระดาษห่อแซนด์วิชกับกล่องนมใส่ลงในถาดอาหาร
“มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้นหรอกเธอก็รู้นี่นาว่าฉันรู้สึกยังไงกับการที่ต้องไปพบกับใครสักคนโดยที่ไม่ได้เป็คู่นัดหมายกันมาก่อนเลย”
“เธอจะพูดว่าเอ็ดเป็คนอื่นได้ยังไงในเมื่อเขาเป็น้องชายของจอห์นแท้ๆ” เคย์เถียง
จอห์น เทอร์เนอร์ที่เคย์เอ่ยถึงคือคู่หมั้นของเธอเอง เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่มีนิสัยใจคอน่าคบแต่สำหรับความเห็นของโจอันแล้วเขาออกจะเป็คนเฉื่อยชาไม่น่าตื่นเต้นเวลาที่ได้พบกันเท่าไหร่นักสิ่งที่น่ารักในตัวผู้ชายคนนี้คือ เขาอุทิศชีวิตให้กับเคย์เพียงคนเดียวเป็ความรักที่เขาแสดงออกในรูปแบบต่างๆ แต่กระนั้น โจอันก็ยังไม่คิดว่า การที่จะได้พบปะกับน้องชายของจอห์นจะทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาได้ เพราะจอห์นไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่เธอชอบแม้ว่าวัยที่ล่วงเลยมาจนถึงอายุ 23 นี่เธอจะเริ่มแคลงใจตัวเองอยู่ว่าจะชอบผู้ชายในแบบไหนกันแน่ก็ตาม
“ก็แล้วทำไมเธอไม่ไปขอให้ซูซานไปแทนฉันล่ะ?”โจอันแนะขึ้น โดยเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนที่เป็พนักงานรับโทรศัพท์
ดวงจากลมโตของเคย์เปล่งแววเย้ยหยันขึ้นมาทันที
“เธอเคยเห็นซูซานมีเวลาว่างตอนวันหยุดสุดสัปดาห์งั้นเหรอ?แม่นั่นน่ะมีผู้ชายตามเป็พรวนยิ่งเสียกว่านางแบบภาพเปลือยเสียอีก”เพื่อนร่วมห้องของเธอยิ้มหยัน “ยิ่งคืนวันศุกร์ด้วยแล้วล่ะก็ ไม่เคยว่างกับใครเขาหรอก”
“ก็จริงนะ” โจอันออกจะเห็นด้วยคำพูดของเพื่อนทำให้เธอบังเกิดความสงสารตัวเองขึ้นมาตงิดๆที่ดูเหมือนจะมีเธอเพียงคนเดียวที่ต้องใช้เวลาอยู่ตามลำพังในอพาร์ตเม้นท์อย่างโดดเดี่ยวในทุก่วันหยุด
“โธ่...ช่วยไปเป็เพื่อนฉันคืนนี้หน่อยเถอะน่า”เคย์อ้อนวอน “จอห์นเองเขาก็เพิ่งรู้เมื่อเช้านี้เหมือนกันว่าเอ็ดจะบินมาหาฉันแล้วฉันก็ไม่รู้จะไปชวนใครได้ทัน เล่นมาบอกกันจวนแจอย่างนี้”
“ก็เขาอุตส่าห์บินมาหาเธอ” โจอันเน้นเสียง “ก็แล้วทำไมเธอ 3 คน ไม่ไปหาที่ทานอาหารค่ำกันที่ไหนสักแห่งล่ะ?”
