“ฉีซูซู เธอช่างกล้าดีนัก”
ตอนที่ฉีซิ่วหยวนกลับถึงบ้านน้องสาวของเขาก็กำลังเอนตัวซบร่างอยู่บนโต๊ะทานข้าวอยู่พอดี พอได้ยินเสียงของเขาเธอค่อยเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาบวมแดงราวกับลูกพีชสุกงอมทั้งสองข้างฉีซิ่วหยวนถอนหายใจอย่างนึกระอา ตอนเขาอายุ 15 ปีพ่อแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ในตอนนั้น น้องสาวเพียง 10ขวบของเขาต้องไปอาศัยอยู่กับปู่กับย่า ที่คอยตามอกตามใจเธอกันอย่างไม่มีสิ้นสุดแม้จะเป็อย่างนั้นเธอก็ยังเป็คนอ่อนโยนและขี้อายอยู่เลยหลังจากที่ได้ใช้ชีวิตร่ำเรียนที่ต่างประเทศ เธอมีอิสระขึ้น บุคลิกท่าทางก็เปลี่ยนไปเป็เข้มแข็งขึ้นหลังจากที่ปู่กับย่าเสียชีวิตลงอย่างสงบ เธอก็ย้ายมาอยู่กับเขา ในท้ายที่สุด ตัวเขาเองก็อดที่จะคอยตามอกตามใจเธอไม่ได้อยู่ดีเพียงแค่ได้เห็นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูหรือท่าทางเหมือนเด็กๆของเธอ เขาก็คุมสติตัวเองไม่อยู่เอาเสียแล้ว
“พี่คะ”
ฉีซูซูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใสแ่เบา
“หนุแค่อยากอยู่กับหยางเท่านั้นแต่พี่ช่างใจร้ายและดื้อดึงเหลือเกิน สิ่งที่หนูทำได้ตอนนี้ก็คือขอให้พี่ใหญ่เสี่ยวช่วยหาวิธีให้...”
“เธอไม่กลัวว่าวิธีช่วยของพวกแก๊งค์อันธพาลนั่นก็คือการทำร้ายพี่ชายของเธอจนตายแล้วโยนศพเขาทิ้งลงแม่น้ำแยงซีเลยงั้นเหรอ?”
ฉีซิ่วหยวนเดินเข้าไปหาเธอแล้ววางจานอาหารที่เสี่ยวหลี่มอบให้ลงบนโต๊ะ
“ทานอะไรรึยัง? พี่มีของอร่อยๆมาฝากเธอด้วยนะ”
“พี่ใหญ่เสี่ยวไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน!”
ฉีซูซูเถียงเพราะรู้สึกโกรธที่เสี่ยวหลี่ถูกใส่ร้าย
“เขาสัญญาว่าจะคุยกับพี่ดีๆเขายังบอกว่าจะทำตัวสุภาพมากๆแล้วก็ทำดีกับพี่เป็พิเศษด้วยความประทับใจที่พี่มีต่อเขาจะได้เปลี่ยนไปสักที!”
ฉีซิ่วหยวนพยักหน้ารับ
“ก็จริง เขาสุภาพมากเลยล่ะ”
“ถ้างั้น พี่คะ...”
ดวงตาของฉีซูซูเบิกกว้างและเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อจ้องมองเขามาอย่างมีความหวัง
“ไม่”
ฉีซิ่วหยวนตอบกลับอย่างสิ้นไร้เยื่อใย
“เขาสุภาพกับฉันเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับน้องชายของเขาต่างหากดังนั้นความประทับใจที่ฉันมีต่อเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แม้แต่สักนิดเดียวท่าทางอย่างเธอน่ะ ถึงจะแต่งงานไปกับครอบครัวธรรมดาสามัญทั่วไปฉันก็ไม่สบายใจหรอกนะ อยู่เป็โสดเถอะ ยิ่งสถานการณ์ของตระกูลเสี่ยวเป็แบบนั้นด้วยแล้วเธอเลิกคิดถึงมันไปได้เลย”
“แต่ว่า...”
