ระหว่างที่เอี้ยเสวียนเดินทางไปยังหออักขระความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ซ่านในอกเขารับรู้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วและไม่คาดฝันลมหนาวพัดผ่านตรอกซอกซอยแคบพาเอากลิ่นอายแปลกประหลาดมากระทบประสาทััอันไวของเขาเงาดำเงียบกริบซ่อนตัวอย่างแเีในเงามืดนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญในการลอบเร้นเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและเฉียบคมราวกับเป็ส่วนหนึ่งของความมืดที่ห่อหุ้มด่านซีเหมิน
เอี้ยเสวียนััได้ถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่แฝงตัวอยู่ในสายลม ประสาทััของเขาถูกขัดเกลาจากการเป็นักจารึกอักขระที่ต้องรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานรอบตัวแม้เพียงเล็กน้อยเขาชะลอฝีเท้า ลมหายใจเบาและสม่ำเสมอ สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่เป็ที่สังเกต
"มีบางอย่างผิดปกติ..." เอี้ยเสวียนคิดในใจมือข้างหนึ่งััยันต์ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ พร้อมกระตุ้นพลังได้ทุกเมื่อ
นักฆ่าคนนี้ใช้ความสามารถในการซ่อนตัวอย่างยอดเยี่ยมหลบหลีกสายตาและหลบหลีกแสงไฟได้อย่างไร้ร่องรอยชุดสีเทาดำของเขากลมกลืนกับเงามืดโดยสมบูรณ์ แม้แต่การเคลื่อนไหวก็ไร้เสียงเสมือนหนึ่งเป็เพียงละอองอากาศที่ลอยอยู่ในความมืด เขาใช้อาวุธลับที่ยากจะป้องกัน- มีดสั้นเคลือบยาพิษที่ซ่อนอยู่ในมืออย่างแเีมีดเล่มนั้นเคลือบด้วยยาพิษที่แม้เพียงรอยแผลเล็กๆก็สามารถพรากชีวิตผู้ถูกกรีดได้ภายในเวลาไม่กี่อึดใจพร้อมกับเทคนิคการโจมตีที่แม่นยำและรวดเร็ว
ตรอกที่เอี้ยเสวียนกำลังเดินผ่านเป็ทางลัดสู่หออักขระเป็ซอยแคบที่ผู้คนไม่ค่อยสัญจรในยามค่ำคืน ผนังสองข้างทางสูงตระหง่านบดบังแสงจันทร์ที่ส่องลงมา ทำให้ทางเดินนั้นมืดสลัว มีเพียงโคมไฟเล็กๆที่ติดอยู่ตามมุมถนนเป็ระยะห่างเท่านั้นที่ให้แสงสว่าง แต่แม้กระนั้นระหว่างโคมไฟแต่ละดวงก็ยังมี่ที่มืดสนิทเป็จุดอับสายตาที่สมบูรณ์แบบสำหรับการซุ่มโจมตี
เมื่อเอี้ยเสวียนก้าวผ่านมุมถนนซึ่งเป็มุมที่แสงไฟทั้งสองด้านส่องมาไม่ถึงนักฆ่าซึ่งเลือกซ่อนตัวอยู่ในมุมอับสายตาในชุดมีเทาดำกลมกลืนไปกับสภาพความมืดรอบกายโดยร่างกายไม่มีกลิ่นอายซ่านออกมาเสมือนว่าไม่มีตัวตนทันทีที่เอี้ยเสวียนเลี้ยวเข้ามาในเงามืด และเดินผ่านนักฆ่าที่แอบซ่อนอยู่ทันใดนั้นนักฆ่าเมื่อเห็นเอี้ยเสวียนเดินผ่านไปก็ลุกขึ้นมาใช้มีดในมือปาดไปที่คอของเอี้ยเสวียน
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นความรู้สึกถึงอันตรายที่แล่นปราดในใจเอี้ยเสวียนทำให้เขาหยั่งรู้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในความมืดด้วยปฏิกิริยาอันเฉียบไว เอี้ยเสวียนก้มศีรษะลงอย่างรวดเร็วและเฉียบพลันคมมีดสั้นของนักฆ่าเฉือนผ่านอากาศเหนือศีรษะของเขาไปเพียงเส้นยาแดงเท่านั้น
