สามปีผ่านไป
ก็อก ๆ ๆ
“เข้ามา” น่านฟ้าเงยหน้ามอง ‘เลขาสาว’ ที่ยิ้มหวานมาแต่ไกล เธอเดินถือถ้วยกาแฟพร้อมกับจานผลไม้เข้ามาให้เฉกเช่นทุกวัน
“กาแฟดำ แล้วก็ผลไม้ยามเช้าค่ะ” เรนิตาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่งทบทวนว่าตนเองควรเอ่ยในสิ่งที่ตั้งใจมาพูดกับเขาวันนี้หรือไม่
“ทำไมยังไม่ไป” น่านฟ้าเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ทำท่าราวกับทำอะไรผิดมา
“หือ…ได้ยินที่ผมพูดไหมตัวเล็ก”
“เอ่อค่ะ คือตัวเล็กแค่จะบอกว่าครั้งหน้าไม่เสิร์ฟผลไม้แล้วได้ไหมคะ” เรนิตาแทบกลั้นหายใจเมื่อชายหนุ่มวางปากกาจ้องมองมาด้วยสายตาจริงจัง คิ้วหนาขมวดด้วยความสงสัย
‘โดนดุแน่ตัวเล็กเอ๊ยยยย’
“ทำไมครับ” น่านฟ้ามองหญิงสาวด้วยสายตานิ่งงัน
“ก็ตัวเล็กว่าคุณน่านทานอาหารเช้าแบบนี้มาหลายปีแล้ว อาจจะทำให้เป็โรคกระเพาะ…”
“แล้วคุณเคยเห็นผมเป็หรือเปล่า? ถ้าไม่ ก็ไม่ต้องออกความเห็น” น่านฟ้าเลิกมองคู่สนทนาและหันไปจับจ้องที่รายงานบนโต๊ะต่อ
‘ทำงานด้วยกันมาก็ตั้งนาน แต่ทำไมถึงยังไม่ชินท่าทีเ็าของเขากันนะ…’
“ขอโทษค่ะ เอ่อ อีกสิบนาทีเรามีลงไปเช็กความเรียบร้อยของโซนบาร์กันนะคะ” เรนิตาดึงสติกลับมาเื่งาน ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับทราบเท่านั้น
เพียงเท่านี้เรนิตาก็รู้แล้วว่าเธอไม่ควรอยู่ในห้องอีกต่อไป…
สามปีที่เธอทำงานกับน่านฟ้ามา ไม่เคยมีสักครั้งที่ชายหนุ่มจะชวนเธอพูดคุยนอกเหนือจากเื่งาน แม้จะอึดอัดที่ต้องทำงานกับคนเคร่งครัดเ้าระเบียบ แถมยังเ็าสุดขั้ว แต่เรนิตาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็เ้านายที่ใจดี ไม่เอาเปรียบลูกน้องเลยแม้แต่นิดเดียว
ยามที่เธอป่วยเขาก็ให้สิทธิ์ลางานได้เต็มที่ หรือแม้แต่่ที่ต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ น่านฟ้ามักตอบแทนด้วยโบนัสรายเดือนที่จำนวนเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของเธอ
เ้านายใจใหญ่แบบนี้ เธอไม่คิดลาออกให้โง่หรอก
กระทั่งถึงเวลาลงมาเช็กความเรียบร้อยด้านในบาร์ น่านฟ้าขอเข้าไปคุยรายละเอียดกับผู้จัดการโดยให้เรนิตาตรวจเช็กความเรียบร้อยโซนให้บริการแขก รวมถึงห้องวีวีไอพีเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เธอได้รับรายงานมาว่าห้องวีวีไอพีมีการจองซ้ำซ้อนเข้ามา ทำให้ลูกค้าบางรายต้องเสียสิทธิ์และสร้างความไม่พอใจแก่พวกเขาอย่างมาก
“ไงครับ วันนี้ลงมาคนเดียวหรอ”
“อุ๊ย! คุณเมฆ ดิฉันในะคะ” เรนิตามองหน้า ‘เมฆา’ ด้วยความไม่พอใจ
เขาเป็หุ้นส่วนของ Novelty Hotel มีหน้าที่หลักในการบริหารงานเกี่ยวกับบาร์หรูชั้น 20 แน่นอนว่าคนแต่งตั้งก็ไม่ใช่ใครแต่เป็น่านฟ้า เพราะชายหนุ่มเห็นว่าด้วยบุคลิกของเมฆานั้นเหมาะแก่การทำงานในสถานบันเทิง ที่สำคัญเมฆาได้ชื่อว่าเป็นักท่องราตรีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
เรนิตาเห็นด้วย เพราะทุกครั้งที่เจอกันเขามักจะมองมาด้วยสายตาแพรวพราวเหมือนหนุ่ม ๆ ที่เธอเคยเจอในยามออกเที่ยวนาน ๆ ครั้ง
“ขวัญอ่อนขนาดนี้ คุณน่านปล่อยให้มาเดินที่นี่คนเดียวได้ยังไง” เมฆามองร่างเล็กของเรนิตาด้วยสายตาจาบจ้วง…เธอเป็เลขาของน่านฟ้าที่มีใบหน้าและรูปร่างถูกใจเขาเสียจริง ที่สำคัญยังดูเล่นตัวมากกว่าเลขาคนก่อน ๆ ของน่านฟ้าเป็ไหน ๆ