น้ำตาของฉีซูซูเริ่มไหลรินอาบสองแก้มแดงของเธออีกครั้ง
“แต่ว่าหนูชอบหยางจริงๆนะคะ หยางเป็คนดีมากแล้วยังดูแลเอาใจใส่หนูเป็อย่างดี ถ้าไม่มีหยาง หนูก็ไม่อยากกินอะไรอีกแล้ว”
พอได้ฟังเสียงสะอื้นไห้และสูดน้ำมูกของเธอแล้วฉีซิ่วหยวนก็เกิดอารมณ์ชักจะอารมณ์เสีย จนไม่สามารถกักเก็บความโกรธเคืองไว้ได้อีกต่อไปเขาตบโต๊ะแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเดือดดาลเสียงดัง
“ระหว่างฉันกับเสี่ยวหยางเธอเลือกมา”
ฉีซูซูนิ่งอึ้งในขณะที่มองหน้าฉีซิ่วหยวนเต็มสองตาน้ำตาไหลอาบแก้มยิ่งกว่าเดิม หลังจากนั้นเธอทิ้งตัวลงซวนซบกับขอบโต๊ะแล้วเริ่มคร่ำครวญขึ้นมาฉีซิ่วหยวนรู้ดีว่าเธอมีความอ่อนแอและขี้ขลาดอยู่เสมอคงไม่มีทางทิ้งพี่ชายเพื่อไปอยู่กับเสี่ยวหยางอย่างแน่นอน ตอนที่เห็นเธอเป็อย่างตอนนี้เขารู้สึกโล่งใจก็จริง แต่ก็คิดว่าเธอค่อนข้างน่าสงสารอยู่เหมือนกันเขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปลูบผมเธอ พลางเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า
“ไม่เป็ไรนะ หยุดร้องเถอะมีผู้ชายดีๆอีกตั้งมากมายก็จริง แต่ก็มีพี่ชายเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นล้างหน้าแล้วก็มากินข้าวกันเถอะนะ”
ฉีซูซูปัดมือเขาทิ้งด้วยความกรุ่นโกรธแล้วร่ำไห้
“พี่มันบ้า! หนูเกลียดพี่! หนูเกลียดพี่!”
จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งพรวดออกไปฉีซิ่วหยวนได้ยินเสียงเธอกระโจนเข้าไปในห้องก่อนจะกระแทกประตูปิดตามมาด้วยเสียงร่ำไห้แทบขาดใจดังลั่นอพาร์ทเมนท์อีกครั้ง เขาถอนหายใจอย่างรู้สึกเหน็ดเหนื่อยพลางมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะถึงแม้ว่าจะไม่มีความอยากอาหารแล้ว แต่ก็ยังต้องฝืนคีบอาหารขึ้นมาอยู่ดี
เสียงของฉีซูซูคร่ำครวญอยู่กว่า30 นาที ก่อนจะค่อยๆเบาลงจนกระทั่งเงียบเสียงไปฉีซิ่วหยวนผลักประตูห้องนอนของเธอเข้าไปกวาดตามองอยู่สักพัก เธอร้องไห้จนหมดแรงและผล็อยหลับแล้วผ้าปูที่นอนที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตงดงามแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาจนชุ่มฉีซิ่วหยวนถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มเธอให้ไปนอนบนฟูกที่นอนที่แห้งสะอาดหลังจากวางเธอลงแล้วยังคอยห่มผ้าให้อย่างอ่อนโยนด้วย