"...!" เอี้ยเสวียนกระตุ้นพลังพลังปราณที่สะสมอยู่ในร่างส่งกระแสพลังแข็งแกร่งลงไปยังมือขวา ในขณะที่ร่างกายกำลังหมุนตัวไปข้างหลังเขาฟาดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยพลังออกไปอย่างแม่นยำ
"เอ๊ะ?" เสียงแปลกใจดังขึ้นจากนักฆ่าเมื่อฝีมือของเอี้ยเสวียนเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้นักฆ่าเบี่ยงตัวหลบพลังฝ่ามือเพียงเฉียดฉิว
เอี้ยเสวียนเมื่อถอยห่างออกมาได้มองไปที่นักฆ่าแล้วถามว่า"เ้าเป็ใคร แล้วทำไมถึงลงมือกับข้า"
ภายใต้แสงจันทร์อันริบหรี่เอี้ยเสวียนมองเห็นร่างสูงโปร่งในชุดสีดำที่ปกปิดทั่วร่างใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากผ้าสีดำ เหลือเพียงดวงตาเย็นเยียบคู่หนึ่งที่มองออกมามีดสั้นในมือของนักฆ่าสะท้อนแสงเงินวาวจากคมใบมีดที่เป็เงาจนแทบไม่สะท้อนแสง
นักฆ่ามองเอี้ยเสวียนอย่างแปลกใจก่อนที่ขยับมือโดยที่แทบไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวโดยยิงเข็มจำนวนร้อยกว่าเล่มออกมาพร้อมกันเข็มพิษละเอียดแหลมคมเ่าั้พุ่งฉิวในอากาศ แทบไม่มีเสียงใดๆทว่าแต่ละเล่มมาพร้อมกับพิษร้ายแรงที่แทบจะฆ่าคนได้ในทันที
เอี้ยเสวียนที่สามารถมองเห็นในความมืดได้สะบัดยันต์ในมือขึ้นมาโยนไปด้านหน้าพร้อมตวาด "กำแพงปฐี"ทันใดนั้นก็มีกำแพงดินสีเหลืองปรากฎเบื้องหน้าเอี้ยเสวียนทำให้เข็มทั้งหมดไม่สามารถโดนตัวเอี้ยเสวียนได้เข็มพิษเ่าั้ปักเข้าไปในกำแพงดินที่มีลักษณะเป็แผ่นดินสีเหลืองทองแข็งแกร่ง
เมื่อกำแพงดินสลายตัวลง เอี้ยเสวียนพบว่านักฆ่าได้หายตัวไปแล้ว"หายไปแล้ว..หนีไวเหลือเกิน"
เอี้ยเสวียนหยุดหายใจช้าๆ มองไปรอบข้างอย่างระมัดระวังความตึงเครียดยังคงแผ่ไปทั่วร่าง "นักฆ่าคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาและยังมีอาวุธลับที่ยากจะรับมือ" เขาคิดในใจก่อนที่จะเดินต่อไปที่หออักขระเข้าพบกับหัวหน้านักอักขระจินฮุย
เมื่อมาถึงหออักขระห้องโถงใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางหออักขระสว่างด้วยแสงเทียนและโคมนับร้อยจินฮุยกำลังพิจารณาแผนที่ด่านซีเหมินอย่างละเอียดร่วมกับรองแม่ทัพเหวยจิ้นเมื่อเห็นเอี้ยเสวียนเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียดทั้งสองจึงหันมามองด้วยความสงสัย
"มีอะไรหรือ เอี้ยเสวียน?" จิวฮุยถามสายตาเฉียบคมสังเกตเห็นร่องรอยการต่อสู้จากเสื้อผ้าของเอี้ยเสวียนที่ยับเล็กน้อย
เอี้ยเสวียนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยละเอียดรวมถึงการโจมตีอย่างเงียบกริบของนักฆ่าและความสามารถที่น่าเกรงขามของคนผู้นั้น
