เมืองหลินโจว
ทั้งสี่เดินทางมาถึงเมืองหลินโจว ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเหล่าทหาร และขุนนางที่ประจำอยู่ที่นั่น หย่งซีเฉินไม่ยอมพักในจวนอ๋องที่เ้าเมืองจัดเตรียมไว้ให้ แต่เลือกพักในค่ายทหารแทนและไม่อนุญาตให้มีหญิงรับใช้ในเรือนที่พัก บ่าวรับใช้ในเรือนจึงทั้งหมดจึงเป็ชายล้วน
“ท่านอ๋องผู้ว่าการขอเข้าเฝ้าขอรับ” ฉงหลินรายงาน
“ให้เข้ามา”
“ข้าน้อยกั่วปินคาราวะท่านอ๋องพะยะค่ะ
ได้ข่าวว่าท่านอ๋องเดินทางมาถึงหลายวันแล้ว แต่งานที่ศาลต้าหลี่ยุ่งนักกระหม่อมจึงมาคาราวะท่านอ๋องช้า ขอท่านอ๋องโปรดให้อภัยกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ”
“ไม่เป็ไรแค่ท่านเห็นชาวบ้านสำคัญกว่าทุกอย่าง ข้าก็พอใจแล้ว”
“นี่คือบุตรสาวคนเดียวของกระหม่อมชื่อกัวรุ่ยหานพะยะค่ะ” สตรีท่าทางอ้อนแอ้นสวมใส่อาภรณ์สีฉูดฉาดจนแสบตา ทำความเคารพอ๋องหนุ่มรูปงามด้วยท่าทางอ่อนช้อย เวินฉงหลินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาของนางเป็เช่นไรเพราะเครื่องประทินโฉมบดบังความงดงามของนางจนหมด ทำให้อดนึกถึงโม่ลี่ฮวาไม่ได้
“อะแฮ่ม!!” เซียวซ่งหลานทั้งไอและส่งสายตาตำหนิเวินฉงหลิน ที่เห็นเขาอมยิ้ม เวินฉงหลินหุบยิ้มแล้วกลับมาทำหน้าขรึมต่อ
“หากท่านอ๋อง้าสิ่งใดก็เรียกใช้นางได้”
คำพูดกำกวมของกัวปินทำให้ซ่งหลานลอบมองหน้าหย่งซีเฉิน เมื่อเห็นสีหน้าของท่านอ๋องไม่ได้เปลี่ยนไปซ่งหลานก็โล่งใจ
“ทั้งฐานะและหน้าตาของท่าน ช่างถูกใจข้ายิ่งนัก ถึงแม้จะเ็าสักหน่อย
แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับข้า” กัวรุ่ยหานคิด
ลูกพลับหลังตำหนักฮองเฮาสุกเหลืองเต็มต้น ลั่วชิงหยางชวนฟ่านเสียนมาเก็บด้วยกัน แต่เขากลับไม่มีความสุขเหมือนทุกครั้ง
“ฟ่านเสียนเ้าเป็อะไรหรือ” นางถามคนรัก
“ข้าคิดถึงพี่ใหญ่ ไม่รุ้ว่าอยู่หลินโจวจะลำบากแค่ไหน”
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงหรอก ข้าว่าท่านอ๋องเก่งกาจขนาดนั้นคงไม่มีใครทำร้ายท่านอ๋องได้แน่ อีกอย่างองครักษ์เวินกับท่านกุนซือก็อยู่ด้วย จริงไหม” นางปลอบใจคนรัก
“จริงของเ้าพี่ใหญ่เก่งกล้ายิ่งนักผิดกับข้า ที่ทำตัวเป็ภาระของพี่ใหญ่มาตลอดไปชายแดนครั้งนี้พี่ใหญ่ก็ไปแทนข้า”
“เ้าอย่าโทษตัวเองเลย หากข้าเป็ท่านอ๋องข้าก็ต้องทำแบบเดียวกัน เ้าไม่ต้องคิดมาก ต่อไปข้าจะทำให้เ้าเป็ผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในต้าโจวข้าสัญญา”
“ขอบใจเ้ามากชิงหยาง”
พอได้ลูกพลับเต็มตระกร้า ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังตำหนักฮองเฮา
“หลี่กงกงท่านรีบร้อนไปไหนหรือ” จื่อซางถาม แม้จะรีบร้อนแต่หลี่กงกงก็หันมาตอบจื่อซาง
“ข้าต้องไปส่งนางกำนัลใหม่ที่ตำหนักสนมลิ่ง “
“ตำหนักสนมลิ่งหรือ คราวก่อนที่ส่งไปก็ตำหนักลิ่งเสียนเฟยไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“ถูกต้องแล้วแม่นางจื่อซาง” หลี่กงๆตอบ
“สนมลิ่งเพิ่มนางกำนัลหรือเ้าคะ”
“เื่นั้นข้าเองก็ไม่ทราบ กรมพิธีการ สั่งมา ข้าก็มีหน้าที่คัดคนส่งไป เื่อื่นข้าไม่ทราบ ข้าต้องไปแล้วแม่นางจื่อซางสนมลิ่งรอข้าอยู่”
“เช่นนั้นข้าไม่รั้งท่านแล้วเชิญเ้าค่ะ"จื่อซางพูดจบหลี่กงกงก็เดินนำนางกำนัลทั้งหกไปย้งตำหนักลิ่งเสียนเฟย
ขณะที่จื่อซางรินน้ำชาให้ฮองเฮา นางก็รายงานเื่นางกำนัลใหม่ของตำหนักลิ่งเสียนเฟย
“พระองค์ว่าไม่แปลกหรือเพคะ ปีนี้สนมลิ่งขอนางกำนัลสองครั้งแล้วนะเพคะ”
“นางอาจไม่ถูกใจก็เลยอยากเปลี่ยน เ้าก็รู้ว่าสตรีวังหลังอย่างพวกเรานั้น คนข้างกายสำคัญแค่ไหน”
“หม่อมฉันทราบดีเพคะ แต่ปกติสนมลิ่งไม่เคยใช้ของสุรุ่ยสุร่าย ไม่เคยเฆี่ยนตีดุด่านางกำนัล แล้วเหตุใดนางถึง้าใช้คนเยอะขนาดนั้น หากนับดูคร่าวๆก็เกือบเท่าตำหนักฝูเจี้ยนของพระองค์แล้วนะเพคะ” จื่อซางพูด
“เ้ากลายเป็คนคิดเล็กคิดน้อยั้แ่เมื่อไหร่กัน” ฮองเฮาเงยหน้าขึ้นจากถ้วยชาแล้วยิ้มให้จื่อซาง