ดมิสาถูกคณพศจับดึงลากกระชากถูไถออกจากห้อง ที่คณดลนอนพักรักษาตัว อย่างไม่ปรานีปราศรัย โดยที่คณพศไม่คิดจะสนใจด้วยว่า หญิงสาวจะเจ็บหรือเปล่า มาจนถึงห้องโถ่งของบ้าน ซึ่งอนวุธก็ได้เดินเข้ามาถึงห้องโถง ตามคำสั่งที่เ้านายโทรศัพท์ไปเรียกให้มาพบพอดิบพอดี
“วุธ!! วันนี้ให้แม่บ้านเอางานบ้านทั้งหมดมาให้ผู้หญิงคนนี้ทำ ให้ทำทุกอย่างเพียงคนเดียวเท่านั้น ห้ามมีใครช่วยอย่างเด็ดขาด ทำจนกว่าจะเสร็จหมดทุกอย่าง และให้มีคนเคยคุมผู้หญิงคนนี้ด้วย อย่าให้คลาดสายตา เข้าใจนะ!!??”
คณพศสั่งการอนวุธด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ซึ่งในคำสั่งนั้นก็ทำให้ดมิสา ที่ตาโตอยู่แล้วตาโตมากยิ่งขึ้น
เพราะบ้านหลังนี้ไม่ใช่เล็กๆ และงานบ้านทั้งหมดหากทำคนเดียว วันนี้คงไม่น่าจะเสร็จ แต่พอคิดไปคิดมา ก็คิดว่ามันอาจจะเป็หนทาง ที่จะทำให้เธอหนีไปได้ก็ได้ ดมิสาจึงเงียบสงบปากสงบคำ ไม่พูดแย้งหรือคัดค้านอะไรออกมา
“ครับคุณพศ”
อนวุธตอบรับคำสั่งของคณพศ ก่อนจะเดินไปเรียกนวลศรี แม่บ้านเข้ามา เพื่อให้พาตัวดมิสาไปทำงานตามที่เ้านายสั่งไว้ ซึ่งดมิสาก็เดินไปกับนวลศรีและอนวุธแต่โดยดี โดยมีสายตาของคณพศ มองดูตามหลังไป ด้วยสายตาเหมือนจะรู้ทันคนตัวเล็ก
งานแรกที่นวลศรีให้ดมิสาทำคือ กวาดบ้านถูกบ้าน ซึ่งดมิสาก็ทำโดยไม่ปริปากบ่นออกมาสักคำ เพราะเื่การทำความสะอาดอย่างนี้เธอก็ทำความสะอาดคอนโดของเธออยู่เป็ประจำอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็เถอะ คอนโดของเธอมันก็ไม่ได้ขนาดนี้ ซึ่งกว่าจะทำความสะอาดเสร็จก็เหงื่อชุ่มกันเลยทีเดียว
“อุ๊ย!! ป้าคะฉันปวดท้องหนัก ขอฉันไปห้องน้ำได้ไหมคะ?”
ดมิสาทำสีหน้าท่าทาง ราวกับกำลังปวดท้องอย่างหนัก หากไม่เข้าห้องน้ำในตอนนี้ มีหวังได้เรี่ยราดกันอยู่แถวนี้อย่างแน่นอน
“ไป จะพาไป ห้องน้ำอยู่ทางโน้น”
นวลศรีเห็นท่าทางของดมิสา เหมือนจะปวดท้องจริงๆ จึงได้พาเดินตรงไปยังห้องน้ำ ที่อยู่ใกล้ๆ กับห้องครัว พอเดินมาถึงห้องน้ำ ดมิสาก็รีบตรงปรี่เข้าไปในห้องน้ำ ปิดล็อคกลอนประตูห้องน้ำเรียบร้อย ก็นั่งคิดหาทางหนีทีไล่ และภาวนาขอให้นวลศรี พลั้งเผลอและเดินไปจากตรงหน้าห้องน้ำ
“ใครมันเปิดน้ำข้างนอกทิ้งไว้อย่างนั้นวะ!!”