จริงๆเลย! ถ้าพ่อกับแม่หรือปู่กับย่าอยู่ที่นี่ เขาคงไม่ต้องคอยเป็ห่วงแบบนี้หรอก
แทนที่จะกลับเข้าห้องของตัวเองเขากลับตรงไปที่ระเบียงห้องนั่งเล่นแทน เลิกสูบบุหรี่ไปตั้งหลายปีตอนนี้กลับนึกอยากสูบแต่ก็ไม่มีให้สูบสักมวน ความโดดเดี่ยวทำให้ความกระตือรือร้นต่างๆของเขามันเฉยชาไปหมดแล้ว
เมื่อเหม่อมองท้องฟ้ามืดมิดสีหมึกหม่นก็นึกรำคาญใจ ชั่วแวบหนึ่ง เขานึกไปถึงว่าหากพ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่เขาจะทำอย่างไร แค่คิดถึงพวกท่านขึ้นมา ก็ทำให้นึกถึงกิริยาอันอ่อนโยนของผู้เป็แม่และความรักความเมตตาที่มีให้นึกย้อนไปถึง่เวลาวัยเด็กที่ทั้งมีความสุขและความสดใสที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ในตอนนั้น ทำให้เขาคิดได้ว่าซูซูจะต้องอกหักไปอีกนานแค่ไหนเธอจะต่อต้านเขาไปอีกนานไหม ในท้ายที่สุด ด้วยความเป็เธอ จะมีผู้ชายแบบไหนที่ทำให้เขาวางใจได้จนทำให้เขาสามารถรับรองกับบรรพบุรุษที่นอนอยู่ในหลุมได้อย่างมั่นใจได้บ้างเมื่อคิดไปถึงเสี่ยวหยางที่คอยดูแลเอาใจใส่ซูซูด้วยความจริงใจแล้วเขาก็ดูเหมือนคนที่ค่อนข้างจะวางใจได้ไม่น้อย แต่โชคร้ายที่ครอบครัวของผู้ชายคนนั้นมีความเสี่ยงมากเกินไปอันตรายเกินไป
ในวันนี้พี่ชายของฝ่ายนั้นต้องมาฝืนแสดงความเคารพและความสุภาพต่อเขาตั้งมากมาย ทั้งๆที่ในทางตรงกันข้ามแล้ว ตัวเขาเองได้แผ่รังสีอันตรายกับความกระหายเืออกมาอย่างเด่นชัดตลอดทั้งวันด้วยซ้ำยากที่จะมองข้าม ยากที่จะหลบเลี่ยง มือของเขาต้องเอื้อมข้ามผ่านหลากหลายชีวิตจนทำให้ตัวตนของเขาได้แปรเปลี่ยนไปจนกลายเป็สภาพนั้นยิ่งเขาคิดแบบนี้ เสี่ยวหลี่ก็ยิ่งไม่มีส่วนคล้ายคลึงกับเสี่ยวหยางเลยแม้แต่น้อยแล้วพวกเขาเป็พี่น้องกันจริงๆน่ะเหรอ?แต่ก็มีคนเคยบอกว่าเขากับซูซูเองก็ไม่มีส่วนคล้ายกันเหมือนกันนะ ที่เขาว่ากันว่า ‘ความเชื่อมั่นมันเริ่มต้นมาจากภายใน’ นั้น ถือว่าเป็เื่จริงทีเดียว...
