13……
“พี่ป่าน…โทรศัพท์”
ปัญญา ะโเรียกเปมิกาที่อยู่ในห้องนอนให้ออกมารับโทรศัพท์ข้างนอก
“จากไหน…ถ้าอีตานพไม่รับนะ” เปมิการีบบอก
“ไม่ใช่พี่นพ...แต่เขาขอสายคุณเปมิกา..ถ้าพูดชื่อจริงแบบนี้อาจเป็บริษัทที่พี่สมัครงานก็ได้”
“อ๊าย..จริงเหรอ....”
เปมิกา รู้สึกตื่นเต้นหล่อนนึกไปถึงบริษัทต่าง ๆ ที่หล่อนไปหว่านสมัครงานเอาไว้ คงจะมีที่ไหนสักแห่งโทรศัพท์มานัดหมายให้หล่อนไปสัมภาษณ์
“สวัสดีค่ะ..ดิฉันเปมิกาพูดค่ะ..”
เปมิกากรอกเสียงหวานด้วยความหวัง
“โอ้..คุณเปมิกาจริง ๆ ด้วย...”
เสียงผู้ชายที่โทรมานั้นดูเหมือนจะตื่นเต้นกว่า
“ไม่ทราบจากไหนคะ..”
“จาก..คนที่อยากมีอะไรกับคุณเปมิกาน่ะสิคร้าบ..”
“เอ๊ะ...นี่คุณเป็ใคร..แล้วรู้จักชื่อฉันได้ไง..” เปมิกาเริ่มใ
“รู้ได้จากสมุดโทรศัพท์สิคร้าบ...ผมเห็นว่าเป็ชื่อที่เพราะดี คุณคงจะหุ่นดีและสวยเซ็กซี่เป็บ้าเลยใช่ไหมครับ..โอ้ว..คุณเปมิกาคร้าบ..ผมกำลังจะ....”
เสียงคนโทรมาเริ่มกระเส่าคล้ายกระซิบ แต่เปมิกากำลังใจนทำอะไรไม่ถูก พอจะรู้สึกตัวหล่อนก็หลงฟังเสียงของมันสำเร็จความใคร่ทางโทรศัพท์ไปเรียบร้อยแล้ว
“ว้าย! ไอ้บ้า..ไอ้ทุเรศ ..ไอ้โรคจิต…”
พอหายใ เปมิกาก็รัวคำด่าเป็ชุดแล้วก็กระแทกโทรศัพท์ดังโครม
“เกิดอะไรขึ้นครับพี่ป่าน…”
ปัญญาชะโงกหน้าออกมาถามด้วยความแปลกใจ
“ก็ไอ้โรคจิตน่ะสิ…หนอยไอ้เรารึดีใจแทบตายนึกว่าจะได้งานทำซะที ดันเป็พวกโรคจิตโทรมาหา ซวยรูหูจริง ๆ ชีวิตทุกวันนี้ก็แย่อยู่แล้วยังจะมาเจอคนแย่ๆ โทรมาซ้ำเติมชีวิตอีกหรือนี่” ปัญญาหัวเราะชอบใจแต่เปมิกายังหงุดหงิดไม่หาย ก็มีเสียงโทรศัพท์ที่ห้องดังขึ้นอีก
“ว้าย..ต้องเป็ไอ้โรคจิตเมื่อกี้แน่เลย..”
เปมิกาสันนิษฐาน
“งั้นผมรับสายเองพี่ป่าน...”
ปัญญา อาสาด้วยสีหน้าสะใจกะจะด่าคนโทรมาเต็มที่
“นี่ไอ้ลูกหมาปัญญาควาย ถ้าคิดจะโทรมาระบายความใคร่ กูจะสงเคราะห์ให้เอาไหมวะ..พอดีกูกำลังจะหาผัวให้หมาตัวเมียแถวนี้พอดีมึงสนใจไหมวะ..ไอ้โรคจิต”
ปัญญาพูดเสียงดัง
“ปอ..ทำไมพูดกับพี่อย่างนี้ล่ะ..ถึงพี่สาวของปอจะมองว่าพี่เป็โรคจิตแต่ก็เป็โรคจิตชนิดนิยมมีเมียเป็คนไม่ใช่หมานะปอ..”
เสียงคนโทรเข้ามาครวญเสียงละห้อย
“อ้าว..พี่นพ เหรอครับ...”
ปัญญาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เขาหันไปมองหน้าพี่สาวก็เห็นหล่อนโบกไม้โบกมือทำหน้าเหยเกไม่ขอรับสายจากชายชื่อมานพ
“พี่ป่านไม่อยากรับ เอ๊ย..พี่ป่านไม่อยู่หรอกครับพี่นพ..เอาไว้วันหลังค่อยโทรมานะพี่..”
ปัญญาพูดจบก็วางสายไปทันที
“ดึงปลั๊กโทรศัพท์ออกเลยปอ..พี่ไม่อยากประสาทเสียอีกแล้ววัน ๆ คงจะมีแต่พวกโรคจิต พวกสติไม่ดี โทรมาหาแต่ไอ้ที่อยากให้โทรมาอย่างบริษัทที่สมัครงานไว้ไม่มีสักที่..ทำไมเกิดมาโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้...สงสัยชาติที่แล้วจะทำบาปทำเวรไว้เยอะ..เซ็งจริงๆ”
เปมิกา พูดจบก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทันที
“เห็นไหมพี่ป่าน...พอถอดสายโทรศัพท์บ้านออกมือถือพี่ก็ดังขึ้นแล้ว สงสัยพี่นพจะรู้เบอร์ใหม่พี่แล้วล่ะ” ปัญญาเดา
“ถ้ารู้ก็คงเพราะนายนั่นแหละเผลอบอกไป...”
เปมิกาต่อว่าน้องชายก่อนจะไปดูเบอร์ที่โทรเข้ามา
“อุ๊ย...ริน...” เปมิกาตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเป็บุรินทร์โทรมา
“ริน...รู้ไหมคะว่าป่านกำลังคิดถึงพอดีเลย...”
เปมิกากดรับเสียงหวานจ๋อย
“แหม..เปลี่ยนอารมณ์เลยพี่เรา...เฮ้อ..แต่งตัวไปทำงานดีกว่า...”
ปัญญาหันมาพูดลอย ๆก่อนจะเดินเข้าห้องของเขาไป
“งานของรินไม่ยุ่งแล้วใช่ไหมคะ..ถึงได้มีเวลาโทรหาป่านได้..”
เปมิกาลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ได้ทันที
“วันนี้เป็วันพิเศษผมจะมาชวนป่านไปงานเลี้ยงที่บริษัทของผมค่ำนี้ครับ…”
“งานเลี้ยงเหรอคะ..” เปมิการู้สึกตื่นเต้นที่เขาชวนหล่อน
“ป่านเตรียมหาชุดสวย ๆ ไว้เลยนะ แล้วก็ไม่ต้องแต่งหน้าเข้มเหมือนยัยคนนั้นล่ะ..ที่ป่านเคยแนะนำให้ผมรู้จักที่ร้านยกยอน่ะ..”
“อ๋อ..คุณแมว”
“นั่นแหละ..แต่งยังกะไปเล่นงิ้วแบบนั้นไม่เอานะผมไม่ชอบ..แล้วประมาณสักหกโมงเย็น
ผมจะมารับที่คอนโดนะ”
“ได้ค่ะ..”
วางสายจากบุรินทร์ เปมิกาก็แทบจะถลาไปที่ตู้เสื้อผ้าด้วยความดีใจ หล่อนค้นหาชุดที่จะใส่ด้วยความกระตือรือร้นหล่อนเลือกชุดราตรีสั้นแขนล้ำสีเขียวอ่อน ความยาวของกระโปรงเสมอเข่าเป็ชุดที่เปมิกาเคยใส่ไปงานแต่งงานของอดีตเพื่อนร่วมงานเพียงครั้งเดียว และเป็ชุดที่บุรินทร์เคยชมว่าใส่แล้วสวย
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เป็งานที่ค่อนข้างจัดแบบเป็กันเองเพราะเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถนำคนในครอบครัวอย่างเช่น สามี ภรรยา หรือลูก ๆ มาร่วมงานได้ เป็การเลี้ยงฉลองครบรอบสิบปีของบริษัท มีพิธีมอบรางวัลให้กับพนักงานในแผนกต่าง ๆด้วย
เปมิกาเข้ามาภายในงานแล้ว จึงได้ทราบว่าบุรินทร์ก็เป็พนักงานคนหนึ่งที่กำลังจะได้รับตำแหน่งใหม่ได้ขึ้นเป็ผู้ช่วยแผนก หล่อนรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปกับเขาด้วย
“ไม่เห็นรินบอกป่านมาก่อนเลยว่ากำลังจะได้ตำแหน่งเป็ถึงผู้ช่วยแผนก”
“ผมอยากให้ป่านมารู้ที่งานครับ..จะได้ตื่นเต้นไงล่ะ..” บุรินทร์บอกอย่างอารมณ์ดี
เปมิกา ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับหัวหน้าแผนกของบุรินทร์รวมทั้งเพื่อนร่วมงานในแผนกเกือบทุกคนซึ่งตลอดเวลา บุรินทร์จะจับมือโอบไหล่เปมิกาเสมือนให้ทุกคนรู้ว่าหล่อนกับเขาเป็คู่รักกัน
“อุ๊ย..แฟนคุณรินหรือคะ…น่ารักจัง…”
“นั่นสิ..มีแฟนน่ารักแบบนี้นี่เองถึงไม่ยอมให้เพื่อนได้รู้จัก..หวงไว้ดูคนเดียวรึไงวะริน..”
เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งพูดล้อเล่นทำให้เปมิกาได้แต่ยิ้มรับด้วยความขวยเขิน ในขณะที่บุรินทร์ก็ยิ้มรับหน้าบานที่ใครต่อใครชมหล่อน
บุรินทร์ บริการเปมิกาด้วยการไปตักอาหารมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะอีกทั้งคอยตักโน่นตักนี่ใส่จานให้หล่อนตลอดเวลาด้วยท่าทีเอาใจใส่เป็พิเศษ จนหล่อนปลื้มกินอะไรแทบไม่ลง อาจจะเป็เพราะว่าบุรินทร์ไม่เคยปฏิบัติกับหล่อนดีขนาดนี้ก็เป็ได้หรือว่าเขาเริ่มที่จะปรับปรุงตัวเองใหม่แต่จะเพราะอะไรก็ตามหล่อนอยากจะให้บุรินทร์เป็สุภาพบุรุษที่รู้จักดูแลเอาใจใส่หล่อนแบบนี้ตลอดไป
“อยากให้ยัยตามาเห็นรินในมาดใหม่แบบนี้จังเลย…”
เปมิกา อดคิดในใจไม่ได้หล่อนอยากจะโทรศัพท์ไปบอกสิตาตอนนี้เสียด้วยซ้ำว่าบุรินทร์ได้ปฏิบัติต่อหล่อนดีเพียงใดสิตา จะได้เลิกมีอคติกับบุรินทร์เสียที เอาไว้คืนนี้เถอะหล่อนจะโทรไปเล่าให้สิตาฟัง
“ป่านขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ..”
เปมิกา บอกบุรินทร์พร้อมกับเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องจัดเลี้ยงพอดีหล่อนได้เข้า
ห้องที่ว่างต่อจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี ในขณะที่ห้องอื่น ๆ ที่ติดกันมีคนอื่นใช้อยู่
ระหว่างที่นั่งทำธุระอยู่ด้านในเปมิกาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำด้านนอกเข้ามา มีเสียงพูดคุยของผู้หญิงที่กำลังคุยกันอย่างติดพันคาดว่าน่าจะมีไม่น้อยกว่าสามคน
“นี่เธอว่าไหม ที่อีตาบุรินทร์พาแฟนมาโชว์ในงานนี้เพื่อลบข่าวลือ…”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นทำให้เปมิกาที่กำลังจะกดชักโครกถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินชื่อของบุรินทร์ขึ้นมา
“ฉันก็คิดเหมือนเธอนะ…เผลอ ๆฉันว่าน้องผู้หญิงที่ชื่อป่านอะไรนั่นอาจจะไม่ใช่แฟน
จริงๆ ของบุรินทร์ก็ได้ อาจจะถูกจ้างมาให้แสดงละครตบตาเพื่อกลบข่าวลือที่หนาหูนั่น..”
“นั่นน่ะสิ…หัวหน้าของบุรินทร์น่ะเกลียดพวกตุ๊ดพวกเกย์นี่จะตายถ้ารู้ว่าบุรินทร์เป็พวกรักร่วมเพศ คงจะไม่ดันให้ขึ้นตำแหน่งใหม่หรอก..แล้วข่าวลือก็ไปเข้าหูหัวหน้าเขาจนได้สงสัยว่าหัวหน้าก็คงจะอยากรู้เหมือนกัน บุรินทร์ก็เลยรีบถือโอกาสตอนงานเลี้ยงที่บริษัทเปิดตัวแฟนเพื่อยืนยันความเป็แมนก็ได้”
“บุรินทร์ฉลาดนะที่พาน้องผู้หญิงคนนั้นมาเปิดตัวให้หัวหน้ารู้จัก ..”