"อะไรนะมีคนลอบลงมือกับเ้าภายในด่าน....พอจะรู้มั้ยว่าเป็ใคร?"เหวยจิ้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
เอี้ยเสวียนกล่าวว่า "มันใส่ชุดดำทั้งตัวและมีหน้ากากสีดำปิดหน้าอยู่ไม่ส่งเสียงอะไรเลยเมื่อเห็นว่าทำอะไรข้าไม่ได้ก็หนีหายไป ฝีมือของมันไม่ธรรมดาเคลื่อนไหวราวกับเงาและไม่มีเสียงแม้แต่น้อย"เอี้ยเสวียนพูดพลางหยิบเข็มพิษที่เก็บมาได้ออกมาให้ดู "เข็มนี้ถูกเคลือบด้วยพิษประหลาดข้าไม่เคยเห็นมาก่อน"
จิวฮุยทำหน้าครุ่นคิดก่อนที่เสริมว่า"หรือมีสายลับของเผ่าอสูรแฝงตัวในด่านนี้ และพวกมันคอยส่งข่าวให้ศัตรูร่องรอยเหล่านี้ส่อให้เห็นถึงการฝึกฝนที่เข้มข้นและเทคนิคการสังหารที่เฉพาะเจาะจง"จินฮุยส่ายหน้าด้วยความกังวล
"แต่ทำไมต้องเป็ข้า?" เอี้ยเสวียนถามน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
"เพราะพวกมันอาจจะเห็นเ้าเป็นักจารึกอักขระที่คอยซ่อมแซมกำแพงเมือง"เหวยจิ้นตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "พวกมันอาจจ้องทำร้ายบรรดานักจารึกอักขระแต่โชคดีที่นักจารึกอักขระส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปใหนทำให้พวกมันไม่มีโอกาสลงมือแต่เ้าแตกต่าง... เ้ามักไปในที่ที่นักจารึกอักขระคนอื่นไม่ไป"
เหวยจิ้นพิจารณาเข็มพิษที่เอี้ยเสวียนนำมา"ยาพิษนี้มีลักษณะเฉพาะ... ต้องมาจากเผ่าพิษงูทางตอนเหนือของเผ่าอสูร"เขาคิดสักครู่ก่อนตัดสินใจ "ตอนนี้ข้าจะไปปรึกษารองแม่ทัพฝ่ายคุมกฎ หลิวไป๋เพื่อวางแผนรับมือ เ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้น"
หลังจากเหวยจิ้นออกไปเอี้ยเสวียนเดินไปยังห้องเก็บอาวุธที่เคยคัดแยกไว้ภายในห้องเก็บอาวุธของหออักขระที่เต็มไปด้วยอาวุธโบราณและเครื่องมือต่างๆที่ค้นพบมาจากการสำรวจซากซี่เหมิน เอี้ยเสวียนเดินช้าๆสำรวจอาวุธเ่าั้ทีละชิ้น ใจหนึ่งก็คิดถึงการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมา"อาศัยเพียงยันต์กับพลังพลังปราณอาจไม่เพียงพออีกต่อไป...ข้า้าอาวุธที่เหมาะกับการป้องกันตัว"
สายตาของเขาสะดุดกับดาบสองเล่มที่วางคู่กันอย่างประณีตบนชั้นวางที่มีฝุ่นจับหนาดาบทั้งสองมีความโค้งมนเล็กน้อย ใบดาบสีเงินเรียบแต่ไม่มีสนิม น้ำหนักพอเหมาะมือที่น่าสนใจคือด้ามจับสามารถประกบเข้าหากันได้กลายเป็ดาบโค้งเล่มเดียวที่มีมือจับตรงกลาง ลักษณะเป็การผสมผสานระหว่างดาบสั้นของทหารกับดาบโค้งของชาวเขาเอี้ยเสวียนชักดาบออกจากฝักอย่างระมัดระวัง ประกายสีเงินวาวสะท้อนแสงเทียนในห้อง
