ผมสูดหายใจแล้วรีบปั้นยิ้มต้อนรับลูกค้าสาวคนนั้นแต่อาจจะเพราะรอยยิ้มของผมรอบนี้ดูแข็งๆเป็พิเศษทำให้เฟอร์และคลูสที่นั่งมองหน้าผมแปลกใจ แล้วหันกลับไปมองผู้มาใหม่ก่อนจะหันกลับมามองผมด้วยสีหน้าแปลกๆพิกล แต่ไม่ทันที่คลูสจะได้อ้าปากถามอะไรผมก็เคาะนิ้วเป็รหัสมอร์สที่อีกฝ่ายเคยสอนผมกับเฟอร์ก่อนหน้านี้
‘อย่าพึ่งถามครับเดี๋ยวค่อยคุยกัน’
บรรณารักษ์หนุ่มทำนิ้วเป็ท่าโอเคแล้วนั่งนิ่งๆผิดกับท่านดยุคประจำอาณาจักรที่ต้องใช้เวลาประมวลผลเสียหน่อย ก่อนจะพยักหน้าให้ ซึ่งนั่นเป็เวลาเดียวกับที่หญิงสาวผมแดงคนนั้นนั่งลงถัดจากเพื่อนทั้งสองของผมมันก็คงจะดีกว่านี้หรอก...ถ้าเขาไม่นั่งตรงกับจุดที่ผมยืนอยู่แถมยังจ้องหน้าผมอ่ะนะ...
“นี่ใบรายการอาหรของทางร้านครับหากจะสั่งชิ้นไหน บอกมาได้เลยนะครับ?” ผมถามพลางยื่นใบเมนูให้กับอีกฝ่ายภายในใบเมนูมีชื่อรายการขนม และรูปขนมชิ้นนั้นๆที่ผมวาดประกอบลงไปขอบคุณความสามารถสมัยยังเรียนสถาปัตย์ตอนชาติก่อนจริงๆนั่นแหละครับ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องไปเสียเงินจ้างคนมาวาดรูปให้แล้ว
หญิงสาวผมแดงรับมันจากมือผมแล้วพลิกไปมาดูแผ่นกระดาษที่ห่อพลาสติกอย่างดีอย่างสนใจงานนี้ต้องขอบคุณคลูสที่หาแผ่นพลาสติกพวกนี้มาจากไหนไม่ทราบ แล้วเอาเตารีดรีดเคลือบให้จนออกมาดูดีแบบนี้ แต่ถามว่าหาพวกแผ่นพลาสติกนี้มาจากไหนเ้าตัวก็ไม่ยอมตอบผมซักที บ่ายเบี่ยงตลอดจนผมเองก็ี้เีถามไปแล้ว
“ขอรับเป็เค้กส้มกับชาเอิร์ลเกรย์อย่างล่ะหนึ่งค่ะ”น้ำเสียงหวานดังออกมาจากปากคู่สวยผมชะงักไปเสี้ยววินาทีจากการที่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย...ยอมรับแหละครับว่าเสียงของอีกฝ่ายดี...แต่มันคุ้นๆหูชอบกลนี่สิ...
“รับทราบครับกรุณารอสักครู่นะครับคุณผู้หญิง” แม้ว่าผมจะคิดเช่นนั้นในหัวแต่มือก็ยังคงจดตามการสั่งของลูกค้าสาว ก่อนจะยื่นออเดอร์ให้ทางห้องครัวแล้วจัดการเครื่องดื่มให้กับหญิงสาวผมแดงที่นั่งอยู่ตรงหน้า
ผมหยิบแก้วชาออกมาหนึ่งใบแล้วเอาที่กรองชาที่ทำจากทองเหลืองวางเอาไว้บนปากแก้วกระปุกใบชาอัสสัมอบแห้งถูกหยิบออกมาเปิดเพื่อตักใบชาลงไปตรงกลางที่กรองชาก่อนที่น้ำร้อนจะถูกเทตามลงไปจนส่งกลิ่นชาหอมกลุ่นออกมา
ผมหยิบเอาที่กรองชาออกแล้วเทใบชาด้านในทิ้งลงถังก่อนจะหันไปหยิบเค้กส้มที่ทางห้องครัวเตรียมให้แล้วพร้อมกับชาเอิร์ลเกรย์ที่พึ่งชงเสร็จวางลงตรงหน้าสาวผมแดงที่สวมหน้ากากแฟนซีสีทอง
“นี่ครับเค้กส้มและชาเอิร์ลเกรย์ที่สั่ง ทานให้อร่อยนะครับ” ผมเอ่ยออกไปพลางคีฟลุคโฮสต์หนุ่มเ้าเสน่ห์ส่งยิ้มให้กับอีกฝ่ายทางฝ่ายสาวผมแดงดูจะไม่ค่อยสะทกสะท้านเท่าไหร่นักทำเพียงแค่พยักหน้าให้เฉยๆแล้วก้มหน้าลงทาน ผมจึงหันมาหาเพื่อนทั้งสองแทนแล้วยกถุงเมล็ดกาแฟคั่วขึ้นมาแล้วเอ่ยออกมาเป็ภาษากลางตามที่เคยตกลงกันไว้เวลามีคนอื่นอยู่ใกล้ๆ
“สนใจจะลองเลยไหมครับ?”