“แหม..แต่ใคร ๆในแผนกก็รู้กันอยู่ว่าอีตาบุรินทร์เป็เกย์…”
“แต่วันนี้ข่าวเื่เป็เกย์ของบุรินทร์ก็จะถูกลืมทันที..เพราะเขาเอาแฟนมาโชว์ให้ทุกคนได้รับรู้แล้ว โดยเฉพาะไปแนะนำให้หัวหน้าเขามั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็เกย์ตามข่าวลือ”
“แต่ยังไงก็คงไม่สามารถสยบข่าวลือนี้ได้หรอก..เพราะมีคนเห็นบุรินทร์ไปจู๋จี๋กับผู้ชายด้วยกัน แล้วผู้ชายคนนั้นก็ยังตามมารับมาส่งกันที่บริษัทอยู่บ่อยๆ”
“แต่ผู้ชายคนนั้นก็มีลูกมีเมียแล้วนี่..”
“ว่าได้เหรออาจจะมีเมียบังหน้าก็ได้แต่จิตใจฝักใฝ่ในเพศเดียวกัน”
เสียงนินทาด้านนอกเงียบหายไปชั่วคราวก่อนที่บทสนทนาเื่ใหม่จะเกิดขึ้น เปมิการู้สึกตัวเย็นวูบั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า…หล่อนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าบุรินทร์จะมีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกันหล่อนไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเพื่อนร่วมงานของเขานัก แต่คำพูดเ่าั้ก็บั่นทอนความเชื่อมั่นของเปมิกาไปได้กว่าครึ่งแล้วหล่อนกำลังพิจารณาถึงเหตุผลที่บุรินทร์ชวนหล่อนมางานเลี้ยงด้วย เขาดูกระตือรือร้นในการเทคแคร์ดูแลหล่อนมาก ทั้งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน แต่เหตุผลเพียงแค่นี้หล่อนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาเป็พวกรักร่วมเพศ
ระหว่างที่บุรินทร์ขับรถมาส่งเปมิกาหล่อนนั่งเงียบมาตลอดทาง หากบุรินทร์ก็ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติด้วยเขาคิดว่าหล่อนกำลังปล่อยใจไปกับบทเพลงที่เขาเปิดให้หล่อนฟังในรถกระทั่งมาถึงที่พัก
“ป่าน…ถึงแล้ว..” บุรินทร์เรียกหล่อนให้ลงจากรถ
“ค่ะ…เอ้อ..รินคะ..รินจะไปไหนต่อหรือเปล่า..”
“ผมก็กลับบ้านสิครับ..พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน ขอบคุณมากนะป่าน ที่ไปงานเลี้ยงกับผม”
เขาโบกมือให้เปมิกาก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว หล่อนยังคงยืนงงด้วยความรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของเขา หล่อนเริ่มจับผิดเขาแล้วหรือนี่..แค่เพียงเขากล่าวขอบคุณที่หล่อนยอมไปงานเลี้ยงด้วยหล่อนก็คิดว่าเขามีวัตถุประสงค์ที่ซ่อนเร้นไปเสียได้
“พี่ป่าน…”
เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เปมิกาหันไปมอง
“อ้าว..ปอ…ทำไมกลับดึกนักล่ะ..”
เปมิกาเห็นปัญญากำลังเดินเข้ามาหา
“งานปอเพิ่งเสร็จน่ะสิครับ…แล้วนี่พี่รินมาส่งพี่ป่านหรือครับ..ไปไหนกันมาเหรอพี่..”
“ไปงานเลี้ยงที่บริษัทของรินเขาน่ะ..ว่าแต่เราเถอะหมู่นี้กลับบ้านดึกๆ ดื่น ๆ ทุกวันเลยนะั้แ่บอกพี่ว่าไปทำงานพิเศษเนี่ย”
สองพี่น้องเดินคุยกันไปจนถึงลิฟท์ภายในคอนโด
“ก็งานมันต้องคอยติดตามพฤติกรรมของชาวบ้านนี่ครับมันจึงเลิกไม่เป็เวลา..”
“งานอะไรของนายนะปอ..พี่ว่าจะถามหลายทีแล้วไหนบอกหน่อยสิ..”
“นักสืบครับพี่ป่าน…”
ปัญญาตอบด้วยความภูมิใจกับอาชีพนี้
“หา…เป็นักสืบเหรอ..”
เปมิกา ใเล็กน้อยก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาภายในใจ บางที..ปัญญา อาจจะช่วยให้หล่อนได้คำตอบที่ค้างคาใจอยู่นี้ก็ได้