ตอนที่เก้า
เงินที่ได้มา
หลิงเฉินได้กลับมาที่โรงเลี้ยงม้าเก่าๆภายในวังที่เป็ที่หลับนอนของเขา จากการประลองเมื่อครู่ที่เขาขึ้นไปประลองมาทำให้หลิงเฉินได้รับเงินมาเป็จำนวนมาก เด็กหนุ่มกลับมาที่โรงเลี้ยงม้าของตนเองเมื่อเดินเข้ามาด้านในเขาก็วาดอักขระเพื่อจุดประกายเปลวเพลิงขึ้นให้แสงสว่างทันที
หลิงเฉินได้ลองเปิดถุงผ้าสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่ได้รับมาเพื่อชื่นชมเงินรางวัลที่อยู่ด้านในอีกครั้ง ด้านในนี้เป็เงินจำนวนหลายสิบชั่ง
เขาฉีกยิ้มที่มุมปากก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ เงินจำนวนนี่มิได้มากมายกว่าที่เขาคิดแต่อย่างใดเพราะการประลองใต้ดินนั้นมีเงินจำนวนมากไหลเวียนอยู่ เขาขอส่วนแบ่งถึง 7 ใน 10 ส่วนจะให้เงินน้อยกว่านี้ก็คงจะกระไรอยู่
ก่อนที่จะแยกจากกับเ้าเด็กน้อยคนนั้นที่เป็คนนำทางหลิงเฉินเขาก็ได้มอบเงินจำนวนนึงให้ไป แน่นอนว่าเด็กน้อยผู้นั้นดีอกดีใจจนออกนอกหน้าเพราะว่าเขาจะได้นำเงินจำนวนนั้นไปซื้อข้าวให้มารดากับน้องสาวได้กิน
หลิงเฉินมองเงินมากมายภายในถุงผ้าสีน้ำตาลด้วยความชื่นชมอยู่สักพักก่อนที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็ความสลดใจ แม้ว่าจะมีเงินทองมากมายหลายสิบชั่งเช่นนี้แต่ก็ยังใช้ไม่ได้มาก ตอนนี้เขายังอยู่ในฐานะทาสอยู่ถ้าจะให้ใช้พวกมันไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่คงจะเป็ที่ผิดสังเกตุจนเกินไป
“ เอาเถอะเดี๋ยวเราก็ได้ใช้พวกมันแล้ว ” หลิงเฉินบอกตนเองเพื่อลดความสลดของตนเองลงบ้าง
แต่อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็คงต้องเลิกไปที่ลานประลองใต้ดินนั้นสักพักเพราะว่าในที่นั้นตอนที่ประลองอยู่หลิงเฉินสามารถััพลังิญญาได้มากพอสมควร คงจะมีหลายคนที่เป็ผู้ฝึกตนอยู่ที่นั้นถ้าเขา
อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่อยากให้ผู้คนล่วงรู้ถึงตัวตนของเขาสักเท่าไหร่ ในตอนนี้หลิงเฉินได้พลังิญญากลับมายังไม่ถึงครึ่งเลย หากมีศัตรูเก่าคนไหนรู้ว่าเขากลับมาเกิดใหม่อยู่ในร่างนี้เหล่าศัตรูพวกนั้นคงจะตามไล่ล่าฆ่าเขาเป็แน่
หลิงเฉินเก็บเงินหลายชั่งของตนเองเอาไว้เป็อย่างดีก่อนที่จะเริ่มขัดเกลาพลังิญญาต่อทันที
วันต่อมาของหลิงเฉินก็ได้ไปทำงานที่โรงเลี้ยงม้าในฐานะทาสตามปกติ เมื่อไปถึงโรงเลี้ยงม้าของราชวงศ์วันนี้หลิงเฉินรู้สึกว่าที่โรงเลี้ยงม้ามีเื่บางอย่างที่ผิดปกติ
“ มีเื่วุ่นวายอันใดกัน... ”
เหล่าทาสมากมายกำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นโดยศีรษะนั้นก้มลงไปแนบชิดติดกับพื้น ร่างของพวกเขานั้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
หลิงเฉินที่เห็นเช่นนั้นเขาจึงแอบมองจากไกลๆว่าตรงนั้นมีเื่ใดอันเกิดขึ้นกันแน่เพราะถ้าเขาเข้าไปไม่ดูตาม้าตาเรือคงจะดูเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องเป็แน่