"นี่แหละ... อาวุธที่เหมาะกับข้า"เขาคิดอย่างมั่นใจ ลองวาดดาบในอากาศรู้สึกได้ถึงความสมดุลและน้ำหนักที่พอเหมาะกับมือเอี้ยเสวียนสังเกตเห็นร่องรอยอักขระโบราณที่เลือนรางบนใบดาบ"ดาบคู่นี้คงเคยถูกจารึกอักขระมาก่อน... แต่เวลาผ่านไปอักขระได้จางหายไป"เขาครุ่นคิด แม้สภาพดาบจะเก่าแต่ยังดูแข็งแรง
หัวหน้านักอักขระจิวฮุยเดินเข้ามาเห็นเอี้ยเสวียนถือดาบคู่อยู่"ตั้งใจจะใช้ดาบนั่นเป็อาวุธหรือ?" เขาถาม
"ใช่ขอรับ" เอี้ยเสวียนตอบ"ข้ารู้สึกว่าดาบคู่นี้ตอบสนองต่อพลังของข้าอย่างแปลกประหลาด"
จิวฮุยพยักหน้า "ข้าเข้าใจ แต่ดาบเก่าแบบนี้ถ้าใช้เลยอาจเกิดปัญหาได้ ใบดาบอาจไม่แข็งแรงพอ หรือสมดุลไม่ดี" เขาแนะนำ"เ้าไปที่โรงสร้างอาวุธของกองทัพ ให้หัวหน้าช่างซ่อมแซมให้ใหม่เถอะขอแค่บอกว่าข้าส่งไป เขาจะช่วยเ้าเป็อย่างดี"
เอี้ยเสวียนไม่รอช้าเขาเดินทางไปยังโรงสร้างอาวุธซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับค่ายทหารด่านซีเหมินเสียงค้อนเคาะเหล็กและกลิ่นถ่านร้อนฟุ้งตลบอบอวล ภายในโรงสร้างอาวุธมีเตาหลอมเหล็กขนาดใหญ่หลายเตา ช่างตีดาบกำลังขึ้นรูปอาวุธอย่างขะมักเขม้นเหงื่อไหลโซมกาย สะท้อนแสงสีส้มจากเปลวไฟ
"เ้าเป็ใคร? มาธุระอะไร?"ชายร่างใหญ่ผิวเข้มคล้ำใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยการทำงานกับเหล็กร้อนมาหลายปี เดินเข้ามาถาม
"ขอพบหัวหน้าช่างด้วยขอรับ" เอี้ยเสวียนตอบ"ข้ามาจากหออักขระ หัวหน้าจินฮุยเป็ผู้ส่งข้ามา"
ชายคนนั้นพยักหน้าแล้วพาเอี้ยเสวียนไปยังมุมหนึ่งของโรงตีเหล็กที่นั่นมีชายวัยกลางคน กำลังพิจารณาแบบอาวุธด้วยสายตาอันเฉียบคม
"หัวหน้าเจิ้ง มีคนมาจากหออักขระขอรับ"ชายคนนั้นรายงาน
หัวหน้าช่างเจิ้งเงยหน้าขึ้นมอง "นักจารึกอักขระหรือ? มีธุระอะไรกับข้า?" เขาถามน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่ไม่ได้แสดงความไม่เป็มิตร
เอี้ยเสวียนยื่นดาบคู่ให้ดู "ข้ามีดาบคู่นี้ และ้าให้ท่านช่วยซ่อมแซม"เขาอธิบาย "ดาบนี้ข้าพบในห้องเก็บอาวุธของหออักขระข้าเชื่อว่ามันเคยเป็อาวุธที่ทรงพลังมาก่อน"
หัวหน้าช่างเจิ้งรับดาบมาพิจารณาอย่างละเอียด พลิกดูทุกมุมชักดาบออกจากฝัก ตรวจสอบความคมและสมดุลของน้ำหนัก "เป็งานฝีมือชั้นเยี่ยมแต่เก่ามากแล้ว อาจไม่ต่ำกว่าสองร้อยปี ใบดาบอ่อนลงตามกาลเวลา" เขาวิเคราะห์"เ้าอยากให้ข้าทำอะไรกับมันกันแน่?"
"ช่วยซ่อมดาบคู่นี้ให้แข็งแรงขึ้นและปรับใบดาบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย" เอี้ยเสวียนอธิบาย"ข้าชอบความโค้งมนของใบดาบ และกลไกที่สามารถประกบเข้าหากันได้แต่้าความแข็งแรงทนทานมากขึ้น เพื่อใช้ในการต่อสู้ได้จริง"
หัวหน้าช่างพยักหน้าด้วยความเข้าใจ "ข้าเห็นแล้ว...ดาบนี้มีประวัติอันยาวนาน ถูกออกแบบมาเพื่อการต่อสู้แบบเฉพาะตัว"เขากวาดตามองไปยังร่องรอยอักขระบนใบดาบ"และเ้าคงจะ้าจารึกอักขระลงไปใหม่ ใช่มั้ย?"