คำภาวนาของดมิสาเป็จริง เมื่อได้ยินเสียงนวลศรีพร่ำบ่นไปด้วย และก็เดินไปด้วย เพื่อไปปิดก๊อกน้ำที่มีคนเปิดทิ้งเอาไว้
ดมิสาได้โอกาส จึงรีบเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างเร็วไว เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นมีใครอยู่ตรงนั้น หญิงสาวจึงรีบวิ่งออกไป จุดมุ่งหมายก็คือประตูทางออก ซึ่งเธอคิดว่าหากออกจากภายในบ้านได้ ก็ไม่อยากที่จะหาทางออกไปสู่ถนน แต่เธอคิดผิดไปถนัด เพราะพื้นที่ของที่นี่กว้างขวางมาก และแถมยังมีรั้วกำแพงสูง ไม่มีช่องว่างตรงไหนให้ลอดผ่านไปได้เลย
“เอาไงดีล่ะเนี้ย!!??”
ดมิสาพร่ำถามตัวเอง อย่างไม่รู้จะไปทางไหนดี ถึงจะรอดพ้นออกไปจากที่นี่ได้
“อย่าคิดหนีซะให้ยากเลย เพราะถึงยังไงเธอก็หนีออกจากที่นี่ไปไม่ได้หรอก”
เสียงเข้มดุดังข่มขวัญเธอมาแต่ไกล ดมิสาจึงหันไปมองตามเสียง ก็เห็นว่าคณพศ ผู้ชายที่จับเธอมากำลังย่างสามขุมเดินเข้ามาหาเธออย่างใจเย็น
ซึ่งเขาไม่ได้มาเพียงคนเดียว ยังมีชายฉกรรจ์สี่ห้าคนเดินมาด้วย พวกผู้ชายฉกรรจ์พวกนั้น ต่างพากันเดินห้อมล้อมตัวดมิสาเอาไว้ จนหญิงสาวทั้งใและหวาดกลัว กลัวว่าเขาจะให้พวกผู้ชายพวกนี้ทำมิดีมิร้ายเธอ ซึ่งหากเป็เช่นนั้นเธอคงจะอดสูใจน่าดู
“นี่จะทำอะไรน่ะ อย่าเข้ามานะ!!”
ดมิสาตะคอกใส่พวกผู้ชายฉกรรจ์ แต่พวกชายฉกรรจ์เดินเข้ามาได้ระยะก็หยุด มีคนเดียวที่เดินตรงปรี่เข้ามาจับกระชากแขนเรียว ก็เห็นจะเป็คณพศนั่นแหละ
“ให้ชดใช้กรรมดีๆ ไม่ชอบ อยากลองดีกับฉันมากใช่ไหม!! ได้!!!!”
คณพศพูดจบแค่นั้นก็ดึงกระชากร่างบางพาเดินไว กลับเข้าไปภายในบ้าน ตรงนี้ไปยังห้องที่ใช้กักขังดมิสา
เมื่อเข้าไปภายในห้องแล้ว คณพศก็ผลักร่างบางให้ล้มลงไปนอนบนเตียงนอนอย่างแรง จนดมิสาหัวคะมำล้มลงไปนอนแอ่งแม่ง อยู่บนเตียงนอนอย่างไม่เป็ท่า แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะตั้งหลักได้ ร่างแกร่งของคณพศก็ลงมาคล่อมทาบทับร่างบางเอาไว้
“นี่นายจะทำอะไรฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย!!!!”
คราวนี้ดมิสาใมากกว่าเวลาก่อนหน้านี้เป็หลายเท่าตัวเลย ใช้มือเรียวเล็กทั้งผลักทั้งดัน กายแกร่งให้ออกไปเป็พัลวัน แต่คนตัวโตก็หายได้ยอมฟังและยอมหยุดแต่อย่างใดไม่
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