ถ้าให้พูดตามตรง เลขาของน่านฟ้าเสร็จเขาทุกรายยกเว้น…เรนิตา
“คุณน่านไปคุยกับผู้จัดการ ดิฉันขอตัวนะคะ”
“เดี๋ยวสิ” เมฆาจับแขนบอบบางก่อนที่เธอจะเดินจากไป ยิ่งโดนทำหน้าดุใส่แบบนั้น มันยิ่งทำให้เขา ‘อยากได้’ เธอมากกว่าเดิมหลายเท่า
ไม่รู้ว่าน่านฟ้าใจแข็งกับผู้หญิงตรงหน้าได้อย่างไรกัน
“ปล่อยนะคะคุณเมฆ ดิฉันไม่ชอบให้ใครมาถึงเนื้อถึงตัว” เรนิตายอมรับว่ากำลังโมโหจนอยากจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็หุ้นส่วนของที่นี่ การมีเื่กับเมฆาจึงไม่ใช่เื่ที่ดีต่อตัวเธอแน่นอน
“ปล่อยแน่…แต่ยืนคุยกันก่อนสิ” เมฆาจ้องหญิงสาวด้วยสายตาเ้าเล่ห์ ก่อนจะยอมปล่อยแขนเธอในที่สุด
“คุณเมฆมีอะไรจะคุยกับดิฉันหรอคะ” เรนิตาเอ่ยถาม พยายามควบคุมเสียงให้เป็ปกติ
“ผมเห็น่นี้คุณดูหน้าเครียด ๆ เหนื่อย ๆ ไม่รู้คุณน่านใช้งานหนักหรือเปล่า เลยอยากชวนมานั่งเล่นที่บาร์คืนนี้”
“ดิฉันไม่ใช่คนชอบเที่ยวค่ะ”
“หรือว่าเพราะคุณน่านหวง?” คนพูดเลิ่กคิ้วถาม เขาไม่เชื่อว่าน่านฟ้าจะทนเสน่ห์ของผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าได้จริง ๆ แม้ที่ผ่านมาประธานหนุ่มจะไม่ใจอ่อนกับใครก็ตาม
แต่เรนิตาแตกต่าง…โดยเฉพาะท่าทีถือตัวนั่นมันช่างท้าทายเหลือเกิน
“อย่าพูดแบบนี้ให้คุณน่านได้ยินนะคะ ดิฉันไม่อยากเดือดร้อน” เรนิตาพูดอย่างจริงจัง เพราะเื่นี้ถือเป็ข้อห้ามสำคัญของน่านฟ้าและเธอก็ทำมันได้อย่างดีมาตลอด
“ทำไม…เธอไม่ชอบคุณน่านหรอ ทั้งหล่อ ทั้งรวยขนาดนั้น ใคร ๆ ก็อยากได้”
“คุณเมฆ! ดิฉันมาทำงานค่ะไม่ได้คิดมาจับผู้ชาย และถ้าคุณเมฆไม่มีเื่งานจะคุยดิฉันต้องขอตัวนะคะ”
“ใจร้อนชะมัด ตัวเล็กแค่นี้ทำไมดุจัง ฮึ…ที่ผมถามเนี่ยก็แค่จะเช็กสถานะหัวใจของคุณแค่นั้นเอง”
“พูดอะไร ดิฉันไม่เข้าใจ” เรนิตามองหน้าเมฆาอย่างไม่ไว้วางใจ
“ซื่อจัง…ผมทั้งหาเื่คุย ตามวอแวคุณทุกครั้งที่มีโอกาส นี่ดูไม่รู้จริง ๆ หรอว่าผมชอบคุณ” เมฆาจ้องหน้าหญิงสาวก่อนจะเหยียดยิ้มหวานมีเสน่ห์ออกมา
“ชอบหรืออยากได้”
ทันใดนั้นเสียงของท่านประธานน่านฟ้าก็ดังขึ้น พร้อมเ้าตัวที่สาวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เขามาหยุดอยู่เคียงข้างเรนิตา พร้อมจับจ้องไปยังเมฆาด้วยสายตานิ่งงันยากจะคาดเดาว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ถ้าเรนิตาไม่ได้เข้าข้างตัวเองจนเกินไป เธอจะคิดว่าน่านฟ้ากำลังปกป้องเธออยู่
“พูดอะไรแบบนั้นคุณน่าน ผมชอบตัวเล็กก็แค่บอกออกไปตรง ๆ หรือว่า…ผมต้องขออนุญาตคุณน่านก่อนครับ” เมฆามองหน้าอีกฝ่ายอย่างยียวน
“ใช่ เพราะตัวเล็กเป็คนของผม หวังว่าครั้งหน้าคุณคงไม่มาวุ่นวายกับเธออีก”
ทันใดนั้น…น่านฟ้าจับมือเรนิตาให้เดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
‘ตัวเล็กเป็คนของผม…’
หัวใจของเรนิตาเต้นรัวด้วยความทำอะไรไม่ถูก ประโยคเมื่อครู่ที่หลุดออกจากปากน่านฟ้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้เขากำลังจับมือเธอ ซ้ำยังบีบไว้แน่นราวกับว่าเขาไม่พอใจ ใบหน้าของน่านฟ้าดูเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด…หรือว่าเขาโกรธเธออยู่กันนะ
“คุณน่านคะ…”
“ค่อยไปคุยกันในห้อง”
*******************
ท่านประธานคือหน้าตึงมาก ไม่ทราบว่าไปดึงที่คลีนิคไหนมาคะ