เอี้ยเสวียนพยักหน้า "ถูกต้องขอรับ"
"รับทราบ อีกสามวันมาเอาได้เลย"หัวหน้าช่างบอก "ข้าจะชุบไฟใหม่ใช้วิธีพิเศษในการผสมโลหะที่ทำให้แข็งแรงแต่ยืดหยุ่น เหมาะกับการจารึกอักขระ"
เอี้ยเสวียนโค้งคำนับ "ขอบคุณมากขอรับ"
สามวันผ่านไปอย่างช้าๆเอี้ยเสวียนใช้เวลาในการศึกษาเื่การจารึกอักขระบนอาวุธและการรับมือกับนักฆ่าระดับสูง ในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่กำหนดเอี้ยเสวียนเดินทางกลับไปยังโรงสร้างอาวุธ
"ดาบของเ้าเสร็จแล้ว"หัวหน้าช่างเจิ้งบอกพร้อมกับยื่นดาบคู่ที่ถูกห่อด้วยผ้าไหมสีแดงให้เอี้ยเสวียน"ข้าชุบไฟใหม่ด้วยเทคนิคพิเศษ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ใบดาบตอนนี้มันแข็งแรงแต่ไม่เปราะ"
เอี้ยเสวียนคลี่ผ้าห่อดาบออกเมื่อเห็นดาบที่ได้รับการซ่อมแซมอย่างประณีต เขารู้สึกประทับใจใบดาบถูกขัดจนเป็เงาวาว ประกายสีเงินเย็นเยียบสะท้อนแสงไฟในโรงตีเหล็กรอยโค้งของใบดาบชัดเจนขึ้น แต่ยังคงความสง่างามเหมือนเดิมเส้นสายและรอยสลักบนด้ามจับดูประณีตมากขึ้น
"ข้าใช้เหล็กอุกกาบาตผสมเข้าไปด้วย"หัวหน้าช่างเจิ้งอธิบาย "เป็เหล็กที่ตกจากฟ้ามีคุณสมบัติพิเศษในการรองรับอักขระได้ดีนักจารึกอักขระทั้งหลายชอบใช้มันในการสร้างอาวุธทรงพลัง"
เอี้ยเสวียนชักดาบออกจากฝัก ทดลองวาดวนในอากาศรู้สึกได้ถึงความเบาและคล่องตัว แต่เมื่อเขาฟันแรงๆกลับรู้สึกถึงพลังที่ส่งผ่านจากมือไปยังปลายดาบได้อย่างสมบูรณ์"น้ำหนักกำลังดี สมดุลสมบูรณ์แบบ"
"ลองประกบเข้าด้วยกันสิ" หัวหน้าช่างแนะนำ
เอี้ยเสวียนลองนำดาบทั้งสองเล่มมาประกบเข้าด้วยกันกลไกพิเศษที่ด้ามจับทำงานอย่างราบรื่น ล็อคดาบทั้งสองเข้าด้วยกันกลายเป็ดาบโค้งเล่มเดียวที่มีด้ามจับตรงกลาง ความสมดุลยังคงดีเยี่ยม
"ดาบนี้จะช่วยข้าได้มาก"เอี้ยเสวียนพึมพำพลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ขอบคุณมากขอรับ"
"ใช้มันให้ดี" หัวหน้าช่างกล่าว"และระวังตัวด้วย มีข่าวลือว่ามีนักฆ่าปรากฏตัวในด่านซีเหมิน"
เอี้ยเสวียนพยักหน้ารับ แล้วนำดาบคู่กลับไปที่หออักขระด้วยความตั้งใจจะจารึกอักขระลงบนดาบทันที
ในห้องทำงานส่วนตัวของเอี้ยเสวียนที่หออักขระเขาได้เตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดสำหรับการจารึกอักขระน้ำหมึกพิเศษที่ทำจากแร่หายากและสมุนไพรอายุร้อยปีแปรงขนกระต่ายอย่างดีที่ผ่านการทำพิธีพิเศษ เทียนสีแดงที่ให้แสงสว่างคงที่และตำราโบราณที่บันทึกอักขระพิเศษไว้มากมาย