“จัดมาเลยพวก”คลูสตอบกลับมาเช่นนั้น ส่วนเฟอร์ก็พยักหน้ารับ
เมื่อได้รับคำยืนยันจากทั้งสองคนผมก็ก้มตัวลงไปหยิบกาต้มกาแฟผสมเครื่องบดที่ซื้อมาจากแหล่งเดียวกัน เมล็ดกาแฟที่ถูกคั่วเอาไว้แล้วถูกตักลงไปใส่ด้านในกาแล้วปิดฝามันก่อนจะหมุนคันโยกที่ด้านใต้ของเครื่อง บดเมล็ดกาแฟที่อยู่ภายในให้กลายเป็ผง
“แล้วเครื่องบดนั่นนายไปจ้างใครทำมาล่ะลิเบอต้า?” คลูสถามพลางชะเง้อคอมองดูผมทำ
“ไม่ได้จ้างใครทำหรอกครับผมฝากคนรู้จักซื้อน่ะครับ”
"หา? ซื้อมาจากไหนล่ะนั่น?"
"จำอาจารย์มอสได้ไหมครับพอดีผมฝากแกไปซื้อมาให้ เพราะแกดื่มมันเป็ประจำอยู่แล้วเลยรู้ว่าต้องซื้อที่ไหนน่ะครับ"
"อ้อออลุงตัวโตคนนั้นอ่ะนะ”
“ครับคนนั้นแหละครับ”
“แล้วเ้ากาแฟนี่ถูกคั่วมานานเท่าไหร่แล้วรึลิเบอต้า?”เฟอร์ถามขณะกอดอกพิงพนักเก้าอี้รอ
“ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ต้นทางน่ะครับกาแฟนี่เองผมก็พึ่งได้มาเมื่อวาน มีจำนวนไม่มากนักหรอกครับ”
“ก็ไม่นานเท่าไหร่...แต่เราเองก็อยากกินแบบพึ่งคั่วเหมือนกันแฮะ...”
“ผมเองก็หวังแบบนั้นเหมือนกันแหละครับเสียดายอาณาจักรไม่มีที่ไหนเอามาปลูกนี่สิ...”
“เอาน่าพวกนายสองคนจะคิดอะไรมากฟ่ะ มีให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว แถมฟรีอีกต่างหาก” หนุ่มแว่นตอบหน้าระรื่นก่อนจะชะงักทันทีเมื่อผมพูดขึ้นมา
“งั้นอย่าลืมจ่ายเงินค่ากาแฟแก้วนี้ด้วยละกันนะครับคลูสผม-ไม่-เลี้ยง”
“แหม่...คุณมาสเตอร์ลิเบอต้าเพื่อนรักครับ...เลี้ยงเพื่อนนิดๆหน่อยๆไม่เป็ไรหรอกน่า...นะๆๆๆ”เ้าตัวพยายามทำแววตาลูกหมาอ้อนเ้านายกับผมพร้อมกับแผ่รังสีปิ๊งๆชวนสยองออกมา ผมเลยแกล้งทำเป็ไม่สนใจคั่วกาแฟหันหน้าหนีมองไปทางอื่นจนเฟอร์หลุดหัวเราะเบาๆ
“คลูสมันก็แค่หยอกเ้าเล่นน่าลิเบอต้าหยุดแกล้งมันได้แล้วน่า” ดยุคหนุ่มกล่าวเช่นนั้นขณะส่ายหัวอ่อนใจกับพฤติกรรมกวนเบื้องล่างแต่ก็ตลกดีของเพื่อนตนเองแล้วมองมาที่ผมอย่างขๆ
“เฮ้อ...ก็ได้ครับถือซะว่าตะกี้ผมไม่ได้ยินอะไรละกันนะครับ” ผมตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนอกอ่อนใจพลางเปิดฝาเทน้ำร้อนลงไปในกาแล้วแกว่งเบาๆก่อนจะหยิบแก้วออกมารินกาแฟสีดำขลับทั้งสองลงไปในแก้ว แล้วยกเสิร์ฟให้กับคลูสและเฟอร์
“เอสเปรสโซ่สองแก้วได้แล้วครับ”
“โอ้! แจ่ม! ขอบใจมากนะลิเบอต้า”