ทุกห้วงความคิดหมุนวนอยู่ในหัว กว่าจะลบล้างความคิดในหัวของเขาให้โล่งได้ฟ้าก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง เขาเข้าครัวไปทำโจ๊ก แต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดมาเติมเต็มความหิวโหยของเขาได้จึงต้องทานซาลาเปากับอาหารเย็นชืดที่เสี่ยวหลี่มอบให้ั้แ่เมื่อวานอย่างเหม่อลอยหลังจากนั้นก็เข้าไปดูซูซู เธอยังคงหลับอยู่เหมือนเดิมแต่กระนั้นก็ยังมีน้ำตาเปื้อนเปรอะแก้มยิ่งกว่าเคย เป็ไปได้ว่าเมื่อวานเธออาจจะตื่นขึ้นมาร้องไห้อีกก็เป็ได้
ฉีซิ่วหยวนเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆความนึกคิดต่างๆที่เขาพยายามลบล้างไปแล้วก็หวนย้อนกลับมาอีกครั้งในขณะที่เ้าตัวกำลังต้มไข่สองฟองเขาก็ยังครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน ก่อนที่จะลงมือปอกเปลือกไข่แล้วนำไปใส่ในถ้วยโจ๊ก
แม้ขณะที่เดินทางไปโรงเรียนก็ยังรู้สึกพ่ายแพ้ต่อความคิดที่ไม่น่าให้อภัยของตัวเองตลอดทั้งเช้า ขณะที่ทำการสอน เขาก็ได้แต่รู้สึกกระสับกระส่ายและไร้เรี่ยวแรงอีกด้านหนึ่งนักเรียนของเขา ก็ช่างทำตัวดีผิดปกติเสียเหลือเกินถึงแม้ในระหว่างเดินทางกลับบ้าน เขาก็เอาแต่กังวลว่าซูซูจะยังคงเศร้าซึมอยู่หรือเปล่าการที่คิดว่าเธอคงไม่กล้าต่อต้าน หรือไม่เชื่อฟังคำพูดของเขาอย่างแน่นอนมันทำให้เขาค่อยๆรู้สึกดีขึ้นทีละนิด เขาแวะไปห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อปลา เพราะตั้งใจว่าจะทำอาหารจานโปรดอย่างปลาแมนดารินทอดราดซอสเปรี้ยวหวานให้เธอทานสักหน่อย
ตอนกลับมาถึงบ้านเขาก็ได้แต่นิ่งอึ้ง ไข่ต้มยังไม่ถูกแตะต้องเลยสักฟองยิ่งกว่านั้นก็ไม่รู้ว่าซูซูหายไปไหนด้วย ฉีซิ่วหยวนรีบโทรหาซูซูทันทีแต่เธอกลับปิดเครื่อง เขาจึงโทรไปหาเสี่ยวหยางปรากฏว่าเขาเองก็ปิดเครื่องเหมือนกัน เขาอยากจะโทรหาเสี่ยวหลี่ แต่ก็ไม่มีเบอร์เขาซูซูคงจะมีเบอร์เขา แต่ตัวเขาเองต่างหากที่ไม่ได้สนใจที่จะขอเอาไว้เพราะไม่รู้ว่าต้องเอาไปทำอะไร
เขาอออกจากอพาร์ทเม้นท์ด้วยความร้อนรนกังวลใจเพียงแค่ก้าวเท้าออกไปก็บังเอิญเจอกับป้าที่อาศัยอยู่ชั้นล่างพอดี เขาสอบถามนาง เผื่อว่าจะเห็นน้องสาวของเขาบ้างป้าบอกกับเขาว่า ก่อนหน้านี้เห็นซูซูกับแฟนหนุ่มออกไปข้างนอกด้วยกันอีกทั้งซูซูยังร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดราวกับว่าตัวเองทำอะไรผิด
หน้าของฉีซิ่วหยวนแดงก่ำฉายชัดถึงความวิตกกังวลเต็มใบหน้าจนไม่น่าดูเขารีบโบกแท็กซี่แล้วทวนความทรงจำในหัว เพื่อบอกทางที่จะไปบ้านเสี่ยวหลี่ที่เคยไปมาแล้วเมื่อวานทันทีด้วยกลัวจะเกิดเื่ร้ายแรง จึงต้องขอให้คนขับรถเร่งความเร็วให้มากกว่านี้
“นี่นาย ที่นี่เมืองหลวงนะ”
คนขับรถถึงกับเอ่ยด้วยความหน่ายใจ
“ฉันเหาะไม่ได้หรอก”
ฉีซิ่วหยวนต้องข่มใจให้ใจเย็นลงเขามองออกไปนอกหน้าต่างที่วิวทิวทัศน์กำลังเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ได้แต่สวดภาวนาอยู่ในใจ
ซูซูอย่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเลยนะไม่อย่างนั้น...ไม่อย่างนั้นฉันจะกล้าไปเจอหน้าบรรพบุรุษของเราได้ยังไงกันล่ะ?
--------------------------------------------------------
เ้าของลิขสิทธิ์นิยายต้นฉบับ:Bai Shan Hei Shui
แปลภาษาอังกฤษ:Saehan01
แปลภาษาไทย:HOON