“เอ็ดน่ะ เขาเป็น้องชายของจอห์นนะไม่ใช่ลุง” เคย์ว่าพร้อมกับผลุดลุกขึ้นยืนเดินตามโจอันที่เดินออกจากโต๊ะไปด้วย
โจอันก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือ
“งั้นเอาไว้ปรึกษากันอีกทีคืนนี้ก็แล้วกัน”เธอว่า “ฉันเห็นจะต้องกลับไปทำงานก่อนละ”
“โอ๊ย...ฉันจะรอฟังคำตอบจนถึง 5โมงเย็นไม่ได้หรอก” เพื่อนร่วมห้องของเธอไม่สนใจกับห้องโถงทางเดินที่แยกออกไปทางปีกขวาของตัวอาคารซึ่งเป็ทางเข้าสู่แผนกคอมพิวเตอร์ ที่เคย์ทำงานอยู่กลับเดินตามโจอันเข้าไปยังส่วนที่จัดเป็ห้องทำงานของฝ่ายเลขานุการของบริษัทไลอ้อนคอนสตรัคชั่น “จอห์นเขาจะต้องมารับฉันตอนงานเลิกหลังจากนั้นเราก็จะตรงไปรับเอ็ดที่สนามบินกันเลยเพราะฉะนั้นฉันต้องรู้คำตอบตอนนี้ล่ะ”
โจอันรู้สึกว่ากำลังถูกต้อนเข้าไปจนมุมแม้ว่าเธอจะยังไม่ตอบตกลงออกไป แต่ก็รู้ว่าคงจะต้องทำตามคำขอร้องของเพื่อนเพราะไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะปฏิเสธได้ เธอออกจะภาคภูมิใจในการที่จะพบกับผู้ชายคนใดโดยที่มิได้รู้จักหรือนัดหมายกันมาก่อนทั้งๆ ที่มันออกจะเป็ความคิดที่ค่อนข้างโง่เขลาและเป็เด็กเกินไป
ที่เธอเชื่อถือในเื่นี้ก็เนื่องมาจากเมื่อ4 ปีก่อน เธอได้เคยพบรักกับริค แมนวิลล์ ในลักษณะเดียวกันนี้และก็ให้บังเอิญเกิดหลงเสน่ห์เขาขึ้นมาแต่แล้วก็พบว่ามิใช่มีเพียงเธอคนเดียวที่เป็ผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นยังมีผู้หญิงอื่นอีกหลายคนนัก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะคิดทำอะไรโง่ๆ ซ้ำอีกมันเป็เื่ที่น่าหัวเราะเยาะมากกว่าเจ็บใจเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็เพียงผู้หญิงอีกคนหนึ่งของริค เมื่อคิดไปถึง่เวลานั้นเธอก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็คนอ่อนหัดเพียงไรแต่ในยามนั้นเธอมองเห็นเพียงว่าริคเป็ผู้ชายที่เข้มแข็งเป็บุรุษชาติอาชาไนยที่น่าใฝ่ฝันถึงเป็ที่สุด เขาก็คงจะมีลักษณะเช่นนั้นจริงๆจึงทำให้เธอมองเห็นไปได้
“โจอัน เธอไม่ต้องทำอะไรเลย ขอเพียงให้ช่วยมาเป็เพื่อนคืนนี้หน่อยก็พอแล้ว...นะ”เคย์ยังคงขอร้องต่อ “นะ...โจอัน ฉันหวังจริงๆว่าเธอจะมา”
เธอปรายตามองแววอ้อนวอนในดวงตาเพื่อนสาวอย่างครุ่นคิดขณะที่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าห้องทำงานด้านนอกเธอกับเคย์มีบุคลิกที่แตกต่างกันอยู่มาก เคย์มีเรือนผมหยักสลวยสีเข้มเรือนร่างระหง ท่าทางปราดเปรียว ในขณะที่โจอันออกจะเคร่งขรึม เรือนร่างท้วมกว่าผมเป็สีน้ำตาลมุ่นเป็มวยไว้ตรงท้ายทอย ดวงตาสีน้ำตาล แต่ไร้แววรื่นเริงอย่างเคย์เธอให้ความสนิทสนมกับเพื่อนสาวที่เช่าร่วมกันอย่างดีมาตลอด แต่ไม่ยอมวุ่นวายกับใครดังนั้นจึงออกจะเป็การยากสำหรับโจอันที่จะพบกับคนแปลกหน้าในวงสังคมโดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นเป็ผู้ชาย เคย์เป็คนที่พูดจาตรงไปตรงมา ค่อนข้างโผงผางขณะที่โจอันระมัดระวังเนื้อตัวและปากคำไปเสียในทุกฝีก้าว
แทนการที่จะหาทางออกจากการพบปะกับผู้ชายคนที่มิได้รู้จักกันมาก่อนโจอันกลับคิดไปถึงว่า มันก็เป็การดีอยู่ที่เธอจะออกไปไหนมาไหนเสียบ้างเพราะมันมีวันหยุดสุดสัปดาห์มากเกินไปที่เธอต้องใช้เวลาอยู่ตามลำพังในระยะหลังๆนี้ แต่กระนั้น การที่จะตกปากรับคำก็ดูช่างยากเย็นเสียเหลือเกินเธอผลักประตูห้องทำงานโดยมีเคย์เดินตามเข้าไปติดๆ
“เธอจะทำให้เราผิดหวังไม่ได้นะ”เคย์ย้ำ “เรา้า...”