ตอนนี้ดูเหมือนว่าโรงเลี้ยงม้าจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้น มีเด็กหนุ่มวัยประมาณ 14 ปี ท่าทางองอาจและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง ใบหน้ามิได้มีจุดเด่นอันใด เขาสวมใส่ด้วยเครื่องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ถูกถักทอขึ้นมาจากผ้าชั้นเยี่ยม รอบกายของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยทหารมากมายยืนคุ้มกันอยู่
หลิงเฉินหรี่ตาเล็กลงเพื่อสังเกตุเ้าเด็กหนุ่มผู้ยิ่งยโสผู้นั้น ดูท่าทางจะเป็พวกเชื้อพระวงศ์หรืออันใดสักอย่างถึงกล้ามาทำท่าทางยโสเช่นนี้ในวังได้
“ ท่านแม่ทัพน้อยโปรดละเว้นด้วยขอรับ!!! ” ตาเฒ่ามู่ที่เป็หัวหน้าของคนงานที่นี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาด้วยความกลัว
เด็กน้อยผู้นี้คือลูกของท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นิแห่งนี้ เพราะว่าท่านแม่ทัพใหญ่นั้นอภิเษกกับพี่สาวของจักรพรรดิิคนปัจจุบันจึงทำให้แม่ทัพน้อยผู้นี้เป็เชื้อพระวงศ์เพราะเช่นนั้นเขาถึงกล้าแสดงท่าทางยโสเช่นนี้
“ เ้าทาสชั้นต่ำเ้ามีสิทธิ์เช่นไรถึงกล้าห้ามมิให้ข้าขึ้นขี่ม้าของท่านพ่อ!!! ” แม่ทัพน้อยเปล่งเสียงดังลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำให้แม่ทัพน้อยผู้นี้โกรธเคืองคือตาเฒ่ามู่นั้นมิให้แม่ทัพน้อยขึ้นขี่ม้าประจำกายของท่านแม่ทัพใหญ่
การที่ตาเฒ่ามู่นั้นไม่ยอมให้แม่ทัพน้อยขึ้นขี่ม้าคู่กายของท่านแม่ทัพใหญ่ก็เพราะว่าแม่ทัพน้อยมิได้ขออนุญาติท่านแม่ทัพใหญ่ก่อน ม้าตัวนี้มิใช่ม้าธรรมดาเพราะว่ามันเป็ม้าคู่กายของท่านแม่ทัพถ้าแม่ทัพน้อยขึ้นขี่ม้าตัวนี้แล้วทำมันาเ็แม้แต่หัวเขาก็คงจะรักษาเอาไว้มิได้
แต่จะทำเช่นไรเล่าตอนนี้ตาเฒ่ามู่ของก็โดนแม่ทัพน้อยผู้นี้เล่นงานเข้าให้อีก ไม่ว่าทางใดหัวของเขาก็จะหลุดจากบ่าอยู่ดี ร่างของตาเฒ่ามู่สั่นเทาด้วยความกลัวตอนนี้เขาไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมอง
“ เรียนท่านแม่ทัพน้อยถ้าข้าให้ท่านขึ้นขี่ท่านแม่ทัพคงจะตัดหัวข้าเป็แน่ ” ตาเฒ่ามู่กลัวด้วยเสียงสั่นเทา
“ นั้นมันเื่ของเ้ามิใช่เื่ของข้า!!! ”
เด็กหนุ่มผู้นี้ชั่งเอาแต่ใจไม่คิดถึงผู้อื่นบ้างเลย หลิงเฉินที่ได้ฟังความอยู่แต่ไกลเขาก็เริ่มประเมินสถานการณ์ได้
“ อย่างนี้นี่เองเ้าเด็กเอาแต่ใจ ข้าจะทำเช่นไรดี ” หลิงเฉินอยากจะเข้าไปช่วยท่านตามู่ แต่ด้วยอักขระทาสที่สลักอยู่บนกายของเขานี่สิคือปัญหา เพราะผู้ที่สลักอักขระนี้ห้ามทาสของราชวงศ์ทำร้ายเชื้อพระวงศ์
แม่ทัพน้อยยกเท้าขึ้นพลันจะใช้มันเตะเข้าที่ร่างของตาเฒ่ามู่
“ หยุดเดี๋ยวนี้!!! ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมามันเป็น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง ก่อนที่จะสายตามากมายต่างเหลียวมองไปที่ต้นเสียงนั้น
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีร่างกายสง่าผ่าเผยหน้าตาเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความสุขุม ทั่วทั้งกายสวมใส่ชุดเกราะที่สง่างาม ด้านหลังของชายวัยกลางผู้นั้นมีทหารมากมายติดสอยห้อยตาม
“ ท่านแม่ทัพใหญ่!!! ” พวกเขาทุกคนเปล่งเสียงขึ้นมาด้วยความใ
จบบท