เอี้ยเสวียนนั่งสมาธิ หายใจเข้าออกช้าๆปรับจิตใจให้สงบและมีสมาธิสูงสุดเขาได้ทำการศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียดและตัดสินใจเลือกอักขระที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดาบคู่ของเขา
ด้วยความตั้งใจและสมาธิสูงสุดเอี้ยเสวียนใช้เวลาสามวันเต็มในการจารึกอักขระต่างๆลงบนดาบคู่โค้งนี้เขาแทบไม่ได้พักผ่อนหรือรับประทานอาหารมีเพียงน้ำชาที่เพื่อนร่วมงานนำมาให้เท่านั้นที่ช่วยให้เขายังคงตื่นและมีสมาธิ
อักขระแห่งลมถูกจารึกที่ด้านหน้าของใบดาบทั้งสองเล่มเพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการฟันแต่ละครั้งปลายดาบทั้งสองข้างเอี้ยเสวียนจารึกอักขระแห่งไม้และทองส่วนด้ามจับเขาจารึกอักขระแห่งไฟและแสง เมื่อดาบทั้งสองถูกประกบเข้าด้วยกันอักขระพิเศษที่ปลายดาบจะทำงานเมื่อเอี้ยเสวียนลองถ่ายพลังปราณเข้าไปปรากฎเส้นเอ็นเล็กๆที่ดูเหมือนหวายแต่มีสีทองเชื่อมเข้าด้วยกันลักษณะคล้ายธนูแต่มีขนาดเล็กกว่าครึ่งนึง
เมื่อจารึกอักขระเสร็จสิ้น เอี้ยเสวียนทำพิธีกระตุ้นพลังอักขระเขาหยดเืของตัวเองลงบนใบดาบ กล่าวบทสวดโบราณและส่งพลังพลังปราณของตนเข้าไปในอักขระเ่าั้ อักขระเริ่มเรืองแสงอ่อนๆก่อนจะดับลงและแทรกซึมเข้าไปในเนื้อดาบ
โดยเมื่อเสร็จดาบคู่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดเพียงแต่ส่องประกายน่าเกรงขามออกมาเล็กน้อย โดยเล่มนึงจะมีลายอักขระเส้นแสงเล็กๆที่ซ่อนอยู่ เอี้ยเสวียนเรียกมันว่า”เขี้ยวเงิน”อีกเล่มที่มีลายอักขระรูปสายฟ้า”เคียวอสนี” มีเพียงผู้ที่มีประสาทััไวเท่านั้นที่จะรู้สึกได้ถึงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากดาบคู่นี้
เอี้ยเสวียนรู้สึกถึงการเชื่อมโยงระหว่างตัวเขากับดาบคู่ราวกับดาบเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เมื่อเขาวาดดาบในอากาศเขาสามารถรู้สึกถึงเส้นทางการไหลของพลังงานผ่านอักขระที่จารึกไว้ได้อย่างชัดเจน
หลังจากพักฟื้นเพียงหนึ่งวันเอี้ยเสวียนได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางสอดแนม มุ่งหน้าไปทางเหนือตามเส้นทางที่เผ่าอสูรมักใช้ในการโจมตีด่านซีเหมิน
"ระวังตัวให้มากนะ" จิวฮุยกำชับ"เรายังไม่รู้ว่านักฆ่าคนนั้นเป็ใคร และอาจยังตามล่าเ้าอยู่มีรายงานจากหน่วยลาดตระเวนว่าพบร่องรอยการเคลื่อนไหวของเผ่าอสูรบริเวณูเาทางทิศเหนือเรา้าข้อมูลเพิ่มเติม แต่อย่าเสี่ยงเข้าใกล้พวกมันเกินไป"
เอี้ยเสวียนพยักหน้ารับ ตรวจสอบสัมภาระและอุปกรณ์เป็ครั้งสุดท้ายดาบคู่ถูกเหน็บไว้ที่เอวยันต์หลากหลายชนิดถูกเก็บไว้ในถุงพิเศษที่ติดอยู่กับเข็มขัดรวมทั้งยาและเสบียงอาหารจำนวนหนึ่ง