“เราขอรับไว้แบบไม่เกรงใจล่ะนะ”ทั้งสองรับแก้วกาแฟแล้วสูดดมกลิ่นอันแสนคิดถึงภายในแก้วใบดังกล่าวแต่ยังไม่ทันจะได้ยกซด ก็มีเสียงของหญิงสาวที่นั่งเงียบกินเค้กอยู่นานดังขัดขึ้นมา
“กลิ่นนี่ช่างหอมเป็เอกลักษณ์ยิ่งนัก...หากไม่เป็การเสียมารยาทมากเกินไปดิชั้นขอทราบได้ไหมคะว่าของเหลวสีดำในแก้วของพวกท่านนั้นคืออะไร?” สาวผมแดงถามพวกเราทั้งสามด้วยรอยยิ้มละไมในเสี้ยววินาทีที่ผมแอบเหล่มามองตาเพื่อนทั้งสองเพื่อจะขอความช่วยเหลือคลูสกับเฟอร์ก็ส่งสายตามาให้ว่า
‘ลูกค้านายนายก็อธิบายให้เขาฟังสิเพื่อนเอ๋ย’
‘สู้ๆนะนาธานเราจะเป็กำลังใจให้’
ครับ...เป็เพื่อนที่ประเสริฐยิ่งนัก...
“เ้านี่เรียกว่ากาแฟครับเป็เครื่องดื่มที่ผู้เฒ่าผู้แก่ในซามอร์นิยมกันลักษณะพิเศษของมันอยู่ที่กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์และฤทธิ์ที่ทำให้ตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า รวมถึงลดความรู้สึกง่วงอีกด้วยครับแต่เพราะว่ารสชาติของมันนั้นจะขมไปซักหน่อย เลยไม่เป็ที่นิยมมากนักครับ” ผมอธิบายให้ฟังพลางส่งถุงกาแฟที่คั่วแล้วให้หล่อนหยิบดูหญิงสาวหยิบเมล็ดออกมาพลิกไปมาอย่างสนใจท่าทางสงสัยใคร่รู้ของเ้าตัวทำเอาผมรู้สึกเอ็นดูแปลกๆ...และคุ้นๆด้วยว่าเคยเห็นที่ไหน...มั้ง?
“สนใจจะลองชิมดูไหมครับ?”ผมถามเธอดู สาวเ้าเองก็พยักหน้ารับพลางคลี่ยิ้มอย่างยินดีผมจึงจัดการเทกาแฟอีกแก้วส่งไปให้หล่อน
“นี่ครับคุณผู้หญิง”
“ขอบคุณค่ะกลิ่นหอมจริงๆนะคะเนี่ย” หล่อนเอ่ยชมก่อนจะยกมันขึ้นจิบและเมื่อผมเหล่ตาไปมองเพื่อนทั้งสองกลับกลายเป็ว่าทั้งคู่ซดกาแฟไปจนหมดเรียบร้อยแล้ว
“รสชาติเป็ยังไงมั่งล่ะครับ?”ผมเอ่ยปากถามสองหนุ่มที่ยังคงทำสีหน้าอิ่มเอิบกับรสชาติของน้ำสีดำอยู่
“เป็รสชาติที่ยอดมากเลยล่ะลิเบอต้า”เฟอร์ตอบแล้วจิบน้ำชาล้างปาก
“รสต่างจากที่ชั้นเยกินแฮะ...แต่ก็เยี่ยม!”คลูสพูดแล้วชูนิ้วโป้ง
“แล้วทางคุณผู้หญิงล่ะครับ?”ผมหันไปถามหญิงสาวผมแดงที่จิบกาแฟไปสองสามอึกแล้วนั่งเงียบเหมือนพิจารณากาแฟในแก้วอยู่
“อืม...เ้านี่ทั้งรสและกลิ่นดีมากเลยค่ะ...แต่สำหรับดิชั้นดูเหมือนว่ามันจะขมไปซักหน่อยน่ะค่ะ”เธอตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ
“ขมเกินไปสินะครับ...” ผมพยักหน้าเข้าใจ แล้วใช้ความคิดในหัวของตนอืม...เอสเปรสโซ่นี่ขมเกินไปสำหรับคนที่พึ่งลองกินครั้งแรกจริงๆสินะเนี่ย...เอายังไงดีนะ...