ประโยคสุดท้ายของคำพูดขาดหายไปเมื่อเธอมองเห็นร่างของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ตู้เก็บเอกสารและแล้วรอยยิ้มสดใสก็ระบายขึ้นบนใบหน้าของเคย์
“สวัสดีค่ะ คุณไลอ้อน”
แต่คำทักทายด้วยน้ำเสียงแจ่มใสนั้นมิได้เปลี่ยนแปลงความรู้สึกบนใบหน้าที่ค่อนข้างบึ้งตึงของเขาคนนั้นเลยเขาเพียงแต่ผงกศีรษะรับคำทักทายตามมารยาท ก่อนจะตวัดสายตามองไปทางโจอันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยอำนาจ เด็ดเดี่ยวบอกให้รู้ถึงความเป็คนที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดทั้งสิ้น
“คุณซอมเมอร์สช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าในตู้เอกสารที่มันปนเปยุ่งเหยิงไปหมดนี่น่ะผมจะหาแฟ้มของสเตทเลอร์ได้ยังไง?” เขายกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลหนาๆก่อนที่จะลดลง เท้าสะเอวอย่างวางอำนาจ
คางของโจอันเชิดขึ้นทันทีและอย่างไม่สนใจที่จะโต้แย้งเธอเดินตัวตรงไปยังตู้เก็บเอกสารที่เขากำลังยืนอยู่ใกล้ “บางทีนะคะคุณไลอ้อน ถ้าคุณไม่เข้ามายุ่งกับแฟ้มเอกสารพวกนี้ มันก็คงจะไม่ยุ่งยากหรอก”เธอตอบ พร้อมกับหยิบแฟ้มที่ถูกรื้อลงมากองเข้าที่ “เพราะความจริงแล้ว แฟ้มของสเตทเลอร์ไม่ได้อยู่ในตู้นี้หรอกค่ะในนี้เก็บแต่ข้อมูลเท่านั้น”
เมื่อแฟ้มเอกสารถูกจัดเก็บเข้าที่เรียบร้อยแล้วเธอจึงปิดตู้ลง และดึงลิ้นชักที่อยู่ต่ำลงไปออก รู้อยู่แก่ใจว่ามีร่างสูงๆยืนค้ำศีรษะอยู่ ตรงดรรชนีของตัวอักษร “เอส” ที่เธอไล่นิ้วตรวจดูตามรายชื่อตัวอักษรเล็กๆ ซึ่งเป็ชื่อของบริษัทต่างๆพร่าอยู่ในสายตา
“เป็อะไรไปล่ะ คุณซอมเมอร์ส”เสียงพูดของเขาดังอยู่เหนือศีรษะ “คุณก็หาไม่พบเหมือนกันอย่างนั้นเรอะ?”
“อ๋อ...ต้องพบสิคะ” โจอันยืดร่างขึ้น เดินตัวตรงกลับไปที่โต๊ะทำงาน
“แว่นสายตากรอบกระสีน้ำตาลอ่อนวางอยู่ใกล้เครื่องรับโทรศัพท์โจอันเคยหัวเราะขำตัวเองอยู่เสมอที่สามารถมองอะไรได้ไกลเป็ไมล์แต่กลับมองของที่อยู่ห่างเพียงแค่นิ้วเดียวไม่เห็นแต่ในยามนี้เธอมิได้หยิบแว่นขึ้นมาสวมด้วยอารมณ์เริงรื่นเช่นที่เคยเป็
“เพียงแต่ว่าฉันอ่านรายชื่อที่พิมพ์ไว้ไม่ชัดถ้าไม่ได้ใส่แว่นตาเท่านั้นละค่ะ” เธอตอบขณะที่หยิบแว่นตาขึ้นสวม และเดินกลับไปยังตู้เก็บเอกสาร
เพียงครู่สั้นๆเธอก็ยื่นแฟ้มเอกสารที่เขา้าให้ใบหน้าที่บึ้งตึงกับแววตาที่ดุดันรีบก้มลงพลิกแฟ้มเอกสาร ดังนั้นแบรนดท์ ไลอ้อนจึงมิได้เห็นสายตาและรอยยิ้มที่สำแดงถึงชัยชนะของเธอ
“สักวันหนึ่งนะ คุณซอมเมอร์ส”เ้านายของเธอเอ่ยขึ้น ขณะที่เดินช้าๆ เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว “คุณคงจะต้องถ่ายแบบพิมพ์เขียวไว้ให้ผมด้วยผมจะได้หาอะไรจากไอ้ตู้เหล็กของคุณนั่นได้ด้วยอีกคนหนึ่ง”
โจอันเม้มริมฝีปากแน่นขณะที่ประตูห้องทำงานที่เปิดติดต่อถึงกันอยู่ปิดตามหลังเขาลงคำวิจารณ์ของเขาแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจแม้จะมิได้ดูิ่ในความสามารถของเธอก็ตามที แต่โจอันก็อดรู้สึกแปลบปลาบไม่ได้