ระหว่างที่ในหัวของผมพยายามหาทางออกของปัญหานี้อยู่ดีๆภาพของหญิงสาวผมแดงคนหนึ่งที่ผมแอบหมั่นไส้นิดๆหน่อยๆคนนั้นก็ซ้อนทับกับหญิงสาวตรงหน้าก่อนที่ผมเหมือนจะปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ถ้าอย่างนั้นรอผมซักครู่นะครับคุณผู้หญิง” ผมบอกกับสาวผมแดงแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องครัว
“คุณไมลัสครับ!”
“มีอะไรอย่างนั้นหรือขอรับมาสเตอร์ลิเบอต้า?”คุณไมลัสที่วุ่นอยู่กับทำขนมเพิ่มอยู่หันมาถามขณะที่ตัวเขาเองก็กำลังตีไข่ในชามไปด้วย
“เดี๋ยวช่วยตัดยอดนมออกไปหนึ่งขวดในบัญชีทีนะครับ”ผมบอกอีกฝ่าย แล้วเดินตรงไปยังประตูที่อยู่อีกฝากของห้องครัว
ทันทีที่เปิดประตูไอเย็นก็พวยพุ่งออกมาจากห้องดังกล่าว ภายในห้องเย็นที่ถูกวางน้ำแข็งเอาไว้จำนวนมากจนอุณหภูมิห้องต่ำลงจนใช้เก็บวัตถุดิบได้น้ำแข็งพวกนี้ไม่ใช่ของผมเองหรอกครับเป็ของคลูสที่หาย้ายที่เก็บน้ำแข็งใหม่จากหอสมุดมาเป็ที่อื่นและผมเองก็จำเป็จะต้องใช้น้ำแข็งเพื่อเก็บรักษาวัตถุดิบแช่เย็นขนมสุดท้ายมันจึงกลายมาเป็ห้องนี้แทน
ผมเดินตรงเข้าไปหยิบขวดนมขวดหนึ่งที่ปิดด้วยจุกก๊อกจากบรรดาขวดนมที่ตั้งอยู่ภายในนั้นนมพวกนี้ ผมและพ่อครัวคนอื่นๆในร้านได้ทำการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไว้แล้ววิธีนี้พวกเขาสอนผมทำเองนั่นแหละครับ
ผมกลับออกมาจากห้องเย็นดังกล่าวแล้วเดินไปหยิบผงโกโก้ที่สั่งนำเข้ามาเป็พิเศษออกไปยังส่วนเคาน์เตอร์ท่ามกลางสายตาของคลูสกับเฟอร์ที่พอจะเดาได้ว่าผมจะทำอะไรและสาวผมแดงที่มองอย่างสงสัยที่เห็นผมเดินถือขวดนมและผงโกโก้ออกมาจากห้องครัว
กาแฟในกาถูกเทลงไปยังแก้วเปล่าอีกใบก่อนที่ผมจะหันไปหยิบแก้วเปล่าๆอีกสองใบออกมาจากที่วาง จุกก๊อกของขวดนมถูกเปิดออก เทนมจำนวนหนึ่งลงในแก้วใบหนึ่งแล้วเอาแก้วอีกใบมาคว่ำปิดแก้วที่มีนมเอาไว้
ผมยกแก้วทั้งสองใบที่คว่ำปิดกันขึ้นมาทำการเขย่านมที่อยู่ภายในใช้เวลาอยู่พักใหญ่เช่นเดียวกันจนนมที่อยู่ภายในนั้นกลายเป็ฟองนม ผมวางแก้วดังกล่าวลงทันทีที่เห็นว่าได้สิ่งที่้าแล้วนำแก้วที่คว่ำปิดแก้วอีกใบออกไป
ผมตักเอาฟองนมพวกนั้นลงไปบนผิวหน้าของกาแฟก่อนจะโรยมันด้วยผงโกโก้เล็กน้อยแล้วยกเสิร์ฟให้แก่สาวผมแดงที่นั่งดูผมทำสิ่งนี้อยู่เงียบๆ
“สิ่งนี้คือ?”
“คาปูชิโน่ร้อนครับหวังว่ามันจะถูกปากคุณนะครับคุณผู้หญิง” ผมตอบเธอด้วยรอยยิ้มละมุนพลางจ้องอีกฝ่ายที่ยกมันขึ้นมาดมกลิ่นแล้วจรดริมฝีปากสีชมพูเข้ากับปากแก้วอย่างใจจดใจจ่อ
หวังว่ามันจะถูกปากล่ะนะ...ถ้ามันยังไม่ถูกปากเ้าหล่อนอีกก็คงต้องหันเอากาแฟไปแปรรูปเป็อย่างอื่นไม่ก็ทำให้มันซอฟต์ลงมากกว่านี้แล้วแหละครับ...
ขอให้มันถูกปากทีเถอะครับ...ผมไหว้ละ...